แชร์

ตอนที่ 6

ผู้เขียน: หน่วยพลังงาน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-11 12:00:01

ยามจื่อ (ประมาณ 23.00 น.) ณ ห้องทำงานของชินอ๋อง

บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสงัดจนน่ากลัว เทียนไขบนเชิงหงส์ส่องแสงวูบวาบตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง แผนที่ยุทธศาสตร์สงครามกางเต็มโต๊ะไม้เนื้อดี ทว่าสิ่งที่วางอยู่กลางโต๊ะกลับไม่ใช่ค่ายกลทหาร... แต่เป็นกระดาษพฤกษาฉีกขาดที่มีตัวอักษรลายมือขยุกขยิกเขียนว่า ‘ช้าง ช้าง ช้าง... น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า’

เวินเชียนฟานยืนเอามือประสานหลัง ก้าวเดินกลับไปกลับมาด้วยจังหวะหนักแน่น ใบหน้าคมสันเรียบตึง ขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะกลายเป็นปมเชือก

เบื้องหน้าโต๊ะทำงาน... ‘ชางสิง’ องครักษ์คนสนิท และ ‘โม่เฟิง’ องครักษ์เงามือหนึ่ง นั่งคุกเข่าก้มหน้า เหงื่อเม็ดโตไหลซิกๆ เปียกชุ่มแผ่นหลังด้วยความเครียดเกร็ง

“พวกเจ้า... คิดว่าอย่างไรกับบทกวีทิ้งท้ายของนาง?” เวินเชียนฟานเอ่ยเสียงต่ำดุดัน หยุดก้าวเดินแล้วจ้องมององครักษ์ทั้งสองด้วยสายตาคมกริบ

ชางสิงกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เรียนท่านอ๋อง... ข้าน้อยคิดว่า คำว่า ‘ช้าง’... อาจเป็นเพียงบทเพลงเด็กเรียบง่ายที่นางร้องขึ้นมาขู่เล่นๆ หรือไม่พะยะค่ะ?”

“เขลา!” เวินเชียนฟานแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะเย็นเยือกทำเอาอุณหภูมิในห้องลดวูบ

“สายลับระดับจอมมารผู้นั้น... มีหรือจะเอื้อนเอ่ยสิ่งไร้สาระ!” ชินอ๋องตบโต๊ะดัง ตึง! จนถ้วยชาสะเทือน “เจ้าจงตรองดูให้ดี! ช้าง... คือสิ่งใด?”

โม่เฟิงเงยหน้าขึ้น ตาโตเท่าไข่นกกระจอกเทศ “สัตว์... สัตว์อสูรโบราณร่างยักษ์พะยะค่ะ!”

“ถูกต้อง!” เวินเชียนฟานเหยียดยิ้มเย็น ยื่นมือไปชี้ที่กระดาษ “ช้าง คือสัตว์อสูรสงครามโบราณ ร่างกายใหญ่โตดุจภูเขา มีงวงเหวี่ยงทำลายกำแพงเมือง มีงาคู่แหลมคมทิ่มแทงเกราะทหาร! แล้วเหตุใดนางจึงถามข้าว่า ‘น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า’?!”

ชางสิงและโม่เฟิงมองหน้ากัน หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษไหว้เจ้า

“นาง... นางกำลังข่มขู่ท่านอ๋องรึพะยะค่ะ?” โม่เฟิงส่งเสียงสั่น

“ยิ่งกว่าข่มขู่!” เวินเชียนฟานแค่นเสียงหนักแน่น “นางกำลังประกาศขู่ข้าว่า... ‘เจ้าเคยเห็นพลังทำลายล้างของกองทัพอสูรสงครามที่ข้าซ่อนไว้หรือไม่!’ นางกำลังข่มข้าว่า กองทัพวังอ๋องของข้าเป็นเพียงมดปลวก เมื่อเผชิญหน้ากับ ‘ค่ายกลอสูรช้างสาร’ ของฝ่ายมาร!”

ชางสิงฟังแล้วขนลุกซู่ทั่วแผ่นหลัง “สวรรค์... อนุซูผู้นี้ ซ่อนกองทัพอสูรสงครามไว้ในแคว้นเราจริงๆ หรือนี่!”

