Share

ตอนที่ 13 วุ่นวาย

last update Petsa ng paglalathala: 2025-05-01 10:00:15

หวังซีซวนพยายามซักถามเซี่ยฟานว่าใครทำให้เขาเป็นเช่นนี้ แต่เซี่ยฟานไม่อยากให้คุณชายห้าต้องเป็นห่วง จึงไม่พูดอะไรเพราะท้ายที่สุดแล้วเขาก็คงต้องยอมรับชะตากรรมไปจนกว่าจะถึงวันนั้น

“เซี่ยฟาน เจ้าบอกว่ามีคนทำร้ายเจ้า ตอนที่ถือสำรับมาให้ข้าใช่หรือไม่” หวังซีซวนถามซ้ำ

“ขอรับ” เซี่ยฟานพยักหน้า หลบสายตา เกรงว่าจะหลุดปากพูดอะไรมากกว่านี้แล้วเขาจับพิรุธได้

“ไม่อยากบอกข้าก็ตามใจเจ้า ตั้งแต่วันนี้ไป ไม่ต้องเอาสำรับเย็นมาให้ข้า” เขาก้มลงแตะยาในตลับทาตรงบริเวณฟกช้ำให้เซี่ยฟาน ผิวขาวของเขาทำให้เห็นรอยแดงอมเขียวชัดเจนมากขึ้น

“ไม่เป็นอันใดหรอกขอรับ ข้าจะระวังตัว เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทน” เซี่ยฟานนึกทางลับภายในสำนักออกอยู่สองสามแผน ซึ่งเป็นทางที่เขาเคยสำรวจกับหวังซีซวนเมื่อนานมาแล้ว

“เจ้าอย่าดื้อสิ ข้าบอกว่าไม่ต้อง เข้าใจหรือไม่” หวังซีซวนดุเซี่ยฟาน เพราะไม่อยากให้ต้องมาเสี่ยงเจ็บตัว

“ขอรับ คุณชาย” เซี่ยฟานพยักหน้าตกลง แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ จึงถามเขา “ไม่ได้ทานอาหารเย็น จะไหวหรือขอรับ”

“ข้าจะรีบผ่านด่านแล้วกลับมาชดเชยมื้อใหญ่ เจ้ารอข้าได้เลย” หวังซีซวนยิ้มแป้นให้เขา การฝึกด่านนี้แม้จะดูยากแต่เขาพอจะจับทางได้บ้างแล้ว อีกไม่นานคงจะผ่านไปได้

หลังจากนั้น เซี่ยฟานก็ไม่ไปเจอเขาตามคำสั่ง วัน ๆ เอาแต่ทำความสะอาดเรือน ถูพื้น กวาดลานนอกชาน รดน้ำต้นสมุนไพรในกระถางน้อย ๆ ตามชั้นวาง

ทว่า ไม่ออกไปที่ใด ก็ใช่ว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนั้นได้ ในเมื่อตัวปัญหาเดินมาหาเขาถึงที่เรือน หวังเยี่ยนหลงรอดักทางผ่านไปเล้าหมูอยู่สองสามวัน แต่ไม่พบเซี่ยฟานเลยสักครั้ง วันนี้จึงลองมาดูที่เรือนต้นสนของหวังซีซวน

เซี่ยฟานเห็นเงาของคนที่คุ้นเคย เขาจึงรีบหันหลังเตรียมวิ่งไปหลบในเรือน แต่หวังเยี่ยนหลงที่มีวิชาตัวเบา เพียงแค่นึกในใจ ร่างของเขาก็พลันมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเซี่ยฟานแล้ว

“ที่แท้ เจ้าก็หลบหน้าข้า?” เขาเลิกคิ้ว เอียงคอถามเซี่ยฟานด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น รู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจ

“เปล่าขอรับ ข้าแค่นึกได้ว่าต้องรีบไปเก็บชั้นหนังสือ” เซี่ยฟานพูดจบก็เดินอ้อมตัวเขาไป กำลังจะเปิดประตูเรือนแต่ก็ถูกมือของหวังเยี่ยนหลงจับเอาไว้

