ログインหลินเย่ถงและหลินอ้ายถงนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านก็มีคนมาตะโกนเรียกบอกว่านังซูซินมันตกน้ำดีสิมันจะได้ตายๆ ไปเสียที เหมือนจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายในใจหาได้เศร้าหมองไม่
"อยู่ที่ไหนกันตกน้ำที่ไหน" หลินเย่ถงนางนั้นต้องตีบทแม่เลี้ยงที่แสนดีก่อนเพื่อตบตาชาวบ้านเหล่านี้ปากปีจอ เรื่องใดเกิดขึ้นในหมู่บ้านหากมีคนใดคนหนึ่งรู้มันจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป'พวกปากชุมนุม'
"ลำธารที่ซักผ้านางถูกน้ำพลัดไหลลงไปลึกดีหน่อยที่มีคนมาช่วยแต่นางยังไม่ฟื้นพวกเจ้าไปดูนางหน่อย"
"ได้ๆ" หลินเย่ถงตอบรับคำไปเท่านั้นในใจนางเพียงจะไปดูว่าใครเป็นคนที่ช่วยนังซูซินขึ้นมาแทนที่จะปล่อยให้มันตายๆ ไปกับน้ำ
หลินห้านจินผู้ที่ไม่ได้รับรู้ข่าวคราวของบุตรสาวว่าตอนนี้นางเกิดอุบัติเหตุเพราะตนเองนั้นอยู่ในนาไม่ได้พบเจอใคร ครอบครัวเขานั้นก็ถือว่าสุขสบายแต่หลังจากที่แม่เฒ่าหลินชูหรงจากไปที่บ้านก็มีแต่เรื่องวุ่นวายเรื่องในครอบครัวไม่ใช่ตัวเขาไม่พูดแล้วจะไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเพียงแต่ทำเป็นคนตาบอดไม่รับรู้สิ่งในบ้าน คิดเสียว่าตนเองเป็นหัวหน้าครอบครัวทำงานหาเงินเลี้ยงดูทุกคนให้สุขสบาย แต่ในตอนนี้บ้านตระกูลหลินไกลคำว่าสุขสบายมาก
"นั่นไงมาแล้วหลินเย่ถง"
"ไหนๆ ตายหรือไม่"
"นี่นังเย่ถงเอ็งก็ปากไม่เป็นมงคลนังหนูซูซินแค่สลบไปดีได้พ่อไห่ฉวนช่วยไหวทัน" ชุนผิงที่ได้ยินเรื่องนี้ก็รีบมาดูทันทีเป็นนางเองก็ยังไปได้ไม่ไกลมากนักและเป็นห่วงเด็กสาวกลัวจะเป็นอะไรร้ายแรงไปเสียก่อน
"ท่านป้าข้าก็แค่บอกตามที่เห็นๆ นอนนิ่งๆ ก็นึกว่าตาย"
"นังปากไม่ดี"
หยางไฉ่ฉวนที่เห็นว่ามีครอบครัวมาดูร่างบางที่ตัวเขานั้นช่วยขึ้นมาจากน้ำตนนั้นก็จะได้กลับบ้านไปทานมื้อเช้ากับท่านพ่อท่านแม่เพราะต้องออกมาดูกับดักที่ได้วางไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้าจึงรีบออกมา
"เดี๋ยวนั่นเจ้าจะไปไหนเจ้าไห่ฉวน"
"มีอันใด"
ชาวบ้านโดยรอบต่างกลัวในรูปร่างหน้าตาที่ดูน่ากลัวสูงใหญ่ ไม่ค่อยมีใครอยากจะมีเรื่องกับหยางไห่ฉวนเท่าไหร่นักเพราะไห่ฉวนเองก็ไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไหร่
"เจ้ายังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นจนกว่าจะมีการชดใช้"
"ชดใช้สิ่งใด" หยางไห่ฉวนรู้จักสตรีตรงน่าดีเพราะเกิดและเติบโตมาในหมู่บ้านนี่เห็นคนมามากมายสตรีตรงหน้าไม่ใช่คนดีเลิศเลออะไร กับกันเกียจคร้านมีแต่สตรีที่เขานั้นพึ่งจะช่วยขึ้นมาจากน้ำเพราะสงสารไม่มีใครลงไปช่วยเหลือนางเลย เขานั้นไม่สามารถยืนมองมนุษย์ด้วยกันตายลงไปต่อหน้าต่อตาได้
"บุตรสาวข้าเป็นสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือนจนเจ้าช่วยเหลือนางนั้นเป็นเรื่องดีแต่การถูกเนื้อต้องตัวสตรีที่ยังไม่ออกเรือนนั้นผิดเจ้าจะต้องรับผิดชอบนังซูซิน" หลินเย่ถงคิดว่าการที่ให้แต่งงานกับบุรุษผู้นี้ถือว่าดีเลิศเลอแล้วมีใครในหมู่บ้านบ้างจะแต่งเข้าตระกูลหยางที่จนแสนจนอีกทั้งบุตรชายคนเดียวยังรูปร่างน่ากลัวดูอัปลักษณ์สตรีในหมู่บ้านยังไม่มีใครอยากเข้าใกล้ แถมคำพูดจาแข็งกระด้างกระเดื่อง
