Share

บทเพลงนี้ของผู้ใดกันแน่

Author: zuey
last update Last Updated: 2026-02-26 18:25:59

อาจารย์หวงแม้จะชรา แต่สายตายังคงลึกล้ำ ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน มีหรือจะมองไม่ออกว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องวุ่นวายนี้คือหลินเสวี่ยถง และสิ่งที่นางต้องการ หาใช่ความยุติธรรม หากแต่เป็นการใช้โอกาสนี้ทำลายชื่อเสียงของผู้อื่น

“ท่านอาจารย์เจ้าคะ” ลู่หลานหลิงเอ่ยขึ้น หลังจากเงียบอยู่นาน

“แม้ตอนนั้นไท่จื่อจะอยู่ด้วย แต่นี่เป็นเรื่องระหว่างหลินเสวี่ยถงกับเซี่ยหรงเหยา ศิษย์ร้องขอให้นางคืนบทเพลงที่นางขโมยจากถงเอ๋อคืนมา และลงโทษให้นางล้างห้องน้ำในสำนักศึกษาเป็นเวลาหนึ่งเดือน”

หญิงสาวกล่าววาจาราวกับได้ตัดสินผู้ผิดแล้ว ทั้งที่อาจารย์หวงยังมิได้เอ่ยคำตัดสินใดๆ

บรรยากาศภายในห้องเรียนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เสียงไม้เท้าของอาจารย์หวงเคาะพื้นดังเป็นจังหวะ เตือนให้ทุกคนรู้ว่า การพิจารณายังไม่สิ้นสุด และตัวเขานั้น...ยังมิได้ตัดสินใจว่าใครคือผู้ผิด

“เจ้าบอกว่าเพลงที่ข้าเล่นเมื่อเช้าเป็นของนาง...” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยเสียงเรียบ มิได้มีท่าทีหวาดกลัวความผิดใดใด

“นี่สินะที่เจ้าต้องการ หลินเสวี่ยถง ร้องแรกแหกกระเชิงว่าข้ารังแกเจ้า แต่เป้าหมายที่แท้จริงก็คือบทเพลงกู่ฉินที่ข้าเล่นเมื่อเช้า”

“ข้า...เปล่า” หลินเสวี่ยถงหลุบตาลงพร้อมตอบเสียงสั่น มือสองข้างของนางกำชายกระโปรงแน่นอย่างไม่มั่นใจ

“แต่เรื่องที่ลู่หลานหลิงเอ่ยเป็นเรื่องจริง เจ้าเป็นคนที่เล่นกู่ฉินได้แย่ที่สุดในบรรดาสหายในชั้นเรียน จะมีความสามารถใด แต่งบทเพลงไพเราะเช่นนั้นออกมาได้”

น้ำเสียงของหลินเสวี่ยถงบางเบาและสั่นเครือ คล้ายผู้ถูกกระทำที่พยายามปกป้องตนเอง ทว่ากลับไม่สามารถสั่นคลอนความรู้สึกของฝ่ายตรงข้ามได้ ทำให้ยามนี้นางรู้สึกเป็นกังวลในใจ

“หน้าไม่อายก็ต้องมีขอบเขต” เซี่ยหรงเหยาหัวเราะในลำคอ

“ต่อให้เพลงกู่ฉินบทนี้มิใช่ข้าที่แต่ง แล้วเจ้าเอาความมั่นใจมาจากที่ใดว่ามันคือของเจ้า หากความจริงถูกเปิดโปง ระวังใต้เท้าหลินไม่มีหน้าอยู่ในราชสำนักนะ”

“เจ้า!...ข้า!...” หลินเสวี่ยถงพูดไม่ออก เสียงของนางแผ่วลงจนแทบไม่ได้ยิน ไป๋เสี่ยวอิงเห็นสหายรักถูกรังแก นางจึงรีบก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อปกป้องทันที

“ถงเอ๋อคือคนที่ชำนาญในทุกด้าน ในเมืองหลวงแห่งนี้นางนับเป็นสตรีมีความสามารถอันดับหนึ่ง จะแต่งเพลงออกมาสักเพลงสองเพลงจะเป็นไปไม่ได้เชียวหรือ”

“ต่างกับเจ้า...เซี่ยหรงเหยาจอมอันธพาล คนที่เอาแต่ทำตัวไร้แก่นสารไปวันวัน ทำให้ครอบครัวต้องอับอาย!” ไป๋เสี่ยวอิงกล่าวหาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัวว่าตนจะถูกเอาคืน ทั้งที่เรื่องนี้หาใช่เรื่องของนางไม่

