مشاركة

ตอนที่ 8 พบเจอ

last update تاريخ النشر: 2025-08-11 18:06:39

ผ้าแพรแทบกลั้นยิ้มไม่ได้ นางดีใจยิ่งนักที่จะได้ออกไปจากบริเวณนี้เสียที “เจ้าช่วยขุดข้าไปปลูกที่อื่นได้ไหม ข้าเบื่อเจ้าไก่พวกนี้เต็มที!”

เมื่อได้ยินคำขอร้องแรก เหว่ยหยางหลุดหัวเราะเบา ๆ อย่างอดไม่ได้ “ได้สิ ข้าจะย้ายเจ้าไปปลูกในกระถางดี ๆ สักใบ…แต่เจ้าแน่ใจหรือว่าจะไม่เป็นอะไร?”

“เจ้าขุดพร้อมกับดินที่ข้าอยู่ด้วยก็แล้วกัน ข้าอาจจะเงียบไปสักพักหนึ่ง เพราะรู้สึกว่าพลังของข้ากำลังอ่อนลง” เสียงของผ้าแพรเบาลงตามแรงวิญญาณที่ค่อย ๆ ถดถอย

เหว่ยหยางไม่รอช้า เขารีบหากระถางพร้อมตักดินโดยรอบต้นหญ้ามาด้วยอย่างระมัดระวัง ในขณะที่มือขุดดินอยู่นั้น เขารู้สึกได้ถึงพลังอบอุ่นบางอย่างจากต้นหญ้า หรือเขาจะคิดไปเอง?

เมื่อจัดการย้ายต้นหญ้าเสร็จแล้ว เขานำกระถางไปวางไว้ใต้ชายคา ให้แสงแดดอ่อนส่องถึงอย่างพอดี ขณะนั้นเอง มารดาเดินผ่านมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ

เริ่นหรงฮวาเลิกคิ้ว มองกระถางในมือของลูกชายด้วยความฉงน “เจ้าปลูกต้นหญ้าไปทำไมกัน?”

เหว่ยหยางหันมายิ้มบาง ๆ “ต้นหญ้าต้นนี้เป็นเพื่อนของข้าน่ะขอรับ ข้ารู้สึกผูกพันกับมันเหลือเกิน ว่าแต่…ท่านแม่รู้จักชื่อของต้นหญ้านี้หรือไม่?”

เริ่นหรงฮวาเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ แล้วพยักหน้า “เจ้าต้นนี้เรียกว่าหญ้าปักกิ่ง เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง มีประโยชน์ใช้รักษาโรคได้ แต่ก็ไม่ได้หายากเท่าไรนัก ผู้คนจึงมองว่ามันเป็นเพียงต้นหญ้าธรรมดาเท่านั้น”

เมื่อได้ยินชื่อของมัน เหว่ยหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย “ที่แท้เจ้าชื่อว่าปักกิ่ง ข้าชอบดอกสีม่วงของเจ้ามาก มันดูแวววาวราวกับมีแสงในตัวเอง ท่านแม่ว่า…มันสวยหรือไม่?”

เริ่นหรงฮวาเพ่งมองดอกไม้เล็ก ๆ สีม่วงที่กำลังไหวเบา ๆ ใต้แสงแดด นางรู้สึกประหลาดใจ ราวกับคุ้นเคยกับต้นหญ้าต้นนี้มาก่อน ทั้งที่จำไม่ได้ว่าพบเจอมันที่ใด…

“เจ้าพาต้นหญ้านี้มาจากที่ใดหรือ?” เริ่นหรงฮวาหันไปถามลูกชาย ขณะจ้องมองต้นหญ้าดอกม่วงในกระถางอย่างสนใจ

“มันขึ้นอยู่ข้างเล้าไก่ขอรับ อยู่ที่บ้านของเรามานานแล้ว” เหว่ยหยางตอบพร้อมรอยยิ้มบาง

นางพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนกล่าวเตือนเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ต้นหญ้าชนิดนี้ชอบแดด เจ้าวางมันไว้ตรงชานบ้านนั่นก็แล้วกัน มีที่ให้วางต้นไม้พอดี”

