เข้าสู่ระบบไป๋เสวียนเริ่มชินกับร่างใหม่ แต่สิ่งที่นางต้องปรับตัวคือนางต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมารีดนมแพะให้น้้องสาวคนเล็ก ไป๋หย่างตอนนี้เริ่มพลิกตัวคว่ำได้แล้ว ส่วนเรื่องอื่นหญิงสาวค่อยๆคิด ตอนนี้หมดปัญหาเรื่องปากท้อง แต่นางต้องทำร่างกายให้แข็งแรงเพื่อจะได้ใช้วิชาป้องกันตัวเองและปกป้องน้องๆได้ ยิ่งตอนนี้ในบ้านมีแค่สตรี อาจมีคนคิดรังแกได้ เยียหลินเป็นคนมีวรยุทธ ถ้าไม่เพราะประมาทนางคงไม่พลาดท่าเสียรู้เจ้าสารเลวเชียงหลงเฟินแน งานนี้ถ้ามีโอกาสนางรับรองว่าจะต้องแก้แค้น2ผัวเมียนั้นแน
แต่สิ่งที่คาใจหญิงสาวมาตลอดคือทำไมเชียงหลงเฟินถึงรู้ว่านางมีสมบัติและอาวุธ แม้แต่มารดาของนางยังไม่รู้ เจ้าสามีสารเลวดันรู้ความลับได้ แต่เหมือนเขาจะรู้ไม่หมด ไม่เช่นนั้นอนุฝูต้องพูดแล้วว่าของชิ้นนั้นเป็นจี้หยกไม่ใช้กุญแจ "พี่ใหญ่"ไป๋เฟิ่งอุ้มไป๋หย่างออกมาดูพี่สาวฝึกดาบ ที่นางเองก็ไม่รู้ว่าพี่สาวไปฝึกมาจากไหน แต่ท่าทางที่คล่องแคล่วบ่งบอกว่านางฝึกมานานแล้ว แต่จะเป็นไปได้เช่นไรกัน "มีอะไรรึ?" "แดดแรงแล้วแผลท่านยังไม่หายดี อย่าหักโหมสิเจ้าค่ะ" "อ้ะ.."ไป๋หย่างยืดตัวไปหาพี่สาวคนโตเพื่ออ้อนให้นางอุ้ม ไป๋เสวียนเลยเก็บดาบแล้วอุ้มน้องสาวคนเล็ก ที่ตอนนี้ตัวเริ่มกลมจากที่ได้กินนมแพะทุกวันเป็นเวลาเกือบเดือน ก่อนหน้านี้นางต้องกินแต่น้ำข้าวเสียหลายวัน พอได้นมแพะนางถึงกลับมาตัวกลมเป็นก้อนซาลาเปาน้อยๆ "ตอนนี้ที่บ้านเราไม่มีบุรุษอยู่ในบ้าน พี่จึงต้องเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกายเพื่อที่จะได้ปกป้องเราทุกคนได้" "ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ เช่นนั้นน้องก็จะฝึกด้วย" "ดีมาก..มีวิชาไว้ป้องกันตัวใครก็ทำอะไรเราไม่ได้"ไป๋เสวียนเอ่ยเตือนน้องสาว แต่พอนึกอะไรได้เตือนอีกรอบ "ที่สำคัญคือวาจาของคน อย่าได้หลงเชื่อคำพูดใครง่ายๆยิ่งบุรุษยิ่งต้องระวังให้จงหนัก" "พี่ใหญ่พูดเหมือนเจอผู้ชายหลอกมา ท่านอยู่แต่บ้านไม่เคยเจอใครเลยนะเจ้าคะ" "พี่ก็เตือนไว้เท่านั้นแหละ" "ไป๋เฟิ่ง..อยู่มั้ย?"