Mag-log in“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? หรือว่า...” ความทรงจำสุดท้ายของหญิงสาว คือเธอตกลงไปในแม่น้ำกว้างใหญ่ เธอปล่อยตัวเองให้ดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำ ปล่อยให้กระแสน้ำที่เย็นเยือกพาร่างกายของเธอไหลไปเรื่อยๆ อย่างไร้ทิศทาง
“รักขับรถชนราวสะพาน แล้ว...รถก็ตกลงในแม่น้ำ” เจตนิพัทธ์ไม่อยากพูดอะไรให้มันมากกว่านั้น เขากลัวว่าเธอจะตกใจเพราะเรื่องมันค่อนข้างจะรุนแรง
“ขับรถ? ตกสะพานเหรอคะ?” หญิงสาวถามด้วยความตกใจ ทำไมเธอถึงจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้เลย เรื่องตกแม่น้ำเธอยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี แต่ที่เขาบอกว่าขับรถตกลงไป เห็นทีว่าจะไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนตั้งใจกระโดดลงไปเอง
“หมอขอตรวจก่อนนะครับ” เจตนิพัทธ์พยักหน้ารับ ก่อนจะถอยออกมาที่โซฟา เพื่อให้หมอได้ตรวจดูอาการของภรรยาอย่างเต็มที่ หมอตรวจอยู่พักใหญ่ก่อนจะเดินเข้าไปขอคุยกับเจตนิพัทธ์
“เบื้องต้นหมอคิดว่าคนไข้น่าจะมีอาการความจำเสื่อม ตอนนี้ก็ยังบอกไม่ได้ว่าชั่วคราวหรือว่าถาวร และลืมไปเยอะแค่ไหน แต่เท่าที่ประเมิน ความทรงจำพื้นฐานยังอยู่ แค่เธอ...จำเรื่องราวของตัวเองไม่ได้” เจตนิพัทธ์เข้าใจทันที ว่าทำไมก่อนหน้านี้ภรรยาของตน ถึงได้มีอาการแปลกๆ
“หมอว่ายังไงบ้างคะ” เธอเอ่ยถาม
“หมอบอกว่ารักความจำเสื่อม” หญิงสาวขมวดคิ้ว เธอไม่เห็นจะรู้สึกเลยว่าตัวเองเป็นแบบนั้น แต่อีกเรื่องที่เห็นว่าเธอจะต้องท้วงเขาก็คือ เธอไม่ได้ชื่อรัก อย่างที่เขาเรียกแทนเธออยู่ตอนนี้
“น่าจะเข้าใจอะไรกันผิดหรือเปล่าคะ ฉันชื่อรัญค่ะ รัญระวีย์ไม่ใช่...รักอย่างที่คุณเรียก” หญิงสาวพยายามจะอธิบาย ทั้งลูกสาวและสามีต่างก็พากันมองหน้าคนพูด และแสดงสีหน้าประหลาดใจ
“คุณแม่ความจำเสื่อมจริงๆ ด้วยสินะคะ” ขวัญวิวาห์เอ่ยขึ้น
“น้าไม่ใช่...”
“คุณพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้หมอจะพาคุณไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง” เจตนิพัทธ์พูดแทรกขึ้น แต่ลักษณ์นาราก็ดูเหมือนจะไม่ยอมง่ายๆ
“ฉันขอบคุณที่พาฉันมาส่งโรงพยาบาลนะคะ แต่รบกวนช่วยติดต่อบอกสามี กับลูก...เอ่อ แค่สามีก็พอค่ะ ช่วยบอกสามีของฉันให้ทีได้ไหมคะ ฉันกลัวว่าเขาจะเป็นห่วงค่ะ” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร
“ผมนี่ไงสามีของคุณ แล้วนี่ของขวัญ ลูกสาวของเรา คุณลืมไปหมดเลยเหรอรัก” เขายืนยันหนักแน่น แต่ก็เข้าใจว่าเธอคงจำไม่ได้ เพราะความทรงจำสูญหายไป เขาได้แต่หวังว่าลูกจะเป็นความทรงจำเดียวที่เธอจะไม่ลืม
“ฉันมีลูกชายค่ะ แต่ก็น่าจะรุ่นเดียวกับลูกของคุณ แล้วก็...ลูกชายของฉัน...โอ๊ย!” อาการปวดหัวอย่างรุนแรงทำให้ลักษณ์นาราต้องยกมือขึ้นมากุมศีรษะของเธอ
ก่อนหน้านี้ก็เคยมีอาการแบบนี้ ตอนที่เธอฟื้นขึ้นมากลางห้องฉุกเฉิน ก่อนจะสลบไปเพราะอาการปวดหัวนี้ตามที่หมอได้บอกกับเจตนิพัทธ์
“พักผ่อนก่อนเถอะ เรื่องอื่นเอาไว้ว่ากันพรุ่งนี้ ถึงยังไงคุณก็ต้องนอนที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว” เจตนิพัทธ์บอกกับคนบนเตียงผู้ป่วย ซึ่งเธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าสามีของตัวเองเป็นอย่างไร เขาไม่มีทางที่จะมาสนใจหรอก ต่อให้เธอตายเขาก็คงไม่สนใจ
หญิงสาวค่อยๆ เอนตัวลงนอนตามคำแนะนำของเจตนิพัทธ์ เขาค่อยๆ ห่มผ้าให้กับเธอ โดยมีเด็กหญิงตัวน้อยยืนดูอยู่ไม่ห่าง แววตาของเด็กหญิงคนนี้ช่างเหมือนกับตอนที่ลูกของเธอมองเธอไม่มีผิด
“คุณไม่กลับบ้านกันเหรอคะ?” เธอเอ่ยถามด้วยความรู้สึกแปลกใจ เมื่อเห็นว่าเขาพาลูกกลับไปนั่งลงที่โซฟา
“พวกเราจะอยู่ดูแลคุณ ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น นอนพักผ่อนเถอะ” หญิงสาวค่อยๆ หลับตาลง แม้ว่าจะรู้สึกติดใจอยู่หลายเรื่อง อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่หมอให้กับเธอผ่านสายน้ำเกลือ
“คุณแม่จะจำพวกเราได้หรือเปล่าคะ” เด็กหญิงตัวน้อยถามอย่างเป็นกังวล เธอกลัวว่าแม่ของตัวเองจะลืมเธอกับพ่อไปจากความทรงจำ เพราะที่ผ่านมาเรื่องราวในชีวิตระหว่างคนทั้งสาม ก็ไม่ได้น่าจดจำเท่าไรนัก
“ไม่ลืมหรอกค่ะ เดี๋ยวพอหมอรักษาให้คุณแม่หายดี จะต้องจำพวกเราได้อย่างแน่นอน” เขารับปากกับลูกสาว ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจเลยสักนิด
กลางดึกคืนนั้นเอง ลักษณ์นาราสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะฝันว่าตัวเองจมลงสู่ก้นแม่น้ำ และกำลังจะขาดอากาศหายใจ
เฮือกกก!!!