เมื่อได้ยินคำแนะนำจากมารดา เหว่ยหยางก็รีบย้ายกระถางต้นหญ้าไปไว้ตามจุดที่นางชี้ เขาดูแลมันราวกับเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ทว่าก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อไร ต้นหญ้าต้นนี้จะพูดคุยกับเขาได้อีกครั้ง…

คืนหนึ่ง ในยามที่พระจันทร์เต็มดวง ผ้าแพรรู้สึกว่าร่างกายของตนร้อนวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก จู่ ๆ วิญญาณของนางก็หลุดจากต้นหญ้า กลายเป็นร่างของเด็กหญิงอายุประมาณสิบขวบ นางก้มมองร่างตัวเองด้วยความตกตะลึง แม้จะเตี้ยเล็กและบอบบาง แต่ก็ยังรู้สึกเป็น “คน” อย่างแท้จริง

‘สามปีแล้วสินะ…ในที่สุด ข้าก็ได้กลับมาเป็นมนุษย์เสียที’ ผ้าแพรคิดในใจ พลางยิ้มออกมาด้วยความยินดีปนตื้นตัน

ในขณะที่นางกำลังสำรวจร่างกายใหม่อย่างตื่นเต้น เหว่ยหยางที่นอนไม่หลับก็เดินออกมาดูต้นหญ้าเช่นทุกคืน แต่สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่ต้นหญ้า ทว่าเป็นเด็กหญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงจุดนั้น แสงจันทร์อาบเงาร่างเล็กไว้จาง ๆ

“เจ้าต้นหญ้าน้อย…เป็นเจ้าหรือ?” เหว่ยหยางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจและยินดีปนกัน

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ผ้าแพรหันกลับมา “เหว่ยหยาง…” นางขานชื่อของเขาแผ่วเบา

“เป็นเจ้าจริง ๆ หรือ?” เขาเบิกตากว้าง ยิ่งได้ยินเสียงยิ่งมั่นใจว่าเด็กหญิงตรงหน้าคือต้นหญ้าน้อยของเขา

“เจ้า…กลายเป็นคนได้อย่างไรกัน?” เขาถามออกมาด้วยความไม่มั่นใจในสิ่งที่ตนเห็น

ผ้าแพรส่ายหน้าเบา ๆ “ข้าเองก็ไม่รู้ อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นแบบนี้ ข้าไม่แน่ใจว่าจะอยู่ในร่างนี้ได้นานแค่ไหน”

เหว่ยหยางค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้ ดวงตาสบเข้ากับดวงตากลมโตของเด็กหญิงที่แต่งกายด้วยชุดสีเขียวอ่อน บนศีรษะมีปิ่นปักดอกไม้สีม่วง เขาเผลอจ้องอยู่นานจนใจเต้นผิดจังหวะ แล้วต้องรีบเบือนหน้าหนี

“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” ผ้าแพรถามอย่างห่วงใย พลางยื่นมือเล็ก ๆ มาอังหน้าผากเขา

“เปล่า… ข้าไม่เป็นไร” เขาพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึก “ว่าแต่เจ้าหิวหรือไม่? ข้าอยากรู้หลายเรื่อง โดยเฉพาะ…ชื่อของเจ้า”

ผ้าแพรนิ่งไปชั่วครู่ นางไม่อยากเปิดเผยชื่อเดิมจากโลกก่อน จึงตั้งชื่อใหม่ให้ตนเอง “ข้าชื่อฟ่านฮวาอี้ เจ้าเรียกข้าว่าฮวาอี้ก็ได้”

“ชื่อเจ้าฟังไพเราะยิ่งนัก” เหว่ยหยางยิ้ม “ส่วนข้า… เริ่นเหว่ยหยาง เรียกข้าว่าเหว่ยหยางก็เหมือนเช่นคนอื่นก็พอ”

หลังจากแนะนำตนเองให้กันและกันรู้จัก ฮวาอี้เริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบอีกครั้งที่กลางอก “เหว่ยหยาง ข้าคงต้องกลับคืนร่างเดิมแล้ว… ดีใจที่ได้พบเจ้า” เสียงสุดท้ายแผ่วเบา ก่อนร่างเด็กหญิงจะค่อย ๆ เลือนหาย กลับกลายเป็นต้นหญ้าเหมือนเดิม

“เดี๋ยวก่อน… เจ้าอย่าเพิ่งไป!” เหว่ยหยางเอื้อมมือไขว่คว้า แต่ไม่ทัน ร่างนั้นหายไปพร้อมกับเงามืดที่กลืนจันทร์จนหมด เขาเงยหน้ามองฟ้า ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่า การที่ฮวาอี้กลายเป็นคนได้ อาจเกี่ยวข้องกับคืนพระจันทร์เต็มดวง

ด้านฮวาอี้…เมื่อกลับคืนสู่ร่างต้นหญ้าแล้ว ก็หลับใหลไปทันที เพราะพลังทั้งหมดถูกใช้ไปกับการปรากฏกายในร่างมนุษย์อย่างหมดสิ้น…

ทุกคืนที่พระจันทร์เต็มดวง ฮวาอี้จะสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ และมาพูดคุยกับเหว่ยหยางเสมอ ทั้งสองใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนความผูกพันค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว ด้านฮวาอี้เอง เมื่อได้กลายร่างเป็นมนุษย์บ่อยครั้งขึ้น ร่างนั้นก็คงอยู่ได้นานขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มใกล้เคียงกับมนุษย์จริง ๆ

ทว่าในขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองค่อย ๆ งอกงาม กลุ่มชายแปลกหน้าห้าคนก็เริ่มตามสืบหาหญิงม่ายที่มีลูกชายติดตัว ตามหมู่บ้านต่าง ๆ เรื่อยมา จนกระทั่งมาถึงหมู่บ้านที่เหว่ยหยางกับมารดาอาศัยอยู่

“หมู่บ้านนี้คือที่สุดท้ายที่เราต้องตรวจสอบ” เสียงชายคนหนึ่งซึ่งดูเป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยอย่างจริงจัง

“ถ้ายังไม่พบสองแม่ลูกนั้น เราจะเอาหน้าไปพบนายท่านได้อย่างไร? หากกลับไปตัวเปล่า พวกเราทั้งหมดอาจไม่มีโอกาสมีชีวิตอยู่ต่อก็เป็นได้” หนึ่งในลูกน้องพูดอย่างหวาดหวั่น

หัวหน้ากลุ่มชายซึ่งมีใบหน้าเคร่งขรึม ก้มศีรษะลงน้อย ๆ เขาได้รับคำสั่งให้ตามล่าและสังหารสองแม่ลูกที่เป็นครอบครัวของอดีตแม่ทัพซึ่งหมดอำนาจไปแล้ว เพื่อไม่ให้พวกนางเป็นภัยต่ออนาคตของนายท่านอีก

“เราต้องพบตัวพวกนางให้ได้ ข้าได้ยินมาว่าเมื่อหลายปีก่อนมีหญิงร่อนเร่ร่างกายอ่อนแอพาลูกชายมาขอพึ่งพิงอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้” เขาเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนสั่งการต่อ “พวกเจ้าแยกย้ายกันไปสืบข่าวเงียบ ๆ อย่าให้เรื่องนี้รั่วไหลจนชาวบ้านสงสัยเป็นอันขาด”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เกิดใหม่เป็นต้นหญ้าข้างเล้าไก่   ตอนที่ 48 แต่งงาน

