เข้าสู่ระบบในชาติก่อนจางหลินซินเคยเป็นนักฆ่าผู้เก่งกาจ แต่ถูกครอบครัวทรยศและถูกยิงอย่างโหดเหี้ยม เฉินจือหานล้างแค้นแทนเธอและไปสวรรค์พร้อมกัน ในชาตินี้เธอได่เกิดใหม่และต้องการล้างบางพวกที่มันทำกับเธออย่างสาสม
ดูเพิ่มเติมGancet : Kapokmu Kapan Mas?
Aku yang membuat suamiku dan selingkuhannya---sepupuku---gancet di sebelah kamarku. Lalu, aku bertanya-pura tak mendengar teriakan mereka yang bersahutan meminta tolong. Selamat merasakan hadiah perselingkuhan!
"Tolooong!" teriak Miska.
"Dek... tolong, Dek!" Kali ini suara teriakan Bang Robi yang terdengar.
"Mbak Ti... tolongin Miska, Mbak!" Miska lagi.
"Dek... tolongin Abang, Dek! Bangun, Dek!" Bang Robi lebih mengencankan suaranya.
Kubiarkan mereka berteriak sampai lelah. Lebih baik aku terus-menerus tidur, larut dalam pengaruh obat tidur yang dicampurkan Miska dalam minumanku tiap malamnya. Biar aktingnya maksimal. Mereka saja bisa bersiasat di belakangku, kenapa aku tidak?
Tak ada lagi rasa iba dalam diriku mendengar teriakan mengiba dari kamar Miska di sebelah. Rasa sakit hati untuk semua rasa peduliku pada pasangan selingkuh itu. Rasa sakit yang akhirnya mengantarku berbuat nekat pada mereka.
Lima bulan lalu, Miska datang ke rumah untuk menumpang tinggal bersamaku dengan Bang Robi. Kantornya yang berpindah tempat menjadi alasan utama selain menghemat biaya hidup. awalnya aku agak ragu memberi izin, tapi Bang Robi bersikukuh memberi izin. Akhirnya, mau tak mau aku memberi izin pada sepupuku itu.
Empat bulan pertama, tak ada yang aneh dengan Miska maupun Bang Robi. Semua berjalan baik-baik saja. Lalu, satu bulan belakangan sesuatu yang aneh mulai terjadi. Setiap malam, saya akan merasakan kantuk yang luar biasa.
Selepas makan malam, aku akan langsung bangun dan bangun ketika alarm di kamar menyala pukul lima pagi. Setiap hari seperti itu. Hingga tiga hari lalu aku mulai mengetahui sebuah kebenaran.
Malam itu, aku tak sengaja menumpahkan teh hijau yang biasa diseduhkan Miska untukku. Teh itu memang sengaja dibelikan khusus untukku. Katanya sebagai tanda terima kasih dari adik sepupuku itu.
Demi menghindari rasa tak enak hati dengan Miska, aku membersihkan tumpahan itu tanpa memberitahunya bahwa teh itu tak sempat kuminum. Setelahnya, aku langsung menuju kamar untuk tidur. Mungkin karena terbiasa tidur awal, aku langsung terbangun ketika membaringkan tubuh di kasur.
Berbeda dari hari-hari sebelumnya di mana aku baru akan terbangun di subuh hari, hari itu aku terbangun dini hari. Lalu, dari kamar Miska yang letaknya di sebelah kamarku dan Bang Robi, aku mendengar suara-suara aneh. Aku yakin betul salah satu suara itu milik Bang Robi. Keyakinanku tak terbantahkan karena ketika bangu n aku tak melihat suamiku itu di ranjang kami.
Aku lalu menempelkan telinga ke tembok agar bisa mendengar lebih jelas. Aku yakin betul apa yang sedang terjadi di kamar Miska hanya dengan mendengar suara-suaranya. Bang Robi melakukan hubungan terlarang dengan sepupuku itu.
Saat itu juga aku ingin memergoki mereka, tetapi ketika aku memutar gagang pintu, tak berhasil terbuka. mereka sengaja mengunciku di dalam kamar agar perselingkuhan busuk itu tidak ketahuan. Kurang terbuka!
