เข้าสู่ระบบหลังจากเสร็จจากการสร้างเล้าไก่ เจอเยียนก็เดินไปปิดประตูรั้วตรวจดูความเรียบร้อยก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน
พอสายๆของอีกวัน ผู้ใหญ่บ้านก็เดินมาเตือนให้บ้านนางระวังตัว "ไป๋เสวียนเอ้ย.." "เจ้าคะ ลุงผู้ใหญ่บ้าน" "มีคนบอกว่าช่วงนี้มีโจรป่าค่อยเข้ามาปล้นบ้านเรือน ข้าเลยมาเตือนพวกเจ้าให้ระวังตัว เพราะบ้านเจ้าอยู่หลังสุดท้ายของหมู่บ้านด้วย" บ้านถังไม่ถึงกับอยู่ห่างจากบ้านอื่นนัก แต่ก็อยู่หลังสุดท้ายของหมู่บ้านจึงอาจเป็นเป้าหมายของพวกโจรได้ "เจ้าคะ ขอบคุณท่านผู้ใหญ่บ้านที่เดินมาเตือน พวกเราจะระวังตัวเจ้าคะ" เมื่อผู้ใหญ่บ้านกลับไปทั้งสามก็มานั้งคุยกันเพื่อเตรียมป้องกัน "เราต้องเตรียมป้องกันไว้ก่อนดีที่สุด ข้าห่วงสุดคือสัตว์เลี้ยง ถ้ายังไงช่วงนี้ข้าจะนอนเฝ้าพวกมันเอง"เจอเยียนเสนอตัว เขาเป็นบุรุษคนเดียวในบ้าน แถมเขายังเป็นหน่วยรบพิเศษอีกด้วย ปืนในคอนโดเขาก็มี ชายหนุ่มมั่นใจว่าสามารถปกป้องสามพี่น้องได้แน "แต่จะลำบากเจ้าก่อนไปมั้ย นอนเฝ้าสัตว์ตอนกลางคืนยุ่งมี มันออกจะเอาเปรียบเจ้าเกินไปนะ" "ข้าก็คนในครอบครัวท่านเหมือนกัน ลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นวาทีน้องเขยท่านนะ" "เช่นนั้นเจ้าก็ระวังตัวด้วย มีอะไรตะโกนเสียงเรียกพวกเราได้ เราพี่น้องพอมีฝีมืออยู่บ้าง" "ขอรับท่านพี่"ชายหนุ่มละแปลกใจว่าไป๋เสวียนอายุ17หนาวจริงหรือ นางทำตัวเป็นแม่แก่มาก ช่วงกลางวันเจอเยียนเหลาไม้แหลมแล้วเอาไปปักบนกำแพงเขายังผสมดินกับหญ้าเอามาโปะไว้อีกชั้นเพื่อให้ไม้แหลมแนนขึ้นและเอาหินที่มีความแหลมคมมาติดไว้คู่กับไม้แหลม เขาทำจนทั้วบ้าน เพื่อกันคนปีนข้ามกำแพงเข้ามา ส่วนตัวเองก็เตรียมเต๊นท์ไว้นอนเฝ้าสัตว์ของครอบครัว 4วันที่ชายหนุ่มนอนในคอกสัตว์ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเข้าคืนที่5 เขาก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวบริเวณนอกบ้าน เลยตั้งใจฟัง "ลูกพี่ บ้านนี้มันทำหนามแหลมป้องกันกำแพงเอาไว เราจะเข้าไปยังไงดี" "พวกแกก็ค่อยๆปีนข้ามไปสิว่ะจะไปยากิะไร " "โอ้ยยย..