    เมื่อคิดถึงฟ่านอิง เด็กน้อยก็คลานเข้ามาหานางพอดี เขายังดูน่ารักมากขึ้นทุกวัน ฮวาอี้อุ้มเขาไว้ในอ้อมแขน เดินชมร้านไปพลาง เด็กน้อยก็มองนางด้วยสายตาใสซื่อราวกับกำลังพยายามจดจำใบหน้าของผู้คนรอบตัวอย่างจริงจังเวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือน จนถึงกำหนดวันแต่งงาน ฮวาอี้กลับไปพักที่บ้านของเหว่ยหยาง และเข้าไปเตรียมตัวที่ร้านในเมืองหลวงเมื่อถึงวันงาน เหว่ยหยางส่งเกี้ยวแปดคนหามมาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อรับตัวเจ้าสาว ผู้คนริมทางต่างพากันชื่นชมและยินดี เมื่อเกี้ยวหยุดหน้าบ้าน เขาก็เป็นผู้มารับตัวนางด้วยตนเองฮวาอี้สวมชุดเจ้าสาวสีแดงสดงดงาม ผ้าคลุมหน้าสีเดียวกันปิดบังใบหน้าไว้ บนศีรษะประดับด้วยปิ่นที่เหว่ยหยางเคยมอบให้นางเมื่อครั้งก่อน แซมด้วยปิ่นหยกอันใหม่ที่ส่องประกายเจิดจรัสยิ่งนักหลังพิธีเสร็จสิ้น เหว่ยหยางพานางเข้าห้องหอ ซึ่งเป็นห้องเดิมที่นางเคยนอนป่วยอยู่ บัดนี้ถูกประดับตกแต่งด้วยผ้าแพรสีแดงสด ดูอบอุ่นและเป็นสิริมงคลยิ่งนัก“ฮวาอี้…” เขาเอ่ยเรียกนางเบา ๆ“เจ้าค่ะ” เสียงตอบรับของนางนุ่มนวล เจือความเขินอาย“ตอนนี้เจ้าเป็นภรรยาของข้าแล้ว ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเสียเปรียบอีก คืนนี้เจ้าตรวจร่างกายของข้าได้เต็มที

  • เกิดใหม่เป็นต้นหญ้าข้างเล้าไก่   ตอนที่ 47 ฟื้นแล้ว

    “เจ้าเช็ดน้ำลายเสียหน่อยเถิด” เหว่ยหยางเอ่ยยิ้ม ๆฮวาอี้รีบยกมือเช็ดปากทันที ทว่ากลับไม่มีอะไรอย่างที่เขาว่า นางจึงหันมามองเขาตาขวางเหว่ยหยางหัวเราะเสียงดัง เขารู้สึกว่าการมีนางอยู่ให้หยอกเย้าเช่นนี้ คือความสุขที่แท้จริงของเขา“ข้าอยากออกไปข้างนอกแล้ว” ฮวาอี้รีบเปลี่ยนเรื่อง“ได้เลย หากทุกคนได้เห็นเจ้า คงดีใจกันไม่น้อย โดยเฉพาะท่านแม่ของข้า” เขาตอบก่อนจะเข้ามาพยุงนาง แม้นางจะเดินได้แล้ว แต่เขาก็ยังคงห่วงใยอย่างไม่คลายฮวาอี้รับรู้ถึงความใส่ใจของเขา จึงยินยอมให้เขาช่วยพยุงโดยไม่ขัดขืน นางกลับรู้สึกอบอุ่น… อยากให้เขาเอาใจใส่เช่นนี้ตลอดไปจริง ๆเมื่อเดินออกมานอกเรือน กลับไม่พบผู้ใดอยู่เลยแม้แต่คนเดียว เป็นเรื่องแปลกที่ไม่มีบ่าวมาคอยดูแล“ทุกคนไปไหนกันหมดหรือ?” ฮวาอี้ถามอย่างสงสัย“ตอนนี้ท่านแม่ไปช่วยงานที่อีกเรือนหนึ่ง ข้าจะพาเจ้าไปดูด้วยตนเอง”“ช่วยงานอะไรหรือ? ที่นี่มีงานให้ทำด้วยหรือ?” นางถามอย่างแปลกใจเหว่ยหยางไม่ปล่อยให้ความสงสัยนั้นอยู่นาน เขาจูงมือนางมายังเรือนหลังหนึ่งซึ่งมีบ่าวรับใช้นั่งทำงานกันอยู่หลายคน และตรงกลางเรือนก็คือมารดาของเขาเมื่อสายตาของฮวาอี้มองไปยังสิ่งที่พวกเขา