“ข้ายังพูดไม่จบ” เขากำข้อมือของเซี่ยฟานไว้แน่น พลางกระชากตัวของเซี่ยฟานไปอีกทาง จนร่างของเขาทรุดลงกับพื้น

เซี่ยฟานพยายามไม่คิดอะไรมากนัก เขาเอามือยันพื้นเพื่อจะพยุงตัวเองลุกขึ้น แต่หวังเยี่ยนหลงไม่ปล่อยเขาไปง่าย ๆ พอเห็นท่าทางของเซี่ยฟานที่พยายามจะหนีเข้าไปในเรือนแล้วยิ่งฉุนเฉียวมากกว่าเดิม จึงจับข้อมือของเซี่ยฟานแล้วเหวี่ยงตัวเข้าไปในเรือนจนหัวของเซี่ยฟานชนกับขอบเก้าอี้เป็นรอยแดง พอเขาก้าวเข้ามาด้านในเรียบร้อย หวังเยี่ยนหลงก็ปิดประตูและหน้าต่างทุกบานในเรือนอย่างมิดชิดราวกับไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่

“อยากเข้ามาข้างในนัก พอใจหรือไม่” หวังเยี่ยนหลงมองสีหน้าของเซี่ยฟาน แล้วกวาดตามองไปรอบห้อง “เจ้าพูดถึงชั้นหนังสือนั่นรึ” เขาชี้ไปที่มุมด้านขวาของห้อง ตำราวิชาต่าง ๆ ของหวังซีซวนถูกเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ

เซี่ยฟานไม่ตอบเขา เดาใจไม่ถูกว่าควรจะทำเช่นไร เขามองตามปลายนิ้วชี้ของหวังเยี่ยนหลง ฉับพลัน หนังสือตามชั้นก็ค่อย ๆ หล่นลงมาด้านล่างจนหมด

“งานของเจ้ายังไม่เสร็จจริง ๆ ด้วย” เขายิ้มมุมปาก จากนั้นก็วาดฝ่ามือไปที่ข้าวของในตู้ ชั้นวางสมุนไพรด้านนอกเรือน เวลาผ่านไปไม่ถึงก้านธูป สภาพทุกสิ่งที่อยู่ในเรือนต้นสนพังกระจายราวกับโดนพายุพัดผ่าน

เซี่ยฟานได้ยินเสียงกระถางต้นสมุนไพรหล่นลงมาก็ใจหาย ต้นไม้เหล่านั้นหวังซีซวนคอยดูแลประคบประหงมเป็นอย่างดีเพราะกลัวมันจะเหี่ยวเฉา เวลานี้ถูกหวังเยี่ยนหลงปัดตกลงมาจากชั้นหัวทิ่มดิน มิใช่ว่าลำต้นหัก รากเสียหายไปแล้วหรือ เซี่ยฟานนึกได้เช่นนั้นก็รีบวิ่งไปที่ประตู

“อะไรกันเล่า พอได้อยู่ในเรือนกลับจะออกไปข้างนอก เจ้ากำลังยั่วข้า?” เขาเข้ามาขวางทางออก

“เปล่าขอรับ ข้าเพียงแค่...” เซี่ยฟานพยายามอธิบายให้เขาฟัง

เสียงฝ่ามือฟาดลงที่ใบหน้าของเซี่ยฟานในทันใด เดิมทีหวังเยี่ยนหลงก็ไม่ชอบพูดกับใครนาน ๆ นัก คิดจะทำสิ่งใดก็ลงมือในทันที

“เจ้านี่มันโง่หรือโง่กันแน่ ดูไม่ออกหรือว่าต้องทำตัวเช่นไร ถ้าข้าไม่สั่ง เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำอะไรทั้งนั้น” หวังเยี่ยนหลงตวาดเซี่ยฟานอย่างหมดความอดทน ทาสรับใช้คนอื่นที่อยู่ในเรือน พอเห็นหน้าเขาต่างก็รีบนั่งลงคุกเข่า กลัวหัวหดจนแทบลืมหายใจ แต่เซี่ยฟานกลับเดินวุ่นไปมาราวกับไม่มีความเกรงกลัวเขาสักนิด