กำแพงข้าจับไม่ได้เลย มันมีอะไรไม่รู้ทั้งคมและแหลม ดูสิมันบาดมือข้าจนเลือด" "ลูกพี่ พวกเราปีนข้ามไปไม่ได้แน บนกำแพงเต็มไปด้วยของแหลมคม " "แต่ข้าได้กลิ่นสัตว์เลี้ยง บ้านนี้ต้องมีของมีค่าให้เราปล้นแนๆถึงป้องกันแนนหนาขนาดนี้" "เช่นนั้นเราต้องปล้นบ้านหลังนี้ให้ได้"เสียงที่น่าจะเป็นคนเป็นลูกพี่พูดขึ้น เจอเยียนเตรียมปืนออกมา ปืนและมีดสปาต้าความยาว24นิ้วออกมาเตรียมรับมือ เพราะเท่าที่ฟัง พวกมันหมายมั่นจะเข้ามาให้ได้ "เป้งงง" "มันเอาหินแหลมมาวางบางตรงไม้ ทำให้เราฟัดไม้ไม่ได้ ลูกพี่เอาไงดี"ลูกสมุนโจรลองหลายวิธีก็ข้ามกำแพงมาไม่ได้ "ลูกพี่..ข้าเปิดประตูได้แล้วขอรับ"หนึ่งในลูกสมุนเรียกลูกพี่ เจอเยียนเมื่อได้ยินคำพูดก็รีบออกมาแล้วใช้ปืนเก็บเสียงยิงใส่กลุ่มโจรที่กรูกันเข้ามาภายในบริเวรบ้าน ถึงจะมืดแต่ด้วยมีแสงจากดวงจัทร์ทำให้เขาสามารถเห็นคนร้ายได้ เมื่อพวกโจรเข้ามาใกล้เขาก็ใช้สปาต้าฟัดจนกลุ่มโจรล้มตาย กลุ่มโจรพวกนี้ถึงมีกันหลายคนแต่ก็ไม่อาจสู้มีดสปาต้าของเจอเยียนได้ หนึ่งในโจรพยายามใช้ดาบต่อสู้ ตอนแรกก็ต่อสู้สูสีแต่เจอเยียนที่มีทักษะการต่อสู้ที่เหนือว่าเพราะเขาถึงฝึกมาให้ต่อสู้กับคนร้าย ก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ เมื่อมีช่องโหว่ชายหนุ่มก็ฟัดมีดลงไปเต็มแรงจนอีกฝ่ายสินใจลงทันที ทางด้านไป๋เสวียนก็รู้สึกตัวตั้งแต่พวกโจรพยายามจะเข้ามา นางเลยปลุกน้องสาวให้เตรียมตัวพอได้ยินเสียงต่อสู้เลยออกมาช่วยเจอเยียน กลุ่มโจรเมื่อเห็นว่ามีสตรีเข้ามาต่อสู้ก็คิดว่าจะรับมือง่าย แต่ผิดคาด สตรีทั้ง2ลงมือไม่มีท่าทีของสาวอ่อนแอกลับกัน พวกนางลงมืออย่างไม่เกรงกลัว ไป๋เสวียนดีดอาวุธลับใส่พวกโจร แรงของการดีดทำให้โจรได้รับบาดเจ็บจนเปิดช่องให้เจอเยียนจัดการโจรได้ "พวกเราถอย"เมื่อเห็นว่าจะเสียท่าหัวหน้าโจรก็ร้องเรียกให้ลูกน้องถอย แต่มีหรือที่เจอเยียนจะปล่อยไป ชายหนุ่มคิดว่าจะปล่อยให้คนพวกนี้หนีไปได้สักวันพวกมันต้องกลับมาแก้แค้นแน เขาจึงวิ่งตามแล้วใช้สปาต้าสังหารพวกโจรจนหมดไม่เหลือ คนไหนที่วิ่งหนีเขาก็ใช้ปืนเก็บเสียงยิง จนพวกโจรตายกันหมด ก่อนจะเดินไปตรวจว่าพวกมันตายแนจึงหันมาบอก2สาว "พวกโจรตายกันหมดแล้ว เราจะเอาไงดีพี่ไป๋เสวียน"ชายหนุ่มถือว่าไป๋เสวียนอายุมากสุดในตอนนี้เลยให้เกียรตินางตัดสินใจ "เดี๋ยวเราไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านแล้วกัน เขาจะได้แจ้งทางการ" "เช่นนั้นข้าไปเอง พวกท่านเข้าไปในบ้านก่อน ระวังเผื่อจะมีพวกมันหลงเหลือ" พูดจบก็เดินไปทางบ้านผู้ใหญ่ "ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านขอรับ "เจอเยียนเรียกอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงตอบออกมา "ใครนะ มาเรียกดึกดื่นป่านนี้" "ข้าเจอเยียนเองขอรับ..ข้าจะมาแจ้งว่ามีโจรบุกมาปล้นที่บ้านนะขอรับ"พอชายหนุ่มพูดจบก็ได้ยินเสียงเปิดประตู แล้วชายวัยกลางคนก็เดินออกมา "เจ้าว่าอะไรนะ มีโจรเช่นนั้นหรือ!" "ขอรับ..แต่ถูกพวกข้าสังหาหมดแล้วขอรับ แต่มาแจ้งให้ท่านผู้ใหญ่ทราบได้ไปแจ้งทางการนะขอรับ" "พวกเจ้าสังหารโจรจนหมดเลยหรือ" "ขอรับ.." พอภรรยาผู้ใหญ่บ้านเดินตามสามีออกมา ชายวัยกลางคนเลยเอ่ยกับภรรยา "เช่นนั้นเดี๋ยวข้าเดินไปดูเสียหน่อย เจ้าก็ปิดประตูให้เรียบร้อยอย่าเปิดให้ใครจนกว่าจะได้ยินเสียงข้านะ" "เจ้าคะท่านพี่ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ"นางอดห่วงสามีไม่ได้ เกิดโจรยังตายไม่หมดละ แต่ในเมื่อสามีนางเป็นผู้นำหมู่บ้าน นางเลยได้แต่เตือนด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะปิดประตูลงกล่อนไม้ให้เรียบร้อย เดินมาถึงบ้านถัง ผู้ใหญ่บ้านก็ตกใจ เพราะโจรที่นอนตายมีมากถึงเกือบ30คน นี้บ้านถังมีคนโต3คน เป็นสตรีแล้ว2 แต่กลับสามารถต่อสู้กับโจรแล้วสังหารจนโจรตายหมด ฝีมือช่างน่ากลัวยิ่งนัก "พวกเจ้าเป็นคนลงมือสังหารพวกโจรหมดเลยรึ?" "ใช้เจ้าคะ.."ไป๋เสวียนเป็นคนตอบ "เดี๋ยวตอนเช้าข้าจะไปแจ้งกับทางการแล้วกัน แล้วพวกเจ้ามีใครได้รับบาดเจ็บมั้ย?" "ไม่มีเจ้าคะ..ดีว่ามีเจอเยียนอยู่ด้วย เลยช่วยจัดการกับโจรได้เจ้าคะ" "ยังไงก็เอาศพมากองไว้จะดีกว่านะได้ไม่อุจาดตา" พอรับเรื่องและดูความเรียบร้อยแล้วผู้ใหญ่บ้านก็กลับโดยเจอเยียนเดินไปส่ง "ขอบใจมากที่เจ้าเดินมาส่งนะ" "ไม่เป็นไรขอรับ เป็นข้าที่เชิญท่านไป ตอนกลับก็ต้องเป็นข้าเดินมาส่งท่านถูกแล้วขอรับ" "แต่เจ้าเก่งมาเลยนะที่สู้กับพวกโจรได้ แบบนี้หมู่บ้นเราก็ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวพวกโจรจะมาปล้นยามวิกาลแล้ว" "ตอนนั้นข้าตกใจนะขอรับ ใจห่วงแต่คนในบ้านกับสัตว์ที่อยู่ในคอก เลยคิดสู้จนตัวตายนะขอรับ"ชายหนุ่มเลือกที่จะตอบเลี่ยงๆไปไม่โอ้อวดความสามารถ "ดีๆ..