เสียงเรียกจากหน้าบ้าน 3พี่น้องเลยเดินออกไปดู "ท่านป้าจู..มีอะไรหรือเจ้าคะ"ป้าจูเป็นคนในหมู่บ้านและมีอีกอาชีพคือการเป็นแม่สื่อให้หนุ่มสาวในหมู่บ้านและต่างหมู่บ้าน "เชิญเข้ามาด้านในก่อนเจ้าค่ะ"ไป๋เสวียนเชิญนางเข้ามานั้งภายในบ้าน พอป้าจูเข้ามานั้งพร้อมมองรอบๆภายในบ้าน "ที่ข้ามาวันนี้ก็จะมาคุยกับกับไป๋เสวียนเรื่องแต่งงานนะ เจ้าก็อายุถึงวัยแต่งงานแล้ว เออ..พอดีมีคนสนใจจะแต่งเจ้าเป็นสะใภ้นะ" "เออ..ข้ารู้ว่าบ้านเจ้าเพิ่งเสียบิดามารดาไป ยังไม่ต้องแต่งปีนี้หมั้นเอาไว้ก่อนแล้วปีหน้าค่อยแต่งก็ได้"ป้าจูรีบพูดดักไว้ก่อน นางได้รับตำลึงมาไม่น้อยเพื่อให้ไป๋เสวียนยอมแต่งงานด้วย ส่วนไป๋เสวียนก็หน้าตึงทันที นางเพิ่งจะหลุดพ้นเจ้าสามีสารเลวมา แล้วนี้จะมาให้นางแต่งงานอีกแล้วเหรอ ไม่มีทาง "ข้าคงต้องขอปฏิเสธเจ้าค่ะ ท่านป้าก็เห็นว่าตอนนี้ที่บ้านข้าเหลือกันแค่3พี่น้อง แถมไป๋หย่างก็ยังอ่อนเยาว์นัก ข้าไม่ทิ้งน้องๆไปแนเจ้าค่ะ" "แต่ยังไม่ต้องแต่งปีนี้ก็ได้ แค่หมั้ยหมายกันไว้ก่อน บ้านเฮอเขารอได้ " "ข้าก็ยังยืนยันคำเดิมเจ้าคะ ถ้าจะแต่งต้องแต่งเข้ามาในสกุลถังเท่านั้นแต่คงไม่ใช้เร็วๆนี้แนนอนเจ้าคะ" สุดท้ายป้าจูก็ต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง "พี่ใหญ่ปฏิเสธไปแบบนั้นมันจะดีหรือเจ้าคะ?" "ทำไมจะไม่ดี พี่ยังไม่อยากแต่งงาน อยู่เลี้ยงพวกเจ้านี้แหละ หรือเจ้าอยากแต่ง!" "ไม่เจ้าคะ..ข้าจะอยู่เลี้ยงหย่างเอ๋อ" "ถึงเวลาเจ้าก็ต้องแต่งงาน แต่เพียงไม่ใช้เร็วๆนี้แน ถ้าคนไม่ดีพี่ไม่ให้แต่ง หรือถึงแต่งไปแล้วก็ไปรับเจ้ากลับมาได้ น้องแค่2คนพี่เลี้ยงได้อยู่แล้ว" นางคิดถึงตนเองที่ตอนจะขอหย่าเชียนหลงเฟิง แต่บ้านเดิมกลับไม่คิดตอนรับเหมือนมองว่านางเป็นเนื้อร้ายจนคิดตัดทิ้ง นางจะไม่ทำกับน้องๆทั้ง2คนแน "ข้ายังไม่แต่งงานพี่ใหญ่ก็คิดไปถึงตอนเลิกลาสะแล้ว555" "ว่าไม่ได้...เกิดเจ้าไปถูกใจใคนเข้า พี่ก็ต้องตามใจเจ้าอยู่แล้ว" "ถ้าข้าจะแต่งก็ต้องแต่งหลังท่านนะเจ้าคะ ท่านเป็นพี่สาวคนโต น้องจะข้ามหน้าแต่งก่อนไม่ได้" "เอาละๆ..