Share

5.2 หมากทองคำของหรูเยียน

last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-08 00:04:05

5.2

หมากทองคำของหรูเยียน

ลานสวนในอารามชั้นในอาบแสงอาทิตย์ยามสายจนเกิดประกายสีทองจางๆ ลงบนกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้น

กลิ่นชาชั้นดีลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นดอกไม้ไปทั่ว เสียงสายลมพัดผิวไม้ไผ่สั่นกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา ข้างศาลาพักกลางสวนมีขบวนขันทีและนางกำนัลจำนวนหนึ่งยืนเรียงรายอยู่ด้วยความสงบ จากนั้นไม่นานก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

“องค์หญิงสามเสด็จแล้ว”

เซี่ยหรูเยียนที่เพิ่งถูกเรียกมาช่วยงานถวายชาให้แขกจากวังหลวง ค่อยๆ หลุบตาต่ำ หัวใจเต้นแรงจังหวะหนึ่ง นางมาแล้ว...

องค์หญิงสาม ‘จ้าวอวี้หง’ ธิดาองค์น้อยของฮองเฮา ก้าวเข้ามาในศาลาด้วยอิริยาบถอ่อนช้อยแต่แฝงด้วยความเย่อหยิ่งตามสายเลือดสูงศักดิ์ ผิวของพระนางขาวราวหยก ดวงตาเรียวยาวแต้มสีชมพูจางด้วยเครื่องประทินโฉมชั้นดี ทุกก้าวที่ก้าวเข้ามา เหล่านางกำนัลต่างหลบตาและกลั้นหายใจด้วยความเกรงกลัว

“พวกเจ้าชงชากันชักช้าเสียจริง” เสียงเรียบๆ ขององค์หญิงสามเอ่ยขึ้น พลางทอดสายตาไปรอบๆ “ที่นี่เป็นอารามหลวงมิใช่หรือ เหตุใดถึงขาดระเบียบเช่นนี้”

หรูเยียนยังคงยืนนิ่ง รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังทดสอบบางอย่าง สีหน้าพวกนางชีและคนงานในวัดต่างหวาดกลัว

หรูเยียนจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นอย่างนอบน้อม กล่าวเสียงอ่อนโยน

“ขออภัยเพคะองค์หญิง หม่อมฉันเป็นเพียงศิษย์ของอารามที่รับหน้าที่แทนผู้ดูแลเรื่องการชงชาคนเดิม หม่อมฉันเพิ่งเตรียมชาเร็จ หากทำให้องค์หญิงต้องรอนาน ขอทรงอภัยด้วยเพคะ”

จ้าวอวี้หงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้าหรือ...ที่เป็นคนชงชา”

“เพคะ” หรูเยียนตอบเบาๆ “นี่เป็นชาดอกเหมยป่าได้กลิ่นหอมเย็นชื่นใจ เหมาะกับอากาศวันนี้เพคะ”

ดวงตาขององค์หญิงสามจับจ้องนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปรายตามอง

“รินมาให้ข้าสักถ้วยสิ”

“เพคะ” แล้วจัดการรินชาใส่ถ้วยเบญจรงค์ส่งให้เบื้องหน้า นางหยิบขึ้นจิบเบาๆ ความเงียบปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนจะมีรอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปาก

“กลิ่นนี้...ใช่ชาเหมยหิมะจากหุบเขาเหยียนซานหรือไม่”

หรูเยียนก้มศีรษะ

“เพคะ หม่อมฉันได้ยินว่าองค์หญิงทรงโปรดชาประเภทนี้ จึงเลือกใช้ใบอ่อนของชาชนิดนี้เพคะ และโชคดีที่ปีนี้อารามของเรามีใบชาชนิดนี้อยู่ไม่น้อย”

รอยยิ้มขององค์หญิงขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย

“ดูท่าเจ้าจะรู้ใจข้าดีทีเดียว...” นางวางถ้วยลงบนจานรอง ก่อนจะถามต่อ “เจ้าชื่ออะไร”

“หม่อมฉันชื่อเซี่ยหรูเยียนเพคะ” นางตอบเสียงเบา แต่แววตาฉายประกายอ่อนโยนเต็มเปี่ยม

“สกุลเซี่ยงั้นหรือ...” นางพูดช้าๆ ราวกับคิดอะไรบางอย่าง “ใช่สกุลเดียวกับเซี่ยเหมยหรง บุตรีแม่ทัพเซี่ยหรือไม่”