มีเจ้ามาช่วยดูแลพวกนาง บ้านถังเหลือกันแค่3พี่น้องน่าเห็นใจนัก"ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นห่วง3พี่น้องมาตลอด ครั้งนี้ดีว่ามีบุรุษมีความสามารถอยู่ด้วยพวกนางจึงปลอดภัย "ต้องเป็นหน้าที่ข้าอยู่แล้วขอรับ เพราะเฟิ่งเอ๋อเป็นคู่หมั้นข้าขอรับ" "อ้าว..เหรอ!" "เช่นนั้นข้าก็หมดห่วงพวกนาง บอกตามตรงตอนที่บิดามารดาพวกนางตายจากแถมไป๋เสวียงยังบาดเจ็บสาหัส ไป๋เฟิ่งน่าสงสารที่สุด นางทั้งเสียบิดามารดาไหนจะพี่สาวที่บาดเจ็บหนักแล้วยังต้องเลี้ยงน้องคนเล็กที่วัยแค่ไม่กี่เดือน ไป๋เฟิ่งช่างเข้มแข็งนัก..เอาละข้าจะเข้าบ้านแล้วเจ้ากลับไปเถอะ เดี๋ยวไป๋เฟิ่งจะห่วงเจ้า" พูดจบก็เดินเข้าไปเรียกภรรยาให้เปิดประตู พอเจอเยียนเห็นผู้ใหญ่บ้านเข้าไปในบ้านแล้วถึงหันหลังเดินกลับบ้านถััง เช้ามาข่าวบ้านถังสังหารโจรก็ถูกพูดถึง หลายคนตกใจว่าพี่น้องถังสังหารบุรุษได้ ถึงแม้จะมีเจอเยียนแต่บุรุษแค่คนเดียวไหนเลยจะสังหารกลุ่มโจรจนหมดได้ถ้าพี่น้องถังไม่ช่วย แต่ความจริงคือพี่น้องถังไม่ได้สังหารใครเลยผู้ที่ลงมือสังหารโจรทั้งหมดคือเจอเยียน เรื่องนี้ทำให้ไป๋เฟิ่งตื่นเต้นที่คู่หมั้นหนุ่มมีความสามารถขนาดสังหารคนถึง30คนได้แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่มืดยากจะมองเห็นคู่ต่อสู้ "พี่เจอเยียนเก่งที่สุดเลยเจ้าคะ"ไป๋เฟิ่งก็ยังอดห่วงไม่ได้ นางเดินมาสำรวจว่าคู่หมั้นบาดเจ็บตรงไหนมั้ยก็เอ่ยชื่นชม "เจ้าเองก็เก่ง สามารถต่อสู้กับโจรได้ " "ฝีมือข้ายังอ่อนด้อยนัก ช่วยอะไรพี่ไม่ได้เลย"นางพูดอย่างน้อยใจ "แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว ไม่ใช้ว่าเจ้าเพิ่งฝึกใช้กระบี่คู่หลอกรึ" "ใช้เจ้าคะ..เช่นนั้นข้าจะฝึกให้มากเพื่อช่วยเหลือท่าน..ดีมั้ยเจ้าคะ"เมื่อได้ยินคู่หมั้ยเอ่ยให้กำลังใจนางก็ยิ้มออก "ดี..