เข้าสู่ระบบ“พ่อ/ลุงตู้/ปู่” เด็ก ๆ ต่างพากันทักทายคนทั้งคู่เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังช่วยกันต้มน้ำร้อนอยู่ในครัว
“ข้าว่าพวกเจ้าเรียกว่าปู่เหมือนกันดีไหม เสี่ยวฟู่เจ้าก็เปลี่ยนจากเรียกข้าว่าพี่ชายให้เป็นอาเถอะเด็กพวกนี้จะได้ไม่สับสนรวมถึงตัวข้าด้วย”
“ค่ะท่านอา” นางฟู่ตอบรับอย่างเชื่อฟัง
ส่วนเด็ก ๆ ก็เรียกเขาว่าปู่ตามซีห่าวเช่นกัน “พวกเจ้าตื่นเช้ากันเสียจริง ในเมื่อก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาก็ดี ข้าวสารของเราใกล้จะหมดแล้วพวกเจ้าก็มาช่วยกันตำข้าวเถอะ ตำให้มากหน่อยจะได้มีเอาไว้พอกิน” นางจูพูดขึ้นหลังจากเดินออกมาจากห้องส่วนตัวแล้วเห็นพวกเขา
“ได้ครับ เรื่องใช้แรง ป้าบอกมาได้เลย” หยางเฉียนหมิง รีบตอบรับ
&nbs
แม้ว่าหลี่ลู่เหอจะรอดพ้นจากปากนรกมาได้ทว่ามั่วเฉิงกับเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้โชคดีอย่างเขา ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำภายใต้ร่มคันสีดำที่เสี่ยวหนิงเป็นผู้ยืนกางให้เนื่องจากแขนของเจ้าตัวมีเชือกห้อยเฝือกคล้องไว้ที่คอ “มั่วเฉิง นายเป็นวีรบุรุษของพวกเราฉันขอให้นายนอนหลับให้สบาย ส่วนเรื่องทางบ้านของนายนับจากนี้ฉันจะเป็นคนดูแลเอง แม่ของนายก็คือแม่ของฉัน” หลี่ลู่เหอมองใบหน้าของคนในรูปถ่ายที่ส่งยิ้มอันสดใสให้กับตนหยาดน้ำตาของเขาไหลออกมากระทบเข้ากับแสงตะวันก่อนจะใช้มืออีกข้างปาดมันทิ้ง “ไปกันเถอะ” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งหัวใจของชายหนุ่มเจ็บปวดทั้งนี้เป็นเพราะมั่วเฉิงกับเขานั้นนับได้ว่าเป็นเสมือนพี่น้องร่วมอุทร&nbs
เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดขับไล่กวดกันไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายตามท้องถนนในตรอกซอกซอยทำให้ผู้คนที่กำลังสัญจรพากันอกสั่นขวัญแขวน เปรี้ยง! รถคันที่ถูกยิงส่ายไปมาเนื่องจากยางแตก “บ้าเอ้ย! สหายหลี่เมื่อถึงบริเวณโรงงานร้างด้านหน้าคุณรีบพาเสี่ยวหมี่ไปหาที่รับส่งข่าว ส่วนผมจะเป็นตัวล่อให้พวกมันไปอีกด้าน” “มันอันตรายเกินไป” หลี่ลู่เหอค้านทั้งนี้เป็นเพราะเขาคิดว่าฝ่ายตรงข้ามคงเตรียมกำลังมามากกว่านี้ “ผมยอมตายขอให้แผนขององค์กรสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็พอ” ชายคนนั้นพูดโดยที่เขาพยายามบังคับรถให้ไปทางเป้าหมายที่เล็งไว้อีกทั้งยังต้องคอยหลบกระสุนที่พวกมันสาดมาด้วย ทางด้านมั่วเฉิงสถานการ