“สั่งการลงไป!” เวินเชียนฟานกางแขนสะบัดชายเสื้ออย่างทรงอำนาจ “เพิ่มกำลังอารักขาวังอ๋องเป็นสองเท่า! ให้หน่วยองครักษ์เงาซุ่มเฝ้ารอบเรือนท้ายสวนตลอดยามราตรี! หากเห็นสิ่งผิดปกติ หรือเห็นสัตว์อสูรรูปร่างมีงวงยาวเดินเพ่นพ่าน... ให้จุดพลุสัญญาณด่วนทันที!”

“รับทราบพะยะค่ะท่านอ๋อง!” โม่เฟิงและชางสิงประสานมือรับคำสั่งเสียงดังลั่น ก่อนจะรีบพุ่งทะยานออกจากห้องไปปฏิบัติภารกิจด่วนด้วยความผวา!

เวินเชียนฟานยืนกอดอก มองออกไปนอกหน้าต่างมืดมิด ทอดสายตาไปยังเรือนท้ายสวนด้วยความระแวงระดับสูงสุด...

‘ซูเหมย... ข้าจะไม่ยอมให้ค่ายกลช้างสารของเจ้า ทำลายวังอ๋องของข้าได้เป็นอันขาด!’

เช้าวันต่อมา ยามซื่อ (ประมาณ 10.00 น.) ณ เรือนท้ายสวน

แสงแดดยามสายส่องผ่านทิวไม้ร่มรื่นเข้ามาในห้องพัก...

มะลินอนบิดกายยืดสายยืดขามีความสุขอยู่บนเตียงนุ่มๆ เสียงฮัมเพลงเบาๆ ดังลอดมาจากริมฝีปากอิ่ม

“อ่า... ตื่นนอนยามสาย ไม่มีเสียงนาฬิกาปลุก ไม่มีเสียงหัวหน้าไลน์ตามงาน นี่สิมนุษย์ยุค 2026 ที่แท้จริง!” มะลิพึมพำ พลางยันกายลุกขึ้นนั่งเกาหัวแกรกๆ

มะลิรู้สึกคอแห้งและอยากกินอะไรเย็นๆ จึงส่งเสียงเรียกสาวใช้ “อาชู~ อาชูเอ๋ย! ไปเบิกถังน้ำแข็ง ผลไม้แช่เย็น กับของว่างชาร้อนมาให้หัวหน้าหน่อยสิจ๊ะ!”

เงียบกริบ... ไร้เสียงตอบรับ

มะลิขมวดคิ้ว เดินเปิดประตูห้องออกไป พบกับอาชูที่เพิ่งเดินถือถาดไม้กลับมาจากทางเดินเรือนหลัง... ทว่า ใบหน้าของอาชูกลับนองไปด้วยน้ำตา ร่างกายสั่นสะท้านเดินก้มหน้าก้มตาอย่างน่าสงสาร

มะลิเลิกคิ้ว “เป็นอะไรไปอาชู? ใครทำอะไรแก โดนหมาวัดไล่กัดอีกเหรอ?”

“คุณหนูสาม... ฮือออ!” อาชูโฮออกมาคำโต วางถาดไม้ลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นระริก

สิ่งที่อยู่บนถาดไม้... คือถ้วยกระเบื้องเก่าๆ ที่มี ‘ข้าวต้มก้นหม้อแห้งกรัง’ แห้งๆ สีน้ำตาลหม่น กับน้ำชาต้มซ้ำสีส้มซีดๆ ไร้เงาของน้ำแข็ง หรือผลไม้สดแม้แต่น้อย!

มะลิก้มมองถาดอาหารแล้วตาโต “เชี่ยเอ๊ย... นี่มันเสบียงนักโทษติดเกาะหรือไงเนี้ยะ?! น้ำแข็งกับผลไม้เย็นๆ ของฉันล่ะอาชู?!”