“ตั้งแต่เมื่อใดกัน ที่ตระกูลไป๋มีหน้าที่สั่งสอนคนจากตระกูลอื่น”

เสียงหวานของสตรีดังขึ้นที่หน้าประตู ทุกคนหันขวับไปมองพร้อมกัน เป็นอาจารย์อวี๋ สตรีวัยกลางคนในชุดครามเข้มยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบของนางกวาดมองทั่วห้อง ก่อนจะหยุดที่หลินเสวี่ยถง

“แม้แต่ตัวข้าที่ฝึกกู่ฉินมายี่สิบปี ยังไม่กล้าอวดอ้างตนเองว่าเป็นอันดับหนึ่ง แต่เจ้ากลับกล้ายกนางขึ้นเหนือเหล่าอาจารย์ทั้งหลาย ช่างโอหังยิ่งนัก!”

“อะ...อาจารย์อวี๋” ไป๋เสี่ยวอิงเอ่ยเสียงสั่น

สีหน้าของนางยามนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด อาจารย์อวี๋ก้าวเข้ามาภายในห้องช้าๆ ทุกย่างก้าวของนางเต็มไปด้วยความสงบ ทว่ากลับสามารถทำให้นักศึกษาหญิงทั้งห้องต่างหวาดกลัว

“ท่านอาจารย์หวง ขออภัยที่เข้ามาแทรกแซงในการสอนของท่าน” นางเอ่ยพลางค้อมศีรษะลงเล็กน้อย

“เรื่องบทเพลงกู่ฉินที่เซี่ยหรงเหยาบรรเลงเมื่อเช้า ข้าเองก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย” อาจารย์หวงพยักหน้าเบาๆ

“แล้วอาจารย์อวี๋คิดเช่นไร”

“ในเมื่อหลินเสวี่ยถงบอกว่า บทเพลงนั้นเป็นของนาง เช่นนั้นก็ให้นางบรรเลงให้คนที่นี่ฟังเถอะ จากนั้นค่อยตัดสิน” อาจารย์อวี๋กล่าวเสียงเรียบ สายตาตกอยู่ที่หลินเสวี่ยถงเป็นคนแรก

“และหากเซี่ยหรงเหยาขโมยไปจริง ข้าจะให้นางชดใช้อย่างสาสม” คำว่า “ชดใช้อย่างสาสม” ถูกเน้นหนักจนทุกคนในห้องรู้สึกถึงแรงสะท้อนในอก

และคำพูดนั้นคล้ายเป็นคำเตือนว่า ถ้าหากคนใดในระหว่างพวกนางกล้าหลอกลวง ย่อมต้องถูกลงโทษสถานหนัก

หลินเสวี่ยถงสั่นไปทั้งกาย มือที่กำชายกระโปรงเริ่มเย็นเฉียบ ทว่ามันกลับชื้นเหงื่อ ใครในสำนักศึกษาแห่งนี้ไม่รู้บ้างว่า อาจารย์อวี๋เกลียดการใส่ร้ายเป็นที่สุด และครั้งนี้...ดูเหมือนความจริงกำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคน

“หลินเสวี่ยถง เจ้าบอกว่าเซี่ยหรงเหยาขโมยเพลงของเจ้าไป เช่นนั้นก็ออกมาบรรเลงกู่ฉินด้านหน้าเถอะ ข้านำกู่ฉินติดตัวมาด้วยพอดี”

อาจารย์อวี๋กล่าวพลางวางกู่ฉินลงตรงกลางห้อง เสียงไม้กระทบพื้นดังเบาๆ แต่กลับทำให้บรรยากาศในห้องเรียนตึงเครียดขึ้นยิ่งกว่าเดิม หลินเสวี่ยถงมีท่าทีอึกอัก ใบหน้าซีดเผือด ทว่าตอนนี้นางถอยกลับไม่ได้แล้ว

“เจ้าค่ะ...ท่านอาจารย์” หญิงสาวค่อยๆ นั่งลงตรงหน้ากู่ฉิน สองมือสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด

ในใจนึกย้อนถึงภาพตอนที่เซี่ยหรงเหยาบรรเลงเพลงนั้น เสียงใสกังวานราวสายลมพัดผ่านภูเขา แต่เมื่อปลายนิ้วของนางแตะลงบนสายกู่ฉิน เสียงที่ดังออกมากลับกระท่อนกระแท่น ขาดความไพเราะจนผู้ฟังถึงกับขมวดคิ้ว