Aku terpaksa kembali ke ranjang dengan membawa hati yang luka. Hatiku hancur. Kesetiaanku selamat ini dibalas pengkhianatan. Lebih parahnya, pelakunya masih saudaraku sendiri.
Dadaku berdebar kencang malam itu. Mataku terasa panas akibat air mata yang coba kutahan. Sakit, perhatikan sakitnya!
Ingin rasanya membongkar perselingkuhan kedua orang itu dan memviralkannya. Namun, aku belum punya cukup bukti. Kalau salah melangkah, bisa-bisa aku yang nanti malah kena batunya.
Keesokan paginya, aku izin pada Bang Robi untuk pergi mengunjungi rumah kakak ibuku yang merawatku sejak kecil. Kutumpahkan semua tangis yang terputus sejak malamnya di dalam pelukan Bude Ningsih. Lalu, kudapatkan sebuah cara untuk membongkar perselingkuhan suamiku itu sekaligus untuk memberikan dua orang itu pelajaran. Yaitu dengan membuat mereka gancet. Menempel tak terlepas ketika sedang melakukan hubungan terlarang.
"Mbak Ti... tolongin Miska, Mbak!" Lagi-lagi terdengar teriakan Miska.
"Dek ...." Aku yakin Bang Robi sedang menangis saat meneriaki aku.
Biar saja mereka menikmati dulu saling menempel. Bukannya itu yang mereka lakukan setiap malam di belakangku? Aku, kan, hanya membantu agar mereka bisa menempel lebih lama. Bagus, kan?
เป็นคืนที่วุ่นวายที่สุดในเมืองหลวง ถนนหลายสายถูกปิดกั้น รถติดเป็นทางยาว และท้องฟ้ายามค่ำคืนมีเครื่องบินส่วนตัวหลายลำบินผ่านไปมา ชาวเมืองคิดว่าเป็นการซ้อมรบทางทหาร จึงพากันซุบซิบหลินซินกับทีมที่เจ็ดที่อยู่หน้าประตูโรงพยาบาล ถูกโจมตีจากหน่วยคอมมาโดต่างชาติอย่างต่อเนื่อง พวกเขาเริ่มเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ แต่กระนั้นก็ยังคงยิงได้แม่นยำ แต่การเคลื่อนไหวเริ่มช้าลง ลูกกระสุนที่บรรจุก็ไม่ราบรื่นเหมือนตอนแรก ดูเหมือนว่าศัตรูจะไม่มีวันหมดสิ้น ฆ่าหนึ่งคนก็มีคนใหม่เข้ามาแทนหลินซินเหงื่อแตกพลั่ก ทั้งเหนื่อยและหงุดหงิด"ใช้ยุทธวิธีฝูงชน น่ารำคาญจริงๆ" เธอยิงศัตรูที่กำลังวิ่งเข้ามา ยิงได้แม่นยำและฆ่ามันได้ทันที"หัวหน้า ศัตรูเยอะเกินไป เราไม่มีทางชนะ พวกเราจะถูกพวกมันฆ่าหมดถ้ายังสู้แบบนี้" 001 เปลี่ยนกระสุนซุ่มยิง"ฉันรู้!" หลินซินขมวดคิ้ว ในขณะที่เธอกำลังคิดหาวิธีแก้ไข ทีมที่เจ็ดที่อยู่ในห้องฉุกเฉินก็มาวิ่งมาหา ในแววตาแสดงถึงความหวัง"หัวหน้า! ทีมฉุกเฉินย้ายผู้ป่วยสำเร็จแล้ว พวกเขาให้เรามาแจ้งข่าว"ขอบคุณพระเจ้า!หากการผ่าตัดล้มเหลวหรือยืดเยื้อไปกว่านี้ พวกเขาทั้งหมดอาจต้องสังเวยชีวิต เธอไม
