Share

6 เซี่ยเหมยหรง

last update publish date: 2026-02-11 15:29:47

6

เซี่ยเหมยหรง

เสียงสวดมนต์ในอารามดังแผ่วเป็นระลอก เคล้าไปกับกลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่ทั่วลานกว้าง

ดวงอาทิตย์ยามสายเริ่มสาดแสงอุ่นส่องกระทบกลีบดอกเหมยที่บานสะพรั่งอยู่ริมทางเดินกรวดขาว เสียงระฆังดังขึ้นสามครั้งบ่งบอกถึงการเริ่มพิธี

องค์หญิงสามนั่งอยู่ตรงศาลาใหญ่ด้านหน้าสวมชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อนปักลายเมฆมงคล งามสง่าแต่ไม่ฉูดฉาด รายล้อมด้วยเหล่าสกุลขุนนางฝ่ายในที่มาร่วมงานเพื่อถวายของทำบุญและประจบเอาใจองค์หญิงผู้เป็นตัวแทนของฮองเฮา

หรูเยียนยืนอยู่ทางด้านข้างในชุดเรียบง่ายสีขาวที่ทางเจ้าอาวาสจัดให้ซึ่งดูแล้วสบายตา นางอยู่เคียงข้างองค์หญิงสามในฐานะผู้ดูแลของทางอารามด้วยท่าทางสำรวม ซึ่งได้รับสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจจากองค์หญิงในยามที่มองมาเป็นระยะ

พิธีการทางศาสนาดำเนินมาเรื่อยจนถึงช่วงสุดท้าย ทุกคนต่างเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับ แต่ก็ยังอยู่ดูรอท่าทีขององค์หญิงก่อน เพราะทุกคนต่างอยากจะมาเอาอกเอาใจองค์หญิงสามก่อนกลับกันทั้งนั้น เพราะอยากจะอยู่ในสายตาขององค์หญิงให้มากเข้าไว้ เนื่องจากองค์หญิงสามเป็นธิดาองค์โปรดของฮองเฮา หากว่าวันหน้าสนิทสนมกันเอาไว้ก็ย่อมมิใช่เรื่องเสียหาย

แต่แล้วจู่ๆ ก็เสียงโกลาหลเบาๆ จากหน้าประตูอารามก็ดึงสายตาผู้คนให้หันไปมอง

“ตระกูลเซี่ยมาถึงแล้ว” ขันทีประกาศเสียงดัง

หรูเยียนสะดุ้งเล็กน้อย แต่แววตากลับนิ่งเรียบ หญิงสาวรู้ทันทีว่าผู้มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นฮูหยินของตระกูลเซี่ย และบุตรสาวของนางอย่างเซี่ยเหมยหรง

“ดูเหมือนว่าคนในบ้านเจ้าจะมาแล้ว” องค์หญิงเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงแฝงรอยยิ้ม

“เพคะ” หรูเยียนยอบกายตอบเรียบๆ แต่ภายในกลับคล้ายมีมือเย็นๆ บีบรัดหัวใจ

ไม่นานร่างของฮูหยินในชุดผ้าแพรสีม่วงเข้มปักดิ้นก็มาถึง พร้อมบุตรสาวที่แต่งองค์ทรงเครื่องราวจะเข้าเฝ้าฮองเฮาเสียเอง เครื่องประดับหยกขาวและมุกเรียงร้อยเต็มศีรษะจนสะท้อนแดดแสบตา ทุกย่างก้าวของสองแม่ลูกเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ และพุ่งตรงมายังหัวแถวเพื่อเข้าเฝ้าประธานในพิธี

“ถวายพระพรเพคะองค์หญิงสาม หม่อมฉัน

เซี่ยฮูหยินภรรยาของแม่ทัพเซี่ยและบุตรีอย่างเซี่ยเหมยหรงมาร่วมงานทำบุญตามราชโองการของฮองเฮาเพคะ”

น้ำเสียงอ่อนหวานแต่กิริยากลับไม่อ่อนโยน ดวงตาคมของนางกวาดมองไปรอบศาลาอย่างถือสิทธิ์