คำถามนี้หากเป็นชาติที่แล้ว นางคงตอบอย่างลังเลและเกรงว่าจะถูกเย้ยหยันในทันที แต่ครานี้นางเพียงโค้งศีรษะอย่างสงบ

“เพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงบุตรีที่เกิดจากอนุ”

“อ้อ...” จ้าวอวี้หงหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงแฝงแววเยาะหยัน “เช่นนั้นหรือ...ข้าเข้าใจแล้ว”

นางเอียงใบหน้าเล็กน้อยขณะพิจารณาอีกฝ่าย ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “แม้เป็นเพียงลูกอนุ แต่รูปลักษณ์กลับงามไม่น้อยทีเดียว”

หรูเยียนยิ้มบางๆ แล้วย่อกายลงคำนับ

“ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเมตตา”

องค์หญิงสามเอ่ยขึ้น ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ด้วยความชื่นชมในท่าทีที่อ่อนน้อมของหรูเยียน

“พูดจาดี มีสัมมาคารวะ ไม่เหมือนบางคนที่ชอบทำตัวตีสนิทเหมือนคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”

หรูเยียนรู้ดีว่าองค์หญิงกำลังพูดถึงใคร ในอดีตเซี่ยเหมยหรง น้องสาวร่วมบิดาของนางคือผู้ที่ชอบสร้างความสนิทสนมกับองค์หญิงสาม และยังชอบพูดใส่ร้ายนางต่อหน้าองค์หญิงว่าหยิ่งผยอง ทั้งยังมีเรื่องราวมากมายที่จงใจกลั่นแกล้งนางและปั่นหัวองค์หญิง ส่งผลให้องค์หญิงเกลียดชังตนอย่างไม่มีเหตุผล

ในชาติก่อนองค์หญิงสามก็ไม่ได้ชอบน้องสาวต่างมารดาของหรูเยียนสักเท่าไรนัก แต่เพราะองค์หญิงชิงชังหรูเยียนมากกว่าจึงต้องเลือกข้างเซี่ยเหมยหรง

แต่ตอนนี้เรื่องราวได้ถูกวางแผลให้เปลี่ยนไปแล้ว

“หม่อมฉันเพียงเป็นสตรีต่ำต้อย ให้อย่างไรก็มิกล้าทำตัวหยิ่งผยองต่อผู้สูงศักดิ์” เสียงของหรูเยียนอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเคารพ “หม่อมฉันหวังเพียงว่าจะได้รับพระเมตตาจากองค์หญิงในวันนี้ก็คงจะเป็นบุญของหม่อมฉันแล้วเพคะ”

คนฟังหัวเราะเบาๆ “หรูเยียนเอ๋ย...เจ้านี่พูดเก่งไม่น้อย”

“หม่อมฉันเพียงพูดจากใจเพคะ” หรูเยียนตอบพลางยกถ้วยชามาเติมให้อย่างคล่องแคล่ว มือขาวเรียวของนางมั่นคงและอ่อนช้อย ชาไหลเป็นสายไม่กระเด็นสักหยด กิริยาเช่นนั้นอ่อนน้อมแต่ก็สง่างามจนน่ามอง

จ้าวอวี้หงมองภาพนั้นแล้วถอนหายใจเบาๆ “หากเจ้าอยู่ในวัง ข้าคงอยากให้มาอยู่ข้างกาย”

หรูเยียนยกมือประสานพลางย่อกายคำนับ

“เพคะ หากเป็นพระประสงค์ขององค์หญิงก็ถือเป็นเกียรติของหม่อมฉันยิ่งนักเพคะ”

คำตอบนั้นยิ่งทำให้องค์หญิงยิ้มกว้าง

“พูดได้เข้าหูข้าเสียจริง วันนี้ก็ปรนนิบัติข้าให้ดีแล้วถ้าหากข้าพอใจล่ะก็...ข้าจะให้คนส่งผ้าไหมจากในวังมาให้เจ้าเป็นรางวัลสักพับสองพับ”

หรูเยียนแสร้งทำท่าตกใจ “ของล้ำค่าเช่นนั้นคงไม่เหมาะกับหม่อมฉันหรอกเพคะ”

