Share

พิสูจน์

Author: zuey
last update Last Updated: 2026-02-26 18:26:23

“อ้อ...เช่นนั้นแล้ว เจ้าแต่งเพลงนี้ขึ้นเมื่อใด” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยถามเสียงเย็น

“ข้า...จำไม่ได้ แต่ข้าทำหายไปจริงๆ เซี่ยหรงเหยาเจ้าคืนมันให้ข้าเถอะนะ ข้าขอร้อง มันคือชีวิตของข้าจริงๆ” ท่าทีอ่อนแอและทุกข์ใจของนาง รวมถึงความเกเรของเซี่ยหรงเหยาในอดีต ทำเหล่าศิษย์สตรีเชื่อไปเกินครึ่งแล้วว่า ที่นางเอ่ยเป็นเรื่องจริง

“เมื่อเช้าเจ้ายังถามข้าอยู่เลยว่า เพลงนี้ชื่ออะไร ตอนนี้กลับมาร้องเรียนว่าข้าขโมยเพลงของเจ้า! หน้าไม่อายเกินไปแล้วหลินเสวี่ยถง!”

เซี่ยหรงเหยาเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เหตุใดตนเองไม่เคยรู้เลยว่า สตรีนางนี้จะทั้งหน้าด้านและมีเล่ห์เหลี่ยมมากมายเพียงนี้

“ข้า!...” หลินเสวี่ยถงพูดไม่ออก

“เจ้ามั่นใจหรือว่าเพลงนี้เป็นของเจ้า” อาจารย์อวี๋ถามขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงแรงกดดัน

“เจ้าค่ะ ศิษย์ยังไม่เคยลองเล่นจริงจังสักครั้ง พึ่งแต่งขึ้นเมื่อไม่นานมานี้” นางก้มหน้าไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย

“เจ้าจะบอกว่า เซี่ยหรงเหยามีพรสวรรค์ถึงเพียงนั้น ขโมยเพลงของเจ้ามาไม่นานก็สามารถบรรเลงได้อย่างชำนาญราวกับฝึกฝนมาหลายปี...แล้วเช่นนั้นเมื่อเช้า เหตุใดเจ้าไม่ทักท้วง”

คำถามนั้นทำให้หลินเสวี่ยถงถึงกับสะอึกไป นางเม้มริมฝีปากแน่น จะยอมรับได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายมีพรสวรรค์มากกว่าตน

“ช่างเถอะเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยขึ้นอย่างสงบ

“ในเมื่อนางบอกว่าเพลง คิดถึงสายลม คือของนาง เช่นนั้นจากนี้ตลอดชีวิต ศิษย์ก็จะไม่เล่นเพลงนั้นอีก”

คำพูดนั้นทำหลินเสวี่ยถงร้อนใจ หากเซี่ยหรงเหยาไม่เล่นอีก เช่นนั้นนางจะได้เพลงคิดถึงสายลมมาได้อย่างไร

เซี่ยหรงเหยาเหลือบมองปฏิกิริยาของหลินเสวี่ยถงเล็กน้อย ก่อนเดินไปยังกู่ฉินเบื้องหน้า พร้อมกับนั่งลงอย่างสง่างาม

ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนสาย เสียงดนตรีที่ดังขึ้นนั้นอ่อนโยนแต่ทรงพลัง ราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านหุบเขา เสียงกู่ฉินที่นางบรรเลงสะท้อนก้องในใจผู้ฟัง

แม้แต่อาจารย์หวงยังหลับตาฟังด้วยความเพลิดเพลิน และรู้สึกทึ่งในความสามารถของเด็กสาวตรงหน้า เมื่อเสียงสุดท้ายจางหายไป เซี่ยหรงเหยาจึงได้ลุกขึ้นอย่างสงบ ดวงตาคมกริบหันไปมองหลินเสวี่ยถงที่ยังนั่งนิ่งราวกับหุ่นปั้นอยู่กับที่

“หลินเสวี่ยถง เจ้าคงจะไม่บอกว่า...บทเพลงนี้เจ้าก็เป็นคนแต่งนะ” ร่างบางกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะเดินกลับไปยังที่นั่งของตน

ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมทั่วทั้งห้อง เหล่านักศึกษาสตรีต่างมองหน้ากันไปมาโดยไม่กล้าเอ่ยคำใด เพราะทุกคนรู้ดีในใจว่าความจริงได้ถูกเปิดเผยแล้ว

