مشاركة

พิสูจน์

مؤلف: zuey
last update تاريخ النشر: 2026-02-26 18:26:23

“อ้อ...เช่นนั้นแล้ว เจ้าแต่งเพลงนี้ขึ้นเมื่อใด” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยถามเสียงเย็น

“ข้า...จำไม่ได้ แต่ข้าทำหายไปจริงๆ เซี่ยหรงเหยาเจ้าคืนมันให้ข้าเถอะนะ ข้าขอร้อง มันคือชีวิตของข้าจริงๆ” ท่าทีอ่อนแอและทุกข์ใจของนาง รวมถึงความเกเรของเซี่ยหรงเหยาในอดีต ทำเหล่าศิษย์สตรีเชื่อไปเกินครึ่งแล้วว่า ที่นางเอ่ยเป็นเรื่องจริง

“เมื่อเช้าเจ้ายังถามข้าอยู่เลยว่า เพลงนี้ชื่ออะไร ตอนนี้กลับมาร้องเรียนว่าข้าขโมยเพลงของเจ้า! หน้าไม่อายเกินไปแล้วหลินเสวี่ยถง!”

เซี่ยหรงเหยาเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เหตุใดตนเองไม่เคยรู้เลยว่า สตรีนางนี้จะทั้งหน้าด้านและมีเล่ห์เหลี่ยมมากมายเพียงนี้

“ข้า!...” หลินเสวี่ยถงพูดไม่ออก

“เจ้ามั่นใจหรือว่าเพลงนี้เป็นของเจ้า” อาจารย์อวี๋ถามขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงแรงกดดัน

“เจ้าค่ะ ศิษย์ยังไม่เคยลองเล่นจริงจังสักครั้ง พึ่งแต่งขึ้นเมื่อไม่นานมานี้” นางก้มหน้าไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย

“เจ้าจะบอกว่า เซี่ยหรงเหยามีพรสวรรค์ถึงเพียงนั้น ขโมยเพลงของเจ้ามาไม่นานก็สามารถบรรเลงได้อย่างชำนาญราวกับฝึกฝนมาหลายปี...แล้วเช่นนั้นเมื่อเช้า เหตุใดเจ้าไม่ทักท้วง”

คำถามนั้นทำให้หลินเสวี่ยถงถึงกับสะอึกไป นางเม้มริมฝีปากแน่น จะยอมรับได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายมีพรสวรรค์มากกว่าตน

“ช่างเถอะเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยขึ้นอย่างสงบ

“ในเมื่อนางบอกว่าเพลง คิดถึงสายลม คือของนาง เช่นนั้นจากนี้ตลอดชีวิต ศิษย์ก็จะไม่เล่นเพลงนั้นอีก”

คำพูดนั้นทำหลินเสวี่ยถงร้อนใจ หากเซี่ยหรงเหยาไม่เล่นอีก เช่นนั้นนางจะได้เพลงคิดถึงสายลมมาได้อย่างไร

เซี่ยหรงเหยาเหลือบมองปฏิกิริยาของหลินเสวี่ยถงเล็กน้อย ก่อนเดินไปยังกู่ฉินเบื้องหน้า พร้อมกับนั่งลงอย่างสง่างาม

ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนสาย เสียงดนตรีที่ดังขึ้นนั้นอ่อนโยนแต่ทรงพลัง ราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านหุบเขา เสียงกู่ฉินที่นางบรรเลงสะท้อนก้องในใจผู้ฟัง

แม้แต่อาจารย์หวงยังหลับตาฟังด้วยความเพลิดเพลิน และรู้สึกทึ่งในความสามารถของเด็กสาวตรงหน้า เมื่อเสียงสุดท้ายจางหายไป เซี่ยหรงเหยาจึงได้ลุกขึ้นอย่างสงบ ดวงตาคมกริบหันไปมองหลินเสวี่ยถงที่ยังนั่งนิ่งราวกับหุ่นปั้นอยู่กับที่

“หลินเสวี่ยถง เจ้าคงจะไม่บอกว่า...บทเพลงนี้เจ้าก็เป็นคนแต่งนะ” ร่างบางกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะเดินกลับไปยังที่นั่งของตน

ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมทั่วทั้งห้อง เหล่านักศึกษาสตรีต่างมองหน้ากันไปมาโดยไม่กล้าเอ่ยคำใด เพราะทุกคนรู้ดีในใจว่าความจริงได้ถูกเปิดเผยแล้ว