องค์หญิงสามเพียงพยักหน้ารับเบาๆ

“ฮูหยินเซี่ยไม่ต้องมากพิธี งานวันนี้เพื่อความสงบแห่งศาสนา อย่าได้ลำบากเกินไปนัก อีกอย่างท่านแม่ก็ไม่ได้มีราชโองการอย่างเป็นทางการสักหน่อย จะมาหรือไม่มาก็ไม่เป็นไร แล้วจะว่าไปพิธีการก็จบลงแล้วด้วย ดูเหมือนท่านกับบุตรสาวจะมาช้าไปมากอยู่นะ”

“เอ่อ...ขอประทานอภัยเพคะ พอดีว่าที่จวนเกิดเรื่องนิดหน่อย” ฮูหยินเซี่ยยอบกายอย่างงดงามขณะโกหกออกไป ที่จวนนั้นไม่ได้มีปัญหาใดๆ เลย เพียงแต่บุตรสาวของนางตื่นสายเกินไปจนมาช้าต่างหาก

“อย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นก็ไม่เป็นไร ขอเพียงฮูหยินกับคุณหนูรองเซี่ยมีจิตกุศลก็พอแล้ว จะมาช้าไปบ้างก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่”

“ใช่เพคะองค์หญิง” หางเสียงที่ฮูหยินเซี่ยเอ่ยตอบเจือความพอใจที่ได้สนทนากับองค์หญิงเป็นการส่วนตัวอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังพูดจาเหมือนเข้าข้างนางด้วย

ตอนนี้ข้างกายของฮูหยินเซี่ย เซี่ยเหมยหรงก้าวขึ้นหน้ามาอีกครึ่งก้าวอย่างมั่นใจ

“หม่อมฉันเคยได้ยินว่าพระองค์โปรดดอกเหมย

สีชมพูอ่อน วันนี้หม่อมฉันตั้งใจนำมาถวายเพคะ เป็นดอกที่เพิ่งเด็ดจากสวนตระกูลเซี่ย”

นางยื่นตะกร้าแกะสลักทองคำขาวออกมาด้วยมือเรียว เครื่องประดับบนข้อมือกระทบกันเกิดเสียงกรุ๊งกริ๊ง เสมือนต้องการให้ทุกคนเห็นถึงความมั่งคั่ง

องค์หญิงสามรับไว้ด้วยรอยยิ้มสุภาพ แต่ไม่อาจเรียกว่าอบอุ่นนัก

“ช่างเอาใจใส่เสียจริง ข้าจะรับไว้เป็นที่ระลึก”

แม้เสียงขององค์หญิงจะฟังดูปกติ ทว่าแววตากลับแฝงแววเบื่อหน่าย เซี่ยหรูเยียนที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งเห็นได้ชัด

ในชาติก่อนนางเคยเห็นฉากนี้มาก่อนแทบทุกถ้อยคำ เซี่ยเหมยหรงในชุดหรูเดินเข้ามา พูดจาอ่อนหวานแต่แฝงความหยิ่งยโส แล้วหันมามองตนด้วยรอยยิ้มเยาะแผ่วเบา ตอนนั้นหรูเยียนยังไม่เข้าใจ

แต่ในภายหลังนางจึงรู้ว่าเซี่ยเหมยหรงกำลังพยายามกดนางให้ต่ำลงต่อหน้าองค์หญิง เพื่อสร้างภาพว่าพี่สาวต่างมารดานั้นไร้ความสามารถเพียงใด

“พี่หญิง!” เสียงเรียกที่ตั้งใจให้ได้ยินทั่วศาลาดังขึ้น

หรูเยียนหันไปช้าๆ เห็นเซี่ยเหมยหรงยิ้มหวานราวบุปผาแรกผลิ

“พี่หญิงก็อยู่ด้วยหรือ เหตุใดไม่รอกันก่อนจะได้มาเข้าเฝ้าองค์หญิงพร้อมกัน นี่คงไม่ใช่ว่ามาก่อเรื่องใดๆ ให้