ไว้ให้ถึงตอนนั้นค่อยคิดแล้วกัน"ไป๋เสวียนเลยเดินไปปิดกลอนประตูหน้าบ้าน ส่วนไป๋เฟิ่งก็ผูกไป๋หย่างไว้ข้างหลังแล้วเดินไปสุมไฟไล่แมลงให้เหล่่าสัตว์เลี้ยง เช้าของอีกวันไป๋เสวียนก็มานั้งคิดว่าจะอยู่แบบไม่มีอาชีพไม่ได้ ผู้คนจะสงสัยว่าพวกนางเอาตำลึงมาจากไหน ดีไม่ดีอาจมีคนคิดไม่ซื่อเข้ามาปล้นพวกนางก็เป็นได้ ตอนนี้นางมีร่างกายที่แข็งแรงแล้ว แถมยังฝึกวรยุทธทุกวันจนตอนนี้นางสามารถต่อสู้กับศัตรูได้สบายแถมอาวุธที่อยู่ในคลังเก็บของยังมีให้นางเลือกใช้หลายแบบ ทุกแบบท่านยายเขียนกำกับระบุวิธีใช้อีกด้วย นางคิดว่าจะขึ้นไปล่าสัตว์ หนึ่งเพื่อฝึกวิชา สองนางได้มีข้ออ้างที่มาที่ไปของตำลึง แถมยังเป็นการประกาศให้คนอื่นรู้ว่านางสามารถปกป้องน้องได้ ใครคิดจะมารังแกพวกนางต้องคิดใหม่ ทางด้านสกุลซื่อก็กำลังเค้นถามฮูหยินซื่อเรื่องที่เขาสืบรู้เรื่องห้องลับที่มีทั้งสมบัติและคลังอาวุธมากมายที่แม่ยายได้ซ้อนไว้ "เจ้าจะไม่รู้ได้ไงว่าท่านแม่ยายมีของล้ำค่าขนาดนั้น ถ้าไม่เพราะหลงเฟินเมาแล้วหลุดปากออกมาข้าคงไม่รู้ "แล้วบุตรเขยท่านไปรู้เรื่องนี้ได้เช่นไรกัน ขนาดข้ายังไม่รู้" "ข้าหลอกถามมาแล้ว เจ้าหลงเฟินบอกแอบได้ยินเยียหลินพูดกับสาวใช้ แต่ได้ยินไม่ถนัด จึงไม่รู้ว่ากุญแจนั้นบุตรสาวเราซ้อนไว้ที่ไหน " "แต่ตอนนี้หลินเอ๋อตายไปแล้ว เราจะหาของสิ่งนั้นเจอได้ไงเจ้าค่ะ " "ข้าถึงมาถามเจ้ายังไงละว่าของนั้นอยู่ไหน" "ท่านแม่รักหลินเอ๋อมาก ถ้ามีของสิ่งนั้นจริงก็คงยกให้หลินเอ๋อ คงไม่บอกข้าหลอกเจ้าค่ะ" "ถ้ารู้ว่ามีล้ำค่าอยู่ตอนหลินเอ๋อขอกลับมาอยู่ที่จวนเราน่าจะให้นางกลับมา ไม่แนนางอาจเอาของสิ่งนั้นมาให้เราก็เป็นได้"รองแม่ทัพซื่อคิดอย่างเจ็บใจ เขาก็อยากได้สมบัตินั้น "เอะ..ท่านพี่บอกว่าหลินเอ๋อพูดกับสาวใช้ ก็ต้องเป็นชิงฉีสิ ถ้าจับนางมาถาม เราก็จะรู้ว่ากุญแจอยู่ที่ไหน" "แล้วตอนนี้นางอยู่ที่ไหน?"