“คุณหนูสามเจ้าคะ...” อาชูปาดน้ำตาสะอื้น “ข้าไปเบิกของที่ห้องครัวเรือนหลัง... แต่ผู้ดูแลโรงครัวบอกว่า ‘อนุเฉิน’ ออกคำสั่งด่วน! ห้ามส่งน้ำแข็ง ผลไม้สด หรือเนื้อสัตว์ดีๆ มาให้เรือนท้ายสวนเด็ดขาด! ให้ส่งมาแค่ข้าวต้มก้นหม้อวันละมื้อเท่านั้นเจ้าค่ะ! อนุเฉินบอกว่า... จะอดอาหารกดดันให้คุณหนูสำนึกตน!”

มะลินิ่งไปสามวิ ก่อนที่มุมปากจะค่อยๆ ยกยิ้มแป้นขึ้นมาอย่างกวนประสาท

“อ๋อ... เล่นมุกตัดเสบียง?” มะลิแค่นหัวเราะเหยียดในลำคอ เท้าเอวเชิดหน้าขึ้น “โห... ยุค 2026 เขาวางแผนฆ่ากันด้วยชีวภาพแล้ว ยุคนี้ยังใช้มุกกลั่นแกล้งตัดเสบียงแบบละครหลังข่าวโบราณอยู่อีกเหรอ! กระจอกแท้!”

“คุณหนู... เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ? โดนตัดเสบียงแบบนี้ เราต้องอดตายแน่ๆ!” อาชูร่ำไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่นงันงก

มะลิส่งยิ้มหวาน “แกไปนั่งพักผ่อนก่อนไปอาชู เดี๋ยวฉันใช้ ‘บริการเดลิเวอรีข้ามมิติ’ จัดการเอง!”

เมื่ออาชูเดินก้มหน้าออกไปพัก... มะลิตบโต๊ะไม้ปัง! ยืนกอดอกมองไปที่มุมห้องพัก

“ไอ้คุณพี่ยมทูตหมายเลข 7!! ออกมาจากเสาเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!” มะลิตะโกนโวยวาย

วิ้ววววว...

ความเย็นมืดครึ้มพุ่งพรวดออกมาจากหลังตู้เสื้อผ้า! เงาร่างของยมทูตหมายเลข 7 วาร์ปโผล่พรวดออกมา หน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดโตไหลซกๆ ทำสีหน้าเลิ่กลั่กลนลานอย่างหนัก

“ชู่ๆๆๆ! แม่หนูมะลิ! อย่าส่งเสียงดังสิ!” ยมทูตหมายเลข 7 ถูมือไหว้ปลกๆ “ข้าแอบวาร์ปมาได้แวบเดียวเองนะ! มีอะไรหรือเปล่า? เจ้าคงยังไม่หิวตายใช่ไหม!”

มะลิได้โอกาส จึงทำสวมรอยทำหน้าเศร้า สูดน้ำมูกดัง ปื้ด เดินเข้าไปหากระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงดราม่าระดับออสการ์!

“คุณพี่ยมทูตขา~” มะลิส่งเสียงสะอื้นเสแสร้ง “ฉันโดนกลั่นแกล้งตัดเสบียงค่ะ! โดนบังคับให้กินข้าวต้มแห้งๆ ! ถ้าโดนอดอาหารแบบนี้ อีกสองวันฉันคงหิวโซขิตรอบสอง กลายเป็นผีพรายหิวกระหายไปฟ้ององค์ยมบาลแน่ๆ เลยค่ะ!”

ยมทูตหมายเลข 7 ตาโตเท่าไข่ห่าน ร้องหลงออกมาด้วยความขวัญผวา “ขิตรอบสองเพราะอดอาหาร?! ไม่ได้นะ! ถ้าเจ้าตายเพราะอดอยากในเรือนอ๋อง เรื่องนี้ต้องรู้ถึงหูสวรรค์แน่ๆ! ข้าโดนถีบไปขัดกระทะทองแดงชั้น 18 ชัวร์!”

“ก็นั่นน่ะสิคะ!” มะลิส่งสายตาข่มขู่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ในเมื่อนรกทำศพฉันกลายเป็นฝุ่นผงไปแล้ว... คุณพี่ก็ต้องส่งสวัสดิการอาหารการกินมาให้ฉันสิคะ! สะบัดพัดเวทมนตร์เสกบุฟเฟต์มาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย!”