องค์หญิงต้องขุ่นเคืองพระทัยอยู่หรอกนะเจ้าคะ”

คำพูดนั้นฟังดูอ่อนน้อม แต่ทุกคนรู้ว่าการที่บุตรี

ขุนนางผู้มีศักดิ์เท่ากันพูดจาแบบนี้ต่อหน้าองค์หญิง เปรียบเหมือนกล่าวว่าพี่หญิงไม่มีความสำคัญพอที่จะยืนเคียงข้างตนเองได้

องค์หญิงสามเหลือบมองแวบหนึ่ง ก่อนจะยกถ้วยชาแตะริมที่ริมฝีปากโดยไม่พูดอะไร

หรูเยียนยิ้มบาง ยอบกายตอบ “น้องสาวมีน้ำใจพูดเช่นนั้น พี่ซาบซึ้งนัก เพียงแต่ข้าอยู่ดูแลพระองค์อยู่ก่อนแล้ว เกรงว่าจะเสียมารยาทหากละทิ้งหน้าที่”

น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนแต่ก็มั่นคง ทำให้เซี่ยเหมยหรงชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าสวยงามแข็งค้างไปชั่วขณะ

ฮูหยินเซี่ยเห็นเช่นนั้นก็รีบหัวเราะกลบเกลื่อน

“ลูกสาวข้าพูดจาตรงไปตรงมา องค์หญิงสามอย่าได้ถือสาเลยเพคะ นางยังเยาว์อยู่”

องค์หญิงสามเพียงพยักหน้า

“สตรีวัยเยาว์ย่อมร่าเริงเป็นธรรมดา แต่ในงานบุญควรรักษากิริยาให้เหมาะสม ถ้าอย่างไรฮูหยินเซี่ยก็ต้องคอยสอนสั่งนางให้ดีด้วยนะ”

คำพูดนั้นแม้ไม่รุนแรง แต่ก็เหมือนตบหน้าเบาๆ ต่อหน้าผู้คนมากมายที่กำลังมองอยู่ และตอนนี้คนรอบข้างก็เริ่มหันมาสนใจสถานการณ์มากขึ้น

เซี่ยเหมยหรงกัดริมฝีปากแน่น แต่ยังฝืนยิ้ม

“เพคะ หม่อมฉันขออภัย”

หรูเยียนก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มในแววตา องค์หญิงยังเหมือนเดิมทรงไม่โปรดคนโอ่อ่าหรูหราแต่ไร้มารยาท

ฮูหยินเซี่ยเห็นบรรยากาศไม่เข้าข้าง จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง

“องค์หญิงเพคะ หม่อมฉันได้ยินว่าพระองค์โปรดศิลปะการชงชา วันนี้บุตรสาวหม่อมฉันก็ได้ฝึกฝนวิธีชงชาจากอาจารย์ผู้มีชื่อเสียง นางอยากถวายชาสักถ้วยได้โปรดเมตตาชี้แนะนางได้หรือไม่เพคะ”

หรูเยียนได้ยินดังนั้น แววตาก็เปลี่ยนไปวาบหนึ่ง นี่ก็เป็นอีกฉากที่ซ้ำรอยจากชาติก่อน ในครั้งนั้นเหมยหรงพยายามนำเสนอฝีมือชงชาต่อหน้าองค์หญิง แต่กลับทำผิดขั้นตอนจนรสขมฝาด ทำให้องค์หญิงไม่พอใจ และนางเองก็ถูกลากมารับโทษร่วมกัน เพราะในครั้งนั้นเซี่ยเหมยหรงอ้างว่าเรียนรู้วิธีการชงชาเช่นนั้นมาจากพี่สาวอย่างเซี่ยหรูเยียน

ทว่าครั้งนี้…นางจะไม่ปล่อยให้ซ้ำรอยอีก

“หากองค์หญิงทรงอนุญาต หรูเยียนขอช่วยเตรียมอุปกรณ์ให้เพคะ” เสียงนางดังขึ้นอย่างสงบ