ทำไมเขาคิดไม่ถึงนะ "ตั้งแต่หลินเอ๋อตายไป ชิงฉีนางไปอยู่ไหนเจ้าค่ะ?" ด้วยเหตุนี้แม่ทัพไป๋จึงมีคำสั่งให้ตามล่าหาสาวใช้ของบุตรสาวโดยบอกว่าจะรับนางกลับจวนมาให้อยู่ด้วยกัน พอเชียงหลงเฟินรู้ว่าอดีตพ่อตาตามหาสาวใช้ของเยียหลิน ตอนแรกเขาไม่คิดใส่ใจเพราะหลังเสร็จจากงานศพสาวใช้ผู้นั้นก็หายตัวไปและเขาก็ไม่คิดใส่ใจ "แมัทัพซื่อนี้ก็แปลกนะเจ้าค่ะ กะอีแค่สาวใช้คนเดียวกลับตามหาทั่วเมืองแถมมีรางวัลให้กับคนที่บอกเบาะแส"อนุฝูพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ ถึงตอนนี้จะไม่มีเยียหลินเป็นหนามตำใจแต่ด้วยฐานะของนางก็ไม่สามารถแต่งเป็นภรรยาเอกได้ "หรือสาวใช้คนนั้นมีอะไร...?" "นางเป็นแค่สาวใช้จะมีอะไรให้แม่ทัพซื่อตามหาตัวขนาดนั้นเจ้าค่ะ" เชียงหลงเฟินนั้งนึกยังไงก็นึกไม่ออกจนหลายวันผ่านไปเขาถึงนึกออก "สาวใช้ผู้นั้นรู้ที่ซ้อนของกุญแจห้องสมบัติ ท่านพ่อตาต้องอยากได้กุญแจเป็นแนแท้ เช่นนั้นเราก็ต้องหานางให้เจอก่อน" ด้วยเหตุนี้ทั้งพ่อตาและบุตรเขยต่างก็ให้คนออกตามหาชิงฉีสาวใช้ประจำตัวของเยียหลินโดยที่ทั้ง2ไม่รู้ว่าสาวใช้ผู้นั้นได้ตายตามเจ้านายไปนานแล้ว เยียหลินที่ตอนนี้เป็นไป๋เสวียนเต็มตัวก็กำลังฝึกน้องสาวต่อสู่ อาวุธของท่านยายที่มีอยู่ในห้องลับ มีหลากหลายแบบ นางเลยให้น้องสาวเลือกอาวุธที่คิดว่าตนเองถนัดที่สุดคือกระบี่คู่ ไป๋เฟิงที่ชอบกระบี่คู่ก็ฝึกใช้ทุกวัน ส่วนไป๋เสวียนก็ขึ้นเขาไปหาของป่าเอามาขาย นางฝึกมือจนสามารถล่าสัตว์ป่าขนาดเล็กได้ ทั้งกระต่ายและไก่ป่าที่มีความเร็วนางก็สามารถล่านำมาฝากน้องๆเป็นประจำ ตอนเอาสัตว์ป่าไปขายนางก็จะพาน้องๆนั้งรถม้าคันเล็กไปด้วย และด้วยชาวบ้านต่างรู้ว่าที่ท้ายหมู่บ้านมีแค่3พี่น้องที่อาศัยเพียงลำพังแถมเป็นสตรีรูปร่างบอบบาง จึงทำให้คนที่คิดไม่ซื่อวางแผนจะเข้าไปปล้นบ้าน3พี่น้อง ดึกดื่นคืนหนึ่ง ในขนาดที่3พี่น้องนอนอยู่ ก็ได้มีโจรกลุ่มหนึ่งปีนเข้ามาภายในกำแพงบ้านเพื่อนปล้นบ้าน3พี่น้อง ด้วยรู้ว่ามีแค่สตรีกับเด็กอ่อน ไป๋เสวียนด้วยเป็นคนประสาทสัมผัสไวก็ลุกตั้งแต่ที่ได้ยินเสียงคนปีนกำแพงบ้าน หญิงสาวค่อยๆออกจากห้องแล้วแอบมองกลุ่มคนที่เดินสำรวจรอบๆบ้านเพื่อหาทางเข้ามาภายใน ไป๋เสวียนรีบหาอาวุธมาเตรียมไว้ แต่พวกมันมากันหลายคน นางคงสู้พวงมันไม่ได้แน ต้องคิดว่าทำอะไรถึงไล่คนพวกนี้ออกไป แล้วนางก็เจอหน้าไม้ในห้องเก็บอาวุธ หญิงสาวเลยเอาออกมาเพื่อเป็นอาวุธ นางเคยยิงธนูที่ค้ายทหารแต่ไม่เคยใช้หน้าไม้ ไป๋เสวียนแอบบออกมาจากบ้านแล้วหาที่หลบก่อนจะยิงหน้าไม้ใส่ผู้บุกรุก "โอ้ยยย..