เซี่ยฟานนิ่งเงียบ แต่นั่นกลับทำให้หวังเยี่ยนหลงไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิม เห็นอะไรขวางหูขวางตาก็เดินเข้าไปดึงทึ้ง ขว้างปาลงพื้น เศษข้าวของกระจัดกระจาย

“คุณชายสาม คุณชาย หยุดเถิดขอรับ คุณชายต้องการอะไร ข้าน้อยจะไปหามาให้” เซี่ยฟานเอ่ยปากถามเขา เกรงว่าถ้าหวังเยี่ยนหลงไม่หยุด เรือนต้นสนของหวังซีซวนคงจะไม่เหลืออะไรแล้ว

“อ้อ! นึกออกแล้วหรือ ว่าต้องทำตัวเช่นไร” หวังเยี่ยนหลงหยุดอาละวาดแล้วหันมาหาเซี่ยฟาน “ลุกขึ้น!”

เซี่ยฟานค่อย ๆ ยืนขึ้น พยายามหลบสายตา ในใจคิดว่าวันนี้คงจะโดนคนผู้นี้ทำร้ายอีกอย่างแน่นอน เซี่ยฟานจึงตั้งรับเพื่อไม่ให้ตัวเองบาดเจ็บมาก และเรื่องก็เป็นดังที่คาดไว้ หวังเยี่ยนหลงลงมือกับเซี่ยฟานเช่นเดิมเพื่อระบายความโกรธที่อัดอั้นในใจ ความเครียด ความคาดหวัง เรื่องราวต่าง ๆ นานาที่หาที่ลงไม่ได้

พออารมณ์ดีขึ้นบ้างแล้ว เขาก็เดินผิวปากกลับเรือนใบไผ่ของตนเองราวกับเมื่อครู่ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

เซี่ยฟานเช็ดเลือดที่มุมปาก พยุงตัวลุกขึ้นเดินไปหยิบยาในตลับมาทา ครั้นนั่งพักหายใจได้ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มเก็บกวาดเรือนทั้งด้านนอกด้านในให้กลับมาเป็นปกติ กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็เกือบกลางดึก

ในเมื่อรู้แล้วว่าเซี่ยฟานอยู่ที่ใด หวังเยี่ยนหลงจึงคิดจะแวะเวียนมาหาเขาทุกวันไม่ขาด เซี่ยฟานเองก็พยายามหนีไปหลบอยู่ที่อื่นเพราะไม่อยากรับมือกับอารมณ์ร้ายของเขา ทั้งไม่อยากให้เรือนต้นสนพัง แต่ไม่ว่าจะไปที่ใด หวังเยี่ยนหลงก็ตามเขาจนเจอทุกครั้ง ยิ่งพอรู้ว่าเซี่ยฟานต้องการหลบหน้า เขาก็ยิ่งโกรธเซี่ยฟานโดยไม่รู้ตัว

“วันนี้ไม่หนีไปที่ไหน?” หวังเยี่ยนหลงยืนกอดอกถามเขา ไม่ได้ต้องการรู้เหตุผล เพียงแค่ถามไปอย่างนั้น

“ไม่ขอรับ” ใจจริงอยากจะตอบไปเหลือเกินว่าหนีไปก็ไม่รอดอยู่ดี

“ดี ดี เข้าไปข้างใน” เขาสั่งเซี่ยฟาน วาดฝ่ามือเปิดประตูเรือนให้เซี่ยฟานเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย

ความสัมพันธ์แบบแปลก ๆ ระหว่างทั้งสองคนจึงเริ่มขึ้นด้วยเหตุนี้ จนเวลาผ่านมาหนึ่งเดือน

หวังซีซวนที่สอบผ่านด่านที่สอง ยิ้มหน้าบานรีบวิ่งกลับมาที่เรือนต้นสน หวังจะมากอดเซี่ยฟานให้หายคิดถึง

