Teilen

5.2 หมากทองคำของหรูเยียน

last update Zuletzt aktualisiert: 08.02.2026 00:04:05

5.2

หมากทองคำของหรูเยียน

ลานสวนในอารามชั้นในอาบแสงอาทิตย์ยามสายจนเกิดประกายสีทองจางๆ ลงบนกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้น

กลิ่นชาชั้นดีลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นดอกไม้ไปทั่ว เสียงสายลมพัดผิวไม้ไผ่สั่นกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา ข้างศาลาพักกลางสวนมีขบวนขันทีและนางกำนัลจำนวนหนึ่งยืนเรียงรายอยู่ด้วยความสงบ จากนั้นไม่นานก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

“องค์หญิงสามเสด็จแล้ว”

เซี่ยหรูเยียนที่เพิ่งถูกเรียกมาช่วยงานถวายชาให้แขกจากวังหลวง ค่อยๆ หลุบตาต่ำ หัวใจเต้นแรงจังหวะหนึ่ง นางมาแล้ว...

องค์หญิงสาม ‘จ้าวอวี้หง’ ธิดาองค์น้อยของฮองเฮา ก้าวเข้ามาในศาลาด้วยอิริยาบถอ่อนช้อยแต่แฝงด้วยความเย่อหยิ่งตามสายเลือดสูงศักดิ์ ผิวของพระนางขาวราวหยก ดวงตาเรียวยาวแต้มสีชมพูจางด้วยเครื่องประทินโฉมชั้นดี ทุกก้าวที่ก้าวเข้ามา เหล่านางกำนัลต่างหลบตาและกลั้นหายใจด้วยความเกรงกลัว

“พวกเจ้าชงชากันชักช้าเสียจริง” เสียงเรียบๆ ขององค์หญิงสามเอ่ยขึ้น พลางทอดสายตาไปรอบๆ “ที่นี่เป็นอารามหลวงมิใช่หรือ เหตุใดถึงขาดระเบียบเช่นนี้”

หรูเยียนยังคงยืนนิ่ง รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังทดสอบบางอย่าง สีหน้าพวกนางชีและคนงานในวัดต่างหวาดกลัว

หรูเยียนจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นอย่างนอบน้อม กล่าวเสียงอ่อนโยน

“ขออภัยเพคะองค์หญิง หม่อมฉันเป็นเพียงศิษย์ของอารามที่รับหน้าที่แทนผู้ดูแลเรื่องการชงชาคนเดิม หม่อมฉันเพิ่งเตรียมชาเร็จ หากทำให้องค์หญิงต้องรอนาน ขอทรงอภัยด้วยเพคะ”

จ้าวอวี้หงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้าหรือ...ที่เป็นคนชงชา”

“เพคะ” หรูเยียนตอบเบาๆ “นี่เป็นชาดอกเหมยป่าได้กลิ่นหอมเย็นชื่นใจ เหมาะกับอากาศวันนี้เพคะ”

ดวงตาขององค์หญิงสามจับจ้องนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปรายตามอง

“รินมาให้ข้าสักถ้วยสิ”

“เพคะ” แล้วจัดการรินชาใส่ถ้วยเบญจรงค์ส่งให้เบื้องหน้า นางหยิบขึ้นจิบเบาๆ ความเงียบปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนจะมีรอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปาก

“กลิ่นนี้...ใช่ชาเหมยหิมะจากหุบเขาเหยียนซานหรือไม่”

หรูเยียนก้มศีรษะ

“เพคะ หม่อมฉันได้ยินว่าองค์หญิงทรงโปรดชาประเภทนี้ จึงเลือกใช้ใบอ่อนของชาชนิดนี้เพคะ และโชคดีที่ปีนี้อารามของเรามีใบชาชนิดนี้อยู่ไม่น้อย”

รอยยิ้มขององค์หญิงขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย

“ดูท่าเจ้าจะรู้ใจข้าดีทีเดียว...” นางวางถ้วยลงบนจานรอง ก่อนจะถามต่อ “เจ้าชื่ออะไร”

“หม่อมฉันชื่อเซี่ยหรูเยียนเพคะ” นางตอบเสียงเบา แต่แววตาฉายประกายอ่อนโยนเต็มเปี่ยม

“สกุลเซี่ยงั้นหรือ...” นางพูดช้าๆ ราวกับคิดอะไรบางอย่าง “ใช่สกุลเดียวกับเซี่ยเหมยหรง บุตรีแม่ทัพเซี่ยหรือไม่”