“นี่สินะ! ที่เจ้าเรียกว่าเป็นบทเพลงที่เจ้าแต่งขึ้นเอง” อาจารย์อวี๋ตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคมกริบจับจ้องหญิงสาวตรงหน้า

“ศิษย์...ศิษย์จำไม่ได้ทั้งหมดเจ้าค่ะ เพราะพึ่งแต่งออกมาได้เพียงไม่นาน มันก็หายไปแล้ว” หลินเสวี่ยถงเอ่ยพลางน้ำตาไหลอาบแก้ม เสียงสะอื้นเบาๆ ดังขึ้นภายในห้องอันเงียบงัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   แข่งขันยิงธนู

    “องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ยินดีจะช่วยหม่อมฉันเอาชนะคนเหล่านั้นหรือไม่” เสียงของนางอ่อนหวานแต่มั่นคง ทุกสายตาในลานฝึกต่างหันมาจับจ้องยังหญิงสาว พี่ชายของนางที่ได้ยินน้องสาวแสดงความขวัญกล้า เขาถึงกับอ้าปากค้างส่วนมู่หรงฉางชิงทำเพียงยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ไม่มีใครอ่านออก“แน่นอน...เปิ่นไท่จื่อย่อมไม่ปฏิเสธคำขอของเจ้า” คำตอบนั้นทำให้คนที่อยู่ในลานฝึกต่างเงียบกริบ ก่อนที่เสียงซุบซิบจะดังขึ้นอีกครั้ง เพราะการแข่งขันครั้งนี้ ดูท่าจะไม่ธรรมดาเสียแล้วคำพูดของชายหนุ่มแม้จะทำให้ใบหน้าของเซี่ยหรงเหยาร้อนผ่าว แต่หญิงสาวก็ยังคงรักษาท่าทีได้อย่างสง่างาม ดวงตาคู่งามนิ่งสงบ ริมฝีปากบางยกยิ้มราวกับไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ในอก หัวใจกำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาข้างนอกสืออีที่ยืนอยู่ด้านนอกลานฝึก มองภาพนั้นแล้วส่ายหน้าเบาๆ“ครั้งก่อนเป็นพี่ชายที่ใช้องค์รัชทายาทเพื่อจัดการกับตวนอ๋อง ครั้งนี้เป็นน้องสาว...คนสกุลเซี่ยนี่ช่างใจกล้ายิ่งนัก” แม้จะเอ่ยเช่นนั้นแต่กลับรู้สึกชื่นชมพวกเขาในใจ“เจ้ากล้าใช้เขาลงแข่งกับตวนอ๋องได้อย่างไร” ว่านหนิงอวิ๋นกระซิบถามเสียงเบา เพราะกลัวว่ารัชทายาทหนุ่มจะได้ยิน“ข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   หวั่นไหวแล้วหรือ

    “สหายรัก เจ้ายังจะทำเรื่องนั้นอยู่หรือไม่” ว่านหนิงอวิ๋นกระซิบถามเสียงเบา ขณะยืนอยู่ในกลุ่มเดียวกับเซี่ยหรงเหยา“ทำอะไร...” หญิงสาวขมวดคิ้วถามกลับ สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง“ก็เรื่องนั้นไง...ผลักหลินเสวี่ยถงลงน้ำ ทำให้นางอับอายจนแต่งเป็นพระชายาเอกของตวนอ๋องไม่ได้อีกต่อไป” คำพูดนั้นทำให้เซี่ยหรงเหยาชะงักงันภาพความทรงจำวันแรกที่นางได้กลับมาเกิดใหม่ การสนทนาในวันนั้นผุดขึ้นมาในหัว“ไม่ได้นะ! ห้ามลงมือเด็ดขาด อีกอย่าง...ข้าก็ไม่ได้คิดจะตามติดตวนอ๋องอีกแล้ว ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับนางไปก็เท่านั้น เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า” ว่านหนิงอวิ๋นเบิกตากว้าง มองสหายรักราวกับเห็นผี“นี่! นี่ยังเป็นเพื่อนรักของข้าอยู่อีกหรือไม่” นางจับแขนเซี่ยหรงเหยาหมุนไปมาเพื่อหาความผิดปกติ“เอาล่ะ เอาล่ะ พอแล้ว เลิกจับข้าหมุนไปหมุนมาเสียที ข้าเวียนหัว” เซี่ยหรงเหยาพูดพลางหัวเราะร่วน“เล่ามา...มีรักครั้งใหม่ หรือเจ้าแค่คิดได้เอง”ว่านหนิงอวิ๋นเริ่มจับผิด“อะไรเล่า ข้าก็แค่คิดว่า รักในวัยเด็กมันควรจบลงเพียงเท่านี้ ตอนนี้ข้าก็ถึงวัยปักปิ่นแล้ว ทำตัวเรื่อยเปื่อยตามติดคนที่ไม่มีใจต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา อีกอย่าง...เรื่อง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ใกล้ชิด