“เอาน่าอย่าปฏิเสธเลย ถ้าเจ้าทำงานได้ดีก็ถือเสียว่าเป็นรางวัลสำหรับวันนี้ก็แล้วกัน” นางโบกมือด้วยอารมณ์ดี

หรูเยียนยอบกายคำนับอีกครั้ง “ขอบพระทัยเพคะองค์หญิง”

ในยามนั้น หรูเยียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เห็นรอยยิ้มขององค์หญิงที่มีแต่ความชอบใจ นางถึงได้ถอนลมหายใจอย่างโล่งอก

ในชาติที่แล้วนางถูกองค์หญิงสามเกลียดชังเพียงเพราะคำยุยงของน้องสาว แต่ในครั้งนี้นางจะกลับมาเป็นคนที่องค์หญิงโปรดปรานที่สุด

หรูเยียนรู้ดีว่า ความโปรดปรานขององค์หญิงสามคือดาบสองคม แต่นั่นย่อมดีกว่าการเป็นศัตรู เพราะหากต้องเดินบนเส้นทางแห่งการแก้แค้นแล้ว นางจำเป็นต้องมีหมากสูงศักดิ์ไว้ในกำมือ

และองค์หญิงสามคือหมากตัวแรกที่นางเลือกวางไว้ในตำแหน่งทองคำ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   บทส่งท้าย กันและกัน

    บทส่งท้ายกันและกัน กลิ่นดอกเหมยและดอกบ๊วยจากสวนด้านนอกลอยตามลมเข้ามาเจือผสมกับกลิ่นชาหอมจางๆ ในห้องโถง ผ่านมาสองปีแล้วนับแต่คืนแต่งงาน จวนขององค์ชายรองในอดีต บัดนี้กลายเป็นจวนของว่าที่องค์รัชทายาท แม้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการออกไปยังทั่วเมืองหลวง แต่ในวันนี้ชะตาของคนสองคนกำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง หรูเยียนวางมือจากผืนผ้าที่กำลังปักลายเมฆมงคล นางยกมือแตะหน้าท้องของตนอย่างเผลอไผล มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางที่แม้ไม่มีใครเห็นก็ยังงดงาม คำบอกของหมอหลวงเมื่อช่วงสายยังดังก้องอยู่ในหัวใบหน้าของหมอมากประสบการณ์นั้นผ่อนคลายยิ่งนักเมื่อกล่าวกับนางว่า “ขอแสดงความยินดีด้วย นี่คือชีพมงคลพ่ะย่ะค่ะ” เพียงคำไม่กี่คำ โลกของหรูเยียนก็เหมือนถูกแต้มด้วยสีที่อ่อนหวานไปทั้งใบ นางไม่ทันตอบอะไร เพียงแต่ก้มหน้าลง น้ำตาเอ่อในตาโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำในชาติก่อนที่เลือนรางอยู่ส่วนลึกถูกคลื่นแห่งปัจจุบันกลืนหายไปทีละน้อย ครั้งนั้นนางไม่มีโอกาสแม้แต่จะรู้ว่าการมีชีวิตใหม่เติบโตในตัวนั้นเป็นความรู้สึกเช่นไร แต่ในชาตินี้สวรรค์เหมือนยื่นมือม

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   67.2 พิธีอภิเษก

    67.2พิธีอภิเษกภายในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยแขกเหรื่อ ขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊นั่งเรียงรายตามลำดับ ฝ่าบาทและฮองเฮาทรงประทับในจุดสูงสุดทอดพระเนตรโอรส และสะใภ้ด้วยความพึงพอใจ องค์หญิงสาม จ้าวอวี้หงในชุดงดงามเฉิดฉาย นั่งอยู่ไม่ไกลจากที่นั่งของหรูเยียน เมื่อมีโอกาส นางก็รีบเท้าแขนบนโต๊ะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ “หรูเยียน วันนี้เจ้างดงามมาก น่าจะงามที่สุดตั้งแต่ที่เรารู้จักกันด้วย” หรูเยียนหัวเราะเบาๆ ใต้ผ้าคลุม “องค์หญิงอย่าทรงล้อหม่อมฉันเลย” “ใครล้อกัน” องค์หญิงทำหน้าจริงจัง “เจ้าน่ะ ทำให้ข้าเริ่มคิดแล้วว่าถ้าข้าแต่งงานไปบ้าง จะงามได้ครึ่งของเจ้าหรือไม่” หรูเยียนอยากจะตอบว่า ‘พระองค์งามกว่านางมาก’ แต่ยังไม่ทันพูดก็มีขันทีเข้ามากระซิบบอกบางอย่าง “ของขวัญจากเป่ยเยี่ยนมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งห้องโถงเงียบลงพอสมควร ทุกสายตาหันไปที่เรือนข้างๆ ที่บ่าวกำลังขนหีบของขวัญใหญ่โตหลายใบเข้ามาขันทีเปิดหีบใบหนึ่งให้เห็นด้านในเป็นหยกหายาก ชุดผ้าไหม อาวุธสั้นฝักประดับอัญมณี และสุดท้าย กล่องลงรักสีดำเข้มประดับลายผีเสื้อทอง “ของทั้งหมดนี้เป็นของขว