คำถามนี้หากเป็นชาติที่แล้ว นางคงตอบอย่างลังเลและเกรงว่าจะถูกเย้ยหยันในทันที แต่ครานี้นางเพียงโค้งศีรษะอย่างสงบ

“เพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงบุตรีที่เกิดจากอนุ”

“อ้อ...” จ้าวอวี้หงหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงแฝงแววเยาะหยัน “เช่นนั้นหรือ...ข้าเข้าใจแล้ว”

นางเอียงใบหน้าเล็กน้อยขณะพิจารณาอีกฝ่าย ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “แม้เป็นเพียงลูกอนุ แต่รูปลักษณ์กลับงามไม่น้อยทีเดียว”

หรูเยียนยิ้มบางๆ แล้วย่อกายลงคำนับ

“ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเมตตา”

องค์หญิงสามเอ่ยขึ้น ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ด้วยความชื่นชมในท่าทีที่อ่อนน้อมของหรูเยียน

“พูดจาดี มีสัมมาคารวะ ไม่เหมือนบางคนที่ชอบทำตัวตีสนิทเหมือนคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”

หรูเยียนรู้ดีว่าองค์หญิงกำลังพูดถึงใคร ในอดีตเซี่ยเหมยหรง น้องสาวร่วมบิดาของนางคือผู้ที่ชอบสร้างความสนิทสนมกับองค์หญิงสาม และยังชอบพูดใส่ร้ายนางต่อหน้าองค์หญิงว่าหยิ่งผยอง ทั้งยังมีเรื่องราวมากมายที่จงใจกลั่นแกล้งนางและปั่นหัวองค์หญิง ส่งผลให้องค์หญิงเกลียดชังตนอย่างไม่มีเหตุผล

ในชาติก่อนองค์หญิงสามก็ไม่ได้ชอบน้องสาวต่างมารดาของหรูเยียนสักเท่าไรนัก แต่เพราะองค์หญิงชิงชังหรูเยียนมากกว่าจึงต้องเลือกข้างเซี่ยเหมยหรง

แต่ตอนนี้เรื่องราวได้ถูกวางแผลให้เปลี่ยนไปแล้ว

“หม่อมฉันเพียงเป็นสตรีต่ำต้อย ให้อย่างไรก็มิกล้าทำตัวหยิ่งผยองต่อผู้สูงศักดิ์” เสียงของหรูเยียนอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเคารพ “หม่อมฉันหวังเพียงว่าจะได้รับพระเมตตาจากองค์หญิงในวันนี้ก็คงจะเป็นบุญของหม่อมฉันแล้วเพคะ”

คนฟังหัวเราะเบาๆ “หรูเยียนเอ๋ย...เจ้านี่พูดเก่งไม่น้อย”

“หม่อมฉันเพียงพูดจากใจเพคะ” หรูเยียนตอบพลางยกถ้วยชามาเติมให้อย่างคล่องแคล่ว มือขาวเรียวของนางมั่นคงและอ่อนช้อย ชาไหลเป็นสายไม่กระเด็นสักหยด กิริยาเช่นนั้นอ่อนน้อมแต่ก็สง่างามจนน่ามอง

จ้าวอวี้หงมองภาพนั้นแล้วถอนหายใจเบาๆ “หากเจ้าอยู่ในวัง ข้าคงอยากให้มาอยู่ข้างกาย”

หรูเยียนยกมือประสานพลางย่อกายคำนับ

“เพคะ หากเป็นพระประสงค์ขององค์หญิงก็ถือเป็นเกียรติของหม่อมฉันยิ่งนักเพคะ”

คำตอบนั้นยิ่งทำให้องค์หญิงยิ้มกว้าง

“พูดได้เข้าหูข้าเสียจริง วันนี้ก็ปรนนิบัติข้าให้ดีแล้วถ้าหากข้าพอใจล่ะก็...ข้าจะให้คนส่งผ้าไหมจากในวังมาให้เจ้าเป็นรางวัลสักพับสองพับ”

หรูเยียนแสร้งทำท่าตกใจ “ของล้ำค่าเช่นนั้นคงไม่เหมาะกับหม่อมฉันหรอกเพคะ”

“เอาน่าอย่าปฏิเสธเลย ถ้าเจ้าทำงานได้ดีก็ถือเสียว่าเป็นรางวัลสำหรับวันนี้ก็แล้วกัน” นางโบกมือด้วยอารมณ์ดี

หรูเยียนยอบกายคำนับอีกครั้ง “ขอบพระทัยเพคะองค์หญิง”