“เซี่ยฟาน! พี่สาม!” เขาอุทานตกใจ ยิ่งได้เห็นว่าเซี่ยฟานเลือดกบปาก คิ้วแตก ยิ่งตกใจมากกว่าเดิม จึงวิ่งไปดูอาการอย่างผิดวิสัยที่ทำทีแกล้งเซี่ยฟานต่อหน้าคนอื่น ๆ

เซี่ยฟานที่เห็นดังนั้นจึงรีบปัดมือของหวังซีซวนออก เตือนสติเขาไม่ให้ลืมว่าต้องทำตัวเช่นไร

“น้องห้า เจ้าเป็นห่วงเขา?” หวังเยี่ยนหลงแกล้งถาม

หวังซีซวนที่ลืมตัวเมื่อครู่รีบตอบกลับ “ไม่เลย ๆ ข้าแค่มาดูว่าถึงตายหรือไม่ กลัวว่าจะเกิดเรื่องใหญ่”

“ตายแล้วจะอย่างไร หาคนใหม่มาก็สิ้นเรื่อง” หวังเยี่ยนหลงพูดออกไปเพราะคิดเช่นนั้นจริง ๆ “ทาสคนเดียว หาง่ายยิ่งกว่าอะไร”

“พี่สาม ข้าไม่ได้จะพูดขัดใจ แต่เซี่ยฟานก็พอจะทำอะไรบางอย่างได้เรื่องอยู่ ข้าไม่อยากเสียเวลาหาคนใหม่น่ะขอรับ” ไม่รู้ว่าหวังซีซวนพูดเช่นนี้ไปกระตุกต่อมอะไรของเขาเข้า หวังเยี่ยนหลงจึงพูดออกมาว่า “ข้าว่าเจ้าไปบอกแม่บ้านให้หาคนใหม่ไว้ก็ดี เผื่อวันหน้าจะได้ไม่เสียเวลา”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 12 เกิดใหม่อีกกี่ครา วานวาสนาผูกกันไม่เสื่อมคลาย (จบ) 2/2

    “ข้าพร้อมก็ได้ เจ้าอย่าร้องไห้นะ” เหลียนเฟินผุดลุกขึ้นโอบกอดรอบคอคนตรงหน้ากระซิบแผ่วเบา “ข้าอยากให้เจ้าหลั่งในกายข้าอีก เมื่อครู่มันไหลออกมาหมดแล้ว”รอยยิ้มมุมปากปรากฏบนใบหน้าที่มีน้ำตา พลันกระซิบเรียกอย่างอ่อนโยน “ฟูเหรินของข้า เหลียนเฟินของข้า”เช้าอีกเจ็ดวันต่อมาเสี่ยวหยุนพาเหลียนเฟินเข้าไปเดินเที่ยวเล่นที่ข้างในตลาดเหมือนอย่างเคย ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ฟูเหริน ท่านจำได้หรือไม่ว่าวันนี้สำคัญอย่างไร”“…” เหลียนเฟินครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแต่จำไม่ได้จึงส่ายหน้า“วันที่ท่านเจอข้ากำลังถูกเด็กที่โตกว่าทำร้ายอย่างไรเล่า ท่านซื้ออาหารให้ข้ากินด้วยนะ” แม้วันวานช่วงเยาว์วัยที่ผ่านมาจะเจ็บปวดแต่กลับนึกถึงได้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพราะเวลานี้มีคนรักอยู่ข้างกาย“อืม…” เหลียนเฟินจำได้เป็นอย่างดี “เจ้าเอาแต่อ้อนวอนให้ข้าพาเจ้ากลับมาที่บ้านด้วย ไม่กลัวหรืออย่างไรว่าข้าจะจับเจ้าไปกิน”เสี่ยวหยุนหัวเราะร่า “เวลานั้น ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าอยากอยู่กับท่าน ข้าเหมือนได้เจอแสงสว่างในชีวิต”“อย่างนั้นหรือ” เขาเพิ่งรู้ว่าเด็กน้อยในวันวานคิดอย่างไรตอนที่เจอเขาครั้งแรก“เวลานี้ ท่านยังเป็นแสงสว่างที่ให้ความอบอุ่นแก่ข้า