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   67.1 พิธีอภิเษก

    67.1พิธีอภิเษก เมืองหลวงต้าหยางเหมือนสว่างเร็วกว่าทุกวัน แสงอรุณลอดผ่านหมอกบาง สีทองอ่อนทาบไปทั่วหลังคากระเบื้องของวังหลวงและจวนตระกูลใหญ่ ผู้คนทั้งในตลาดและตรอกซอกซอยล้วนจับกลุ่มพูดคุยเรื่องเดียว “องค์ชายรองจ้าวอี้หลันจะอภิเษกกับคุณหนูใหญ่สกุลเซี่ย” ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นงานมงคลของพระโอรส แต่เพราะเรื่องราวของเซี่ยหรูเยียนแพร่กระจายไปในหมู่คนมานาน ทั้งอดีตที่ถูกทอดทิ้งในอาราม ทั้งความสนิทสนมกับองค์หญิงสาม ทั้งเรื่องการรอดตายราวปาฏิหาริย์ คำว่า ‘ชะตาชีวิตไม่ธรรมดา’ ถูกเอ่ยถึงคู่กับชื่อของนางอยู่เสมอ ยามเช้าในจวนสกุลเซี่ย เรือนของหรูเยียนครึกครื้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี สาวใช้ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาจัดการเครื่องประดับและอาภรณ์ ช่างแต่งหน้ากำลังบรรจงลงแป้งบางๆ ให้กับใบหน้าที่เดิมก็ขาวผ่องอยู่แล้ว หรูเยียนนั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง มือเรียววางบนตักอย่างสงบ ทว่าในใจกลับบังเกิดความตื่นเต้นจนห้ามไม่อยู่ “วันนี้คุณหนูงามมากเจ้าค่ะ” อาเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “หากองค์ชายรองมาเห็น คงพูดไม่ออกแน่” หรูเยียนหัวเราะเบาๆ เช่นกัน มุ

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   66 ข่าวจากไป๋อัน

    66ข่าวจากไป๋อัน ลมหนาวต้นฤดูโหมแรงทั่วเมืองไป๋อัน ฟ้าครึ้มจนมองเห็นเมฆต่ำเหมือนกำลังจะมีหิมะตก แม้จะยังไม่ถึงฤดูหนาวโดยสมบูรณ์ แต่ในเมืองชายแดนที่กันดารเช่นนี้ ทั้งลมและความเหน็บหนาวมาเยือนเร็วกว่าที่อื่นเสมอ ในเรือนเล็กเซี่ยเหมยหรงกำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้ ท้องของนางโตจนเรียวแขนต้องโอบประคองตลอดเวลา สายตาของนางมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างว่างเปล่าราวกับกำลังหาความหวังบางอย่างในผืนฟ้า แต่ก็ไม่เคยพบมันเสียที เสียงฝีเท้าของสาวใช้ทำให้เซี่ยหมยหรงละสายตา “คุณหนูเจ้าคะ มีจดหมายจากเมืองหลวงมาถึงเจ้าค่ะ” เซี่ยเหมยหรงยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “จากจวนตระกูลเซี่ยหรือ” “เจ้าค่ะ” นางยื่นมือออกไปรับจดหมายที่จ่าหน้าด้วยลายมือของพ่อบ้าน แม้ยังไม่ได้เปิดอ่าน แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในใจว่าคงมิใช่ข่าวธรรมดา เซี่ยเหมยหรงแกะผนึกเปิดจดหมาย ดวงตาค่อยๆ กวาดอ่านข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด ใบหน้าที่อ่อนล้าของนางก็แข็งค้าง เซี่ยหรูเยียนจะได้อภิเษกสมรสกับองค์ชายรอง... มือของเซี่ยเหมยหรงสั่นจนกระดาษหลุดจากปลายนิ้วลงพื