    สองสายตาสบประสาน เฝ้ามองกันและกันจนลึกถึงจิตวิญญาณ แต่แล้วเซี่ยหรงเหยาก็ผลักเขาออกเบาๆ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไป ทิ้งไว้เพียงรัชทายาทหนุ่มที่ยืนมองตามด้วยรอยยิ้มบางเบา แววตาที่ชายหนุ่มมองหญิงสาว มันลึกซึ้งเกินกว่าจะอ่านออกหลังกลับถึงเรือนส่วนตัว เซี่ยหรงเหยาพยายามข่มตาให้หลับ แต่ไม่ว่าจะพลิกกายกี่ครั้ง ใจของนางก็ยังไม่สงบ ภาพเหตุการณ์ในศาลาเมื่อกลางวันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดสัมผัสอ่อนโยนนั้น เสียงทุ้มต่ำที่เรียกชื่อของนาง และแววตาที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ร่างบางลุกพรวดขึ้นนั่งท่ามกลางความมืด“หรือว่าข้าจะชอบองค์รัชทายาท...ไม่จริงน่า!” เสียงหวานพึมพำเบาๆ ก่อนนางจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง และพยายามบังคับให้ตนเองหลับให้ได้เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ จนเสียงลมหายใจของหญิงสาวเริ่มดังอย่างสม่ำเสมอ ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาบางเบาในเงามืด...ร่างสูงในชุดคลุมสีทมิฬก้าวเข้ามาอย่างไร้เสียง เขาหยุดยืนข้างเตียง ดวงตาคมทอดมองร่างบางที่กำลังหลับสนิท ใบหน้าคมคายภายใต้หน้ากากหยก อ่อนโยนลงยามเมื่อมองสตรีตรงหน้า“เจ้ากระต่ายน้อย...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบ ปล

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ล้างห้องน้ำ

    ไม่กี่วันต่อมาข่าวลือได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวง ศาลบรรพชนของตระกูลหลินถูกไฟเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน ที่หน้าประตูเรือนของหลินเสวี่ยถงมีรอยเลือดสาดกระเซ็นให้เห็นอย่างน่าสยดสยองและที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น ใบหน้าอันงดงามของนาง ยามนี้เต็มไปด้วยตุ่มหนองแดงช้ำจนไม่อาจออกมาพบผู้ใดได้ ผู้คนต่างพูดกันไปต่างๆ นานาบ้างว่าตระกูลหลินทำผิดต่อฟ้าดินจึงถูกสวรรค์ลงโทษ บ้างก็ว่าเป็นเวรกรรมที่สะสมมานานจนถึงคราวต้องชดใช้ ครอบครัวหลินเองต่างพากันกล่าวโทษหลินเสวี่ยถง ว่าเป็นต้นเหตุของเคราะห์ร้ายทั้งหมดนางจึงถูกสั่งให้คุกเข่าอยู่หน้าเรือนถึงสองวันเต็ม“นี่เจ้าได้ยินข่าวลือช่วงนี้หรือไม่” ว่านหนิงอวิ๋นนั่งลงข้างสหาย พลางกระซิบถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“เรื่องอะไรหรือ ช่วงนี้ข้ามัวแต่อ่านตำราอยู่ในจวน มิได้ออกข้างนอกเลย” เซี่ยหรงเหยาตอบเรียบๆ พลางวางตำรากลยุทธการเดินหมากในมือลง“ก็เรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลหลินน่ะสิ...ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใครกันแน่ แต่ถึงจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ข้าก็อยากขอบคุณคนผู้นั้น ที่ช่วยระบายความโกรธแทนเจ้า”“ระบายความโกรธให้ข้าหรือ...” เซี่ยหรงเหยาขมวดคิ้ว“ใช่สิ! วันนั้นที่งานเลี้ยง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ทอดสะพาน