ถึงข้าจะปกป้องเจ้าได้ แต่มีวิชาติดตัวไว้ก็ไม่เสียหาย"ในยุคนี้การเอาตัวลอดถือเป็นเรื่องสำคัญ กว่าจะรอกฎหมายจัดการมันจะไม่ทันใจเอา "พวกเจ้าจะเกี้ยวกันอีกนานมั้ย เดี๋ยวทางการมาไปเตรียมตอนรับ"ไป๋เสวียนที่เห็นทั้งคู่เกี้ยวพากันก็อดแซวไม่ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่มาเห็นศพก็อึ้งเพราะบุรุษ1สตรี2แต่กลับสังหารโจรได้ถึง30คนโดยที่ตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บ คนบ้านนี้ฝีมือถือว่าไม่ธรรมดา "เจ้าว่าพวกโจรมาถอดกล่อนออกแล้วบุกเข้ามาหรือ?" "ขอรับ เมื่อหลายวันก่อนผู้ใหญ่บ้านมาเตือนให้พวกเราระวังอาจมีโจรมาปล้น ข้าเลยป้องกันโดยเอาไม้แหลกมาปักที่กำแพง แล้วตัวเองก็มานอนเฝ้าสัตว์เลี้ยงในคอก จนเมื่อคืนข้าได้ยินเสียงคนคุยกันว่าทำยังไงถึงเข้ามาในบ้านพวกเราได้้ ข้าคิดว่าเมื่อพวกโจรเข้ามาในบ้านไม่ได้เดี๋ยวคงล่าถอยกลับไป แต่พวกนั้นกลับถอดกล่อนเข้ามาได้ข้าเลยจำเป็นต้องปกป้องตนเองและครอบครัวนะขอรับ"พูดจบก็ให้เจ้าหน้าที่ดูบนกำแพงที่เขาสร้างกับดักกันขโมยไว้ ชาวบ้านที่เข้ามายืนดูก็เงยหน้ามองตามที่ชายหนุ่มบอก ทุกคนก็เป็นว่าบนกำแพงมีทั้งไม้แหลมและหินแหลมคมขนาดต่างๆเรียงอยู่บนกำแพง แค่มองก็รู้ว่าไม่สามารถปีนข้ามไปได้แนๆ "เจ้าคนเดียวสังหารโจรทั้ง30คนเลยหรือ!" "ไม่ขอรับ มีพี่ไป๋เสวียนและคู่หมั้นข้าไป๋เฟิ่งช่วยขอรับ พวกนั้นคิดสังหารพวกเรา เลยจำเป็นต้องป้องกันตัวนะขอรับ"เจอเยียนพูดจาไม่มีสะดุด จนเจ้าหน้าฟังก็ไม่พูดอะไรต่อแล้วให้เจ้าหน้าที่ที่มาด้วยช่วยกันมาเก็บศพกลุ่มโจรแล้วสอบถามอีก2,3 ข้อก่อนจะกลับไปเขียนรายงาน ชาวบ้านที่มามุงดูก็ได้รู้อีก1ข่าวคือเจอเยียนได้หมั้ยหมายกับไป๋เฟิิ่ง มิน่าชายหนุ่มถึงยืนคู่กับหญิงสาวตลอดท่านปู่ของนางเป็นคนเถรตรงและซื่อสัตย์สุจริต แต่กลับเป็นคนโง่งมเรื่องครอบครัว มิดา มารดานางถูกฮูหยินเล็กแอบวางยาจนตายก็ไม่เคยรู้ และพอตนเองจะต้องไปอยู่ชายแดน ก็ยกนางให้ท่านย่าดูแล ท่านย่าก็ยกนางให้ฮูหยินเล็กรับช่วงต่ออีกทีแล้วฮูหยินเล็กก็วางแผนให้มีหมอดูมาทำนายว่าหญิงสาวมีดาวอัปมงคลอาจส่งผลให้แม่ทัพใหญ่เกิดอันตราย ต้องให้นางไปอยู่ไกลๆเพื่อแก้เคล็ด สุดท้ายนางจึงถูกส่งไปอยู่บ้านเดิมของมารดา โดยที่ท่านปู่ไม่เคยรู้ ทุกครั้งที่แม่ทัพเหลินกลับมาฮูหยินผู้เฒ่าก็จะโกหกว่าหลินเหม่ยเย่ไปถือศิลที่อาราม แล้วแม่ทัพเหลินก็ไม่คิดสงสัย เขาไว้ใจภรรยามากเชื่อมั่นในตัวนางตลอดเหลินเหม่ยเย่ได้แต่กลอกตามองบน