องค์หญิงสามหันมามอง

“เจ้าก็ชำนาญเรื่องชาหรือ”

“เพียงเล็กน้อยเพคะ ไม่ถึงกับเชี่ยวชาญนัก”

องค์หญิงสามแย้มยิ้มบางเบา

“เช่นนั้นก็ดี เจ้าเป็นพี่สาว ช่วยดูแลน้องเจ้าด้วยแล้วกัน”

“เพคะ”

เซี่ยเหมยหรงหันมามองพี่สาว แววตาฉายความไม่พอใจ

“ไม่ต้องหรอกเพคะ หม่อมฉันทำเองได้”

แต่เมื่อองค์หญิงตรัสไปแล้ว หรูเยียนก็เพียงยิ้มอ่อน ไม่ตอบโต้ นางจัดอุปกรณ์อย่างใจเย็น ตั้งเตาชา เติมน้ำให้ได้ระดับพอดี ไฟจากถ่านเบาและคงที่ ขณะที่เซี่ยเหมยหรงพยายามรักษาท่าทีแต่กลับชงน้ำแรงเกินไป จนฟองเดือดก่อนเวลา

หรูเยียนเอียงคอพลางเอื้อมมือปิดฝาหม้อ

“ไฟแรงไปสักหน่อย เจ้าควรลดถ่านลง มิฉะนั้นกลิ่นชาอาจไหม้”

น้ำเสียงไม่สูง แต่มีแววห่วงใย ทำให้คำติติงฟังดูเหมือนคำสอน

องค์หญิงสามจ้องมองภาพนั้นเงียบๆ ก่อนจะยกยิ้ม

“ดูเหมือนเจ้าจะเป็นพี่สาวที่ดีทีเดียว”

เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นรอบศาลา ฮูหยินเซี่ยถึงกับหน้าแข็ง ยิ้มแห้งแก้เขิน

“เด็กๆ ยังต้องเรียนรู้อีกมากเพคะ”

หรูเยียนเพียงก้มหน้ารับอย่างสงบ เมื่อชาเสร็จสมบูรณ์ นางยื่นถ้วยให้เซี่ยเหมยหรงชงถวายก่อน แต่เมื่อองค์หญิงชิมแล้วก็พยักหน้าช้าๆ

“กลิ่นไม่เลวเลย รสชาติยังขาดความนุ่มนวลอีกนิด แต่ถือว่ามีฝีมือ”

เซี่ยเหมยหรงโล่งใจ หันมายิ้มเยาะเล็กน้อยให้หรูเยียน แต่ไม่ทันพูดอะไร องค์หญิงก็เอ่ยต่อ

“ทว่าข้าชอบกลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบชาที่หรูเยียนทำมากกว่า เพราะมีความกลมกล่อมและชื่นใจยิ่งกว่า”

คราวนี้คนรอบข้างถึงกับหันมามองหรูเยียนเป็นตาเดียว เซี่ยเหมยหรงชะงัก คำชมที่หลุดออกจากปากขององค์หญิงนั้นแลดูมีน้ำหนักกว่าที่คิด

ฮูหยินเซี่ยรีบกลบเกลื่อนอีกครั้ง

“พี่น้องกันได้เรียนรู้ร่วมกันถือเป็นเรื่องที่ดี หม่อมฉันยินดีเหลือเกินเพคะที่พระองค์ทรงพอพระทัยในฝีมือของลูกๆ หม่อมฉัน”

องค์หญิงสามพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดี จงอยู่ร่วมกันให้สมัครสมานเถิด ตระกูลใดยังแตกแยก ย่อมไม่อาจยืนหยัดได้ในวังหลวงอย่างสง่างาม”

คำพูดนั้นทำให้สีหน้าฮูหยินเซี่ยหม่นลงโดยไม่รู้ตัว ส่วนหรูเยียนกลับสงบเยือกเย็น นางก้มศีรษะลงต่ำ

“เพคะ หม่อมฉันจะจำไว้ในใจ”