  • เกิดใหม่เป็นต้นหญ้าข้างเล้าไก่   ตอนที่ 46 กลับบ้าน

    “ข้าไม่ขอกลับไปยังโลกเดิมอีก… ในเมื่อที่แห่งนี้มีคนที่รักข้ารออยู่ ข้าย่อมไม่หนีเขาไปที่ใดได้อีก ท่านสามารถส่งข้ากลับไปได้หรือไม่?” หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงสั่น น้ำตาไหลพรากลงมาตามพวงแก้มชายชราแย้มยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “หากเจ้าเลือกเช่นนี้ ตัวตนของเจ้าในโลกเดิมจะสูญสลายไปทันที… เจ้ายอมรับได้แล้วจริงหรือ?”“ข้ายอมรับ” ฮวาอี้ตอบด้วยแววตามุ่งมั่น น้ำเสียงหนักแน่นเปี่ยมความเชื่อมั่นเมื่อได้รับคำยืนยันอีกครั้ง ชายชราก็โบกมือเบา ๆ ภาพของร่างในโรงพยาบาลค่อย ๆ จางหาย พร้อมกับเรื่องราวในโลกเดิมที่นางเคยดำรงอยู่“บัดนี้ เจ้าหาได้มีตัวตนในโลกเดิมอีกต่อไปแล้ว… เจ้าจงใช้ชีวิตที่เจ้าเลือกให้คุ้มค่า ส่วนมิติที่ข้ามอบให้ จะยังคงอยู่ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของเจ้า ขอให้เจ้าพบความสุขในสิ่งที่เลือกไว้เถิด”เมื่อกล่าวจบ ร่างของชายชราก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตา เหมือนสายลมที่พัดผ่านฮวาอี้ตกใจ รีบร้องเรียกเสียงหลง “เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ! ท่านยังไม่ส่งข้ากลับไปเลย ข้าจะกลับไปโลกนั้นได้อย่างไร!” นางโอดครวญอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดเขาจึงไม่เคยบอกอะไรให้นางรู้ล่วงหน้าสักครั้งแต่ไม่นานนัก เส้นทางสีขาวสว่างไสวก็ปรากฏขึ้นตร

  • เกิดใหม่เป็นต้นหญ้าข้างเล้าไก่   ตอนที่ 45 ความฝัน

    ไป๋จิ้งอวี่รับดาบนั้นไว้ แต่แรงปะทะรุนแรงจนเขากระอักเลือดออกมา ร่างกายของเขาเองก็อ่อนแรงเต็มที ทว่าในห้วงสุดท้ายนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นนักฆ่าคนสนิทปรากฏตัวขึ้น เขาซ่อนรอยยิ้มไว้ในเงามืด ศึกครั้งนี้เขายังไม่แพ้!นักฆ่าในชุดดำที่เพิ่งมาถึง รีบพุ่งเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ดาบในมือฟาดลงมาเพื่อช่วยเจ้านายของตนโดยไม่ลังเลฮวาอี้ที่เห็นดังนั้น รีบผลักเหว่ยหยางให้พ้นทาง แล้วรับคมดาบแทน ร่างของนางทรุดลงทันทีตรงหน้าชายคนรัก“ไม่!!” เหว่ยหยางตะโกนลั่น ก่อนจะใช้ดาบในมือตวัดแทงทะลุร่างของไป๋จิ้งอวี่ทันที ศัตรูตัวฉกาจล้มลงในบัดดลเหว่ยหยางรีบโผเข้าประคองร่างของฮวาอี้ไว้ในอ้อมแขน “ฮวาอี้… เจ้าฟังข้าอยู่หรือไม่… อย่าเป็นอะไรไปเลย…” เสียงของเขาสั่นเครือ มือของเขากุมมือของนางไว้แน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นคมดาบเล่มนั้นปักกลางอกซ้ายของนางพอดี เลือดสีแดงไหลรินลงมาเปื้อนเสื้อคลุมสีอ่อนอย่างน่าสลดใจชายชุดดำอีกคนที่เหลืออยู่เห็นท่าไม่ดี พยายามหนีเอาตัวรอด แต่ยังไม่ทันพ้นระยะ ก็ถูกชายหน้าหวานผู้หนึ่งแทงร่างจนสิ้นใจไป๋เทียนวิ่งตรงเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ เมื่อมองเห็นหญิงสาวในอ้อมแขนของเหว่ยหยาง เขา

