Share

นางหาเรื่องให้ข้าอีกแล้ว

Author: zuey
last update Last Updated: 2026-02-26 18:27:09

ดวงตางามของเซี่ยหรงเหยามองไปยังเส้นทางเบื้องล่างที่ทอดยาว ไม่นานนัก...เสียงกีบเท้าม้าพลันดังขึ้นพร้อมกับรถม้าสีดำสนิทที่ประดับตราจวนแม่ทัพแล่นมาหยุดตรงหน้า สายลมหนาวพัดกลีบดอกเหมยปลิวว่อนราวกับต้อนรับผู้มาเยือน

ม่านรถม้าถูกเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นสองพี่น้องตระกูลว่าน ว่านหนิงอวิ๋นและว่านอวิ๋นเซียวบุตรชายคนที่ห้าของแม่ทัพใหญ่

แววตาของเซี่ยหรงเหยาอ่อนลงเล็กน้อย เมื่อสบตากับสหายรัก ส่วนเซี่ยชิงสือเพียงยกยิ้มบางๆ พลางเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

“พวกเจ้ามาช้า” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางเบา

“ไม่ช้าได้อย่างไร เจ้าตัวโง่งมของข้าถูกท่านแม่จับแต่งกายอยู่นาน กว่าจะถูกปล่อยออกจากจวน เวลาก็ล่วงเลยมาขนาดนี้” ว่านอวิ๋นเซียวเอ่ยแก้ตัว พร้อมกับหลบสายตาที่มองค้อนของน้องสาว

“เอาเถอะ เรารีบขึ้นเขากันดีกว่า คนอื่นๆ ไปกันหมดแล้ว”

เซี่ยชิงสือเหลือบมองเล็กน้อย และทันทีที่สายตาของทั้งสองสบกัน ใบหน้าของว่านหนิงอวิ๋นพลันแดงเรื่อ

อืมมม นางงามจริงๆ ชายหนุ่มแอบคิดในใจ

หลังสนทนาเล็กน้อย คนทั้งสี่ก้าวขึ้นไปตามบันไดช้าๆ โดยที่มีข้ารับใช้ติดตามด้านหลัง และเมื่อก้าวเข้าไปในงานเลี้ยงที่ถูกจัดเตรียมอย่างอลังการ บรรยากาศที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมของดอกเหมย ทำสตรีทั้งสองเบิกตากว้าง

ไม่ว่าครั้งก่อนหรือครั้งนี้ ความงามนี้ก็ทำให้เซี่ยหรงเหยารู้สึกตกใจได้ทั้งสิ้น ภูเขาชิงซานแห่งนี้ฮ่องเต้พระองค์ก่อนได้ยกให้เป็นสินเดิมขององค์หญิงใหญ่ และทุกปี...ที่นี่มักถูกนำมาจัดงานเลี้ยง และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่แตกต่างที่จุดประสงค์

เมื่อทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อย เสียงพิณแว่วหวานดังขึ้นคลอไปกับสายลมหนาว กลีบดอกเหมยปลิวร่วงลงจากกิ่งไม้ราวกับโปรยปรายเพื่อต้อนรับขบวนขององค์หญิงใหญ่ มู่หรงจ้าวอี๋

พระนางทรงก้าวออกมาพร้อมบุตรสาวคนเล็กอย่างถังหลิงหลง ผู้ที่ได้รับพระราชทานตำแหน่งหนิงอันเสี้ยนจู่ขั้นสี่ หญิงสาวแรกรุ่นผู้งดงามดั่งภาพวาด

งานเลี้ยงวันนี้ นางสวมอาภรณ์ที่ทำจากไหมสีชมพูอ่อนปักลายดอกเหมย ด้านนอกสวมชุดคลุมขนจิ้งจอกเพลิงสีแดงสดตัดกับผิวขาวของนาง

ร่างบอบบางเดินเคียงข้างพระมารดาด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้างามละมุนแย้มยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตเปล่งประกายอ่อนโยนแต่แฝงความมั่นใจ

เมื่อองค์หญิงใหญ่ประทับยังพระที่นั่งจัดเตรียม พระสุรเสียงนุ่มนวลทรงอำนาจพลันดังขึ้น