“พี่ใหญ่!! เกิดเรื่องกับพี่เขยแล้วครับ” ซีห่าวตะโกนขึ้นเสียงดังพลางชูกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเกี่ยวกับคนที่ตนเพิ่งกล่าวถึงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เสี่ยวหนิงรับหนังสือพิมพ์จากมือน้องชายก่อนกวาดตาอ่านเนื้อหาในนั้นอย่างรวดเร็วใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ในขณะที่เธอกำลังช่วยคนกำลังลำบากจากน้ำท่วมอยู่ตรงข้ามคนละมณฑลกับคู่หมั้นหนุ่ม ซึ่งทางนั้นเองก็กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดซึ่งเธอรู้ดีว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง มือของหญิงสาวสั่นน้ำตารื้นขึ้นก่อนที่หยาดน้ำนั้นจะหยดลงบนน้ำหมึกจึงทำให้ตัวอักษรเริ่มพร่าเลือน ร่างของเธอคล้ายซวนเซโชคดีที่ว่ามีเก้าอี้อยู่ตรงนี้หล่อนจึงนั่งลงอย่างอ่อนแรง ในข่าวร
สายลมหนาวพัดโชยท่ามกลางป่าเขาที่ต้นไม้ยืนต้นตายแห้งเหี่ยวเนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้ายที่มองไปทางไหนก็เห็นเพียงสีขาวโพลนของหิมะที่ทอดยาว ครอบครัวเสือทั้งสี่ตัวที่บัดนี้ได้คืนร่างเดิมเป็นการชั่วคราวได้แยกย้ายกันวิ่งสำรวจป่าแห่งนี้ราวกับเป็นบ้านของตน โดยหญิงสาวผู้อยู่ในชุดเสื้อโค้ทตัวยาวสีน้ำเงินเข้มยืนกอดอกมองการกระทำของพวกมันแต่ละตัว “ระวังตัวกันด้วยล่ะ” เสี่ยวหนิงตะโกนไล่หลังสัตว์ทั้งสี่ที่กำลังวิ่งห่างออกไปไกลซึ่งมีเพียงเสียงคำรามตอบกลับมา แปลได้ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เสี่ยวหนิงได้แต่ยกยิ้มโคลงศีรษะก่อนที่จะเดินย้อนกลับลงเขาตามลำพังท่ามกลางเกร็ดละอองสีขาวจากฟ้าเบื้องบน เพียงพริบตาเว
เสียงเคาะประตูจากด้านนอกดังขึ้นขัดการสนทนาของคนทั้งสอง เมื่อบานประตูไม้หนาหนักเปิดออกชายหนุ่มในเครื่องแบบคนนั้นก็ยกมือป้องปากข้างหูคนเป็นเจ้านาย ผู้เป็นใหญ่ของสถานที่เริ่มคิ้วขมวดหลังฟังจบเขาก็โบกมือให้ชายคนนี้เป็นสัญญาณให้เดินถอยไป “ฉันกลับบ้านพร้อมกับคู่หมั้นได้แล้วใช่ไหมคะ” หญิงสาวขยับกายของตนด้วยกิริยานุ่มนวลถามขึ้นด้วยรอยยิ้มละไม “ใช่ครับ ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณหนูใหญ่หยางเสียเวลา” แม้ปากเขาจะพูดเช่นนี้ทว่าใบหน้ากับการกระทำนั้นค่อนข้างสวนทางเป็นอย่างยิ่ง ภายในอกของเขารู้สึกผิดหวังที่หนึ่งหญิงหนึ่งชายไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อคืน เสียงประตูห้องเปิดออกโดยไม่มีการแจ้งเตือนจ
ฉับพลันดวงตาของคนฟังก็เบิกกว้างก่อนที่เขาจะปรับอารมณ์ของตนให้เป็นปกติ “น้องรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” น้ำเสียงของเขาแสดงความประหลาดใจ “คือ หากฉันบอกว่าสามารถรู้อนาคตได้พี่จะเชื่อฉันไหมคะ” แม้ว่าท่าทางของเธอจะดูกึ่งเล่นกึ่งจริงทว่าในหลายเหตุการณ์ที่ผ่าน ๆ มาหลี่ลู่เหอจึงได้พยักหน้าลงโดยไร้ข้อกังขา เสี่ยวหนิงมองคนรักราวกับจะให้ทะลุถึงจิตใจ “ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะครับ” ชายหนุ่มถามขึ้นพลางดึงมือของเธอขึ้นมาเป่าเพื่อหวังเพิ่มความอบอุ่น “ทำไมฉันบอกอะไรพี่ก็เชื่อไปซะหมดล่ะคะไม่กลัวว่าตัวเองจะถูกหลอกเลยเหรอ” คนพูดเงยหน้าจ้องเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มผู้กำลังมองตนอยู่เช่นกันเอ่ยเสียงอ่อน “หากพี่ไ