เงียบเกินไป เงียบจนหน้ากลัว ในขณะนี้ เธอได้ยินเพียงเสียงคลื่นทะเลตึก...ตึก...ตึก...บอดี้การ์ดคนหนึ่งเอามือกุมบาดแผลที่หน้าอก เดินขากะเผลกเข้ามาหาหลินซิน ด้วยความเจ็บปวดเขาคุกเข่าลงพูดด้วยเสียงแผ่วเบา "นายหญิงหนีไปเถอะ...คุณชายมีอาการกำเริบ ครั้งนี้น่ากลัวมากไม่สามารถระงับได้ ผู้ช่วยเฉินให้ผมมาบอก คุณรีบออกจากเกาะตอนนี้เลย"หลินซินตัวเย็นเหงื่อท่วม เธอโยนของทุกอย่างในมือทิ้ง จับเสื้อของบอดี้การ์ดถามอย่างเร่งรีบ "ว่าอะไรนะ?! จือหานมีอาการกำเริบงั้นเหรอ ทำไมไม่แจ้งฉันเร็วกว่านี้!""นายหญิง เกาะที่คุณไปไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ข้อความจึงส่งไปไม่ถึง" บอดี้การ์ดไอเป็นเลือดในขณะนั้นโทรศัพท์ในกระเป๋าของหลินซินส่งเสียงเตือน เธอดึงออกมาดูพบว่ามีสายเรียกเข้าและข้อความแจ้งเตือนมากมาย"แย่แล้ว!"หลินซินทิ้งโทรศัพท์วิ่งตรงไปยังบ้านพัก ศพของสาวใช้และบอดี้การ์ดนอนเกลื่อนกลาด เลือดท่วมเต็มห้องนั่งเล่น มีโทรศัพท์ตกอยู่ข้างโซฟา เฉินอวี้พยายามยื่นมือไปหยิบเพื่อเรียกความช่วยเหลือ แต่ในวินาทีต่อมา เฉินจือหานเห็นการกระทำของเขา ยิงปืนจนโทรศัพท์แตกเป็นเสี่ยงๆจือหานเดินมาหาเฉินอวี้ใช้ปืนจ่อที่หัวเขา ริมฝีป
หลินซินตื่นเพราะเสียงคลื่นทะเล และถูกปลุกด้วยการถูกใบไม้เกามือ เมื่อเธอลืมตาใบหน้าหล่อเหลาของเฉินจือหานก็ปรากฏตรงหน้า เขาหนุนศีรษะด้วยมือข้างหนึ่งและใช้ใบไม้ด้วยมืออีกข้างเกาเธอเล่น"ถ้าเธอไม่ตื่น ฉันคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ""…"เป็นเพราะถูกเกาจนตื่นต่างหาก! เฉินจือหานถูกจับได้คาหนังคาเขาแต่ก็ไม่สนใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสนุกสนาน หลินซินนั่งขึ้นด้วยความโกรธ แต่ด้วยแรงที่มากไป ผ้าห่มที่คลุมอกเธอก็เลื่อนลงมา เผยให้เห็นเรือนร่างเธอรีบคลุมผ้าห่มขึ้นกลิ่นของทะเลโชยเข้ามาในลำคอทำให้เธอรู้สึกแห้งผาก เมื่อมองไปรอบๆ ต้นมะพร้าวขนาดใหญ่บังแสงอาทิตย์ไว้ ปล่อยให้มีพื้นที่ร่มรื่น ที่นั่งของพวกเขามีผ้าพื้นเมืองสีสันสดใสรองไว้กันทราย"พวกเราเมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านเหรอ" สายลมทะเลพัดผมที่ต้นคอของหลินซินเบาๆ"ใช่ เห็นเธอนอนหลับสบายเกินไป ฉันไม่อยากปลุก เลยสั่งให้เฉินอวี้เอาผ้าห่มมาให้ เรานอนที่นี่ทั้งคืน""อย่างนี้ก็แปลว่า..."เฉินอวี้เห็นพวกเราหมดแล้วสิ! หลินซินหน้าแดงจัด เฉินจือหานหัวเราะในลำคอ ความอบอุ่นซ่านในใจ เขาคิดว่าเธอน่ารักเหลือเกิน"ยังจะหัวเราะอีก!" หลินซินขว้างหมอนอิงใส่สามีด้วยความโกรธ
