Share

งานเลี้ยงชมดอกเหมย

Penulis: zuey
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-26 18:26:46

“ครั้งนี้...ถือเป็นบทเรียนให้พวกเจ้า ต่อไปเมื่อคิดใส่ร้ายผู้อื่นก็ต้องคิดด้วยว่า ผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร” คำกล่าวนั้นคล้ายกำลังเอ่ยเตือนหลินเสวี่ยถงกลายๆ

หญิงสาวยามนี้มีแต่ความอับอาย นางก้มหน้างุดมิกล้าสบตาผู้ใด โดยเฉพาะเซี่ยหรงเหยา

แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ภายในใจของหลินเสวี่ยถงก็ยังไม่คิดยอมแพ้ เรื่องนี้นางจะจดจำเอาไว้ในใจ และครั้งหน้า...จะต้องหาทางทำให้เซี่ยหรงเหยาได้รับความอับอายยิ่งกว่าที่นางได้รับในวันนี้

หลังเรื่องราววุ่นวายทั้งหลายจบลง อาจารย์หวงได้สั่งให้เหล่าศิษย์หญิงแยกย้ายกันไป เซี่ยหรงเหยาและว่านหนิงอวิ๋นรีบพุ่งออกจากห้องเรียนไปก่อนใคร ตามที่เคยทำอยู่เป็นประจำ

“อีกไม่กี่วันก็ถึงงานเลี้ยงชมดอกเหมยแล้ว เจ้าคิดจะเข้าร่วมหรือไม่” ว่านหนิงอวิ๋นเดินเข้ามาคล้องแขนสหายรัก พร้อมสีหน้าอยากรู้อยากเห็น

คำพูดของสหายทำนางคิดขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง ที่งานเลี้ยง นางตามติดมู่หรงจ้าน ทั้งยังทะเลาะกับหลินเสวี่ยถง ทำให้ถูกคนทั้งงานประณาม และมองมาด้วยสายตาดูแคลน

รางบางถอนหายใจเบาๆ ตนเองช่างโง่เขลานัก หลงรักบุรุษผู้หนึ่งจนหน้ามือดตามัว ไม่สนเกียรติใดใด ทำครอบครัวต้องขายหน้า

“ว่าอย่างไร...เพียงงานเลี้ยงเท่านั้น ต้องคิดมากมายเพียงนี้เชียวหรือ” ว่านหนิงอวิ๋นเขย่าแขนสหายรัก เมื่อพบว่านางกำลังเหม่อลอย

“อืมมม ถ้าเจ้าไปข้าก็ไป งานเลี้ยงน่าเบื่อเช่นนั้น หากไม่มีเจ้าข้าก็ไม่อยากไป” เซี่ยหรงเหยาเปรยเบาๆ

“ไปสิ! ข้าไปแน่นอน ได้ยินมาว่า ทางพระราชวังส่งขนมที่พึ่งคิดค้นขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เหล่าบัณฑิตได้ลิ้มลอง ของอร่อยเช่นนั้น จะขาดข้าไปได้อย่างไร” ว่านหนิงอวิ๋นหัวเราะร่า

“หึ! เจ้าคนตะกละ”

สองสหายเดินไปถึงหน้าสำนักศึกษาที่มีรถม้าจอดรอพวกนางอยู่ เซี่ยหรงเหยารู้สึกว่าตนเองคล้ายกำลังถูกจ้องมองจากที่ใดสักแห่ง หญิงสาวจึงหันไปยังประตูสำนักศึกษชายที่อยู่ข้างกัน ทว่า...กลับไม่พบใครที่นั่น

“หรือว่าข้าจะคิดไปเอง...” หญิงสาวพึมพำแผ่วเบา

“อะไรหรือ เจ้ากำลังมองหาอะไร”

ว่านหนิงอวิ๋นมองตามสายตาของนาง

“เปล่า! ไม่มีอะไร เจ้ารีบขึ้นรถม้าเถอะ อีกสามวันเจอกันที่งานเลี้ยง” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยปฏิเสธ ก่อนจะดันหลังสหายรักให้ก้าวขึ้นรถม้าไป

“ประสาทสัมผัสของนางเฉียบคมยิ่งนัก” เสียงพึมพำดังขึ้นที่หลังคาสำนักศึกษาชาย และคนที่กำลังเฝ้ามองหญิงสาวก็คือสืออี องครักษ์หนุ่มผู้ติดตามรัชทายาทเป่ยหมิง มู่หรงฉางชิง