“ข้า... ข้าเสกอาหารใหม่จากความว่างเปล่าบ่อยๆ ไม่ได้ มันผิดกฎเวทมนตร์นรก!” ยมทูตหมายเลข 7 ลนลานจนสติแตก

“งั้นก็ไป ‘สลับย้ายของ’ จากเรือนคนที่ตัดเสบียงฉันสิคะ!” มะลิชี้นิ้วสั่งการ “ยายอนุเฉินนั่นแหละ! นางมีอะไรบนโต๊ะ เสกย้ายข้ามมิติมาให้ฉันให้หมดเลย!”

“สลับย้ายสิ่งของข้ามมิติรึ?!” ยมทูตหมายเลข 7 ปาดเหงื่อ “วิธีนี้... ไม่ผิดกฎสร้างวัตถุใหม่นี่หว่า! ได้ๆ! ข้าจัดให้เดี๋ยวนี้เลย อย่าฟ้องยมบาลนะ!”

ยมทูตหมายเลข 7 ไม่รอช้า รีบยกพัดเวทมนตร์สีดำขึ้นสะบัดร่ายเวทมนตร์นรกทันที!

ฟึ่บ! ฟึ่บ! ละอองแสงสีเทาพุ่งวูบวาบออกนอกหน้าต่างไปทางเรือนของอนุเฉิน!

ตัดสลับไปที่... เรือนอนุเฉิน (ยามสาย)

บรรยากาศภายในเรือนอนุเฉินตกแต่งอย่างหรูหรา อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานราคาแพง บนโต๊ะอาหารทรงยาวจัดวางด้วยสำรับอาหารเลิศรสนับสิบจาน! มีทั้ง ‘รังนกตุ๋นเกรดพรีเมียม’ ‘ถังน้ำแข็งแช่ผลไม้สดฉ่ำ’ ‘ขนมเปี๊ยะไส้ทะลัก’ และ ‘ชาเกรดดีที่สุด’

อนุเฉินในชุดฮั่นฝูสีแดงสด นั่งเชิดหน้าอย่างผู้ชนะ ยิ้มเหยียดสะใจขณะมองถ้วยรังนกตรงหน้า

“เหอะ... ป่านนี้นังซูเหมยคงกำลังนั่งร้องไห้แทะข้าวต้มแห้งๆ อยู่ท้ายสวนละมั้ง!” อนุเฉินส่งเสียงหัวเราะคิกคัก “กล้าต่อปากต่อคำกับข้า! อยู่เรือนอ๋องแห่งนี้ ข้าจะสั่งอดอาหารให้มันตายไปเลย!”

อนุเฉินยื่นมืออันเรียวสวย หมายจะยกถ้วยรังนกขึ้นดื่มทานชิลๆ...

ทว่า! ในวินาทีที่ปลายมือของนางกำลังจะแตะถูกถ้วยกระเบื้องนั่นเอง!

วูบ!

เกิดแสงสีเทาสว่างวาบขึ้นกลางโต๊ะอาหารเพียง 0.1 วินาที!

ถาดรังนก... ถังน้ำแข็งผลไม้แช่เย็น... จานขนมเปี๊ยะ... และกาน้ำชาเกรดพรีเมียมทั้งหมดบนโต๊ะ... หายวับไปกับตา!

กลายเป็นเพียงถ้วยกระเบื้องเก่าๆ ที่มี ‘ข้าวต้มก้นหม้อ’ แห้งๆ สีน้ำตาลหม่น กับน้ำชาต้มซ้ำสีส้มซีดๆ วางอยู่แทนที่อย่างเนียนกริบ!

อนุเฉิน: “...!!” (มือค้างกลางอากาศ ปากอ้ากว้างเท่าไข่นกกระจอกเทศ!)

สาวใช้คนสนิทที่ยืนรับใช้อยู่ข้างๆ: “...!!” (ตาถลนแทบหลุดจากเบ้า!)