คลื่นทะเลซัดสาดเข้าหาชายหาดราวกับจิตใจที่ปั่นป่วนของหลินซิน ดวงตาเธอแดงขึ้นเมื่อไรก็ไม่รู้ ใจเกิดความรู้สึกหวั่นไหวจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมา"ฉันก็รักคุณค่ะ จือหาน ชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติไหน ฉันก็จะรักคุณ"เฉินจือหานสวมแหวนเพชรที่นิ้วนางของหลินซิน และจูบที่หลังมือเธอราวกับเป็นการสาบาน ทั้งสองนั่งที่โต๊ะ เขารินไวน์แดงให้เธอ"นี่คือ นี่คือน้ำแห่งความรักของเรา ดื่มเพื่อฉลอง""ดื่มเพื่อฉลอง"แก้วไวน์ชนกัน หลังจากดื่มไวน์แดงไปหลายแก้ว แก้มของหลินซินเริ่มแดง ตาเธอพร่ามัว และมีอาการเมา เฉินจือหานเข้ามาใกล้อุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน ลมหายใจร้อนของเขาพ่นลงบนลำคอ ทำให้เธอยิ่งรู้สึกหวั่นไหว ประคองใบหน้าของสามีและจูบเขา ทั้งสองแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม"ที่รัก เธอทำแบบนี้ ฉันก็แย่สิ…" เฉินจือหานพูดเสียงแหบมีนัยยั่วยวนหลินซินยกมือขึ้นไปแตะเป้ากางเกงของเขา ทำให้ชายหนุ่มมีปฏิกิริยาตื่นตัว เธออายจนก้มหน้าลง เฉินจือหานอุ้มภรรยามาที่ใต้ต้นมะพร้าว เขาถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวออก วางรองหลังเธอเพื่อป้องกันไม่ให้ทรายบาดผิว"จะทำที่นี่เหรอ..." หลินซินกัดริมฝีปาก มองไปรอบๆ สถานที่นี้ดีมาก มีป่ามะพร้าวใหญ่บังสายตาได้อย่างดี เป
ผิวขาวของจงเสียนแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย เธอพูดด้วยความขุ่นเคืองว่า "อาชิง ตอนนี้คุณทำไมเย็นชากับฉันนัก เป็นเพราะคุณแต่งงานกับผู้หญิงไร้ค่าคนนั้นแล้วใช่ไหม...""หุบปาก เธอไม่มีสิทธิ์พูดถึงภรรยาของฉัน"เฉินจือหานตวาดเสียงเข้ม ดวงตาของเขาเย็นชาขึ้น มีความโกรธแฝงอยู่เล็กน้อย ส่งสายตาเตือนจงเสียน เธอกัดร
สวนดอกไม้บ้านตระกูลเฉิน…แสงแดดอ่อนๆ ส่องกระทบลงมาบนตัว สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ลมพัดเบาผ่านด้านของหลินซินและพี่เหวินสาวใช้ที่คอยติดตาม เธอให้คนสวนหากุหลาบหลายต้นมาวางเรียงไว้ในบริเวณ เพื่อเตรียมพรรณไม้ปลูกลงดินด้วยตัวเอง เคยชอบกุหลาบยังไงก็ยังชอบอย่างนั้น หญิงสาวจะเนรมิตสวนกุหลาบเหมือนในชาติก่อนอีก
บทที่4หลินซินฝันร้ายอีกครั้ง เธอฝันเห็นตัวเองถูกยิง และฝันเห็นจือหานจุดไฟเผาคฤหาสน์เพื่อพลีชีพตาม ฝันเหล่านี้ทำให้เธอหวาดกลัวจนต้องตื่นขึ้นมากลางดึก หายใจแรงและมีเหงื่อชุ่มใบหน้า ความเจ็บปวดจากการถูกยิงทำให้หวาดหวั่น นับตั้งแต่เกิดใหม่ก็ไม่เคยนอนหลับสนิทเลย สาเหตุหนึ่งคือความกลัวจากการถูกฆ่า อีกสา
หลังจากที่จางหลินซินกลับเข้าห้อง เธอคิดทบทวนว่าท้องของหลี่หลิงเจิน ดูเหมือนจะประมาณเจ็ดหรือแปดเดือนแล้ว ในชาติก่อนเมื่อเธอกลับมาบ้าน น้องชายก็โตเสียแล้วซ้ำยังไม่เคยรู้เลยว่าบิดามีลูกอีกคน ดูเหมือนว่าการเกิดใหม่ครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงเส้นเวลาไปบ้างจางหลินซินเดินไปที่หลังภาพวาดสีน้ำมัน จากนั้นก็ยกภาพ






ความคิดเห็น