“ท่านแม่! ท่านย่า! ลูกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

หลังถึงหน้าประตูจวน เซี่ยหรงเหยารีบวิ่งไปยังเรือนฝูหรงของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยทันที เพราะคิดว่าเวลานี้ มารดาของตนน่าจะอยู่ที่นั่น

และทันทีที่เห็นสตรีต่างวัยทั้งสอง หญิงสาวรีบพุ่งกายเข้าหามารดา ที่กำลังนั่งสนทนาอยู่กับฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย พร้อมกับร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง

ต้องบอกว่า...จอมเกเรของตระกูลเซี่ยที่ถูกคนทั้งจวนตามใจตั้งแต่ยังเล็ก แม้จะถูกตำหนิหรือลงโทษให้คุกเข่า นางก็ไม่เคยหลั่งน้ำตาสักหยด

ทว่าครั้งนี้...เหตุการณ์ตรงหน้าที่นางกำลังร้องไห้ ทำคนทั้งบ้านถึงกับตกใจ

“เกิดอะไรขึ้น! เป่าเอ๋อ! ใครรังแกหลานสาวคนดีของย่า บอกมาเร็ว ย่าจะให้ท่านปู่และท่านพ่อของเจ้าเข้าวังกราบทูลไทเฮาเพื่อเอาผิดมัน” ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเคาะไม้เท้าในมือเสียงดัง พร้อมเอ่ยปลอบหลานสาวคนเล็ก

เป่าหนิง คือชื่อเล่นที่เซี่ยไทเฮาทรงตั้งให้นาง หลังเซี่ยหรงเหยากำเนิด และนางยังเป็นหลานสาวนอกไส้ที่ไทเฮาทรงรักและตามใจเป็นที่สุด

“ฮึก! ฮึก! ฮื่ออ! ท่านย่า…เป่าเอ๋อมิได้ถูกใครรังแก เพียงแต่เป่าเอ๋อดีใจที่ได้พบทุกคนอีกครั้ง” คำพูดของนางทำคนทั้งบ้านงุนงง ทั้งที่พึ่งพบหน้ากันเมื่อเช้า หรือว่าที่สำนักศึกษาทำนางลำบาก ถึงกับต้องหลังน้ำตาออกมาเชียวหรือ

“เอาล่ะเด็กดี เลิกร้องไห้ได้แล้ว น้ำตาของเจ้าทำย่าปวดใจ”

หญิงชราพยุงหลานสาวให้มานั่งข้างตน ดวงตาแดงก่ำราวกระต่ายน้อย ยิ่งมองความงามของนางก็ยิ่งเปล่งประกาย เพียงแต่หลานสาวผู้โง่เขลา กลับดื้อรันเพื่อคนไร้ใจอย่างตวนอ๋อง ไม่เช่นนั้น นางคงได้พบคนที่ดีกว่าชายหนุ่มเป็นแน่

“ท่านย่า...เป่าเอ๋อรักท่านที่สุด”

หญิงสาวออดอ้อนฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเหมือนเด็กเล็กๆ หลังผ่านการตายมาแล้วครั้งหนึ่ง...นางซึ้งใจแล้วว่า คนที่รักนางมากที่สุดก็คือคนในครอบครัว ครั้งนี้...นางจะไม่ตามตอแยมู่หรงจ้านอีก และจะไม่ทำให้ครอบครัวต้องผิดหวังเหมือนดั่งชาติที่แล้ว

สามวันต่อมา

เวลานี้...อากาศที่แคว้นเป่ยหมิงเริ่มหนาวเย็นขึ้นเป็นลำดับ ลมหายใจของผู้คนกลายเป็นไอขาว แม้หิมะยังไม่โปรยปราย แต่ทั่วทั้งหุบเขากลับถูกแต่งแต้มด้วยดอกเหมยที่ผลิบานสะพรั่ง

สีแดงสดตัดกับเกล็ดน้ำแข็งบางๆ ที่เกาะตามกิ่งไม้ เป็นภาพงดงามหาดูได้ยาก ภูมิทัศน์ของภูเขาชิงซานในยามนี้ไม่ต่างจากภาพวาดเลื่องชื่อ

ในวันนี้ ที่ตีนเขาคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เพราะองค์หญิงใหญ่ทรงเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงชมดอกเหมยขึ้นที่นี่

ว่ากันว่า ในทุกปี...งานเลี้ยงที่จัดขึ้นที่ภูเขาชิงซาน เป็นงานเลี้ยงที่เหล่าเชื้อพระวงศ์และบุตรหลานขุนนางต่างเฝ้ารอ เพราะนอกจากจะได้ชมความงามของดอกเหมยแล้ว ยังเป็นโอกาสให้หนุ่มสาวได้พบปะกัน