“หลินเสวี่ยถง...เพื่อแย่งชิงผลงานของผู้อื่น เจ้าถึงกับทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้เชียวหรือ ไม่คิดถึงหน้าตาตระกูลหลิน ก็ควรคำนึงถึงบิดาที่อยู่ในราชสำนักของเจ้าบ้าง หากเรื่องราวนี้แพร่งพรายออกไป เขาจะต้องเสียหน้าเท่าใด”

เสียงของอาจารย์อวี๋ดังชัดเจนภายในห้อง สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความผิดหวังมากกว่าความโกรธ เพราะหลินเสวี่ยถงถือเป็นคนมีความสามารถที่นางเคยชื่นชม

“ท่านอาจารย์! ลูกศิษย์ ผิดไปแล้ว...ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว เห็นแก่ที่ข้าทำผิดครั้งแรก ขอท่านอาจารย์ได้โปรดให้อภัย”

หลินเสวี่ยถงคุกเข่าลง พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เสียงสะอื้นของนางแม้สะเทือนใจผู้ฟัง แต่กลับไม่มีใครกล้าเอ่ยปลอบ เพราะทุกคนในที่นั้น ต่างได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนางแล้ว

“ข้ามิใช่ผู้เสียหาย เจ้าขอร้องข้าไปก็เปล่าประโยชน์” อาจารย์อวี๋กล่าวเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะเหลือบสายตามองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

ได้ยินเช่นนั้น หลินเสวี่ยถงทำได้เพียงอดกลั้นความอัปยศเอาไว้ นางกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปยังโต๊ะของเซี่ยหรงเหยา

“เซี่ยหรงเหย่า ข้าผิดไปแล้ว เป็นข้าที่ผิด เป็นข้าที่ต้องการเล่นเพลง คิดถึงสายลม จนทำเรื่องไม่ดีต่อเจ้าขึ้น เห็นแก่ที่เราเป็นสหายร่วมเรียนมาหลายปี เจ้าให้อภัยข้าได้หรือไม่”

คำพูดเต็มไปด้วยความสำนึกผิด แต่ในใจกลับคิดคำนวณผลลัพธ์อย่างรอบคอบ

หลินเสวี่ยถงมั่นใจว่าเซี่ยหรงเหยาจะต้องโกรธและอาละวาดตามนิสัย เพราะอีกฝ่ายไม่เคยยอมเสียเปรียบให้ใคร หากเป็นเช่นนั้นจริง อาจารย์ทั้งสองก็จะตำหนิว่าเซี่ยหรงเหยาใจแคบ ไม่รู้จักให้อภัย

ทว่า...นางคิดผิด

ร่างบางลุกขึ้นอย่างสง่างาม ก่อนจะโน้มกายเข้าใกล้อีกฝ่าย

“เจ้าคิดใช้ศีลธรรมบีบบังคับข้า...เห็นเซี่ยหรงเหยาผู้นี้เป็นลูกพลับนิ่มหรืออย่างไร” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู

น้ำเสียงของนางแฝงความเย็นเยียบจนหลินเสวี่ยถงขนลุกซู่ไปทั้งร่าง รอยยิ้มบางเบาของเซี่ยหรงเหยาปรากฏขึ้นบนใบหน้า เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครเดาได้ว่า มันหมายความว่าอย่างไร

ร่างบางผละออกเล็กน้อย

“จะยกโทษให้ก็มิใช่จะไม่ได้ อย่างไรข้าก็ไม่ได้สูญเสียสิ่งใด เพราะทุกเพลงที่แต่งขึ้น...ล้วนอยู่ในนี้” หญิงสาวชี้ไปที่หัวของตน

“ท่านอาจารย์ ก่อนหน้านี้มิใช่พวกนางต้องการให้ศิษย์สองคนล้างห้องน้ำหนึ่งเดือนหรือ” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงเอาไว้บางเบา

“ศิษย์เองก็มิใช่คนไร้เหตุผล ในเมื่อหลินเสวี่ยถงยอมรับผิดแล้ว ก็ให้นางล้างห้องน้ำในสำนักศึกษาหนึ่งเดือนเถอะ เพื่อขัดเกลาจิตใจมิให้หลงผิด โลภต่อผลงานของผู้อื่นอีก”

อาจารย์ทั้งสองมองหน้ากัน พร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย

“เช่นนั้นก็ทำตามนั้นเถอะ พวกเจ้าสามคน จากนี้เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง ก็ทำหน้าที่ล้างห้องน้ำ...ห้ามให้บ่าวไพร่ช่วยเด็ดขาด ข้าจะให้คนจับตามองพวกเจ้า” อาจารย์หวงเอ่ยสำทับ

คำพูดนั้นทำทั้งห้องเงียบกริบ เสียงหอบหายใจของไป๋เสี่ยวอิงและลู่หลานหลิงดังขึ้นพร้อมกัน เมื่อได้ฟังบทลงโทษ...ทั้งหมดเป็นเพราะพวกนางเอง ที่เสนอการลงโทษนี้ไว้ก่อนหน้า และยามนี้ มันได้ย้อนกลับมาทำร้ายพวกนางแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   แข่งขันยิงธนู

    “องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ยินดีจะช่วยหม่อมฉันเอาชนะคนเหล่านั้นหรือไม่” เสียงของนางอ่อนหวานแต่มั่นคง ทุกสายตาในลานฝึกต่างหันมาจับจ้องยังหญิงสาว พี่ชายของนางที่ได้ยินน้องสาวแสดงความขวัญกล้า เขาถึงกับอ้าปากค้างส่วนมู่หรงฉางชิงทำเพียงยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ไม่มีใครอ่านออก“แน่นอน...เปิ่นไท่จื่อย่อมไม่ปฏิเสธคำขอของเจ้า” คำตอบนั้นทำให้คนที่อยู่ในลานฝึกต่างเงียบกริบ ก่อนที่เสียงซุบซิบจะดังขึ้นอีกครั้ง เพราะการแข่งขันครั้งนี้ ดูท่าจะไม่ธรรมดาเสียแล้วคำพูดของชายหนุ่มแม้จะทำให้ใบหน้าของเซี่ยหรงเหยาร้อนผ่าว แต่หญิงสาวก็ยังคงรักษาท่าทีได้อย่างสง่างาม ดวงตาคู่งามนิ่งสงบ ริมฝีปากบางยกยิ้มราวกับไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ในอก หัวใจกำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาข้างนอกสืออีที่ยืนอยู่ด้านนอกลานฝึก มองภาพนั้นแล้วส่ายหน้าเบาๆ“ครั้งก่อนเป็นพี่ชายที่ใช้องค์รัชทายาทเพื่อจัดการกับตวนอ๋อง ครั้งนี้เป็นน้องสาว...คนสกุลเซี่ยนี่ช่างใจกล้ายิ่งนัก” แม้จะเอ่ยเช่นนั้นแต่กลับรู้สึกชื่นชมพวกเขาในใจ“เจ้ากล้าใช้เขาลงแข่งกับตวนอ๋องได้อย่างไร” ว่านหนิงอวิ๋นกระซิบถามเสียงเบา เพราะกลัวว่ารัชทายาทหนุ่มจะได้ยิน“ข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   หวั่นไหวแล้วหรือ

    “สหายรัก เจ้ายังจะทำเรื่องนั้นอยู่หรือไม่” ว่านหนิงอวิ๋นกระซิบถามเสียงเบา ขณะยืนอยู่ในกลุ่มเดียวกับเซี่ยหรงเหยา“ทำอะไร...” หญิงสาวขมวดคิ้วถามกลับ สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง“ก็เรื่องนั้นไง...ผลักหลินเสวี่ยถงลงน้ำ ทำให้นางอับอายจนแต่งเป็นพระชายาเอกของตวนอ๋องไม่ได้อีกต่อไป” คำพูดนั้นทำให้เซี่ยหรงเหยาชะงักงันภาพความทรงจำวันแรกที่นางได้กลับมาเกิดใหม่ การสนทนาในวันนั้นผุดขึ้นมาในหัว“ไม่ได้นะ! ห้ามลงมือเด็ดขาด อีกอย่าง...ข้าก็ไม่ได้คิดจะตามติดตวนอ๋องอีกแล้ว ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับนางไปก็เท่านั้น เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า” ว่านหนิงอวิ๋นเบิกตากว้าง มองสหายรักราวกับเห็นผี“นี่! นี่ยังเป็นเพื่อนรักของข้าอยู่อีกหรือไม่” นางจับแขนเซี่ยหรงเหยาหมุนไปมาเพื่อหาความผิดปกติ“เอาล่ะ เอาล่ะ พอแล้ว เลิกจับข้าหมุนไปหมุนมาเสียที ข้าเวียนหัว” เซี่ยหรงเหยาพูดพลางหัวเราะร่วน“เล่ามา...มีรักครั้งใหม่ หรือเจ้าแค่คิดได้เอง”ว่านหนิงอวิ๋นเริ่มจับผิด“อะไรเล่า ข้าก็แค่คิดว่า รักในวัยเด็กมันควรจบลงเพียงเท่านี้ ตอนนี้ข้าก็ถึงวัยปักปิ่นแล้ว ทำตัวเรื่อยเปื่อยตามติดคนที่ไม่มีใจต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา อีกอย่าง...เรื่อง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ใกล้ชิด