“หลินเสวี่ยถง...เพื่อแย่งชิงผลงานของผู้อื่น เจ้าถึงกับทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้เชียวหรือ ไม่คิดถึงหน้าตาตระกูลหลิน ก็ควรคำนึงถึงบิดาที่อยู่ในราชสำนักของเจ้าบ้าง หากเรื่องราวนี้แพร่งพรายออกไป เขาจะต้องเสียหน้าเท่าใด”

เสียงของอาจารย์อวี๋ดังชัดเจนภายในห้อง สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความผิดหวังมากกว่าความโกรธ เพราะหลินเสวี่ยถงถือเป็นคนมีความสามารถที่นางเคยชื่นชม

“ท่านอาจารย์! ลูกศิษย์ ผิดไปแล้ว...ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว เห็นแก่ที่ข้าทำผิดครั้งแรก ขอท่านอาจารย์ได้โปรดให้อภัย”

หลินเสวี่ยถงคุกเข่าลง พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เสียงสะอื้นของนางแม้สะเทือนใจผู้ฟัง แต่กลับไม่มีใครกล้าเอ่ยปลอบ เพราะทุกคนในที่นั้น ต่างได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนางแล้ว

“ข้ามิใช่ผู้เสียหาย เจ้าขอร้องข้าไปก็เปล่าประโยชน์” อาจารย์อวี๋กล่าวเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะเหลือบสายตามองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

ได้ยินเช่นนั้น หลินเสวี่ยถงทำได้เพียงอดกลั้นความอัปยศเอาไว้ นางกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปยังโต๊ะของเซี่ยหรงเหยา

“เซี่ยหรงเหย่า ข้าผิดไปแล้ว เป็นข้าที่ผิด เป็นข้าที่ต้องการเล่นเพลง คิดถึงสายลม จนทำเรื่องไม่ดีต่อเจ้าขึ้น เห็นแก่ที่เราเป็นสหายร่วมเรียนมาหลายปี เจ้าให้อภัยข้าได้หรือไม่”

คำพูดเต็มไปด้วยความสำนึกผิด แต่ในใจกลับคิดคำนวณผลลัพธ์อย่างรอบคอบ

หลินเสวี่ยถงมั่นใจว่าเซี่ยหรงเหยาจะต้องโกรธและอาละวาดตามนิสัย เพราะอีกฝ่ายไม่เคยยอมเสียเปรียบให้ใคร หากเป็นเช่นนั้นจริง อาจารย์ทั้งสองก็จะตำหนิว่าเซี่ยหรงเหยาใจแคบ ไม่รู้จักให้อภัย

ทว่า...นางคิดผิด

ร่างบางลุกขึ้นอย่างสง่างาม ก่อนจะโน้มกายเข้าใกล้อีกฝ่าย

“เจ้าคิดใช้ศีลธรรมบีบบังคับข้า...เห็นเซี่ยหรงเหยาผู้นี้เป็นลูกพลับนิ่มหรืออย่างไร” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู

น้ำเสียงของนางแฝงความเย็นเยียบจนหลินเสวี่ยถงขนลุกซู่ไปทั้งร่าง รอยยิ้มบางเบาของเซี่ยหรงเหยาปรากฏขึ้นบนใบหน้า เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครเดาได้ว่า มันหมายความว่าอย่างไร

ร่างบางผละออกเล็กน้อย

“จะยกโทษให้ก็มิใช่จะไม่ได้ อย่างไรข้าก็ไม่ได้สูญเสียสิ่งใด เพราะทุกเพลงที่แต่งขึ้น...ล้วนอยู่ในนี้” หญิงสาวชี้ไปที่หัวของตน

“ท่านอาจารย์ ก่อนหน้านี้มิใช่พวกนางต้องการให้ศิษย์สองคนล้างห้องน้ำหนึ่งเดือนหรือ” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงเอาไว้บางเบา

“ศิษย์เองก็มิใช่คนไร้เหตุผล ในเมื่อหลินเสวี่ยถงยอมรับผิดแล้ว ก็ให้นางล้างห้องน้ำในสำนักศึกษาหนึ่งเดือนเถอะ เพื่อขัดเกลาจิตใจมิให้หลงผิด โลภต่อผลงานของผู้อื่นอีก”

อาจารย์ทั้งสองมองหน้ากัน พร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย

“เช่นนั้นก็ทำตามนั้นเถอะ พวกเจ้าสามคน จากนี้เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง ก็ทำหน้าที่ล้างห้องน้ำ...ห้ามให้บ่าวไพร่ช่วยเด็ดขาด ข้าจะให้คนจับตามองพวกเจ้า” อาจารย์หวงเอ่ยสำทับ