เมื่อทำพิธีคารวะผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวจบ นางก็ดินออกมาขึ้นเกี้ยวที่สร้างอย่างสวยงาม นางขึ้นนั้งบนเกี้ยว ตลอดทางจากจวนตระกูลเหลินถึงวังหลวง ชาวบ้านต่างยืนเต็มสองข้างทาง เพื่อรอชมมารดาของแผนดิน นางนั้งหลังตรงยิ้มน้อยๆไปตลอดทางจนมาถึงวังหลวงก็ถึงพิธีหน้าประตูดีว่านางจำขั้นตอนได้หมดจึงผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แล้วเกี้ยวเจ้าสาวก็ผ่านประตูวังเข้าไปพอถึงพิธีที่ฝาบาทต้องเดินมารับเจ้าสาว หญิงสาวก็ใช้โอกาสนั้นแอบมองเ
"จับองค์รัชทายาทแต่งงานด้วยไงละ อุ๊ยย...ท่านอย่าบอกใครนะ ไม่เช่นนั้นหัวข้าคงยากจะรักษาให้คงอยู่บนบ่าได้""หึหึ..แล้วเจ้ามั่นใจได้เช่นไรว่าพระองค์จะแต่งให้เจ้า"สตรีผู้นี้แปลกดี พระองค์ไม่เคยเจอคนที่กล้าพูดแบบนี้คำพูดของบุรุษตรงหน้าเหมือนมีน้ำเย็นที่สาดใส่หน้านางทำให้นางได้สติ ใช้สิ นางเป็นใคร ทำไมถึงคิดว่าบุรุษสูงส่งขนาดนั้นจะลดตัวลงมาแต่งงานให้นาง ตอนที่พระองค์รับปากหมอพเนจรก็เพราะบุญคุณ แต่นางไม่มีวิชาแพทย์แล้วจะช่วยเขาได้เช่นไรกัน คงไม่ได้แล้วละ แบบนั้นนางก็ต้องเปลี่ยนแผนใหม่"ท่านพูดก็มีเหตุผล ข้ามันคิดน้อยไปหน่อย เช่นนั้นข้าคงต้องหาทางอื่น""เจ้าเลิกคิดจะแต่งงานกับองค์รัชทายาทแล้วหรือ""อื่อ..คนอย่างข้าต่ำเตียเลี้ยดินเช่นนี้จะเอาความกล้าอะไรไปคิดอยากกินเนื้อหงส์ แต่งไปก็สร้างแต่ความอับอายให้พระองค์""แล้วเจ้าจะยอมแต่งงานแทนผู้อื่น" "ไม่" หญิงสาวตอบอย่างไม่คิด ชาติที่แล้วนางตายเพราะถูกบ้านสามีรังแกจนเสียชีวิต "ให้เราช่วยมั้ย"เหลินเหม่ยเย่มองบุรุษตรงหน้าก่อนจะพูดออกมาตามตรง"ข้าบอกตามตรง นายท่านดูเช่นไรก็เป็นคนมั่งมี แต่ตัวข้านั้นแม้ปิ่นปักผมยังต้องใช้ไม้ไผ่มาทำเป็นปิ่น แต่งไปท่
เมื่อจัดการเรียบร้อยองค์รัชทายาทก็ขึ้นครองราชย์ และจัดพระศพให้ฮองเต้องค์ก่อนและเหล่าสนมร่วมทั้งองค์ชายองค์หญิงให้สมพระเกียรติองค์หญิงเยี่ยนฟางเสด็จกลับเข้าวังเพื่อมาถวายพระพรศพของพระบิดาและมารดา องค์หญิงพอมาเห็นพระศพของทั้งสองพระองค์ก็ร้องไห้จนตาบวม ตลอดชีวิตขององค์หญิงเยี่ยนฟางมีแค่เสด็จพ่อเสด็จแม่ นางไม่เคยคิดถึงวันที่ไม่มีทั้งสองพระองค์อยู่ข้างตัว ตอนนี้องค์หญิงเหมือนเรือที่ไร้จุดหมาย