ลมยามสายพัดกลีบดอกเหมยปลิวผ่านหน้าศาลา นางเงยหน้ามองแสงแดดอุ่นที่ลอดผ่านม่านไม้ไผ่ ในแววตาเงียบสงบของหรูเยียนมีทั้งความอ่อนโยนและมุ่งมั่น

ในชาติก่อนนางปล่อยให้พวกเขาทำลายชีวิตของตน

แต่ครานี้ทุกย่างก้าวข้าจะไม่ให้พวกเขาได้เหนือนางอีกต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าองค์หญิงหรือที่ใดก็ตาม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   บทส่งท้าย กันและกัน

    บทส่งท้ายกันและกัน กลิ่นดอกเหมยและดอกบ๊วยจากสวนด้านนอกลอยตามลมเข้ามาเจือผสมกับกลิ่นชาหอมจางๆ ในห้องโถง ผ่านมาสองปีแล้วนับแต่คืนแต่งงาน จวนขององค์ชายรองในอดีต บัดนี้กลายเป็นจวนของว่าที่องค์รัชทายาท แม้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการออกไปยังทั่วเมืองหลวง แต่ในวันนี้ชะตาของคนสองคนกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง หรูเยียนวางมือจากผืนผ้าที่กำลังปักลายเมฆมงคล นางยกมือแตะหน้าท้องของตนอย่างเผลอไผล มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางที่แม้ไม่มีใครเห็นก็ยังงดงาม คำบอกของหมอหลวงเมื่อช่วงสายยังดังก้องอยู่ในหัวใบหน้าของหมอมากประสบการณ์นั้นผ่อนคลายยิ่งนักเมื่อกล่าวกับนางว่า “ขอแสดงความยินดีด้วย นี่คือชีพมงคลพ่ะย่ะค่ะ” เพียงคำไม่กี่คำ โลกของหรูเยียนก็เหมือนถูกแต้มด้วยสีที่อ่อนหวานไปทั้งใบ นางไม่ทันตอบอะไร เพียงแต่ก้มหน้าลง น้ำตาเอ่อในตาโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำในชาติก่อนที่เลือนรางอยู่ส่วนลึกถูกคลื่นแห่งปัจจุบันกลืนหายไปทีละน้อย ครั้งนั้นนางไม่มีโอกาสแม้แต่จะรู้ว่าการมีชีวิตใหม่เติบโตในตัวนั้นเป็นความรู้สึกเช่นไร แต่ในชาตินี้สวรรค์เหมือนยื่นมือม

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   67.2 พิธีอภิเษก

    67.2พิธีอภิเษกภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยแขกเหรื่อ ขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊นั่งเรียงรายตามลำดับ ฝ่าบาทและฮองเฮาทรงประทับในจุดสูงสุดทอดพระเนตรโอรส และสะใภ้ด้วยความพึงพอใจ องค์หญิงสาม จ้าวอวี้หงในชุดงดงามเฉิดฉาย นั่งอยู่ไม่ไกลจากที่นั่งของหรูเยียน เมื่อมีโอกาส นางก็รีบเท้าแขนบนโต๊ะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ “หรูเยียน วันนี้เจ้างดงามมาก น่าจะงามที่สุดตั้งแต่ที่เรารู้จักกันด้วย” หรูเยียนหัวเราะเบาๆ ใต้ผ้าคลุม “องค์หญิงอย่าทรงล้อหม่อมฉันเลย” “ใครล้อกัน” องค์หญิงทำหน้าจริงจัง “เจ้าน่ะ ทำให้ข้าเริ่มคิดแล้วว่าถ้าข้าแต่งงานไปบ้าง จะงามได้ครึ่งของเจ้าหรือไม่” หรูเยียนอยากจะตอบว่า ‘พระองค์งามกว่านางมาก’ แต่ยังไม่ทันพูดก็มีขันทีเข้ามากระซิบบอกบางอย่าง “ของขวัญจากเป่ยเยี่ยนมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งห้องโถงเงียบลงพอสมควร ทุกสายตาหันไปที่เรือนข้างๆ ที่บ่าวกำลังขนหีบของขวัญใหญ่โตหลายใบเข้ามาขันทีเปิดหีบใบหนึ่งให้เห็นด้านในเป็นหยกหายาก ชุดผ้าไหม อาวุธสั้นฝักประดับอัญมณี และสุดท้าย กล่องลงรักสีดำเข้มประดับลายผีเสื้อทอง “ของทั้งหมดนี้เป็นของขว