คำพูดนั้นทำทั้งห้องเงียบกริบ เสียงหอบหายใจของไป๋เสี่ยวอิงและลู่หลานหลิงดังขึ้นพร้อมกัน เมื่อได้ฟังบทลงโทษ...ทั้งหมดเป็นเพราะพวกนางเอง ที่เสนอการลงโทษนี้ไว้ก่อนหน้า และยามนี้ มันได้ย้อนกลับมาทำร้ายพวกนางแล้ว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 7

    “ยอมรับซะ! ท่านหึงหวงข้า” เฟยหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ“ใช่ ข้ายอมรับว่าหึงหวง ข้ากลัวว่าเจ้าจะเลือกคนอื่นที่ดีกว่าข้า คนที่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า คนที่สามารถดูแลเจ้าได้ดีกว่า” หลินหลันเยียนกอดชายหนุ่มเอาไว้“โง่จริง...ในใจข้ามีเพียงท่านคนเดียว ไม่มีใครอื่น”“และท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้า ท่านเพียงแค่หลงทาง แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว นั่นก็เพียงพอมิใช่หรือ” เฟยหยางกอดนางแน่นขึ้น และครั้งนี้...เขาได้พบกับความสุขของตนเองโดยไม่ต้องแย่งชิงแล้วหลังทั้งสองพูดคุยเปิดใจ ชายหนุ่มก็ไปพบบุตรชายทั้งสองที่เรือนของเอ้อโก่ว พร้อมแนะนำตนเองว่าเป็นบิดาแท้ๆ ของพวกเขาเด็กสองคนที่รู้ความ ต่างคาดเดาเอาไว้แล้วว่า พวกเขาอาจมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเฟยหยางคงไม่ดูแลพวกเขาดีขนาดนี้“ท่านพ่อ” เด็กทั้งสองยอมรับบิดาแท้ๆ ผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย“พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้า แต่จากนี้ไป พ่อจะดูแลลูกทั้งสองและมารดาของเจ้าอย่างดีที่สุด” เด็กสองคนพยักหน้า ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตางานแต่งของพวกเขาถูกจัดขึ้นที่หมู่บ้านหลีฮวา หลินหลันเยียนขายเรือนที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ชอบดูถูกนาง มาซื้อเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งเดือนที่เขาไม่มาที่เรือนของนาง แต่ข้าวของกลับยังคงถูกส่งมาโดยเอ้อโก่ว นางทนไม่ไหวแล้ว จึงได้พาลูกทั้งสอง นั่งเกวียนลาตามเอ้อโก่วไปที่หมู่บ้านหลีฮวาเมื่อเห็นที่อยู่อันซอมซ่อของเขา เมื่อเทียบกับเรือนของนางแล้ว เขาใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมอบทุกอย่างให้นางและลูกทั้งสอง หลายเดือนที่พวกเขาพบกัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยนางเอาไว้ นางไม่เข้าใจเจตนาของเฟยหยาง ทำไมต้องดีกับพวกนางแม่ลูก แต่กลับไม่เอ่ยขอสถานะใดๆเมื่อพบว่าในเรือนของเขามีบิดาที่นอนติดเตียง นางก็เข้าใจได้ทันที เขาคงไม่ต้องการให้นางต้องลำบากไปกับเขา จึงได้แยกตัวมาใช้ชีวิตเงียบๆ กันสองคนวันนี้เฟยหยางเข้าเมือง ที่เรือนจึงมีเอ้อโก่วคอยดูแล หญิงสาวขอร้องให้เอ้อโก่วพาลูกๆ ของนางไปที่เรือนของเขา ส่วนตนเองรอชายหนุ่มเงียบๆ ภายในเรือน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไป ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มเดินโซเซขึ้นเขามาเมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นสุราลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้นางรู้ว่าชายหนุ่มกำลังมึนเมา“เจ้าเป็นใคร!”ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มพลันใช้มือกำรอบคอของอีกฝ่าย ดันเข้าผนังดินทันที ทว่าเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ ความมึนเมาพลันหายเป็น