    สองสายตาสบประสาน เฝ้ามองกันและกันจนลึกถึงจิตวิญญาณ แต่แล้วเซี่ยหรงเหยาก็ผลักเขาออกเบาๆ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไป ทิ้งไว้เพียงรัชทายาทหนุ่มที่ยืนมองตามด้วยรอยยิ้มบางเบา แววตาที่ชายหนุ่มมองหญิงสาว มันลึกซึ้งเกินกว่าจะอ่านออกหลังกลับถึงเรือนส่วนตัว เซี่ยหรงเหยาพยายามข่มตาให้หลับ แต่ไม่ว่าจะพลิกกายกี่ครั้ง ใจของนางก็ยังไม่สงบ ภาพเหตุการณ์ในศาลาเมื่อกลางวันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดสัมผัสอ่อนโยนนั้น เสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อของนาง และแววตาที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ร่างบางลุกพรวดขึ้นนั่งท่ามกลางความมืด“หรือว่าข้าจะชอบองค์รัชทายาท...ไม่จริงน่า!” เสียงหวานพึมพำเบาๆ ก่อนนางจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง และพยายามบังคับให้ตนเองหลับให้ได้เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ จนเสียงลมหายใจของหญิงสาวเริ่มดังอย่างสม่ำเสมอ ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาบางเบาในเงามืด...ร่างสูงในชุดคลุมสีทมิฬก้าวเข้ามาอย่างไร้เสียง เขาหยุดยืนข้างเตียง ดวงตาคมทอดมองร่างบางที่กำลังหลับสนิท ใบหน้าคมคายภายใต้หน้ากากหยก อ่อนโยนลงยามเมื่อมองสตรีตรงหน้า“เจ้ากระต่ายน้อย...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบ ปล

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ล้างห้องน้ำ

    ไม่กี่วันต่อมาข่าวลือได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวง ศาลบรรพชนของตระกูลหลินถูกไฟเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน ที่หน้าประตูเรือนของหลินเสวี่ยถงมีรอยเลือดสาดกระเซ็นให้เห็นอย่างน่าสยดสยองและที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น ใบหน้าอันงดงามของนาง ยามนี้เต็มไปด้วยตุ่มหนองแดงช้ำจนไม่อาจออกมาพบผู้ใดได้ ผู้คนต่างพูดกันไปต่างๆ นานาบ้างว่าตระกูลหลินทำผิดต่อฟ้าดินจึงถูกสวรรค์ลงโทษ บ้างก็ว่าเป็นเวรกรรมที่สะสมมานานจนถึงคราวต้องชดใช้ ครอบครัวหลินเองต่างพากันกล่าวโทษหลินเสวี่ยถง ว่าเป็นต้นเหตุของเคราะห์ร้ายทั้งหมดนางจึงถูกสั่งให้คุกเข่าอยู่หน้าเรือนถึงสองวันเต็ม“นี่เจ้าได้ยินข่าวลือช่วงนี้หรือไม่” ว่านหนิงอวิ๋นนั่งลงข้างสหาย พลางกระซิบถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“เรื่องอะไรหรือ ช่วงนี้ข้ามัวแต่อ่านตำราอยู่ในจวน มิได้ออกข้างนอกเลย” เซี่ยหรงเหยาตอบเรียบๆ พลางวางตำรากลยุทธการเดินหมากในมือลง“ก็เรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลหลินน่ะสิ...ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใครกันแน่ แต่ถึงจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ข้าก็อยากขอบคุณคนผู้นั้น ที่ช่วยระบายความโกรธแทนเจ้า”“ระบายความโกรธให้ข้าหรือ...” เซี่ยหรงเหยาขมวดคิ้ว“ใช่สิ! วันนั้นที่งานเลี้ยง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ทอดสะพาน