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   67.1 พิธีอภิเษก

    67.1พิธีอภิเษก เมืองหลวงต้าหยางเหมือนสว่างเร็วกว่าทุกวัน แสงอรุณลอดผ่านหมอกบาง สีทองอ่อนทาบไปทั่วหลังคากระเบื้องของวังหลวงและจวนตระกูลใหญ่ ผู้คนทั้งในตลาดและตรอกซอกซอยล้วนจับกลุ่มพูดคุยเรื่องเดียว “องค์ชายรองจ้าวอี้หลันจะอภิเษกกับคุณหนูใหญ่สกุลเซี่ย” ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นงานมงคลของพระโอรส แต่เพราะเรื่องราวของเซี่ยหรูเยียนแพร่กระจายไปในหมู่คนมานาน ทั้งอดีตที่ถูกทอดทิ้งในอาราม ทั้งความสนิทสนมกับองค์หญิงสาม ทั้งเรื่องการรอดตายราวปาฏิหาริย์ คำว่า ‘ชะตาชีวิตไม่ธรรมดา’ ถูกเอ่ยถึงคู่กับชื่อของนางอยู่เสมอ ยามเช้าในจวนสกุลเซี่ย เรือนของหรูเยียนครึกครื้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี สาวใช้ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาจัดการเครื่องประดับและอาภรณ์ ช่างแต่งหน้ากำลังบรรจงลงแป้งบางๆ ให้กับใบหน้าที่เดิมก็ขาวผ่องอยู่แล้ว หรูเยียนนั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง มือเรียววางบนตักอย่างสงบ ทว่าในใจกลับบังเกิดความตื่นเต้นจนห้ามไม่อยู่ “วันนี้คุณหนูงามมากเจ้าค่ะ” อาเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “หากองค์ชายรองมาเห็น คงพูดไม่ออกแน่” หรูเยียนหัวเราะเบาๆ เช่นกัน มุ

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   66 ข่าวจากไป๋อัน

    66ข่าวจากไป๋อัน ลมหนาวต้นฤดูโหมแรงทั่วเมืองไป๋อัน ฟ้าครึ้มจนมองเห็นเมฆต่ำเหมือนกำลังจะมีหิมะตก แม้จะยังไม่ถึงฤดูหนาวโดยสมบูรณ์ แต่ในเมืองชายแดนที่กันดารเช่นนี้ ทั้งลมและความเหน็บหนาวมาเยือนเร็วกว่าที่อื่นเสมอ ในเรือนเล็กเซี่ยเหมยหรงกำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้ ท้องของนางโตจนเรียวแขนต้องโอบประคองตลอดเวลา สายตาของนางมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างว่างเปล่าราวกับกำลังหาความหวังบางอย่างในผืนฟ้า แต่ก็ไม่เคยพบมันเสียที เสียงฝีเท้าของสาวใช้ทำให้เซี่ยหมยหรงละสายตา “คุณหนูเจ้าคะ มีจดหมายจากเมืองหลวงมาถึงเจ้าค่ะ” เซี่ยเหมยหรงยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “จากจวนตระกูลเซี่ยหรือ” “เจ้าค่ะ” นางยื่นมือออกไปรับจดหมายที่จ่าหน้าด้วยลายมือของพ่อบ้าน แม้ยังไม่ได้เปิดอ่าน แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในใจว่าคงมิใช่ข่าวธรรมดา เซี่ยเหมยหรงแกะผนึกเปิดจดหมาย ดวงตาค่อยๆ กวาดอ่านข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด ใบหน้าที่อ่อนล้าของนางก็แข็งค้าง เซี่ยหรูเยียนจะได้อภิเษกสมรสกับองค์ชายรอง... มือของเซี่ยเหมยหรงสั่นจนกระดาษหลุดจากปลายนิ้วลงพื