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 5

    ได้ยินเช่นนั้น...กลิ่นอายความตายพลันแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกลงทันตา ดวงตาสองข้างเย็นชาจนน่ากลัวชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าอำเภอถงอันทันที ร่างของเขาพุ่งทะยานรวดเร็วจนเกือบมองไม่เห็น ในหัวมีเพียงความคิดเดียว ต้องสังหารคนเหล่านั้นให้สิ้นเพียงไม่ถึงชั่วยาม...ร่างสูงใหญ่พลันหยุดยืนที่หน้าศาลาว่าการอำเภอถงอัน เจ้าหน้าที่นับสิบยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับรู้ว่า...ชายหนุ่มจะต้องตามมาแน่ พวกเขาตะโกนด่าทอออกไป“เฟยหยาง! เจ้าคือคนร้ายในประกาศจับ! ยอมจำนนซะ!ไม่อย่างนั้นเราจะสังหารบิดาของเจ้าเสีย!” เฟยหยางยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองคนเหล่านั้นทีละคน สายตาเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดคำขู่ใช้ไม่ได้ผลกับเขา อันที่จริงตัวเขาและบิดาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันดีเพียงนั้น ที่ยังดูแลก็เพราะต้องการบางสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากบิดาต้องตายด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ ตนเองก็จักทำหลุมศพให้อย่างดี และแก้แค้นเพื่อให้บิดาจากไปอย่างสงบเสมียนซูก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่ม“นี่คือผลลัพธ์ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า! วันนี้เจ้าต้องคุกเข่าขออภัยโทษ ยอมตัดขาสองข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 4

    ตลอดหลายปีทำแต่เรื่องเหลวไหล พลอยทำให้สามแม่ลูกต้องลำบาก แบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดี เมื่อนอนไม่หลับ...จึงคว้าธนูขึ้นเขา หวังหาเงินให้มากเพื่อให้พวกเขาแม่ลูกไม่ต้องทนลำบากวันต่อมา...เฟยหยางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มได้ยืมเกวียนเทียมลาของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อบรรทุกกวางหนุ่มสองตัว และไก่ป่ากระต่ายป่าอีกมากมาย หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ทานเนื้อเพราะชายหนุ่ม จึงยินยอมให้หยิบยืมอย่างยินดีหลังขายสัตว์ป่าได้เงินมากกว่าร้อยตำลึง ชายหนุ่มจึงเลือกซื้อเสบียงสำหรับสามแม่ลูก เพื่อส่งไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา แต่ในระหว่างทาง กลับถูกชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนขวางเอาไว้“หยุดเดี๋ยวนี้! วันนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้!” ตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดัง คล้ายกำลังข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว“เจ้าควรรู้ตัวว่าได้ไปล่วงเกินใครเอาไว้ หลังจากวันนี้ไปก็จงจำใส่หัว อย่าได้คิดกร่างทั้งที่ตนไร้อำนาจ” คนเหล่านั้นหัวเราะออกมาราวกับตนเองจัดการเฟยหยางไปแล้ว“หลีกไป!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น“นี่! ลูกพี่...เจ้านี่มันกำลังดูถูกพวกเราอยู่” ลูกน้องร่างผอมแห้งเดินเข้ามากระซิบกับหัวหน้าของตน แต่กลับถูกตบหน้าไปหนึ่งฉาด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 3

    ชายขายหมูเงื้อมือหวังจะทุบไปที่หลินหลันเยียน ทว่า...เฟยหยางกลับยื่นมือออกไปหยุดชายขายหมูเอาไว้ รอบๆ บริเวณเงียบลงทันที“เจ้า! เจ้ากล้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้าหรือ!” ชายขายหมูตะโกนลั่น เฟยหยางเหลือบมองแขนที่มีไขมันของเขา ก่อนจะบีบมันแรงๆ เสียงกร๊อบพลันดังขึ้น เพียงครั้งเดียวแขนก็หักงอไม่เป็นรูปชาวบ้านที่กำลังมุงดูเรื่องสนุกของผู้อื่น ต่างถอยห่างออกจากพวกเขา คนเราไม่พูดพร่ำทำเพลง บทจะตีก็ตีเลย ช่างน่าหวาดกลัวนัก ชาวบ้านเหล่านั้นคิดในใจเสียงชายขายหมูร้องโหยหวน ไม่ต่างจากหมูที่เขาเชือด ร่างอ้วนกลมล้มลงกับพื้นพร้อมกอดแขนที่บิดงอ แม้จะเป็นเช่นนั้น...สีหน้าของเฟยหยางก็มิได้แปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นจนจบ เย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม“ไสหัวไปซะ!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ชายขายหมูที่กลิ้งไปมาบนพื้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาต“ได้! เรื่องในครั้งนี้ข้าไม่จบง่ายๆ แน่” เขาเอ่ยอาฆาต รีบลุกขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่ง จากไปพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธหลินหลันเยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกอีกครั้ง วันนี้รอดไปได้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ วันต่อๆ ไปล่ะ ตนเองจะหลบเลี่ยงภัยร้ายครั้งนี้ได้อย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 2