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 12 เกิดใหม่อีกกี่ครา วานวาสนาผูกกันไม่เสื่อมคลาย (จบ) 1/2

    สามเดือนต่อมาเช้าวันหนึ่งเสี่ยวหยุนมองเหลียนเฟินที่กำลังนอนหลับใหลในอ้อมกอดของเขา สายตาเต็มไปด้วยความรักท่วมท้นในใจก่อนจะพึมพำร่ายอาคมอย่างหนึ่งขึ้นมาพลันกรีดปลายนิ้วจนได้เลือดหยดหนึ่งหลอมรวมกับลูกกลมสีฟ้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แม้เป็นวิชาที่เขาเพิ่งคิดค้นขึ้นมาได้แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกเสี่ยวหยุนตั้งชื่ออาคมนั้นว่า “พันธะวิญญาณ” อาคมที่สามารถผูกวิญญาณของพวกเขาทั้งสองไว้ด้วยกันในทุก ๆ ชาติ ไม่ว่าเหลียนเฟินจะเกิดเป็นผู้ใด อยู่ที่ไหน เขาจะรู้ได้ในทันที นับต่อจากนี้ไม่มีพรากจากลมหายใจของร่างบางในอ้อมกอดสัมผัสแผ่นอกกว้างของเขาเตือนสติให้รู้ตัว ล้มเลิกความคิดเช่นนั้น เสี่ยวหยุนยิ้มมุมปากพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วบีบอาคมนั้นให้แตกสลายไปริมฝีปากจุมพิตหน้าผากเรียกเหลียนเฟินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฟูเหรินของข้า”“อืม…” เหลียนเฟินยังคงงัวเงียพลันได้รับจุมพิตที่แก้ม โลมเลียลงลำคอ สัมผัสเรียวลิ้นร้อนชื้นดูดเม้มก่อนจะถูกใครบางคนคร่อมร่างกายท่อนบนเอาไว้“ฟูเหริน ท่านยังไม่ตื่นอีกหรือ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อเหมือนอย่างเคยเสี่ยวหยุนยิ้มกว้างแล้วมุดเข้าไปข้างในผ้าห่ม เริ่มเกลี่ยล

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 11 ความรู้สึกที่โหยหา(NC) 2/2

    “ฟูเหริน หากท่านหลับไป ข้าก็จะไม่ได้ยินเสียงท่านน่ะสิ” เสี่ยวหยุนเพิ่งคิดได้จึงถอนตัวออกมาชั่วขณะแล้วหมุนตัวเหลียนเฟินให้หันหน้ามาหาพลางอุ้มยืนขึ้นก่อนจะสอดใส่ส่วนขึงขังของตัวเองเข้าไปใหม่ “ฟูเหริน อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวก็ตกลงมาหรอก”ครั้นถูกอุ้มลอยพื้น ขาสองข้างอ้ากว้างพาดบนท่อนแขนแกร่งของเสี่ยวหยุน จากที่จะหลับเมื่อครู่ก็ตื่นเต็มตารู้ตัวแล้วว่าคืนนี้คงไม่อาจหนีพ้นคนดื้อจนกว่าเขาจะพอใจ“เจ้าอย่าเดิน…” เหลียนเฟินโอบกอดคออีกฝ่ายเอาไว้เพราะกลัวตกแต่เสี่ยวหยุนกลับไม่ยอมหยุด “มันโดนตรงนั้น อือ… เจ้าจะออกไปไหนเสี่ยวหยุน” เขาถามทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเปิดประตูออกกว้าง“อากาศยามค่ำคืนดียิ่งนัก ข้าจะพาท่านเดินเล่น” ทุกย่างก้าวทำให้ส่วนชูชันผลุบเข้าผลุบออกจนเหลียนเฟินครางกระเส่าไปด้วย “ข้าง… ข้างนอกไม่ได้นะ” ใบหน้าของเขาแดงขึ้นกว่าเดิมไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายจึงเล่นอะไรเช่นนี้ คิดในใจว่าผู้ใดเขาเดินเล่นกันอย่างนี้ ร่างกายเปลือยเปล่าทั้งคู่ ข้างล่างแนบแน่นติดกันไม่มีช่องว่าง อีกทั้งกลิ่นกามารมณ์ยังโอบฟุ้งรอบตัวเสี่ยวหยุนกระซิบบอก “ข้าร่ายอาคมปิดเรือน ไม่มีผู้ใดรู้หรอกว่าเราสองคนกำลังร่วมรักกัน”“ถึงอย่างน