ความเงียบครอบคลุมเรือนอนุเฉินไปห้าวิ... ก่อนที่อนุเฉินจะกรีดร้องเสียงแหลมสูงลั่นเรือนพัก!

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!” อนุเฉินผวากระโดดถอยหลังจนเก้าอี้ล้มตึง “ผีหลอกกกก! มนตร์ดำ! คุณไสยมนตร์ดำ!”

“ท่าน... ท่านอนุเจ้าคะ! อาหาร... อาหารหายไปไหนหมดแล้วเจ้าคะ!” สาวใช้สั่นงกๆ น้ำตาเล็ดด้วยความผวา

อนุเฉินชี้นิ้วสั่นระริกไปที่ถ้วยข้าวต้มแห้งๆ บนโต๊ะ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความกลัวสุดขีด

“นัง... นังซูเหมย! ข้าวต้มแห้งนั่นมันเสบียงที่ข้าสั่งส่งไปเรือนมันนี่นา! นังนั่นมันเป็นนางปีศาจ! มันใช้วิชาคุณไสยมนตร์ดำย้ายถาดอาหารของข้าไปแล้ว!”

ตัดกลับมาที่... เรือนท้ายสวน!

พริบตาเดียวบนโต๊ะไม้เก่าๆ ของมะลิ...

ถาดรังนกตุ๋นร้อนๆ... ถังน้ำแข็งใหญ่ที่มีแตงโมและส้มแช่เย็นฉ่ำ... จานขนมเปี๊ยะอบสดใหม่... และกาน้ำชาเกรดพรีเมียม ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ และวางลงบนโต๊ะอย่างสง่างาม!

มะลิตาโตเท่าไข่เป็ด ยิ้มแก้มปริจนแก้มแทบปริ!

“กรี๊ดดดดด! บริการเดลิเวอรีสวัสดิการนรกเขต 9! ส่งไวทันใจยิ่งกว่าไรเดอร์ยุคใหม่ซะอีก!” มะลิปรบมือหัวเราะร่า

มะลิคว้าแตงโมแช่เย็นฉ่ำขึ้นมาเคี้ยวกรวบๆ อย่างมีความสุข “อื้มมม! หวานฉ่ำปอด! สดชื่นสุดๆ!”

อาชูที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในห้อง เห็นกองอาหารเลิศรสและถังน้ำแข็งเต็มโต๊ะ ถึงกับถาดไม้หลุดมือตกพื้นดัง เคร้ง! ตาค้างอ้าปากกว้างจนแมลงวันบินเข้าได้สามรอบ!

“คุณ... คุณหนูสามเจ้าคะ!” อาชูส่งเสียงสั่นเครือ “อาหารเลิศรสพวกนี้... มาจากไหนกันเจ้าคะ! ท่านอ๋องแอบส่งมาให้คุณหนูหรือเจ้าคะ!”

มะลิเคี้ยวแตงโมกรวบๆ ตอบกลับทั้งที่เต็มปาก “อ๋อเปล่าหรอกอาชู! พอดีฉันสั่ง ‘ไลน์แมนข้ามมิติ’ มาน่ะ! อร่อยมาก มากินด้วยกันสิ รังนกนี่หวานกำลังดีเลยนะ!”

อาชูมองคุณหนูสามด้วยสายตาตื่นตะลึงและศรัทธาสุดขีด ‘คุณหนูสาม... ท่านร่ายคาถาเสกอาหารระดับหกดาวมาจากอากาศธาตุได้จริงๆ ด้วย! คุณหนูของข้าช่างเป็นยอดหญิงผู้มีอิทธิฤทธิ์ลึกล้ำยิ่งนัก!’