  • เกิดใหม่เป็นต้นหญ้าข้างเล้าไก่   ตอนที่ 44 ไม่คาดคิด

    “เจ้าช่างปากหวานเสียจริง…” ฮวาอี้ยิ้มบาง “แล้วเจ้าส่งคนไปดูทางขบวนเจ้าบ่าวหรือยัง?”“ข้าน้อยส่งไปแล้วตามที่นายหญิงสั่งเจ้าค่ะ” ลัวหยูตอบด้วยความเคารพ นางไม่เข้าใจนักว่านายหญิงกังวลสิ่งใด เพราะเหว่ยหยางเองก็เป็นผู้มีฝีมือสูงส่ง ไม่มีใครกล้ารังแกได้ง่าย ๆ“ดี…ข้าค่อยวางใจได้หน่อย” ฮวาอี้พึมพำเบา ๆ พลางลูบต้นหญ้าปักกิ่งในมืออย่างแผ่วเบา หากเกิดเหตุร้ายใด ๆ ขึ้น นางยังมีวิธีช่วยเหลือเขาทางฝั่งของ เหว่ยหยางเขาสวมชุดเจ้าบ่าวสีแดงเข้มอย่างสง่างาม แววตาเต็มไปด้วยความสุข ในที่สุด…วันที่เขารอคอยก็มาถึงระหว่างทางขบวนขันหมากกำลังเคลื่อนตัวอย่างสงบ ผ่านเส้นทางแคบในหุบเขา ท่ามกลางเสียงดนตรีและเสียงหัวเราะเบา ๆ ของผู้ร่วมขบวนกระทั่ง…เงาดำหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้า!ชายในชุดดำกระโจนออกมายืนขวางทางรถม้าอย่างไม่เกรงกลัวสายตาใด ๆ“นายท่าน! เกิดเรื่องแล้วขอรับ!”เสียงอู๋หยวนดังขึ้นอย่างร้อนรน ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดผิดปกติ…“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” เหว่ยหยางขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งเครียด รู้สึกถึงลางร้ายบางอย่าง“มีชายชุดดำขวางหน้ารถม้าของเราขอรับ!”“ถ้าเช่นนั้น ฆ่ามันเสีย!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงกร้าว โม

  • เกิดใหม่เป็นต้นหญ้าข้างเล้าไก่   ตอนที่ 43 ตอบรับแต่งงาน

    “เจ้า…ปลูกมันขึ้นมาได้เช่นไร?” เขาเอ่ยถามเสียงสั่นอย่างไม่เชื่อสายตา“ข้าก็ปลูกมันลงในดินธรรมดาเท่านั้น มันก็ขึ้นมาเอง ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลยขอรับ” เหว่ยหยางพูดออกมาด้วยท่าทางโอ้อวดเล็กน้อยเจ้าของร้านขายยามองทั้งสองด้วยสายตาเคลือบความหมั่นไส้ แต่ในใจก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองอันใด เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมิใช่เรื่องธรรมดา ต้นโสมสวรรค์จะเติบโตได้ต้องอาศัยปัจจัยบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ง่ายดาย เช่นเดียวกับโชคชะตาและบุญวาสนา และแม้จะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายใช้วิธีใด แต่เรื่องนี้ก็ไม่สมควรถามออกไปตรง ๆ“แล้วต้นโสมต้นนี้… เจ้าจะนำกลับไปหรือไม่? หากไม่ ข้าขอซื้อต่อในราคาที่สูงกว่าหลายเท่า” เขาถามพลางจับต้นโสมแน่นราวกับกลัวว่ามันจะหลุดมือเหว่ยหยางแย้มยิ้มบาง “หากไม่ใช่เพราะท่านมอบเมล็ดให้ข้า ข้าก็ไม่มีวันได้ต้นโสมต้นนี้มา ข้ามอบมันให้ท่านโดยไม่คิดสิ่งตอบแทนใด ๆ ถือว่าข้าได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้แล้ว และเมื่อสัญญานั้นสิ้นสุด ข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะได้กลับมาพบท่านอีกหรือไม่”เจ้าของร้านขายยาพลันยิ้มกว้างด้วยความยินดีที่ได้ต้นโสมสวรรค์มาโดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่ตำลึงเดียว แต่เมื่อได้ยินว่าเหว่ยหยางจะจากไป ก