นัยหนึ่งคือ งานเลี้ยงครั้งนี้คือการเฟ้นหาชายหนุ่มที่เหมาะสมกับบุตรสาวขององค์หญิงใหญ่ พระนางเองก็มีชายหนุ่มในใจอยู่หลายคน แต่ยังไม่รู้ว่าบุตรสาวคนดีจะต้องตาบุรุษใดในบรรดาผู้มาร่วมงาน

ท่ามกลางผู้คนมากมาย เซี่ยหรงเหยาและพี่ชายคนที่สามอย่างเซี่ยชิงสือ กำลังยืนรอใครบางคนอยู่ที่บันไดทางขึ้นเขา

ทั้งสองยามนี้แต่งกายด้วยชุดคลุมขนจิ้งจอกหิมะที่ได้รับพระราชทานจากเซี่ยไทเฮา สีเงินยวงของขนจิ้งจอกหิมะ ทำให้เซี่ยหรงเหยาดูงดงามเปล่งประกายกว่าทุกครา

เมื่อชาติก่อน นางสวมชุดคลุมสีแดงสดที่ทำด้วยขนจิ้งจอกเพลิง ทำให้องค์หญิงใหญ่ไม่ทรงพอพระทัย เพราะตนแย่งชิงความโดดเด่นของบุตรสาวของนาง ครั้งนี้...ตนเองจะไม่ทำพลาดเหมือนครั้งก่อนอีกแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   แข่งขันยิงธนู

    “องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ยินดีจะช่วยหม่อมฉันเอาชนะคนเหล่านั้นหรือไม่” เสียงของนางอ่อนหวานแต่มั่นคง ทุกสายตาในลานฝึกต่างหันมาจับจ้องยังหญิงสาว พี่ชายของนางที่ได้ยินน้องสาวแสดงความขวัญกล้า เขาถึงกับอ้าปากค้างส่วนมู่หรงฉางชิงทำเพียงยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ไม่มีใครอ่านออก“แน่นอน...เปิ่นไท่จื่อย่อมไม่ปฏิเสธคำขอของเจ้า” คำตอบนั้นทำให้คนที่อยู่ในลานฝึกต่างเงียบกริบ ก่อนที่เสียงซุบซิบจะดังขึ้นอีกครั้ง เพราะการแข่งขันครั้งนี้ ดูท่าจะไม่ธรรมดาเสียแล้วคำพูดของชายหนุ่มแม้จะทำให้ใบหน้าของเซี่ยหรงเหยาร้อนผ่าว แต่หญิงสาวก็ยังคงรักษาท่าทีได้อย่างสง่างาม ดวงตาคู่งามนิ่งสงบ ริมฝีปากบางยกยิ้มราวกับไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ในอก หัวใจกำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาข้างนอกสืออีที่ยืนอยู่ด้านนอกลานฝึก มองภาพนั้นแล้วส่ายหน้าเบาๆ“ครั้งก่อนเป็นพี่ชายที่ใช้องค์รัชทายาทเพื่อจัดการกับตวนอ๋อง ครั้งนี้เป็นน้องสาว...คนสกุลเซี่ยนี่ช่างใจกล้ายิ่งนัก” แม้จะเอ่ยเช่นนั้นแต่กลับรู้สึกชื่นชมพวกเขาในใจ“เจ้ากล้าใช้เขาลงแข่งกับตวนอ๋องได้อย่างไร” ว่านหนิงอวิ๋นกระซิบถามเสียงเบา เพราะกลัวว่ารัชทายาทหนุ่มจะได้ยิน“ข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   หวั่นไหวแล้วหรือ