“จิบชาสิอาชู...” มะลิดันถ้วยชารังนกร้อนๆ ไปตรงหน้าสาวใช้ พลางเอนหลังพิงหมอนหนุนอย่างอารมณ์ดี “อยู่ในวังอ๋องมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่แกคิดหรอก... ชิลจะตาย!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 39

    ยามอู่ (ประมาณ 12.00 น.) ณ ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้น ตำหนักเก้าชั้นฟ้าตึงงงงงงงงงงงงง!เสียงกลองศึกทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามเที่ยงตรง!ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวขนาดยักษ์ กว้างขวางนับพันจั้ง ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์หินอ่อนที่คลาคล่ำไปด้วยเชื้อพระวงศ์ แม่ทัพ และยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน! เหนือลานประลอง มี ‘ม่านค่ายกลกระจกสะท้อนภาพเวทมนตร์’ ขนาดยักษ์ลอยเด่นอยู่กลางเวหา ฉายภาพบรรยากาศจำลองสู่สายตาคนทั้งมหาทวีปณ ซุ้มเสวย VIP สูงสุด... มหาจักรพรรดิบูรพาทรงประทับเคียงข้างมะลิ โดยมีกองทัพทหารเกราะทองคำสิบล้านนายยืนอารักขาแน่นหนาชนิดที่แม้แต่มดยังแทรกผ่านไม่ได้!เวินเชียนฟานในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬ ยืนตระหง่านอยู่ข้างเก้าอี้ของมะลิ มือหนากุมด้ามกระบี่ประจำกาย แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองนางด้วยความทะนุถนอม“ยอดดวงใจของข้า...” ชินอ๋องโน้มตัวลงกระซิบข้างหูนางอย่างอ่อนโยน “การประลองด่านแรกกำลังจะเริ่มขึ้น... ข้ากับเสด็จพ่อตาตกลงกันแล้ว เจ้าแค่นั่

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 38

    ยามโหย่วค่ำๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้าท่ามกลางความเงียบกริบระดับจักรวาลหยุดหมุน และสายตาตกตะลึงค้างของยอดคนร้อยแคว้นนับหมื่นชีวิต...ฟึ่บ!‘เวินเชียนฟาน’ ยื่นมือหนาอันทรงพลังไปคว้าม้วนพระราชโองการทองคำแท้จากมือราชทูตต้าซิงที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกมาถือไว้ในมือ ชินอ๋องตวัดสายตาคมกริบดุจพญาอินทรี ก้าวสืบเท้าขึ้นบันไดหยกขาวอย่างสง่างาม ก่อนจะวาดท่อนแขนแกร่งเข้า ‘รวบร่างพองหนาหกเท่าของมะลิ’ เข้ามากอดแนบอกอย่างหวงแหนและแนบแน่นต่อหน้าพระพักตร์มหาจักรพรรดิบูรพา!หมับ!มะลิที่กำลังลูบพุงอิ่มกุ้ง สะดุ้งโหยงเบาๆ ใบหน้าจมหายเข้าไปในแผงอกกว้างอุ่นจัดกลิ่นไม้กฤษณา คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นมองพระเอกตาปริบๆชินอ๋องเชิดใบหน้าคมคายหล่อเหลาขึ้นสบสายตากับมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างไม่หวั่นเกรง สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยรายงานหน้าตายด้วยความมั่นคงดุจขุนเขาไท่ซาน!“ทูลเสด็จพ่อตา...”เปรี๊ยะ!เหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกบาลของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพา! พระพักตร์ของมหาจักรพรรดิกึ่งเหวอกึ่งช็อก พระขนง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 37

    ยามโหย่วปลายๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนกริบ... ทั่วทั้งมหาทวีปตกอยู่ในความเงียบงันอันไร้ขอบเขต!กริ๊ง... กริ๊ง... วูบบบบบบบบบบ! ‘ป้ายหยกมังกรทองประจำพระองค์’ ที่มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงพกติดตัวไว้ตลอดสิบแปดปี พลันส่งเสียงกู่ร้องสั่นสะเทือน ตอบรับคลื่นพลังสายเลือดบริสุทธิ์ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง!“ส... สายเลือดมังกรบรรพกาลเก้าเล็บบริสุทธิ์... เก้าชั้นฟ้า?!”มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงเบิกพระเนตรกว้างจนแทบหลุดจากเบ้า พระวรกายสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิต น้ำพระเนตรเอ่อล้นทะลักไหลพรากอาบสองปราง!พระองค์ก้าวลงจากบัลลังก์ทองคำด้วยพระบาทที่สั่นเทา ก่อนจะทรง ‘ทรุดพระชานุ (คุกเข่า) ลงต่อหน้าธารกำนัลร้อยแคว้น’ ด้วยพระทัยที่แตกสลายระคนตื้นตันใจสุดขีด!ตุบ! ตุบ! ตุบ!พริบตานั้นเอง! เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ ยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน รวมถึงทหารเกราะเงินทั่วทั้งตำหนัก... ต่างพากันเข่าอ่อน ทรุดลงหมอบกราบราบไปกับพื้นดิน ตัวสั่นสะท้านดุจใบไม้ต้องพายุต่อหน้าบารมีแห่ง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 36