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 11 ความรู้สึกที่โหยหา(NC) 1/2

    เหลียนเฟินนอนนิ่งบนแผ่นอกของเขา ส่วนล่างกระตุกบีบแก่นกายที่ค้างอยู่ราวกับเชิญชวนจึงถูกพลิกตัวเป็นฝ่ายนอนใต้ร่างพลางโดนเสี่ยวหยุนจับขาสองข้างยกขึ้นแล้วขย่มสะโพกเป็นจังหวะ“ข้าเพิ่งจะ…อ๊ะ...” เหลียนเฟินไม่ทันได้พูดอะไรก็ต้องเม้มปากตัวเองอีกครั้ง มือสองข้างจับหมอนที่วางอยู่ ขยำจนผ้ายับยู่ยี่ ลมหายใจร้อนหอบถี่ ฟังแล้วยิ่งกระตุ้นให้อีกฝ่ายเกิดความต้องการอย่างยิ่งยวดแก่นกายที่ครูดเข้าออกเร่งขึ้นอย่างเร่าร้อนจนน้ำที่ปล่อยเอาไว้เมื่อครู่กระเซ็นเปรอะเปื้อน คนกระทำยิ้มมุมปากชอบใจยิ่งนักที่ได้เห็นร่องรอยของเขาบนตัวคนรัก เมื่อโพรงเนื้อโอบรอบจนมิดแน่นขนัดยิ่งเสียวซ่านจนตาเหลือกลอย “อือ… เหลียนเฟิน” ในใจวนเวียนแต่คำว่า อีกนิด ข้าขออีกนิดในขณะที่คนใต้ร่างแทบคุมสติตัวเองไม่อยู่ พึมพำแผ่วเบา “ข้าไม่ไหวแล้ว… อย่าเพิ่งขยับ”“จะให้ข้าหยุดจริงหรือ” เขาเอ่ยถามแต่ส่วนลับยังคงกระทุ้งเข้า ๆ ออก ๆ บดเบียดภายใน หยอกล้อเหลียนเฟินเพราะอยากเห็นสีหน้าแดงระเรื่อ สุขสม พลันวางขาทั้งสองข้างลงแล้วพลิกตัวเหลียนเฟินให้นอนคว่ำในพริบตาก่อนจะยกสะโพกเขาขึ้นเสี่ยวหยุนสอดใส่ส่วนล่างเข้าไปช่องทางหลังอีกครั้งจนท้องน้อยสัมผัส

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 10 ความรักเอ่อล้น (NC) 2/2

    “ข้าเพิ่งรู้ตัวว่าเสียเวลามามาก จากนี้ไปข้าจะชดใช้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างจนกว่าฟูเหรินจะพึงพอใจ” มือไม้สองข้างของเขาง่วนอยู่กับการถอดเสื้อผ้าให้คนตรงหน้าพลางกวาดสายตามองเรือนร่างไร้อาภรณ์ปิดบัง“ชดใช้… แบบใดหรือ” เหลียนเฟินยังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องเปลื้องผ้าเขาแล้วบอกว่าจะชดใช้ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง“เริ่มจากคืนนี้ ข้าจะทำหน้าที่สามีของท่าน” เสี่ยวหยุนถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกบ้าง “แล้ววันพรุ่งนี้ ข้าจะหุงหาอาหาร ปัดกวาดเช็ดถู ดูแลปกป้องท่าน”“เจ้าก็ทำเช่นนั้นทุกวันไม่ใช่หรือ ข้าพึงพอใจแล้ว” เหลียนเฟินยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน “ข้าอยากรู้ว่าเจ้าอยู่กับข้าแล้วมีความสุขหรือไม่”“สิ่งที่ข้าชอบที่สุดคือการได้อยู่กับท่าน ฟูเหริน” เขาวางมือข้างหนึ่งลงบนหน้าท้องเรียบของเหลียนเฟินแผ่วเบา “ข้าดีใจยิ่งนักที่ครานี้ได้เป็นสามีของท่าน ได้เป็นคนที่ท่านรักเสียที”“ฟูจวิน อย่าบอกนะว่าจะร้องไห้อีกแล้ว” เขารีบพุ่งตัวขึ้นมาจับแก้มสองข้างของเสี่ยวหยุนเพราะไม่อยากเห็นน้ำตา “ทำอย่างไรดีจึงจะปลอบใจเจ้าได้”เหลียนเฟินครุ่นคิดอย่างนักพลางดันตัวให้อีกฝ่ายนอนราบกับเตียงแล้วขึ้นคร่อมด้วยสีหน้าเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่เคยทำ