ไม่มีคนคอยพายพานางไปตามทางตอนแรกการแต่งงานจะถูกเลื่อนเพราะองค์หญิงต้องไว้ทุกข์ให้เสด็จพ่อเสด็จแม่ แต่เหมือนอดีตฮองเต้เกาจงจะเดาอนาคตออก พระองค์เขียนในราชโองการว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นงานแต่งต้องจัดตามกำหนด เหตุนี้งานต้องขององค์หญิงเยี่ยนฟางกับคุณชายฮวนซีซวนก็ได้จัดขึ้นในอีกหนึ่่งเดือนเลื่อนจากกำหนดเดิมมาครึ่งเดือนเพราะเหตุองค์ชายใหญ่ก่อกบฏนางกำนัลทั้งสามและขันทีเสี่ยวจือก็ได้ติดตามองค์หญิงไปสกุลฮวน ในวันแต่งเจ้าสาวไม่มีแม้รอยยิ้ม นางยังทำใจไม่ได้เรื่องเสด็จพ่อเสด็จแม่ นางไม่เข้าใจทำไมเสด็จพ่อถึงได้เขียนกำชับเรื่องแต่งงานด้วยแต่ถ้าไม่แต่งงาน นางก็ไม่มีที่อยู่ จะให้อยู่ในวังตอนนี้มันก็ไม่ใช่ที่ขอ
เมื่อองค์รัชทายาทเห็นตรามังกร พระองค์ก็พอจะเดาชะตากรรมของเสด็จลุงออก หวังว่าองค์ใหญ่ใหญ่จะไม่อำมหิตอย่างที่ตนหวั่นใจ "สั่งการไป ให้เก็บของ เราจะกลับเมืองหลวง""พะยะคะ""ให้ฝ่ายเสบียงตามไปที่หลังแล้วให้ทหาร1500นายตามเราล้วงหน้าไปก่อน ทุกคนเตรียมอาวุธให้พร้อม" พระองค์มั่นใจว่าระหว่างทางคงมีมือสังหารรอตอนรับอยู่เป็นแนเมื่อทหารพร้อมก็ออกเดินทางโดยมีเสี่ยวจือเดินทางกลับด้วย ที่จวนสกุลฮวน องค์หญิงที่กำลังเป็นห่วงพระบิดาและเสด็จแม่ของตนเอง ได้แต่นั้งให้เสี่ยวฟางแต่งตัวให้"ทรงยิ้มหน่อยสิเพคะองค์หญิง ทำหน้าเช่นนี้ไม่เหมาะกับพระองค์เลยเพคะ"จิ้วเย่วสงสารองค์หญิงน้อยยิ่งนัก "หญิงคิดถึงเสด็จพ่อเสด็จแม่ เมื่อไรหญิงจะกลับวังได้" นางกำนัลทั้งสามไม่กล้าบอกว่าทั้งสองพระองค์สิ้นพระชนไปแล้วแล้วอยู่ๆเจ้าเสี่ยวฝูก็หูตั้งแล้วกระดิกหาง ฮวนซีซวนเดินเข้ามาพร้อมดอกบัวในสระที่กำลังออกดอกสวยพร้อมส่งกลิ่นหมออ่อนๆออกมา"พี่ซีซวน""กระหม่อมมีดอกบัวมาฝากองค์หญิงพะยะคะ"พร้อมยื่นดอกบัวสีสวยให้คู่หมั่น องค์หญิงพอเห็นคู่หมั่นหนุ่มก็ยิ้มเต็มใบหน้า"พาหญิงกลับวังได้มั้ย หญิงคิดถึงเสด็จแม่" ซีซวนมองคู่หมั่นของตนก่อน