    “สหายรัก เจ้ายังจะทำเรื่องนั้นอยู่หรือไม่” ว่านหนิงอวิ๋นกระซิบถามเสียงเบา ขณะยืนอยู่ในกลุ่มเดียวกับเซี่ยหรงเหยา“ทำอะไร...” หญิงสาวขมวดคิ้วถามกลับ สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง“ก็เรื่องนั้นไง...ผลักหลินเสวี่ยถงลงน้ำ ทำให้นางอับอายจนแต่งเป็นพระชายาเอกของตวนอ๋องไม่ได้อีกต่อไป” คำพูดนั้นทำให้เซี่ยหรงเหยาชะงักงันภาพความทรงจำวันแรกที่นางได้กลับมาเกิดใหม่ การสนทนาในวันนั้นผุดขึ้นมาในหัว“ไม่ได้นะ! ห้ามลงมือเด็ดขาด อีกอย่าง...ข้าก็ไม่ได้คิดจะตามติดตวนอ๋องอีกแล้ว ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับนางไปก็เท่านั้น เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า” ว่านหนิงอวิ๋นเบิกตากว้าง มองสหายรักราวกับเห็นผี“นี่! นี่ยังเป็นเพื่อนรักของข้าอยู่อีกหรือไม่” นางจับแขนเซี่ยหรงเหยาหมุนไปมาเพื่อหาความผิดปกติ“เอาล่ะ เอาล่ะ พอแล้ว เลิกจับข้าหมุนไปหมุนมาเสียที ข้าเวียนหัว” เซี่ยหรงเหยาพูดพลางหัวเราะร่วน“เล่ามา...มีรักครั้งใหม่ หรือเจ้าแค่คิดได้เอง”ว่านหนิงอวิ๋นเริ่มจับผิด“อะไรเล่า ข้าก็แค่คิดว่า รักในวัยเด็กมันควรจบลงเพียงเท่านี้ ตอนนี้ข้าก็ถึงวัยปักปิ่นแล้ว ทำตัวเรื่อยเปื่อยตามติดคนที่ไม่มีใจต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา อีกอย่าง...เรื่อง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ใกล้ชิด

    สองสายตาสบประสาน เฝ้ามองกันและกันจนลึกถึงจิตวิญญาณ แต่แล้วเซี่ยหรงเหยาก็ผลักเขาออกเบาๆ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไป ทิ้งไว้เพียงรัชทายาทหนุ่มที่ยืนมองตามด้วยรอยยิ้มบางเบา แววตาที่ชายหนุ่มมองหญิงสาว มันลึกซึ้งเกินกว่าจะอ่านออกหลังกลับถึงเรือนส่วนตัว เซี่ยหรงเหยาพยายามข่มตาให้หลับ แต่ไม่ว่าจะพลิกกายกี่ครั้ง ใจของนางก็ยังไม่สงบ ภาพเหตุการณ์ในศาลาเมื่อกลางวันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดสัมผัสอ่อนโยนนั้น เสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อของนาง และแววตาที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ร่างบางลุกพรวดขึ้นนั่งท่ามกลางความมืด“หรือว่าข้าจะชอบองค์รัชทายาท...ไม่จริงน่า!” เสียงหวานพึมพำเบาๆ ก่อนนางจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง และพยายามบังคับให้ตนเองหลับให้ได้เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ จนเสียงลมหายใจของหญิงสาวเริ่มดังอย่างสม่ำเสมอ ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาบางเบาในเงามืด...ร่างสูงในชุดคลุมสีทมิฬก้าวเข้ามาอย่างไร้เสียง เขาหยุดยืนข้างเตียง ดวงตาคมทอดมองร่างบางที่กำลังหลับสนิท ใบหน้าคมคายภายใต้หน้ากากหยก อ่อนโยนลงยามเมื่อมองสตรีตรงหน้า“เจ้ากระต่ายน้อย...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบ ปล

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ล้างห้องน้ำ

    ไม่กี่วันต่อมาข่าวลือได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวง ศาลบรรพชนของตระกูลหลินถูกไฟเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน ที่หน้าประตูเรือนของหลินเสวี่ยถงมีรอยเลือดสาดกระเซ็นให้เห็นอย่างน่าสยดสยองและที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น ใบหน้าอันงดงามของนาง ยามนี้เต็มไปด้วยตุ่มหนองแดงช้ำจนไม่อาจออกมาพบผู้ใดได้ ผู้คนต่างพูดกันไปต่างๆ นานาบ้างว่าตระกูลหลินทำผิดต่อฟ้าดินจึงถูกสวรรค์ลงโทษ บ้างก็ว่าเป็นเวรกรรมที่สะสมมานานจนถึงคราวต้องชดใช้ ครอบครัวหลินเองต่างพากันกล่าวโทษหลินเสวี่ยถง ว่าเป็นต้นเหตุของเคราะห์ร้ายทั้งหมดนางจึงถูกสั่งให้คุกเข่าอยู่หน้าเรือนถึงสองวันเต็ม“นี่เจ้าได้ยินข่าวลือช่วงนี้หรือไม่” ว่านหนิงอวิ๋นนั่งลงข้างสหาย พลางกระซิบถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“เรื่องอะไรหรือ ช่วงนี้ข้ามัวแต่อ่านตำราอยู่ในจวน มิได้ออกข้างนอกเลย” เซี่ยหรงเหยาตอบเรียบๆ พลางวางตำรากลยุทธการเดินหมากในมือลง“ก็เรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลหลินน่ะสิ...ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใครกันแน่ แต่ถึงจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ข้าก็อยากขอบคุณคนผู้นั้น ที่ช่วยระบายความโกรธแทนเจ้า”“ระบายความโกรธให้ข้าหรือ...” เซี่ยหรงเหยาขมวดคิ้ว“ใช่สิ! วันนั้นที่งานเลี้ยง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ทอดสะพาน