“ฝันไปเหรอ” เธอเอ่ยขึ้น พร้อมกับมองไปรอบๆ ทุกอย่างยังเหมือนกับตอนก่อนที่เธอจะหลับไป แปลว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง เธอรอดพ้นจากการจมน้ำตายอย่างนั้นหรือ? เธอนั่งนิ่งงุนงงกับทุกอย่างอยู่บนเตียงผู้ป่วย ท่ามกลางแสงสลัว เด็กหญิงตัวน้อยนอนกอดกับพ่อของเธออยู่ที่โซฟา เขาค่อยๆ ขยับตัวหันมองภรรยาที่นั่งอยู่บนเตียง ก่อนจะค่อยๆ วางลูกสาวลงบนโซฟาแล้วลุกเดินมาหาลักษณ์นารา
“ให้ผมช่วยอะไรไหม” เขาเอ่ยถาม
“อ๋อ...ฉันอยากเข้าห้องน้ำค่ะ”
“เดี๋ยวผมช่วยนะ” เขาช่วยประคองเธอ เดินไปส่งที่หน้าห้องน้ำ หญิงสาวรู้สึกไม่ค่อยชินนัก ที่ต้องอยู่กับคนแปลกหน้า แม้ว่าเขาจะดูเป็นคนดีมากก็ตาม
“เดี๋ยวฉันเข้าไปเองก็ได้ค่ะ คุณรอตรงนี้เถอะ” หญิงสาวพอจะทรงตัวเดินไหว เธอจึงเดินเข้าไปในห้องน้ำด้วยตัวเอง และเมื่อหันหน้ามาที่กระจก ก็ต้องเบิกตากว้าง เพราะเงาที่สะท้อนอยู่ในกระจก มันไม่ใช่ใบหน้าของเธอ
“นี่มันเรื่องอะไรกัน!!!” เธอเอ่ยขึ้น พร้อมกับยกมือขึ้นมาจับใบหน้าของตัวเอง เธอไม่ได้กำลังฝันอยู่ ทุกอย่างมันคือเรื่องจริง หญิงสาวพยายามคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น และความทรงจำก็ค่อยๆ หวนกลับมา
รัญระวีย์กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ในเวลาเดียวกับที่ลักษณ์นาราขับรถตกน้ำ วิญญาณของลักษณ์นาราหลุดออกจากร่าง และถูกแทนที่ด้วยวิญญาณของรัญระวีย์ เพราะความดีของเธอที่ทำมาตลอดทั้งชีวิต ทำให้เธอได้รับโอกาสให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ในครอบครัวที่เหมาะสม
“โอเคหรือเปล่ารัก” เสียงร้องเรียกของเจตนิพัทธ์ทำให้เธอได้สติ
“ค่ะ กำลังจะออกไป” เธอขานรับ ตอนนี้คงต้องทำทุกอย่างให้เหมือนว่าเธอคือลักษณ์นาราไปก่อน ส่วนอะไรเป็นอะไรก็ค่อยว่ากันอีกที
ปรับจำนวนคำ
เสียงร้องของเด็กทารกดังขึ้นภายในห้องคลอด ลักษณ์นารานอนหอบอยู่บนเตียง ใบหน้าเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อและน้ำตา ขณะที่เจตนิพัทธ์ยืนอยู่ข้างกาย มือของเขายังคงจับมือภรรยาเอาไว้แน่น แม้เจ้าตัวจะเจ็บจนเผลอบีบมือเขาไปหลายครั้งแล้วก็ตาม“ลูกออกมาแล้วนะรัก เก่งมากเลยครับ”หญิงสาวพยายามหันไปมองตามเสียงร้อง ก่อนที่พยาบาลจะอุ้มเด็กทารกตัวน้อยมาให้เธอได้เห็นใบหน้า“ลูกชายค่ะคุณแม่ แข็งแรงดีนะคะ”ลักษณ์นารามองเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้จ้า ริมฝีปากของเธอสั่นระริก ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือออกไปสัมผัสแก้มเล็กๆ ของลูกชาย“โชแปง...”เพียงได้เรียกชื่อนั้น น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมาอีกครั้ง“แม่ได้เจอหนูแล้วนะลูก”เจตนิพัทธ์ก้มลงจูบหน้าผากภรรยา เขารู้ดีว่าช่วงเวลานี้มีความหมายกับเธอมากเพียงใด ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ลักษณ์นาราทั้งดีใจและหวาดกลัว เธอมักสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะฝันถึงลูกชายที่จากไป บางครั้งก็ลุกขึ้นมานั่งลูบท้องตัวเองอยู่นาน เพียงเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กน้อยยังอยู่กับเธอวันนี้ความกังวลเหล่านั้นสิ้นสุดลงแล้ว“ขอบคุณนะครับ ที่พาลูกมาหาพี่”“รักต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่เจต”เธอเงยหน้ามองสามี ก่อนหันกลับไปมอ