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   65.2 สมรสพระราชทาน

    65.2สมรสพระราชทานอาภรณ์สีเข้มของเขาดูเรียบง่ายกว่าตอนเข้าเฝ้าในท้องพระโรง แต่กลับทำให้ดูอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “องค์ชายรอง” หรูเยียนโค้งคำนับอย่างงดงาม “ยามมืดค่ำเช่นนี้ ไฉนถึงเสด็จมาถึงที่นี่ได้เพคะ” เขามองนางนิ่งไปเพียงชั่วอึดใจ แล้วจึงยกมุมปากขึ้นน้อยๆ “หากใจอยากมาหาเจ้า ต่อให้ค่ำกว่านี้ ข้าก็จะมา” คำพูดเรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจของหรูเยียนเต้นแรง นางหลบสายตาเล็กน้อย “เชิญองค์ชายรองด้านใน” ภายในห้องโถงของเรือน เงาไฟจากเชิงเทียนส่องผนังเป็นลายงดงาม อาเหยานำชาร้อนเข้ามาวาง ก่อนถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้ทั้งสองอยู่ตามลำพัง จ้าวอี้หลันปล่อยให้ความเงียบอุ่นๆ ลอยอยู่ในห้องครู่หนึ่ง สายตาเขามองใบหน้าของหรูเยียนอย่างเก็บอารมณ์ไม่ได้ทั้งหมด “วันนี้ ได้ยินข่าวหรือยัง” เขาเปิดปากถามอย่างนุ่มนวล หรูเยียนช้อนตามองอย่างงุนงง “ข่าวใดเพคะ” “ดูท่าทางแล้วเจ้ายังไม่รู้จริงๆ” จากนั้นเขาก็หยิบกล่องไม้เล็กที่ห่อด้วยผ้าไหมสีเข้มออกมาจากแขนเสื้อ และวางลงบนโต๊ะระหว่างกันอย่างระมัดระวัง

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   65.1 สมรสพระราชทาน

    65.1สมรสพระราชทาน หลังการเชื่อมไมตรีระหว่างสองแคว้นผ่านไปอย่างราบรื่น บรรยากาศในวังหลวงก็เบาสบายขึ้นมาก แต่ในหัวใจของชายหนุ่มผู้หนึ่งกลับไม่ได้สงบนิ่งเช่นท้องฟ้าวันนี้ องค์ชายรอง จ้าวอี้หลัน ยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องเขียนในจวนของตน ดวงตาสีหมึกทอดมองกล่องไม้แกะลายผีเสื้อซึ่งวางอยู่บนผ้าไหมสีคราม เขาเปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นปิ่นทองประดับหยกผีเสื้อสีอ่อน เนื้อหยกใสคล้ายหยดน้ำตอนรุ่งสาง ปิ่นทองนี้เป็นของที่เขาเคยสั่งช่างฝีมือเอกให้สร้างขึ้นพักใหญ่แล้ว ตอนนั้นยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของหรูเยียน แต่วันนี้เขามั่นใจแล้วยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น มือใหญ่แตะปิ่นหยกเบาๆ ดวงตาขององค์ชายรองวูบไหวชั่ววูบ ทั้งตื่นเต้น ทั้งตัดสินใจเด็ดเดี่ยว “วันนี้ข้าจะทูลต่อฝ่าบาทให้ทรงพระราชทานสมรสให้ข้าและหรูเยียน” หลังผ่านความเป็นความตายร่วมกัน หลังรู้ความจริงว่านางมีพิษกู่ในร่างตั้งแต่เด็ก หลังเห็นนางร้องไห้เพราะมารดาที่ตายจาก หลังเห็นนางยืนหยัดอยู่ในท้องพระโรงอย่างสง่างาม เขาก็ตระหนักชัดว่านางคือสตรีเพียงคนเดียวที่เขาจะรักไปจนชั่วชีวิต จ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status