    ยามโหย่วปลายๆ (ประมาณ 18.00 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนความเงียบสงัดระดับป่าช้าโบราณเข้าปกคลุมทั่วทั้งโถงเสวยศิลาหยกขาว...เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเหงื่อกาฬของบรรดาแม่ทัพร้อยแคว้นหยดลงกระทบพื้นผ้าไหม!สายตานับหมื่นคู่จับจ้องไปยังโต๊ะเสวยของ ‘มหาจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม’ ที่บัดนี้ทั้งโต๊ะหยก อาหารเลิศรส จานชามทองคำ และร่างของ ‘เซวียนหยวนหลิง’ (องค์หญิงสามแห่งแดนประจิม) ได้กลายสภาพเป็น ‘ก้อนน้ำแข็งยักษ์’ สีฟ้าครามขาวโพลนไปเรียบร้อยแล้ว! องค์หญิงผู้เย่อหยิ่งนั่งแข็งทื่อ ขนคิ้วและเส้นผมจับตัวเป็นเกล็ดหิมะ ปากสั่นงันงกพั่บๆๆๆ ดุจตุ๊กตาหิมะจำแลงคาเก้าอี้เสวย!ทั่วทั้งโถงจัดเลี้ยง... บรรดาเชื้อพระวงศ์และยอดฝีมือระดับแปดและเก้าชั้นฟ้าต่างลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื้อก!สมองของยอดคนร้อยแคว้นเริ่มเกิดการลัดวงจร Short-Circuit ระเบิดตูมตามระดับเก้าสิบเก้าชั้นฟ้าทันที!‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ แม่ทัพใหญ่แห่งมหาอาณาจักรแดนใต้เหงื่อกาฬไหลพราก ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า ‘นางถูกล

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 35

    ยามโหย่ว (ประมาณ 17.30 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนตึงงงงงงงงง!เสียงระฆังทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังสะท้อนกังวานก้องไปทั่วทั้งตำหนักศิลาหยกขาวอันยิ่งใหญ่ตระการตา ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามอาทิตย์อัสดง!โถงเสวยใหญ่แห่งตำหนักเก้าชั้นฟ้าถูกสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวแกะสลักลวดลายเมฆาและมังกรทอง เสาหินปิดทองคำแท้ตระหง่านเสียดฟ้านับร้อยต้น โต๊ะเสวยยาวเหยียดปูลาดด้วยผ้าไหมแพรพรรณสีแดงชาด เครื่องเคลือบปิดทองคำแท้จัดวางอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารหายากพันปีลอยตลบอบอวลประหนึ่งวิมานสวรรค์จุติทว่า... สิ่งที่สะกดสายตาทุกคู่ในโถงจัดเลี้ยง คือ ‘ผังที่นั่งแถวหน้าสุด’!ผลพวงจากการระเบิดคลื่นพลังสะท้อนกลับสยบยอดฝีมือหน้าประตูเมืองหยกขาวเมื่อบ่ายแก่ๆ... ส่งผลให้คณะทูตแห่งแคว้นต้าซิง ได้รับเกียรติสูงสุดให้นั่งใน "ตำแหน่งแถวหน้าสุดระดับ Super VIP" ติดกับแท่นเสวยของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างสง่างาม!เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ และตัวแทนจากร้อยแคว้นที่นั่งอยู่แถวหลัง ต่างพากันมองตรงมายังโต๊ะเสวยของต้าซิงด้วยสายตาครั่นคร้ามยำเกรงระ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 34

    ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status