    คำตอบนั้นยิ่งทำให้หลินเสวี่ยถงจับพิรุธได้ชัดเจนขึ้น ดวงตางามหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตาไปยังอีกมุมหนึ่งของงานเลี้ยง ที่นั่น...เซี่ยหรงเหยากำลังหัวเราะกับว่านหนิงอวิ๋นอย่างอารมณ์ดีรอยยิ้มของนางสดใสราวกับไม่เคยมีเรื่องใดให้ต้องกังวล หลินเสวี่ยถงกำมือแน่น ความโกรธแค้นแล่นปราดขึ้นในอกนางรู้ดีว่าตวนอ๋องของตนมิใช่บุรุษที่จะแสดงความสนใจต่อสตรีใดง่ายๆ แต่วันนี้เซี่ยหรงเหยากลับสามารถดึงดูดสายตาของเขาไปที่ตนได้อย่างง่ายดายภายในใจของหลินเสวี่ยถงพลันเต็มไปด้วยความริษยา และหวาดกลัว นางกลัวว่าสายตาที่เคยเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว จะไม่หวนกลับมาอีกแล้วงานเลี้ยงชมดอกเหมยสิ้นสุดลง ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอวลด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ ทว่าความสนใจของผู้คนเหล่านั้นกลับไม่อาจดึงดูดท่านหญิงหนิงอันได้เลย นางยังคงไม่แสดงท่าทีสนใจบุรุษใดเป็นพิเศษตรงกันข้าม องค์หญิงใหญ่กลับแสดงความสนใจต่อว่านอวิ๋นเซียวอยู่บ่อยครั้ง ทำชายหนุ่มถึงกับทำตัวไม่ถูก ในใจเกรงว่าตนจะกลายเป็นที่หมายตาขององค์หญิงใหญ่เข้าเสียแล้วแม้ท่านหญิงหนิงอันจะงดงามเพียงใด แต่เขาก็ยังอยากเลือกคู่ครองด้วยหัวใจของตนเอง มากกว่าจะถูกผูกมัดด้วยกฎเกณฑ์ขอ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   องค์รัชทายาทยื่นมือเข้าช่วยอีกครั้ง

    “เรียกเปิ่นไท่จื่อว่าองค์รัชทายาท” สายตาเย็นชาตวัดมองมือของน้องชายต่างมารดา ที่กำลังจับแขนของเซี่ยหรงเหยา“พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท”มู่หรงจ้านรีบปล่อยนางทันที เซี่ยหรงเหยาเห็นความประหม่าในแววตาของชายหนุ่ม ไม่คิดเลยว่า...ในอดีตเขาจะเคยมีท่าทีของผู้ที่ด้อยกว่าเพราะไม่กี่ปีหลังจากนี้ ตวนอ๋องจะผงาดขึ้นเป็นใหญ่ และมีอำนาจที่สุดในเมืองหลวง แต่นั่นต้องหลังจากองค์รัชทายาทสละตำแหน่ง และในชีวิตก่อนของนาง คนผู้นี้ก็ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าเลยสักครั้ง“เจ็บหรือไม่” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยกับหญิงสาว ราวกับก่อนหน้านี้มิใช่คนคนเดียวกัน“ไม่เจ็บเพคะ” ร่างบางส่ายหน้า“พี่ชายของเจ้ากำลังร้อนใจ เหตุใดมาเข้าห้องน้ำถึงไม่พาข้ารับใช้ติดตามมาด้วย” น้ำเสียงตำหนิของชายหนุ่มตรงหน้า ราวกับพี่ชายที่กำลังดุน้องสาว“หม่อมฉันผิดไปแล้ว ครั้งหน้าจะระวัง” เซี่ยหรงเหยารู้สึกประหม่า แต่ก็อุ่นใจยามเมื่ออยู่ใกล้คนคนนี้ มันช่างแตกต่างจากครั้งที่ต้องอยู่ตามลำพังกับมู่หรงจ้านยิ่งนัก“ไปเถอะ เปิ่นไท่จื่อจะไปส่ง”ชายหนุ่มจูงมือหญิงสาวเดินจากไปตั้งแต่ต้นจนจบ...มู่หรงจ้านมิได้เอ่ยปากแม้เพียงครึ่งคำ นั่นก็เพราะความสามารถและอำนาจที่ต่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status