ใครมันลอบทำร้ายข้า"1ในผู้บุกรุกที่โดนหน้าไม้ยิงใส่ก็ร้องขึ้นแล้วหันมองรอบๆ "ข้าให้เวลาพวกเจ้า จงออกไปจากบ้านข้าสะ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าโหดเหี้ยม "ไป๋เสวียนออกมายืน ด้านหน้าพวกมันแล้วเอ่ยเตือน "เป็นแค่สตรี ทำไมถึงใช้ของอันตรายเช่นนี้ละจ้ะน้องสาว มาให้พี่ข้าดูแลเจ้าดีมั้ยจ้ะ"โจรอีกคนพอเห็นเป็นแค่สตรีเลยคิดเกี้ยวพา คืนนี้ถือว่าได้กำไร "ใครน้องสาวเจ้า ออกไปเสีย ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน"ไป๋เสวียงพูดพร้อมกับนับจำนวนคน ถ้าในอดีตนางมั่นใจว่าสู้ได้แน่นอน แต่ร่างใหม่นี้ยังไม่เคยสู้อย่างจริงจังมาก่อน แต่นางจะแสดงให้คนพวกนี้รู้ไม่ได้ นางเป็นถึงบุตรสาวรองแม่ทัพจะมาแพ้พวกโจรกระจอกมันเสียศักดิ์ศรีท่านปู่ของนางเป็นคนเถรตรงและซื่อสัตย์สุจริต แต่กลับเป็นคนโง่งมเรื่องครอบครัว มิดา มารดานางถูกฮูหยินเล็กแอบวางยาจนตายก็ไม่เคยรู้ และพอตนเองจะต้องไปอยู่ชายแดน ก็ยกนางให้ท่านย่าดูแล ท่านย่าก็ยกนางให้ฮูหยินเล็กรับช่วงต่ออีกทีแล้วฮูหยินเล็กก็วางแผนให้มีหมอดูมาทำนายว่าหญิงสาวมีดาวอัปมงคลอาจส่งผลให้แม่ทัพใหญ่เกิดอันตราย ต้องให้นางไปอยู่ไกลๆเพื่อแก้เคล็ด สุดท้ายนางจึงถูกส่งไปอยู่บ้านเดิมของมารดา โดยที่ท่านปู่ไม่เคยรู้ ทุกครั้งที่แม่ทัพเหลินกลับมาฮูหยินผู้เฒ่าก็จะโกหกว่าหลินเหม่ยเย่ไปถือศิลที่อาราม แล้วแม่ทัพเหลินก็ไม่คิดสงสัย เขาไว้ใจภรรยามากเชื่อมั่นในตัวนางตลอดเหลินเหม่ยเย่ได้แต่กลอกตามองบน เมื่อทำพิธีคารวะผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวจบ นางก็ดินออกมาขึ้นเกี้ยวที่สร้างอย่างสวยงาม นางขึ้นนั้งบนเกี้ยว ตลอดทางจากจวนตระกูลเหลินถึงวังหลวง ชาวบ้านต่างยืนเต็มสองข้างทาง เพื่อรอชมมารดาของแผนดิน นางนั้งหลังตรงยิ้มน้อยๆไปตลอดทางจนมาถึงวังหลวงก็ถึงพิธีหน้าประตูดีว่านางจำขั้นตอนได้หมดจึงผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แล้วเกี้ยวเจ้าสาวก็ผ่านประตูวังเข้าไปพอถึงพิธีที่ฝาบาทต้องเดินมารับเจ้าสาว หญิงสาวก็ใช้โอกาสนั้นแอบมองเ