ในยามนั้น หรูเยียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เห็นรอยยิ้มขององค์หญิงที่มีแต่ความชอบใจ นางถึงได้ถอนลมหายใจอย่างโล่งอก

ในชาติที่แล้วนางถูกองค์หญิงสามเกลียดชังเพียงเพราะคำยุยงของน้องสาว แต่ในครั้งนี้นางจะกลับมาเป็นคนที่องค์หญิงโปรดปรานที่สุด

หรูเยียนรู้ดีว่า ความโปรดปรานขององค์หญิงสามคือดาบสองคม แต่นั่นย่อมดีกว่าการเป็นศัตรู เพราะหากต้องเดินบนเส้นทางแห่งการแก้แค้นแล้ว นางจำเป็นต้องมีหมากสูงศักดิ์ไว้ในกำมือ

และองค์หญิงสามคือหมากตัวแรกที่นางเลือกวางไว้ในตำแหน่งทองคำ

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   7 เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่ง

    7เรียกคืนหนี้แค้นครั้งที่หนึ่งลมอ่อนพัดกลิ่นกำยานจากในโถงด้านหน้าอารามลอยอ้อยอิ่งผ่านลานหินขาว เวลานี้ผู้คนเริ่มทยอยออกจากศาลาใหญ่ บ้างสนทนา บ้างพักสายตาชมสวนหินและสระบัวที่บานสะพรั่งกลางแดดอ่อนเซี่ยหรูเยียนก้าวเดินอย่างสงบ ท่วงท่าเรียบง่าย อาภรณ์ผ้าแพรสีขาวไร้ลวดลายหรูหรา แต่กลับทำให้นางดูสง่างามในความเรียบง่ายนั้น ความอ่อนโยนของแววตาคล้ายสายน้ำที่ไหลเย็นจนยากจะหยั่งลึก วงหน้าของนางงามละมุนจนแม้แต่แสงแดดยามบ่ายยังทอดตัวอ่อนโยนเมื่อส่องกระทบวันนี้พิธีทำบุญสิ้นสุดลงโดยมีองค์หญิงสามเป็นผู้แทนของฮองเฮา พระองค์มีพระเมตตาต่อผู้มาร่วมงานไม่น้อย โดยเฉพาะต่อหรูเยียนที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าและถวายชา จนได้รับรอยยิ้มโปรดปรานและคำชื่นชมตอบกลับ ซึ่งภาพนั้นยังติดตาใครหลายคน“พี่หญิง...พี่หญิง!”เสียงเรียกที่แฝงแววดื้อรั้นดังขึ้นจากด้านหลัง หรูเยียนหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับ พลันเห็นร่างหนึ่งเดินเร็วเข้ามาหาเซี่ยเหมยหรง น้องสาวต่างมารดาของนาง หญิงสาวผู้นี้งามในแบบที่ฉูดฉาดกว่าหรูเยียน ใบหน้าขาวจัดแต่งแต้มสีปากแดงสด อาภรณ์ไหมแวววาวจนสะดุดตา เครื่องประดับหยกและทองคำระยิบระยับจนเมื่อเผลอมองแล้วแทบจะลืมตาไ

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   6 เซี่ยเหมยหรง

    6เซี่ยเหมยหรงเสียงสวดมนต์ในอารามดังแผ่วเป็นระลอก เคล้าไปกับกลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่ทั่วลานกว้างดวงอาทิตย์ยามสายเริ่มสาดแสงอุ่นส่องกระทบกลีบดอกเหมยที่บานสะพรั่งอยู่ริมทางเดินกรวดขาว เสียงระฆังดังขึ้นสามครั้งบ่งบอกถึงการเริ่มพิธีองค์หญิงสามนั่งอยู่ตรงศาลาใหญ่ด้านหน้าสวมชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อนปักลายเมฆมงคล งามสง่าแต่ไม่ฉูดฉาด รายล้อมด้วยเหล่าสกุลขุนนางฝ่ายในที่มาร่วมงานเพื่อถวายของทำบุญและประจบเอาใจองค์หญิงผู้เป็นตัวแทนของฮองเฮาหรูเยียนยืนอยู่ทางด้านข้างในชุดเรียบง่ายสีขาวที่ทางเจ้าอาวาสจัดให้ซึ่งดูแล้วสบายตา นางอยู่เคียงข้างองค์หญิงสามในฐานะผู้ดูแลของทางอารามด้วยท่าทางสำรวม ซึ่งได้รับสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจจากองค์หญิงในยามที่มองมาเป็นระยะพิธีการทางศาสนาดำเนินมาเรื่อยจนถึงช่วงสุดท้าย ทุกคนต่างเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับ แต่ก็ยังอยู่ดูรอท่าทีขององค์หญิงก่อน เพราะทุกคนต่างอยากจะมาเอาอกเอาใจองค์หญิงสามก่อนกลับกันทั้งนั้น เพราะอยากจะอยู่ในสายตาขององค์หญิงให้มากเข้าไว้ เนื่องจากองค์หญิงสามเป็นธิดาองค์โปรดของฮองเฮา หากว่าวันหน้าสนิทสนมกันเอาไว้ก็ย่อมมิใช่เรื่องเสียหายแต่แล้