หลังจากที่ลักษณ์นาราไปพบหมอเพื่อตรวจดูอาการ เธอและเจตนิพัทธ์ได้รับข่าวดีว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง และเวลาล่วงเลยมา 4 เดือนทั้งสองคนก็ได้รู้ว่าเด็กในท้องเป็นผู้ชาย ทั้งคู่ต่างดีใจอย่างมาก โดยเฉพาะลักษณ์นาราที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีโอกาสได้เป็นแม่อีกครั้งหลังจากประสบความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อกลับถึงบ้านในคืนนั้น เจตนิพัทธ์เริ่มคุยกับลักษณ์นาราเกี่ยวกับเรื่องชื่อของลูกชาย เจตนิพัทธ์คิดชื่อของลูกชายออกทันที เมื่อรู้เพศของลูก เขาหวังว่าผลอัลตราซาวจะแม่นยำ เพราะเขารู้ดีว่าลักษณ์นาราก็คงหวังอะไรบางอย่าง และเธอคงดีใจมากแน่ที่รู้ว่าได้ลูกชาย“รัก พี่มีความคิดเรื่องชื่อของลูกอยู่ อยากจะลองเสนอให้รักดู เผื่อรักจะสนใจ” เขาพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ขณะที่นั่งเคียงข้างเธอในห้องนั่งเล่นขวัญวิวาห์ก็ตามติแม่ไม่ห่าง เธอคอยดูแลแม่อย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่รู้ว่าแม่กำลังท้องอยู่ จารุณีเองก็ไม่ต่างกัน พอรู้ว่าลูกสะใภ้มีหลานคนที่สอง ก็เช้าถึงเย็นถึง มีของมาบำรุงมาให้ทุกวัน ส่วนงานที่ร้านเธอก็ช่วยดูแลให้อย่างเต็มที่ เจตนิพัทธ์เสนอจะให้เงินเดือนก็ไม่เอา“รีบร้อนเกินไปหรือเปล่าคะ รักเพิ่งจะท้องได้แค่ 5 เดือน
“หมอบอกว่ารักท้องค่ะ” เธอตัดสินใจพูดออกมาตรงๆ และทันทีที่เจตนิพัทธ์ได้ยิน เขาก็ยิ้มกว้างออกมา“จริงเหรอรัก? มันคือเรื่องจริงเหรอ” เขาถามอย่างไม่เชื่อ หญิงสาวพยักหน้าเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง เจตนิพัทธ์กระโดดด้วยความดีใจ และร้องไห้ออกมาอย่างกับไม่เคยมีลูกมาก่อน“หนูขวัญจะต้องดีใจมากแน่ๆ ลูกทวงน้องกับพี่ทุกวันเลย วันนี้พี่ทำให้ลูกสำเร็จแล้ว” เจตนิพัทธ์บอกกับภรรยา ลักษณ์นาราเมื่อเห็นว่าสามีดีใจขนาดนี้ เธอจินตนาการไม่ออกเลย ว่าลูกสาวจะดีใจแค่ไหน“เราเตรียมเซอร์ไพรส์เรื่องนี้กับหนูขวัญดีไหมคะ จัดปาร์ตี้เล็กๆ ที่บ้าน แล้วก็บอกหนูขวัญเรื่องนี้” ลักษณ์นาราเสนอขึ้น“ดีสิ...เชิญพ่อกับแม่มาด้วยดีไหม?” เจตนิพัทธ์เสนออีก “ได้สิคะ ข่าวดีแบบนี้พวกท่านควรจะได้รู้ด้วย” ลักษณ์นาราเห็นด้วยกับสามี เมื่อทั้งคู่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เจตนิพัทธ์ก็รีบโทรหาแม่ของเขา เพื่อชวนให้มาร่วมปาร์ตี้เล็กที่บ้านของเขา โดยยังไม่บอกว่าจัดปาร์ตี้นี้ขึ้นมาเพราะอะไรเย็นวันนั้นที่บ้านของเจตนิพัทธ์คึกคักไปด้วยคนในครอบครัว เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังไปทั่วโต๊ะอาหาร เป็นบรรยากาศที่อบอุ่น“ตกลงว่าวันนี้จัดปาร์ตี้ฉลองอะไรกันเห