เมื่อห่าธนูหยุด คนขององค์ชายใหญ่ก็เข้าไปดู เข้าไปในตำหนักก็เห็นเหล่าองครักษ์ใช้ตัวบังองค์เหนือหัวแลัะพระสนม ก่อนจะออกไปรายงานองค์ชาย "ทูลท่านอ๋อง เหลือฝาบาทและพระสนมพะยะคะ"อ๋องจวิ้นเดินเข้าไปในตำหนักก็เห็นองครักษ์เงาทั้ง15คนและโจกงกงยืนบังรับลูกธนูฮองเต้และสนมเกาจนพรุนไปทั้งตัวส่วนฮองเต้เกาจงกับสนมเกาที่โดนลูกธนูปักตามตัวต่างหายใจรวยริน"เสด็จพ่อ เอาตรามังกรออกมาให้ลูกเถอะพะยะคะ""เ..จ้าจัะม่าย..มีวันได้มั..."องค์เหนือหัวหมดแรงที่จะตรัสออกมา พระองค์จับมือกับสนมเกาที่ตอนนี้นางได้สิ้นใจจากไปแล้วเพราะถูกลูกธนูพุ่งใส่ถึงสองดอก ส่วนฮองเต้เกาจงถูกลูกธนูปักหนึ่งดอก แต่ก็ถูกตำแหน่งสำคัญ พระองค์รู้ตัวว่าคงเหลือเวลาไม่มากแล้ว"ท่านมันลำเอียง บัลลังก์มันครวเป็นของลูก เสด็จพ่อบังคับให้ลูกต้องอำมหิต"องค์ชายใหญ่ตะโกนออกมาอย่างอัดอั้นฮองเต้เกาจงได้แต่มองพระโอรสของตนเองแล้วใจสะท้อน ก่อนจะค่อยๆหลับตาแล้วจากไปในที่สุด"เสด็จพ่อ ท่านบอกมาว่าเอาตรามังกรไว้มั้ย บอกมาเดี๋ยวนี้"องค์ชายใหญ่เาไปเขย่าตัวพระบิดาแล้วตะโกนถามอย่างคนเสียสติ"องค์ชายใหญ่พะยะคะ เย็นพระทัยก่อนพะยะคะ"แต่องค์ชายใหญ่เต๋อหลงตอนนี้เ
เมื่อคุณหนูถังเดินหนีไป แต่ฮวนซีซวนก็ยังไม่พาองค์หญิงน้อยลงจากต้นไม้"หญิงอยากลงแล้ว"นางรู้สึกกลัวที่ต้องนั้งที่สูงๆเช่นนี้ "มีข้าอยู่นี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะตก"ชายหนุ่มให้ความมั่นใจองค์หญิงน้อยมองหน้าคู่หมั่นหนุ่มก็ยิ้มออกมา"ท่านรับปากแล้วนะ"องค์หญิงเยี่ยนฟางรู้มาตลอดว่าตนเองมีคู่หมั่น แต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน วันนี้ได้เห็นตัวจริง ช่างเป็นชายหนุ่มที่องอาจ หน้าตาก็งาม "เจ้านี้ถือว่าเป็นของขวัญแรกพบหน้าของเรา "ชายหนุ่มพูดพร้อมหันมามององค์หญิงน้อยหน้าตาจิ้มริ้ม "ขอบคุณพี่ซีซวน"องค์หญิงน้อยกอดเจ้าลูกสุนัขด้วยความเอ็นดู"แต่ต้องรอมันหย่านม่อนนะ เมื่อมันหย่านมแล้วข้าจะให้พระชายานำมันไปส่งให้ในวัง"ทั้งสองนั้งคุยกันจนเจ้าลูกสุนัขร้องเพราะหิวนม ชายหนุ่มถึงพาคู่หมั่นลงจากต้นไม้ หลังจากนั้นเขาก็มักจะมีของมาฝากนางตลอด แต่นี้เงียบไปเลย องค์หญิงนั้งหน้าเศร้า จนได้ยินเสียงที่คุ้นเคย"องค์หญิงเหมาะกับใบหน้าที่สดใสมากกว่านะพะยะคะ"องค์หญิงเยี่ยนฟางยิ้มด้วยความดีใจ"พี่ซีซวน""ดึกแล้ว ทำไมถึงยังไม่นอน""ท่านแอบเข้าวังมาอีกแล้ว"คู่หมั่นนางมักจะแอบเข้ามาในวังหานาง ถึงจะไม่บ่อย แต่นางก็กลัวว่าว่าคู่หมั