"จับองค์รัชทายาทแต่งงานด้วยไงละ อุ๊ยย...ท่านอย่าบอกใครนะ ไม่เช่นนั้นหัวข้าคงยากจะรักษาให้คงอยู่บนบ่าได้""หึหึ..แล้วเจ้ามั่นใจได้เช่นไรว่าพระองค์จะแต่งให้เจ้า"สตรีผู้นี้แปลกดี พระองค์ไม่เคยเจอคนที่กล้าพูดแบบนี้คำพูดของบุรุษตรงหน้าเหมือนมีน้ำเย็นที่สาดใส่หน้านางทำให้นางได้สติ ใช้สิ นางเป็นใคร ทำไมถึงคิดว่าบุรุษสูงส่งขนาดนั้นจะลดตัวลงมาแต่งงานให้นาง ตอนที่พระองค์รับปากหมอพเนจรก็เพราะบุญคุณ แต่นางไม่มีวิชาแพทย์แล้วจะช่วยเขาได้เช่นไรกัน คงไม่ได้แล้วละ แบบนั้นนางก็ต้องเปลี่ยนแผนใหม่"ท่านพูดก็มีเหตุผล ข้ามันคิดน้อยไปหน่อย เช่นนั้นข้าคงต้องหาทางอื่น""เจ้าเลิกคิดจะแต่งงานกับองค์รัชทายาทแล้วหรือ""อื่อ..คนอย่างข้าต่ำเตียเลี้ยดินเช่นนี้จะเอาความกล้าอะไรไปคิดอยากกินเนื้อหงส์ แต่งไปก็สร้างแต่ความอับอายให้พระองค์""แล้วเจ้าจะยอมแต่งงานแทนผู้อื่น" "ไม่" หญิงสาวตอบอย่างไม่คิด ชาติที่แล้วนางตายเพราะถูกบ้านสามีรังแกจนเสียชีวิต "ให้เราช่วยมั้ย"เหลินเหม่ยเย่มองบุรุษตรงหน้าก่อนจะพูดออกมาตามตรง"ข้าบอกตามตรง นายท่านดูเช่นไรก็เป็นคนมั่งมี แต่ตัวข้านั้นแม้ปิ่นปักผมยังต้องใช้ไม้ไผ่มาทำเป็นปิ่น แต่งไปท่
เมื่อจัดการเรียบร้อยองค์รัชทายาทก็ขึ้นครองราชย์ และจัดพระศพให้ฮองเต้องค์ก่อนและเหล่าสนมร่วมทั้งองค์ชายองค์หญิงให้สมพระเกียรติองค์หญิงเยี่ยนฟางเสด็จกลับเข้าวังเพื่อมาถวายพระพรศพของพระบิดาและมารดา องค์หญิงพอมาเห็นพระศพของทั้งสองพระองค์ก็ร้องไห้จนตาบวม ตลอดชีวิตขององค์หญิงเยี่ยนฟางมีแค่เสด็จพ่อเสด็จแม่ นางไม่เคยคิดถึงวันที่ไม่มีทั้งสองพระองค์อยู่ข้างตัว ตอนนี้องค์หญิงเหมือนเรือที่ไร้จุดหมาย ไม่มีคนคอยพายพานางไปตามทางตอนแรกการแต่งงานจะถูกเลื่อนเพราะองค์หญิงต้องไว้ทุกข์ให้เสด็จพ่อเสด็จแม่ แต่เหมือนอดีตฮองเต้เกาจงจะเดาอนาคตออก พระองค์เขียนในราชโองการว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นงานแต่งต้องจัดตามกำหนด