“วันนี้เป็นวันที่ดอกเหมยบานสะพรั่งทั่วชิงซาน เปิ่นจ่างกงจู่ดีใจที่ทุกคนให้เกียรติมาร่วมงานเลี้ยงชมดอกเหมยในปีนี้” พระนางทอดพระเนตรไปทั่วลานงานเลี้ยง เพื่อมองหาเหล่าชายหนุ่มที่ตนหมายตา

“ดอกเหมยแม้จะผลิบานท่ามกลางความหนาวเหน็บ แต่กลับงดงามและเข้มแข็ง เช่นเดียวกับบุตรหลานแห่งแคว้นเป่ยหมิงของเรา”

องค์หญิงใหญ่หยุดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้ม

“เพื่อให้บรรยากาศของงานเลี้ยงสนุกยิ่งขึ้น เปิ่นจ่างกงจู่อยากเชิญเหล่าบุตรหลานขุนนางทั้งหลาย ก้าวออกมาแสดงความสามารถที่ตนเชี่ยวชาญ เพื่อให้ทุกคนในที่นี้ได้ชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นบทกวี ดนตรี หรือศิลปะใดก็ตาม”

บุตรหลานขุนนางต่างมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น บางคนเริ่มพูดคุยถึงการแสดงที่เตรียมมา บางคนมีสีหน้าวิตกกังวล

หลินเสวี่ยถงยกยิ้มเจ้าเล่ห์ นางมองไปรอบๆ ก่อนจะสบตาเข้ากับเซี่ยหรงเหยาที่นั่งห่างออกไป

“วันก่อน คุณหนูเซี่ยได้รับคำชมจากท่านอาจารย์อวี๋ในการบรรเลงกู่ฉินเป็นอย่างมาก ไม่ดีกว่าหรือถ้าให้นางได้แสดงเป็นคนแรกเพื่อเป็นเกียรติในการเปิดงานลี้ยงชมดอกเหมยในปีนี้เพคะ”

น้ำเสียงของนางดังขึ้นชัดเจน ท่ามกลางสายตาของคนมากมายที่มองมา และทันใดนั้นเอง บรรยากาศในลานดอกเหมยก็เปลี่ยนไปทันที

“สารเลวหลินเสวี่ยถง! นางจงใจเล่นงานข้า” เซี่ยหรงเหยากัดฟันกรอด ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะผูกใจเจ็บไม่ยอมปล่อยตนไปเช่นนี้

“จะทำอย่างไรดี! หากเจ้าบรรเลงกู่ฉินได้ห่วยคนเหล่านี้ก็จะหัวเราะเยาะเจ้า แต่ถ้าหากไพเราะเกินไป โดดเด่นเกินหน้าหนิงอันเสี้ยนจู่ องค์หญิงใหญ่ได้บีบคอเจ้าแน่” ว่านหนิงอวิ๋นเอียงกายมากระซิบกับสหายรัก

เรื่องที่นางบรรเลงกู่ฉินได้ไพเราะรู้กันเพียงในกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ก่อนหน้านี้ท่านอาจารย์หวงได้กำชับมิให้เรื่องที่เกิดขึ้นในห้องเรียนแพร่งพรายออกไป เพื่อไม่ให้หลินเสวี่ยถงเสียหน้า ทว่านางกลับนำเรื่องนี้มาเล่นงานตน

“ไม่เป็นไร อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไปเถิด”

หญิงสาวเอ่ยอย่างปลงตก ชาติก่อนเกิดเรื่องที่ทำให้องค์หญิงใหญ่ไม่พอพระทัย เพราะนางสวมชุดแดงมางานเลี้ยง ครั้งนี้...เฮ้อ! ตนคงหนีไม่พ้นจริงๆ

ทว่า...ในระหว่างที่เซี่ยหรงเหยากำลังคิดไม่ตก เสียงรายงานจากด้านนอกพลันดังขึ้น

“องค์รัชทายาทเสด็จ!!...”

ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมขนจิ้งจอกหิมะสีเงินก้าวตรงมายังลานงานเลี้ยง โดยมีผู้ติดตามสองคนอย่างสืออี และหญิงสาวที่แต่งกายเหมือนชาวยุทธอีกคน ที่เซี่ยหรงเหยาไม่เคยพบหน้า

ชายหนุ่มที่สวมหน้ากากหยกครึ่งหน้า ก้าวมาหยุดยืนยังจุดที่หญิงสาวยืนอยู่ สายตาคมเหลือบมองใบหน้างามที่มองมายังตนอยู่ก่อนแล้ว มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะค้อมกายให้องค์หญิงใหญ่

“ได้ยินว่าเสด็จป้าจัดงานเลี้ยงบนเขาชิงซาน หลานจากเมืองหลวงไปนับสิบปี มิเคยได้เชยชมความงามอันเป็นที่เลื่องลือ วันนี้จึงถือวิสาสะมาร่วมงานโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า ขอเสด็จป้าทรงให้อภัย”

ชายหนุ่มกล่าวอย่างสุภาพ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   แข่งขันยิงธนู

    “องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ยินดีจะช่วยหม่อมฉันเอาชนะคนเหล่านั้นหรือไม่” เสียงของนางอ่อนหวานแต่มั่นคง ทุกสายตาในลานฝึกต่างหันมาจับจ้องยังหญิงสาว พี่ชายของนางที่ได้ยินน้องสาวแสดงความขวัญกล้า เขาถึงกับอ้าปากค้างส่วนมู่หรงฉางชิงทำเพียงยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ไม่มีใครอ่านออก“แน่นอน...เปิ่นไท่จื่อย่อมไม่ปฏิเสธคำขอของเจ้า” คำตอบนั้นทำให้คนที่อยู่ในลานฝึกต่างเงียบกริบ ก่อนที่เสียงซุบซิบจะดังขึ้นอีกครั้ง เพราะการแข่งขันครั้งนี้ ดูท่าจะไม่ธรรมดาเสียแล้วคำพูดของชายหนุ่มแม้จะทำให้ใบหน้าของเซี่ยหรงเหยาร้อนผ่าว แต่หญิงสาวก็ยังคงรักษาท่าทีได้อย่างสง่างาม ดวงตาคู่งามนิ่งสงบ ริมฝีปากบางยกยิ้มราวกับไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ในอก หัวใจกำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาข้างนอกสืออีที่ยืนอยู่ด้านนอกลานฝึก มองภาพนั้นแล้วส่ายหน้าเบาๆ“ครั้งก่อนเป็นพี่ชายที่ใช้องค์รัชทายาทเพื่อจัดการกับตวนอ๋อง ครั้งนี้เป็นน้องสาว...คนสกุลเซี่ยนี่ช่างใจกล้ายิ่งนัก” แม้จะเอ่ยเช่นนั้นแต่กลับรู้สึกชื่นชมพวกเขาในใจ“เจ้ากล้าใช้เขาลงแข่งกับตวนอ๋องได้อย่างไร” ว่านหนิงอวิ๋นกระซิบถามเสียงเบา เพราะกลัวว่ารัชทายาทหนุ่มจะได้ยิน“ข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   หวั่นไหวแล้วหรือ

    “สหายรัก เจ้ายังจะทำเรื่องนั้นอยู่หรือไม่” ว่านหนิงอวิ๋นกระซิบถามเสียงเบา ขณะยืนอยู่ในกลุ่มเดียวกับเซี่ยหรงเหยา“ทำอะไร...” หญิงสาวขมวดคิ้วถามกลับ สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง“ก็เรื่องนั้นไง...ผลักหลินเสวี่ยถงลงน้ำ ทำให้นางอับอายจนแต่งเป็นพระชายาเอกของตวนอ๋องไม่ได้อีกต่อไป” คำพูดนั้นทำให้เซี่ยหรงเหยาชะงักงันภาพความทรงจำวันแรกที่นางได้กลับมาเกิดใหม่ การสนทนาในวันนั้นผุดขึ้นมาในหัว“ไม่ได้นะ! ห้ามลงมือเด็ดขาด อีกอย่าง...ข้าก็ไม่ได้คิดจะตามติดตวนอ๋องอีกแล้ว ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับนางไปก็เท่านั้น เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า” ว่านหนิงอวิ๋นเบิกตากว้าง มองสหายรักราวกับเห็นผี“นี่! นี่ยังเป็นเพื่อนรักของข้าอยู่อีกหรือไม่” นางจับแขนเซี่ยหรงเหยาหมุนไปมาเพื่อหาความผิดปกติ“เอาล่ะ เอาล่ะ พอแล้ว เลิกจับข้าหมุนไปหมุนมาเสียที ข้าเวียนหัว” เซี่ยหรงเหยาพูดพลางหัวเราะร่วน“เล่ามา...มีรักครั้งใหม่ หรือเจ้าแค่คิดได้เอง”ว่านหนิงอวิ๋นเริ่มจับผิด“อะไรเล่า ข้าก็แค่คิดว่า รักในวัยเด็กมันควรจบลงเพียงเท่านี้ ตอนนี้ข้าก็ถึงวัยปักปิ่นแล้ว ทำตัวเรื่อยเปื่อยตามติดคนที่ไม่มีใจต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา อีกอย่าง...เรื่อง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ใกล้ชิด