    คำตอบนั้นยิ่งทำให้หลินเสวี่ยถงจับพิรุธได้ชัดเจนขึ้น ดวงตางามหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตาไปยังอีกมุมหนึ่งของงานเลี้ยง ที่นั่น...เซี่ยหรงเหยากำลังหัวเราะกับว่านหนิงอวิ๋นอย่างอารมณ์ดีรอยยิ้มของนางสดใสราวกับไม่เคยมีเรื่องใดให้ต้องกังวล หลินเสวี่ยถงกำมือแน่น ความโกรธแค้นแล่นปราดขึ้นในอกนางรู้ดีว่าตวนอ๋องของตนมิใช่บุรุษที่จะแสดงความสนใจต่อสตรีใดง่ายๆ แต่วันนี้เซี่ยหรงเหยากลับสามารถดึงดูดสายตาของเขาไปที่ตนได้อย่างง่ายดายภายในใจของหลินเสวี่ยถงพลันเต็มไปด้วยความริษยา และหวาดกลัว นางกลัวว่าสายตาที่เคยเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว จะไม่หวนกลับมาอีกแล้วงานเลี้ยงชมดอกเหมยสิ้นสุดลง ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอวลด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ ทว่าความสนใจของผู้คนเหล่านั้นกลับไม่อาจดึงดูดท่านหญิงหนิงอันได้เลย นางยังคงไม่แสดงท่าทีสนใจบุรุษใดเป็นพิเศษตรงกันข้าม องค์หญิงใหญ่กลับแสดงความสนใจต่อว่านอวิ๋นเซียวอยู่บ่อยครั้ง ทำชายหนุ่มถึงกับทำตัวไม่ถูก ในใจเกรงว่าตนจะกลายเป็นที่หมายตาขององค์หญิงใหญ่เข้าเสียแล้วแม้ท่านหญิงหนิงอันจะงดงามเพียงใด แต่เขาก็ยังอยากเลือกคู่ครองด้วยหัวใจของตนเอง มากกว่าจะถูกผูกมัดด้วยกฎเกณฑ์ขอ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   องค์รัชทายาทยื่นมือเข้าช่วยอีกครั้ง

    “เรียกเปิ่นไท่จื่อว่าองค์รัชทายาท” สายตาเย็นชาตวัดมองมือของน้องชายต่างมารดา ที่กำลังจับแขนของเซี่ยหรงเหยา“พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท”มู่หรงจ้านรีบปล่อยนางทันที เซี่ยหรงเหยาเห็นความประหม่าในแววตาของชายหนุ่ม ไม่คิดเลยว่า...ในอดีตเขาจะเคยมีท่าทีของผู้ที่ด้อยกว่าเพราะไม่กี่ปีหลังจากนี้ ตวนอ๋องจะผงาดขึ้นเป็นใหญ่ และมีอำนาจที่สุดในเมืองหลวง แต่นั่นต้องหลังจากองค์รัชทายาทสละตำแหน่ง และในชีวิตก่อนของนาง คนผู้นี้ก็ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าเลยสักครั้ง“เจ็บหรือไม่” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยกับหญิงสาว ราวกับก่อนหน้านี้มิใช่คนคนเดียวกัน“ไม่เจ็บเพคะ” ร่างบางส่ายหน้า“พี่ชายของเจ้ากำลังร้อนใจ เหตุใดมาเข้าห้องน้ำถึงไม่พาข้ารับใช้ติดตามมาด้วย” น้ำเสียงตำหนิของชายหนุ่มตรงหน้า ราวกับพี่ชายที่กำลังดุน้องสาว“หม่อมฉันผิดไปแล้ว ครั้งหน้าจะระวัง” เซี่ยหรงเหยารู้สึกประหม่า แต่ก็อุ่นใจยามเมื่ออยู่ใกล้คนคนนี้ มันช่างแตกต่างจากครั้งที่ต้องอยู่ตามลำพังกับมู่หรงจ้านยิ่งนัก“ไปเถอะ เปิ่นไท่จื่อจะไปส่ง”ชายหนุ่มจูงมือหญิงสาวเดินจากไปตั้งแต่ต้นจนจบ...มู่หรงจ้านมิได้เอ่ยปากแม้เพียงครึ่งคำ นั่นก็เพราะความสามารถและอำนาจที่ต่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status