หลังจากที่ลักษณ์นาราและเจตนิพัทธ์ได้ไปพักผ่อนด้วยกัน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่กลับมามีเวลาด้วยกันอีกครั้ง แม้ว่าลักษณ์นาราจะกลับไปทำงานของเธอเหมือนเดิม แต่ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ดีขึ้นในเช้าวันหนึ่ง ลักษณ์นารารู้สึกไม่ค่อยสบายตัว เธอมีอาการคลื่นไส้และวิงเวียนจนต้องนั่งพักอยู่ที่โซฟา เจตนิพัทธ์ที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานก็สังเกตเห็นภรรยาของเขาไม่ค่อยสดชื่นและเธอก็เป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว เขารีบเดินเข้ามานั่งข้างๆ เธอด้วยความเป็นห่วง“รัก เป็นอะไรหรือเปล่า? ดูเหมือนหลายวันมานี้ รักจะไม่ค่อยสบายเลยนะ” เจตนิพัทธ์ถามพลางวางมือบนไหล่ของเธออย่างห่วงใยลักษณ์นารายิ้มบาง ๆ พยายามไม่ให้สามีต้องกังวล แต่ก็ไม่สามารถปิดบังอาการป่วยของตัวเองได้ เธอรู้สึกหน้ามืดเหมือนจะเป็นลมอยู่ตลอดเวลาแบบนี้หลายวันแล้ว“รักรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ แล้วก็ไม่ค่อยอยากกินอะไรเลยค่ะ เป็นมาหลายวันแล้ว...คิดว่าคงเป็นเพราะนอนไม่พอ กลางคืนมันนอนไม่ค่อยหลับด้วย” เธอพูดอย่างไม่ปิดบัง เพราะรู้ว่าถึงอย่างไรก็ปิดบังสามีไม่ได้ เจตนิพัทธ์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจ “งั้นเราไปหาหมอกันเถอะ พี่ไม่สบายใจเลย ปล่อยไว้อย่างนี้ไม
เจตนิพัทธ์กลับมาถึงโรงแรมหลังจากเสร็จสิ้นจากการดินเนอร์กับลูกค้า เขาไม่ได้กินอะไรเยอะนัก เพราะตั้งใจจะกลับมารับประทานอาหารเย็นกับภรรยาในห้อง เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องพัก เขาพบว่าภรรยาของเขานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเล็ก ๆ ที่เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าภรรยาตัวเองสวมชุดสวย แต่งตัวนั่งรอเขาอยู่ เธอหันไปยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน “กลับมาแล้วเหรอคะ? อาหารเพิ่งมาเสิร์ฟเมื่อกี้นี้เองค่ะ ยังร้อนๆ อยู่เลย” เธอพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหาเขา เจตนิพัทธ์วางกระเป๋าและเดินเข้าไปหาภรรยา“พี่ตั้งใจจะมากินพร้อมกับรักอยู่แล้ว ที่นั่นพี่แทบไม่ได้กินอะไรเลย” เขาดึงเธอเข้ามากอดแน่น ลักษณ์นาราค่อย ๆ กอดตอบเขาเช่นกันทั้งสองคนยอดกอดกันเพียงไม่นาน ก็เริ่มกลับไปที่โต๊ะอาหารและเริ่มตักอาหารที่เธอเตรียมไว้ใส่จานให้สามี“คุยงานมาเป็นไงบ้างคะ”“ไม่ได้คุยเรื่องงานกันเลย ปาร์ตี้ล้วนๆ ก็เลยไม่ค่อยได้กินอะไร แต่ก็ดื่มไปพอสมควร” ทั้งคู่ต่างยิ้มให้กันและพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย เจตนิพัทธ์สั่งไวน์มาเพิ่ม เพราะอยากจะชวนภรรยาให้ดื่มด้วยกัน ถึงยังไงพรุ่งนี้เขาก็มีเวลานอนกันทั้งวัน“หน้าเริ่มแดงแล้วนะรัก..