    สองสายตาสบประสาน เฝ้ามองกันและกันจนลึกถึงจิตวิญญาณ แต่แล้วเซี่ยหรงเหยาก็ผลักเขาออกเบาๆ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไป ทิ้งไว้เพียงรัชทายาทหนุ่มที่ยืนมองตามด้วยรอยยิ้มบางเบา แววตาที่ชายหนุ่มมองหญิงสาว มันลึกซึ้งเกินกว่าจะอ่านออกหลังกลับถึงเรือนส่วนตัว เซี่ยหรงเหยาพยายามข่มตาให้หลับ แต่ไม่ว่าจะพลิกกายกี่ครั้ง ใจของนางก็ยังไม่สงบ ภาพเหตุการณ์ในศาลาเมื่อกลางวันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดสัมผัสอ่อนโยนนั้น เสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อของนาง และแววตาที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ร่างบางลุกพรวดขึ้นนั่งท่ามกลางความมืด“หรือว่าข้าจะชอบองค์รัชทายาท...ไม่จริงน่า!” เสียงหวานพึมพำเบาๆ ก่อนนางจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง และพยายามบังคับให้ตนเองหลับให้ได้เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ จนเสียงลมหายใจของหญิงสาวเริ่มดังอย่างสม่ำเสมอ ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาบางเบาในเงามืด...ร่างสูงในชุดคลุมสีทมิฬก้าวเข้ามาอย่างไร้เสียง เขาหยุดยืนข้างเตียง ดวงตาคมทอดมองร่างบางที่กำลังหลับสนิท ใบหน้าคมคายภายใต้หน้ากากหยก อ่อนโยนลงยามเมื่อมองสตรีตรงหน้า“เจ้ากระต่ายน้อย...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบ ปล

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ล้างห้องน้ำ

    ไม่กี่วันต่อมาข่าวลือได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวง ศาลบรรพชนของตระกูลหลินถูกไฟเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน ที่หน้าประตูเรือนของหลินเสวี่ยถงมีรอยเลือดสาดกระเซ็นให้เห็นอย่างน่าสยดสยองและที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น ใบหน้าอันงดงามของนาง ยามนี้เต็มไปด้วยตุ่มหนองแดงช้ำจนไม่อาจออกมาพบผู้ใดได้ ผู้คนต่างพูดกันไปต่างๆ นานาบ้างว่าตระกูลหลินทำผิดต่อฟ้าดินจึงถูกสวรรค์ลงโทษ บ้างก็ว่าเป็นเวรกรรมที่สะสมมานานจนถึงคราวต้องชดใช้ ครอบครัวหลินเองต่างพากันกล่าวโทษหลินเสวี่ยถง ว่าเป็นต้นเหตุของเคราะห์ร้ายทั้งหมดนางจึงถูกสั่งให้คุกเข่าอยู่หน้าเรือนถึงสองวันเต็ม“นี่เจ้าได้ยินข่าวลือช่วงนี้หรือไม่” ว่านหนิงอวิ๋นนั่งลงข้างสหาย พลางกระซิบถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“เรื่องอะไรหรือ ช่วงนี้ข้ามัวแต่อ่านตำราอยู่ในจวน มิได้ออกข้างนอกเลย” เซี่ยหรงเหยาตอบเรียบๆ พลางวางตำรากลยุทธการเดินหมากในมือลง“ก็เรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลหลินน่ะสิ...ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใครกันแน่ แต่ถึงจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ข้าก็อยากขอบคุณคนผู้นั้น ที่ช่วยระบายความโกรธแทนเจ้า”“ระบายความโกรธให้ข้าหรือ...” เซี่ยหรงเหยาขมวดคิ้ว“ใช่สิ! วันนั้นที่งานเลี้ยง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ทอดสะพาน