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   65.2 สมรสพระราชทาน

    65.2สมรสพระราชทานอาภรณ์สีเข้มของเขาดูเรียบง่ายกว่าตอนเข้าเฝ้าในท้องพระโรง แต่กลับทำให้ดูอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “องค์ชายรอง” หรูเยียนโค้งคำนับอย่างงดงาม “ยามมืดค่ำเช่นนี้ ไฉนถึงเสด็จมาถึงที่นี่ได้เพคะ” เขามองนางนิ่งไปเพียงชั่วอึดใจ แล้วจึงยกมุมปากขึ้นน้อยๆ “หากใจอยากมาหาเจ้า ต่อให้ค่ำกว่านี้ ข้าก็จะมา” คำพูดเรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจของหรูเยียนเต้นแรง นางหลบสายตาเล็กน้อย “เชิญองค์ชายรองด้านใน” ภายในห้องโถงของเรือน เงาไฟจากเชิงเทียนส่องผนังเป็นลายงดงาม อาเหยานำชาร้อนเข้ามาวาง ก่อนถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้ทั้งสองอยู่ตามลำพัง จ้าวอี้หลันปล่อยให้ความเงียบอุ่นๆ ลอยอยู่ในห้องครู่หนึ่ง สายตาเขามองใบหน้าของหรูเยียนอย่างเก็บอารมณ์ไม่ได้ทั้งหมด “วันนี้ ได้ยินข่าวหรือยัง” เขาเปิดปากถามอย่างนุ่มนวล หรูเยียนช้อนตามองอย่างงุนงง “ข่าวใดเพคะ” “ดูท่าทางแล้วเจ้ายังไม่รู้จริงๆ” จากนั้นเขาก็หยิบกล่องไม้เล็กที่ห่อด้วยผ้าไหมสีเข้มออกมาจากแขนเสื้อ และวางลงบนโต๊ะระหว่างกันอย่างระมัดระวัง

  • เกิดใหม่ครานี้หนี้แค้นที่มีข้าขอทวงคืน   65.1 สมรสพระราชทาน

    65.1สมรสพระราชทาน หลังการเชื่อมไมตรีระหว่างสองแคว้นผ่านไปอย่างราบรื่น บรรยากาศในวังหลวงก็เบาสบายขึ้นมาก แต่ในหัวใจของชายหนุ่มผู้หนึ่งกลับไม่ได้สงบนิ่งเช่นท้องฟ้าวันนี้ องค์ชายรอง จ้าวอี้หลัน ยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องเขียนในจวนของตน ดวงตาสีหมึกทอดมองกล่องไม้แกะลายผีเสื้อซึ่งวางอยู่บนผ้าไหมสีคราม เขาเปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นปิ่นทองประดับหยกผีเสื้อสีอ่อน เนื้อหยกใสคล้ายหยดน้ำตอนรุ่งสาง ปิ่นทองนี้เป็นของที่เขาเคยสั่งช่างฝีมือเอกให้สร้างขึ้นพักใหญ่แล้ว ตอนนั้นยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของหรูเยียน แต่วันนี้เขามั่นใจแล้วยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น มือใหญ่แตะปิ่นหยกเบาๆ ดวงตาขององค์ชายรองวูบไหวชั่ววูบ ทั้งตื่นเต้น ทั้งตัดสินใจเด็ดเดี่ยว “วันนี้ข้าจะทูลต่อฝ่าบาทให้ทรงพระราชทานสมรสให้ข้าและหรูเยียน” หลังผ่านความเป็นความตายร่วมกัน หลังรู้ความจริงว่านางมีพิษกู่ในร่างตั้งแต่เด็ก หลังเห็นนางร้องไห้เพราะมารดาที่ตายจาก หลังเห็นนางยืนหยัดอยู่ในท้องพระโรงอย่างสง่างาม เขาก็ตระหนักชัดว่านางคือสตรีเพียงคนเดียวที่เขาจะรักไปจนชั่วชีวิต จ้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status