    ทุกเส้นประสาทในร่างกายตึงเครียด แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเพื่อทำลายบรรยากาศ น้ำตาของคนเหล่านั้นไหลพราก ในใจคิดว่า...วันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตทว่า...เฟยหยางกลับไม่สนใจพวกเขา ชายหนุ่มหยิบของขึ้นแบกบนหลังอีกครั้ง มองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจากไปยังทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้“ถ้าพบกันครั้งหน้า จะไม่จบที่แค่ถูกหักขา” นั่นมิใช่เพียงคำขู่ หากแต่กลุ่มโจรรู้ว่า...ชายผู้นี้เอาจริง เฟยหยางเดินจากไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับบ้านท่ามกลางความมืดชายหนุ่มลับถึงกระท่อมเชิงเขาในยามดึก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็ก ทำให้มองเห็นเอ้อโก่วห่มผ้าห่มเก่าขาด นั่งหลับที่ข้างเตียงเขามิได้จุดตะเกียงหรือปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่น แต่กลับทำทุกอย่างท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบด้วยความชำนาญ เก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบธนูแบกขึ้นบ่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกครั้งเฟยหยางเป็นนายพรานที่เก่งกาจ แต่ชายหนุ่มไม่เคยจากบ้านไปเกินหนึ่งวันอย่างเช่นนายพรานคนอื่น นั่นเพราะยังมีบิดาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้จะจ่ายเงินให้เอ้อโก่วคอยดูแล แต่ก็ยังรู้สึกไม่วาง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 1

    ร่างสูงโปร่งแบกกวางตัวเขื่องเดินลงจากเขาราวกับไม่มีน้ำหนัก เลือดจากเหยื่อยังคงหยดลงเป็นจุดสีแดงเข้มตามทาง ใบหน้าที่มีรอยแผลยาวเป็นทางจากหว่างคิ้วลงมาที่ข้างใบหู ทำให้ดูน่าสะพรึงกลัว แสงแดดยามบ่ายสาดส่องทำให้รอยแผลนั้นยิ่งชัดเจนชาวบ้านที่พบเห็นชายหนุ่มต่างรีบถอยห่าง เพราะรอยแผลเป็นทำให้พวกเขาต่างคา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   บทส่งท้าย ครอบครัวอันสมบูรณ์

    เสียงล้อรถม้าบดกับพื้นหินดังแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ทิ้งไว้เพียงภาพของจักรพรรดินีและพระราชสวามีที่ยังคงยืนส่งอยู่หน้าประตูเมือง ภาพแห่งมิตรภาพ ความผูกพัน และคำอวยพรที่อบอุ่นเหนือสิ่งใดในโลกเมื่อขบวนรถม้าของตระกูลมู่หรงแล่นเข้าสู่ประตูเมืองหลวงแห่งแคว้นเจา ผู้คนต่างออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เสียงกลองและขล

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ลูกน้อยของข้าเจ้ากลับมาแล้ว

    “จ้าวเหลยขอรับ” ทันทีที่ชื่อของจ้าวเหลยหลุดออกจากปากเด็กน้อย เซี่ยหรงเหยาพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา ดวงตาหญิงสาวเบิกกว้างราวกับพึ่งเข้าใจบางสิ่ง“เด็กน้อย เข้ามาใกล้ๆ ให้ข้าดูหูของเจ้าได้หรือไม่” มู่หรงจ้านหันไปมองมู่หรงจื่ออิง อีกฝ่ายพยักหน้าให้เบาๆ เขาจึงเดินเข้าไปใกล้หญิงงามตรงหน้าเซี่ยหรงเหยา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ม้าพยศ

    แม้แต่มู่หรงฉางชิง ผู้มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถในการฝึกสัตว์ ยังต้องยอมรับว่ามันดื้อรั้นเกินไป แต่เพราะเซี่ยชิงสือเอ่ยปากขอร้องให้น้องเขยช่วยปราบพยศ ชายหนุ่มจึงจำใจต้องทำตามคำขอ และท้ายที่สุด แม้แต่มู่หรงฉางชิงก็ยังไม่อาจทำให้มันยอมจำนนได้วันนี้...ที่มู่หรงจื่ออิงพาเด็กชายตัวเล็กมาที่ลานฝึกม้าด้

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status