เหตุนี้งานต้องขององค์หญิงเยี่ยนฟางกับคุณชายฮวนซีซวนก็ได้จัดขึ้นในอีกหนึ่่งเดือนเลื่อนจากกำหนดเดิมมาครึ่งเดือนเพราะเหตุองค์ชายใหญ่ก่อกบฏนางกำนัลทั้งสามและขันทีเสี่ยวจือก็ได้ติดตามองค์หญิงไปสกุลฮวน ในวันแต่งเจ้าสาวไม่มีแม้รอยยิ้ม นางยังทำใจไม่ได้เรื่องเสด็จพ่อเสด็จแม่ นางไม่เข้าใจทำไมเสด็จพ่อถึงได้เขียนกำชับเรื่องแต่งงานด้วยแต่ถ้าไม่แต่งงาน นางก็ไม่มีที่อยู่ จะให้อยู่ในวังตอนนี้มันก็ไม่ใช่ที่ขอ
เมื่อองค์รัชทายาทเห็นตรามังกร พระองค์ก็พอจะเดาชะตากรรมของเสด็จลุงออก หวังว่าองค์ใหญ่ใหญ่จะไม่อำมหิตอย่างที่ตนหวั่นใจ "สั่งการไป ให้เก็บของ เราจะกลับเมืองหลวง""พะยะคะ""ให้ฝ่ายเสบียงตามไปที่หลังแล้วให้ทหาร1500นายตามเราล้วงหน้าไปก่อน ทุกคนเตรียมอาวุธให้พร้อม" พระองค์มั่นใจว่าระหว่างทางคงมีมือสังหารรอตอนรับอยู่เป็นแนเมื่อทหารพร้อมก็ออกเดินทางโดยมีเสี่ยวจือเดินทางกลับด้วย ที่จวนสกุลฮวน องค์หญิงที่กำลังเป็นห่วงพระบิดาและเสด็จแม่ของตนเอง ได้แต่นั้งให้เสี่ยวฟางแต่งตัวให้"ทรงยิ้มหน่อยสิเพคะองค์หญิง ทำหน้าเช่นนี้ไม่เหมาะกับพระองค์เลยเพคะ"จิ้วเย่วสงสารองค์หญิงน้อยยิ่งนัก "หญิงคิดถึงเสด็จพ่อเสด็จแม่ เมื่อไรหญิงจะกลับวังได้" นางกำนัลทั้งสามไม่กล้าบอกว่าทั้งสองพระองค์สิ้นพระชนไปแล้วแล้วอยู่ๆเจ้าเสี่ยวฝูก็หูตั้งแล้วกระดิกหาง ฮวนซีซวนเดินเข้ามาพร้อมดอกบัวในสระที่กำลังออกดอกสวยพร้อมส่งกลิ่นหมออ่อนๆออกมา"พี่ซีซวน""กระหม่อมมีดอกบัวมาฝากองค์หญิงพะยะคะ"พร้อมยื่นดอกบัวสีสวยให้คู่หมั่น องค์หญิงพอเห็นคู่หมั่นหนุ่มก็ยิ้มเต็มใบหน้า"พาหญิงกลับวังได้มั้ย หญิงคิดถึงเสด็จแม่" ซีซวนมองคู่หมั่นของตนก่อน
เมื่อห่าธนูหยุด คนขององค์ชายใหญ่ก็เข้าไปดู เข้าไปในตำหนักก็เห็นเหล่าองครักษ์ใช้ตัวบังองค์เหนือหัวแลัะพระสนม ก่อนจะออกไปรายงานองค์ชาย "ทูลท่านอ๋อง เหลือฝาบาทและพระสนมพะยะคะ"อ๋องจวิ้นเดินเข้าไปในตำหนักก็เห็นองครักษ์เงาทั้ง15คนและโจกงกงยืนบังรับลูกธนูฮองเต้และสนมเกาจนพรุนไปทั้งตัวส่วนฮองเต้เกาจงกับสนมเกาที่โดนลูกธนูปักตามตัวต่างหายใจรวยริน"เสด็จพ่อ เอาตรามังกรออกมาให้ลูกเถอะพะยะคะ""เ..