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   5.2 หมากทองคำของหรูเยียน

    5.2หมากทองคำของหรูเยียนลานสวนในอารามชั้นในอาบแสงอาทิตย์ยามสายจนเกิดประกายสีทองจางๆ ลงบนกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้นกลิ่นชาชั้นดีลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นดอกไม้ไปทั่ว เสียงสายลมพัดผิวไม้ไผ่สั่นกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา ข้างศาลาพักกลางสวนมีขบวนขันทีและนางกำนัลจำนวนหนึ่งยืนเรียงรายอยู่ด้วยความสงบ จากนั้นไม่นานก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น“องค์หญิงสามเสด็จแล้ว”เซี่ยหรูเยียนที่เพิ่งถูกเรียกมาช่วยงานถวายชาให้แขกจากวังหลวง ค่อยๆ หลุบตาต่ำ หัวใจเต้นแรงจังหวะหนึ่ง นางมาแล้ว...องค์หญิงสาม ‘จ้าวอวี้หง’ ธิดาองค์น้อยของฮองเฮา ก้าวเข้ามาในศาลาด้วยอิริยาบถอ่อนช้อยแต่แฝงด้วยความเย่อหยิ่งตามสายเลือดสูงศักดิ์ ผิวของพระนางขาวราวหยก ดวงตาเรียวยาวแต้มสีชมพูจางด้วยเครื่องประทินโฉมชั้นดี ทุกก้าวที่ก้าวเข้ามา เหล่านางกำนัลต่างหลบตาและกลั้นหายใจด้วยความเกรงกลัว“พวกเจ้าชงชากันชักช้าเสียจริง” เสียงเรียบๆ ขององค์หญิงสามเอ่ยขึ้น พลางทอดสายตาไปรอบๆ “ที่นี่เป็นอารามหลวงมิใช่หรือ เหตุใดถึงขาดระเบียบเช่นนี้”หรูเยียนยังคงยืนนิ่ง รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังทดสอบบางอย่าง สีหน้าพวกนางชีและคนงานในวัดต่างหวาดกลัวหรูเยียนจึงค่อย ๆ เงยหน้

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   5.1 หมากทองคำของหรูเยียน

    5.1หมากทองคำของหรูเยียนในที่สุดวันที่นางเคยมีความสุขก็มาถึง...หรูเยียนตื่นแต่เช้าเพื่อทำงานที่เจ้าอาวาสมอบหมายเฉกเช่นทุกวัน แต่วันนี้นางตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่มีทางปล่อยให้เรื่องราวต่างๆ ดำเนินตามเส้นเรื่องในชาติก่อนวันนี้ในชาติก่อนเป็นวันที่ทางราชสำนักจัดงานทำบุญครั้งใหญ่ ขุนนางน้อยใหญ่ต่างมาร่วมงาน เพราะงานนี้เป็นงานที่ฮองเฮาโปรดให้จัดขึ้น โดยส่งตัวแทนอย่างองค์หญิงสามที่เป็นทายาทสายตรงของพระนางมาเป็นประธานในพิธีดังนั้นจึงมีขุนนางน้อยใหญ่และบรรดาบุตรและบุตรีของขุนนางมาร่วมงานเพื่อเอาหน้ากันไม่น้อย ซึ่งในงานนี้ หรูเยียนก็ได้พบหลี่เจี้ยนเป็นครั้งแรกวันนั้นนางบังเอิญซุ่มซ่ามและมีเรื่องกับน้องสาวต่างมารดาจนตกน้ำ และอีกฝ่ายก็มาช่วยนางเอาไว้ ความประทับใจแรกในครั้งนั้นทำให้หรูเยียนที่ไม่ประสาเรื่องรักใคร่หลงรักอีกฝ่ายในทันทีต่อมาเมื่อนางกลับจวนตระกูลเซี่ยและได้พบหน้าเขาบ่อยครั้งเข้าความสนิทสนมก็เกิดขึ้นมาจนนำพามาสู่การแต่งงานในเวลาต่อมาทว่าคราวนี้นางมิใช่หรูเยียนผู้โง่งมอีกแล้ว ดังนั้นนางจะไม่มีวันยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นแน่นอน และตอนนี้เหตุการณ์ทุกอย่างก็ช่างเป็นใจยิ่งนัก เนื่องจากคน