    คำตอบนั้นยิ่งทำให้หลินเสวี่ยถงจับพิรุธได้ชัดเจนขึ้น ดวงตางามหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตาไปยังอีกมุมหนึ่งของงานเลี้ยง ที่นั่น...เซี่ยหรงเหยากำลังหัวเราะกับว่านหนิงอวิ๋นอย่างอารมณ์ดีรอยยิ้มของนางสดใสราวกับไม่เคยมีเรื่องใดให้ต้องกังวล หลินเสวี่ยถงกำมือแน่น ความโกรธแค้นแล่นปราดขึ้นในอกนางรู้ดีว่าตวนอ๋องของตนมิใช่บุรุษที่จะแสดงความสนใจต่อสตรีใดง่ายๆ แต่วันนี้เซี่ยหรงเหยากลับสามารถดึงดูดสายตาของเขาไปที่ตนได้อย่างง่ายดายภายในใจของหลินเสวี่ยถงพลันเต็มไปด้วยความริษยา และหวาดกลัว นางกลัวว่าสายตาที่เคยเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว จะไม่หวนกลับมาอีกแล้วงานเลี้ยงชมดอกเหมยสิ้นสุดลง ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอวลด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ ทว่าความสนใจของผู้คนเหล่านั้นกลับไม่อาจดึงดูดท่านหญิงหนิงอันได้เลย นางยังคงไม่แสดงท่าทีสนใจบุรุษใดเป็นพิเศษตรงกันข้าม องค์หญิงใหญ่กลับแสดงความสนใจต่อว่านอวิ๋นเซียวอยู่บ่อยครั้ง ทำชายหนุ่มถึงกับทำตัวไม่ถูก ในใจเกรงว่าตนจะกลายเป็นที่หมายตาขององค์หญิงใหญ่เข้าเสียแล้วแม้ท่านหญิงหนิงอันจะงดงามเพียงใด แต่เขาก็ยังอยากเลือกคู่ครองด้วยหัวใจของตนเอง มากกว่าจะถูกผูกมัดด้วยกฎเกณฑ์ขอ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   องค์รัชทายาทยื่นมือเข้าช่วยอีกครั้ง

    “เรียกเปิ่นไท่จื่อว่าองค์รัชทายาท” สายตาเย็นชาตวัดมองมือของน้องชายต่างมารดา ที่กำลังจับแขนของเซี่ยหรงเหยา“พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท”มู่หรงจ้านรีบปล่อยนางทันที เซี่ยหรงเหยาเห็นความประหม่าในแววตาของชายหนุ่ม ไม่คิดเลยว่า...ในอดีตเขาจะเคยมีท่าทีของผู้ที่ด้อยกว่าเพราะไม่กี่ปีหลังจากนี้ ตวนอ๋องจะผงาดขึ้นเป็นใหญ่ และมีอำนาจที่สุดในเมืองหลวง แต่นั่นต้องหลังจากองค์รัชทายาทสละตำแหน่ง และในชีวิตก่อนของนาง คนผู้นี้ก็ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าเลยสักครั้ง“เจ็บหรือไม่” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยกับหญิงสาว ราวกับก่อนหน้านี้มิใช่คนคนเดียวกัน“ไม่เจ็บเพคะ” ร่างบางส่ายหน้า“พี่ชายของเจ้ากำลังร้อนใจ เหตุใดมาเข้าห้องน้ำถึงไม่พาข้ารับใช้ติดตามมาด้วย” น้ำเสียงตำหนิของชายหนุ่มตรงหน้า ราวกับพี่ชายที่กำลังดุน้องสาว“หม่อมฉันผิดไปแล้ว ครั้งหน้าจะระวัง” เซี่ยหรงเหยารู้สึกประหม่า แต่ก็อุ่นใจยามเมื่ออยู่ใกล้คนคนนี้ มันช่างแตกต่างจากครั้งที่ต้องอยู่ตามลำพังกับมู่หรงจ้านยิ่งนัก“ไปเถอะ เปิ่นไท่จื่อจะไปส่ง”ชายหนุ่มจูงมือหญิงสาวเดินจากไปตั้งแต่ต้นจนจบ...มู่หรงจ้านมิได้เอ่ยปากแม้เพียงครึ่งคำ นั่นก็เพราะความสามารถและอำนาจที่ต่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status