จ้าจัะม่าย..มีวันได้มั..."องค์เหนือหัวหมดแรงที่จะตรัสออกมา พระองค์จับมือกับสนมเกาที่ตอนนี้นางได้สิ้นใจจากไปแล้วเพราะถูกลูกธนูพุ่งใส่ถึงสองดอก ส่วนฮองเต้เกาจงถูกลูกธนูปักหนึ่งดอก แต่ก็ถูกตำแหน่งสำคัญ พระองค์รู้ตัวว่าคงเหลือเวลาไม่มากแล้ว"ท่านมันลำเอียง บัลลังก์มันครวเป็นของลูก เสด็จพ่อบังคับให้ลูกต้องอำมหิต"องค์ชายใหญ่ตะโกนออกมาอย่างอัดอั้นฮองเต้เกาจงได้แต่มองพระโอรสของตนเองแล้วใจสะท้อน ก่อนจะค่อยๆหลับตาแล้วจากไปในที่สุด"เสด็จพ่อ ท่านบอกมาว่าเอาตรามังกรไว้มั้ย บอกมาเดี๋ยวนี้"องค์ชายใหญ่เาไปเขย่าตัวพระบิดาแล้วตะโกนถามอย่างคนเสียสติ"องค์ชายใหญ่พะยะคะ เย็นพระทัยก่อนพะยะคะ"แต่องค์ชายใหญ่เต๋อหลงตอนนี้เ
เมื่อคุณหนูถังเดินหนีไป แต่ฮวนซีซวนก็ยังไม่พาองค์หญิงน้อยลงจากต้นไม้"หญิงอยากลงแล้ว"นางรู้สึกกลัวที่ต้องนั้งที่สูงๆเช่นนี้ "มีข้าอยู่นี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะตก"ชายหนุ่มให้ความมั่นใจองค์หญิงน้อยมองหน้าคู่หมั่นหนุ่มก็ยิ้มออกมา"ท่านรับปากแล้วนะ"องค์หญิงเยี่ยนฟางรู้มาตลอดว่าตนเองมีคู่หมั่น แต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน วันนี้ได้เห็นตัวจริง ช่างเป็นชายหนุ่มที่องอาจ หน้าตาก็งาม "เจ้านี้ถือว่าเป็นของขวัญแรกพบหน้าของเรา "ชายหนุ่มพูดพร้อมหันมามององค์หญิงน้อยหน้าตาจิ้มริ้ม "ขอบคุณพี่ซีซวน"องค์หญิงน้อยกอดเจ้าลูกสุนัขด้วยความเอ็นดู"แต่ต้องรอมันหย่านม่อนนะ เมื่อมันหย่านมแล้วข้าจะให้พระชายานำมันไปส่งให้ในวัง"ทั้งสองนั้งคุยกันจนเจ้าลูกสุนัขร้องเพราะหิวนม ชายหนุ่มถึงพาคู่หมั่นลงจากต้นไม้ หลังจากนั้นเขาก็มักจะมีของมาฝากนางตลอด แต่นี้เงียบไปเลย องค์หญิงนั้งหน้าเศร้า จนได้ยินเสียงที่คุ้นเคย"องค์หญิงเหมาะกับใบหน้าที่สดใสมากกว่านะพะยะคะ"องค์หญิงเยี่ยนฟางยิ้มด้วยความดีใจ"พี่ซีซวน""ดึกแล้ว ทำไมถึงยังไม่นอน""ท่านแอบเข้าวังมาอีกแล้ว"คู่หมั่นนางมักจะแอบเข้ามาในวังหานาง ถึงจะไม่บ่อย แต่นางก็กลัวว่าว่าคู่หมั




![ตำนานรักแผ่นดินกงซุน [NC25+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