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   4.2 เรื่องราวที่แปรเปลี่ยน

    4.2เรื่องราวที่แปรเปลี่ยนมือของนางสั่นเทาเมื่อรับปิ่นหยกจากมือของเขาในชาตินี้ ความเย็นของหยกแผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือ แต่สักพักกลับอบอุ่นแปลกประหลาดในใจ“ขอบพระทัยเพคะ...” เสียงของนางเบาแทบเป็นกระซิบ “หม่อมฉันจะเก็บมันไว้อย่างดี”“อืม” จ้าวอี้หลันยิ้ม ดวงตาเขาเปล่งประกายดั่งแสงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำในยามนั้นหรูเยียนเงยหน้ามองเขา นางเห็นใบหน้าเขายังคงอ่อนโยนเหมือนเดิมทุกครั้งที่พบเจอกันทั้งในชาตินี้และชาติก่อนโลกนี้อาจมีคนมากมายที่ต้องการใช้ประโยชน์จากการมีอยู่ของนาง แต่สำหรับหรูเยียนแล้วมีเพียงคนผู้นี้เท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้างกันอย่างไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆหัวใจของนางเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอบอุ่นที่เคยสูญหายในชาติที่แล้วกลับมาท่วมท้นอีกครั้ง‘ชาติที่แล้ว ข้าไม่รับมันไว้เพราะห่วงความรู้สึกของหลี่เจี้ยน และสุดท้ายก็ทำให้เขาต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายเพราะข้า แต่ชาติใหม่นี้ ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าก็จะปกป้องเขาให้ได้ แม้ว่าจะเป็นการต้องระวังไม่ให้ตนเองอยู่ใกล้เขาจนเกินไปก็ตาม’นางกล่าวคำมั่นกับตนเองในใจ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายแน่วแน่ขึ้นมา ทว่าเพียงพร

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   4.1 เรื่องราวที่แปรเปลี่ยน

    4.1เรื่องราวที่แปรเปลี่ยนความทรงจำเรื่องราวในอดีตต่างๆ นั้นยังคงชัดเจนเจ็ดปีผ่านไปความผูกพันของเขากับนางกลับยิ่งแน่นแฟ้นลึกซึ้งหรูเยียนมองขนมไร้กังวลในมือ น้ำตาเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัวกลิ่นหอมหวานของถั่วแดงและเก๊กฮวยทำให้หัวใจปวดหนึบในชาติที่แล้วเป็นนางเองที่ละทิ้งความปรารถนาดีของสหาย ละทิ้งคำเตือนของเขาว่าหลี่เจี้ยนมิใช่คนดีพร้อมและไปแต่งงานด้วย ทั้งยังผลักไสเขาไปด้วยคำพูดที่เย็นชาและห่างเหินต่อมาก็เป็นนางอีกเช่นกันที่นำเภทภัยมาให้เขา ทำให้เขาต้องตกที่นั่งลำบากไปพร้อมกับตนเอง ตอนที่นางถูกประหารก็ได้ทราบข่าวว่า องค์ชายเองก็ถูกราชสำนักตัดสินโทษเช่นกัน เพราะฝ่าบาทหลงเชื่อในหลักฐานที่หลี่เจี้ยนและพรรคพวกนำไปรายงานนางไม่อาจได้เห็นจุดสิ้นสุดในชะตาชีวิตครั้งนั้นขององค์ชายรอง แต่ก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าคงไม่ต่างกันจากนางหรูเยียนทอดถอนใจ แววตาแฝงรอยยิ้มปนเศร้า“องค์ชายรอง...ข้าไม่รู้ว่าชาตินี้ข้าจะกล้ารับน้ำใจทั้งหมดจากท่านอีกหรือไม่”จ้าวอี้หลันหันมามองอย่างไม่เข้าใจ เนื่องจากเมื่อครู่ได้ยินไม่ชัด“เจ้าว่าอะไรนะ”หรูเยียนส่ายหน้าเบาๆ “ไม่มีอันใดเพคะ แค่รู้สึกว่าวันนี้ขนมชิ้นนี้หวานมาก” นางเอ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status