ในการเดินทางไปประชุมต่างจังหวัดครั้งนี้ เจตนิพัทธ์และลักษณ์นาราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันบนรถ ทำให้พวกเขามีโอกาสพูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆ มากมาย ระหว่างที่รถเคลื่อนผ่านทิวทัศน์สองข้างทาง ลักษณ์นารานั่งมองวิว เธอรู้สึกผ่อนคลายกว่าที่เคย“พี่คิดว่าหลังจากนี้เราคงต้องหาเวลาให้ตัวเองมากขึ้นบ้างแล้วนะ” เจตนิพัทธ์เอ่ยขึ้นขณะหันไปมองภรรยาที่นั่งข้าง ๆ“เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันไม่ใช่เหรอคะ?” หญิงสาวตอบกลับด้วยสายตาสับสน หรือเธอเข้าใจอะไรผิดไป“แบบนั้นมันก็ใช่ แต่ว่าเราต่างคนต่างทำงานกันทุกวัน กลับถึงบ้านก็ยังต้องทำงานบ้านกันอีก ค่ำหน่อยก็พาลูกเข้านอนให้เวลากับลูกจนดึก กว่าจะอาบน้ำจัดการตัวเองก็ง่วงแล้ว ไม่มีเวลา...สวีทกันบ้างเลย” ลักษณ์นาราหันมายิ้มบาง ๆ กับคำพูดของสามี และเธอก็รู้สึกเห็นด้วยกับที่เขาพูด“ก็จริงค่ะ ช่วงนี้รักไม่ค่อยได้หยุดพักเลย รักอยากทำร้านให้ดีน่ะค่ะ พี่เจต คุณแม่ คุณพ่อด้วย ทุกคนช่วยเหลือรักอย่างเต็มที่เลย ถ้ามันออกมาไม่ดีรักคงจะรู้สึกผิดหวังกับตัวเองมาก” เธอพูดด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล แม้เธอจะรู้ว่าเจตนิพัทธ์ต้องการให้เธอพักผ่อน แต่ใจลึก ๆ ก็ยังคงห่วงงานของตัวเอง“ไม่ต้อง
“คุณแม่จะไม่เป็นอะไรแน่นอนค่ะ ตอนนี้คุณหมอกำลังช่วยกันรักษาคุณแม่อยู่” ชายหนุ่มบอกกับลูกสาวของเขาอย่างอ่อนโยน ดวงตาไร้เดียงสามองไปที่ประตูห้องฉุกเฉินอย่างมีความหวัง เธอโตพอที่จะวิเคราะห์อะไรๆ เองได้บ้างแล้ว ขวัญวิวาห์ได้ยินย่าของเธอ พูดกับปู่ว่าแม่ของเธอไม่มีทางรอดแน่ เพราะจมน้ำไปพร้อมกับรถตั้ง 5 นา
รัญระวีย์พยายามปรับตัวในร่างของลักษณ์นารา เธอยังไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนัก แต่ก็เชื่อว่าต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ที่ทำให้เอได้โอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ครอบครัวของลักษณ์นาราถือว่าไม่ได้เลวร้ายอะไร ออกจะไปทางดีมากเสียด้วยซ้ำ เจตนิพัทธ์ดูแลเอาใจใส่ภรรยาเป็นอย่างดี หนูขวัญตัวน้อยก็เอาใจแม่ทุกอย
“โอ๊ย!!!” ทีปกรร้องลั่น เมื่อรัญระวีย์ออกแรงผลักเขาจนล้มหัวฟาดขอบโต๊ะ เลือดสีแดงไหลอาบศีรษะของเขา“มันจะเกินไปแล้วนะเว้ย!!!” ทีปกรพุ่งเข้าหารัญระวีย์ทันที เมื่อเขาตั้งหลักได้ เลือดที่ไหลออกมากระตุ้นความบ้าคลั่งในตัวของเขาให้ทวีมากขึ้นเป็นเท่าตัว“ก็เข้ามาสิ คราวนี้ฉันก็ไม่ยอมแล้วเหมือนกัน” หญิงสาวห
1 วันก่อนเกิดเหตุภายในบ้านหลังใหญ่ทุกอย่างดูรกไปหมด ข้าวของวางไม่เป็นที่เป็นทาง ภายในบ้านก็เงียบราวกับไม่มีคนอยู่ ร่างบางมองไปรอบๆ เธอรู้สึกว่าแค่เธอไม่อยู่เพียงสองวัน บ้านก็รกได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ รัญระวีย์ หญิงสาววัย 30 ปี เธอเป็นแม่บ้านเต็มตัวตั้งแต่แต่งงานกับสามีเมื่อ 8 ปีก่อนจากเคยเป็นพนักงา