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   ตอนพิเศษ 10 ความรักเอ่อล้น (NC) 1/2

    เหลียนเฟินโอบแขนรอบคอของเสี่ยวหยุนกดแรงโน้มตัวเขาลงมาหา จ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตาพลันยิ้มอ่อนโยน เอ่ยกระซิบยืนยันความรู้สึกของตัวเอง “ข้ารักเจ้า”คนได้ฟังคำรักน้ำตาไหลเอ่อไม่อาจกั้นด้วยความรู้สึกผิดระคนกับความรู้สึกอื่น ๆ ในใจ แม้รู้ตัวว่าไม่สมควรมายืนอยู่ข้างเขาแต่เวลานี้ก็ไม่อาจขยับกายหรือเบือนหน้าหนีอีกฝ่ายได้เลยเขารักเหลียนเฟิน ผู้เป็นฟูเหรินของเขาและไม่อยากถูกพรากจากอีกแล้ว ทั้งยังดีใจเพราะใบหน้าที่มองเขาในเวลานี้ไม่ใช่ใบหน้าของคนที่เกลียดชังเขาจนต้องจ่อปลายกระบี่เข้าหาราวกับแค้นเคืองกันมาเนิ่นนาน“เสี่ยวหยุน” เสียงเรียกหาอ่อนหวานจับใจ “ยังคงจำได้อยู่ใช่หรือไม่ว่าเวลานี้เจ้าคือฟูจวินของข้า”“…” เขาพยักหน้าเล็กน้อย เม้มปากแน่นแล้วกอดเหลียนเฟินเอาไว้ ครั้นสะสางความหลัง ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างพลันคลี่คลาย ไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีกต่อไปหวังซีซวนและพรรคพวกแวะมาหาพวกเขาเหมือนอย่างเคย สังเกตได้ว่าบรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสองคนดูอึมครึมเล็กน้อย ดวงตาเสี่ยวหยุนบวมช้ำปรากฏเด่นชัดจนอดถามไม่ได้“ข้าเคยบอกท่านแล้วว่าข้าชอบทำให้เขาร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง” เหลียนเฟินพูดออกมาเหมือนรู

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   เล่ม 2 ตอนที่ 35 รู้สึกผิด

    เช้าวันต่อมา เหลียนเฟินได้ส

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   เล่ม 2 ตอนที่ 32 ของแทนใจ

    หลายวันก่อน ณ หอสุราแห่งหนึ่งตอนใต้ของแคว้นซีเป่ย&nbs

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   เล่ม 2 ตอนที่ 29 เหตุการณ์ซ้ำรอย

    หลิ่งอินเดินลัดเลาะตามแนวภูเขามาเรื่อย ๆโดยมีแสงสว่างลูกกลม ๆ คอยนำทาง เขาสังเกตุเห็นแสงสีม่วงวิบวับอยู่ในป่าอีกฝั่งจึงหยุดมองดูลาดเลา แต่เจ้าแสงสว่างนั้นกลับลอยลิ่วไม่รอ

  • เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว   เล่ม 2 ตอนที่ 28 ขอเพียงเท่านี้

    รุ่งเช้าวันต่อมา หวังเยี่ยนหลงและพรรคพวกข

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status