  • เกิดใหม่เป็นต้นหญ้าข้างเล้าไก่   ตอนที่ 39 สารภาพความในใจ

    นางได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกโล่งใจอยู่บ้าง เพราะที่เรือนมีแต่หญิงสาว หากเขามาอยู่ด้วยคงไม่เหมาะนัก“ถ้าเช่นนั้นก็ตามใจท่าน เอาไว้ท่านแวะมากินข้าวที่เรือนข้าก็แล้วกัน ข้าจะดูแลเลี้ยงดูท่านให้ดีเลยล่ะ” นางเอ่ยยิ้ม หยอกเขาเล่นเบา ๆ“ดีเลย ข้าประหยัดค่าอาหารไปได้หลายมื้อ” เหว่ยหยางตอบกลับพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห

  • เกิดใหม่เป็นต้นหญ้าข้างเล้าไก่   ตอนที่ 38 เปิดร้าน

    “ข้าตั้งชื่อไว้แล้ว… ใช้ชื่อตัวเองเลยว่า ‘ร้านฟ่านฮวาอี้’ เจ้าคิดว่าเป็นอย่างไร? ส่วนของในร้านข้าจัดเตรียมไว้บางส่วนแล้ว ดีที่ทาสทั้งสามขยันขันแข็ง ช่วยเหลือข้าอย่างดี” นางพูดด้วยรอยยิ้ม ภูมิใจที่ได้เริ่มต้นสิ่งใหม่“ดีแล้ว ที่วันนี้ข้ามาหาเจ้าเพราะอยากพาท่านแม่มาร่วมงานเปิดร้านของเจ้าด้วย เรื่องที

  • เกิดใหม่เป็นต้นหญ้าข้างเล้าไก่   ตอนที่ 34 ภารกิจลับ

    “เจ้าค่ะ” หญิงสาวทั้งสามประสานเสียงตอบรับ“ตอนนี้ ทาสเหล่านี้เป็นของท่านแล้วขอรับ ตราบใดที่ท่านถือสัญญาทาสไว้ พวกเขาจะจงรักภักดีต่อท่านอย่างแน่นอน”เมื่อส่งมอบเสร็จสิ้น เขาก็โค้งคำนับและเดินจากไปฮวาอี้หันไปมองหญิงทั้งสามคนด้วยแววตานิ่ง“พวกเจ้าชื่ออะไรกันบ้าง?”“พวกข้าไม่มีชื่อเจ้าค่ะ” หญิงคนหนึ่ง

  • เกิดใหม่เป็นต้นหญ้าข้างเล้าไก่   ตอนที่ 32 พบเจอข้างกำแพง

    แววตาที่เขาใช้มองนางเปลี่ยนไป เต็มไปด้วยความอบอุ่นลึกซึ้ง ‘เจ้าคงไม่กล้าถามข้าตรง ๆ สินะ…’ เขารู้ดีว่าแม้จะเดือดร้อนแค่ไหน เขาก็ไม่อยากรบกวนนางในวันนี้ ฮวาอี้ทำอาหารไทยหลายอย่างที่มีรสจัดจ้าน กลิ่นเครื่องเทศโชยหอมไปทั่วห้อง สำหรับนางแล้ว อาหารคือสิ่งเดียวที่ยังเตือนใจว่านางเคยมาจากโลกอื่น เพราะนับ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status