    คำตอบนั้นยิ่งทำให้หลินเสวี่ยถงจับพิรุธได้ชัดเจนขึ้น ดวงตางามหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตาไปยังอีกมุมหนึ่งของงานเลี้ยง ที่นั่น...เซี่ยหรงเหยากำลังหัวเราะกับว่านหนิงอวิ๋นอย่างอารมณ์ดีรอยยิ้มของนางสดใสราวกับไม่เคยมีเรื่องใดให้ต้องกังวล หลินเสวี่ยถงกำมือแน่น ความโกรธแค้นแล่นปราดขึ้นในอกนางรู้ดีว่าตวนอ๋องของตนมิใช่บุรุษที่จะแสดงความสนใจต่อสตรีใดง่ายๆ แต่วันนี้เซี่ยหรงเหยากลับสามารถดึงดูดสายตาของเขาไปที่ตนได้อย่างง่ายดายภายในใจของหลินเสวี่ยถงพลันเต็มไปด้วยความริษยา และหวาดกลัว นางกลัวว่าสายตาที่เคยเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว จะไม่หวนกลับมาอีกแล้วงานเลี้ยงชมดอกเหมยสิ้นสุดลง ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอวลด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ ทว่าความสนใจของผู้คนเหล่านั้นกลับไม่อาจดึงดูดท่านหญิงหนิงอันได้เลย นางยังคงไม่แสดงท่าทีสนใจบุรุษใดเป็นพิเศษตรงกันข้าม องค์หญิงใหญ่กลับแสดงความสนใจต่อว่านอวิ๋นเซียวอยู่บ่อยครั้ง ทำชายหนุ่มถึงกับทำตัวไม่ถูก ในใจเกรงว่าตนจะกลายเป็นที่หมายตาขององค์หญิงใหญ่เข้าเสียแล้วแม้ท่านหญิงหนิงอันจะงดงามเพียงใด แต่เขาก็ยังอยากเลือกคู่ครองด้วยหัวใจของตนเอง มากกว่าจะถูกผูกมัดด้วยกฎเกณฑ์ขอ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   องค์รัชทายาทยื่นมือเข้าช่วยอีกครั้ง

    “เรียกเปิ่นไท่จื่อว่าองค์รัชทายาท” สายตาเย็นชาตวัดมองมือของน้องชายต่างมารดา ที่กำลังจับแขนของเซี่ยหรงเหยา“พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท”มู่หรงจ้านรีบปล่อยนางทันที เซี่ยหรงเหยาเห็นความประหม่าในแววตาของชายหนุ่ม ไม่คิดเลยว่า...ในอดีตเขาจะเคยมีท่าทีของผู้ที่ด้อยกว่าเพราะไม่กี่ปีหลังจากนี้ ตวนอ๋องจะผงาดขึ้นเป็นใหญ่ และมีอำนาจที่สุดในเมืองหลวง แต่นั่นต้องหลังจากองค์รัชทายาทสละตำแหน่ง และในชีวิตก่อนของนาง คนผู้นี้ก็ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าเลยสักครั้ง“เจ็บหรือไม่” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยกับหญิงสาว ราวกับก่อนหน้านี้มิใช่คนคนเดียวกัน“ไม่เจ็บเพคะ” ร่างบางส่ายหน้า“พี่ชายของเจ้ากำลังร้อนใจ เหตุใดมาเข้าห้องน้ำถึงไม่พาข้ารับใช้ติดตามมาด้วย” น้ำเสียงตำหนิของชายหนุ่มตรงหน้า ราวกับพี่ชายที่กำลังดุน้องสาว“หม่อมฉันผิดไปแล้ว ครั้งหน้าจะระวัง” เซี่ยหรงเหยารู้สึกประหม่า แต่ก็อุ่นใจยามเมื่ออยู่ใกล้คนคนนี้ มันช่างแตกต่างจากครั้งที่ต้องอยู่ตามลำพังกับมู่หรงจ้านยิ่งนัก“ไปเถอะ เปิ่นไท่จื่อจะไปส่ง”ชายหนุ่มจูงมือหญิงสาวเดินจากไปตั้งแต่ต้นจนจบ...มู่หรงจ้านมิได้เอ่ยปากแม้เพียงครึ่งคำ นั่นก็เพราะความสามารถและอำนาจที่ต่าง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status