ชาวบ้านโดยรอบที่ได้ฟังคำหลินเย่ถงก็เกิดความตกใจและสงสารในตัวไห่ฉวนและซูซินแต่เรื่องการช่วยเหลือให้สตรีน้อยรอดพ้นจากการจมน้ำถือว่าดี แต่ด้วยธรรมเนียมโบราณบุรุษที่ถูกเนื้อต้องตัวสตรีที่ยังไม่ออกเรือนถือว่าสร้างความเสียหายให้แก่ฝ่ายหญิงอาจถูกมองว่าเป็นสตรีที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งที่ยังไม่ได้ออกเรือนหรือสตรีที่ไม่สะอาด
"เจ้าจะต้องแต่งนังซูซินเข้าตระกูลหยางชาวบ้านโดยรอบต่างเห็นกันหมดเจ้าโดนตัวนาง"
หยางไห่ฉวนตนเองนั้นไม่คิดอยากแต่งสตรีใดเข้าบ้านเพราะไม่อยากพาใครมาลำบากด้วยครอบครัวตนนั้นไม่ได้ร่ำรวยเข้าขั้นจนมากในหมู่บ้านนี้อีกทั้งใจไม่คิดชอบสตรีใดไม่มีสตรีที่ตนเองถูกใจ แต่เพราะสถานการณ์ในตอนนี้ตัวเขานั้นต้องรับผิดชอบสตรีน้อยที่พึ่งได้ช่วยมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ตกลงอีกสองวันข้าจะไปสู่ขอนางจากตระกูลหลิน"
"ตกลงเช่นนั้นไหนๆ ก็ต้องเกี่ยวดองกันแล้วเจ้าช่วยอุ้มนังซูซินไปส่งที่บ้านทีข้ากับลูกสาวคงอุ้มพากลับไม่ไหว"
หยางไห่ฉวนตอบตกลงไปเพื่อตัดปัญหาถึงยังไงก็ต้องนำเรื่องไปคุยกับท่านพ่อท่านแม่ถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ท่านพ่อสอนเสมอว่าเป็นลูกผู้ชายจะต้องมีความเป็นสุภาพบุรุษทำผิดก็ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตนเอง
หยางไห่ฉวนนำร่างสตรีน้อยมาส่งที่บ้านเสร็จก็จึงเดินกลับบ้านของตนเองดูจากในบ้านท่านลุงหลินคงจะยังไม่รู้เรื่องนี้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขานั้นต้องเอื้อนเอ่ยบอกออกไปเดี๋ยวก็มีคนบอกแทนเองดูท่าเหมือนอยากผลักไสไล่ส่งสตรีน้อยให้ไปพ้นทางเต็มที สตรีน้อยที่เขาพึ่งช่วยตนนั้นเคยเห็นผ่านสายตามาบ้างนางทำงานหนักทุกครั้งที่เขาเจอนางจะแสดงความกลัวออกมาเฉกเช่นสตรีทั่วไป
หลินซูซินปล่อยให้ผู้ใหญ่ทั้งสามนั่งคุยกัน ตอนแรกท่านแม่หยางจะตามเข้ามาช่วยนางทำกับข้าว แต่นางห้ามไว้ก่อนคนแก่นี่ยิ่งแก่ยิ่งบอกยากกันหมดหรืออย่างไรหยางไห่ฉวนที่วางกับดักเสร็จแล้วก็เร่งรีบฝีเท้าเดินกลับบ้านด้วยใจที่เป็นห่วงใครบางคน หลังจากลงจากเขาก็มีชาวบ้านบางคนที่เขาเดินผ่านต่างเข้ามาเล่าเหตุการณ์หน้าบ้านตนให้ฟัง ยิ่งทำให้เขารีบเร่งเดินมากขึ้นพอกลับมาถึงบ้านเขาเห็นท่านพ่อหลินนั่งคุยอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ แต่ไม่เห็นนางคงจะอยู่ในครัวมั้ง“นั่น อาไห่ฉวนมาพอดีพ่อหลินเขาถามหาลูกอยู่” หยางไห่หลิงเห็นว่าลูกชายเดินเข้ามาพอดี“คารวะท่านพ่อหลินขอรับ”“ซูซินอยู่ในครัวเข้าไปสิพ่อเพียงเห็นเจ้ากลับพ่อก็พลอยดีใจแล้ว” หลินห้านจินเห็นลูกเขยเอา แต่มองหาซูซินเขาเองก็ไม่อยากรั้งตัวลูกเขยไว้หยางไห่ฉวนหลังจากที่พูดคุยกับพ่อหลินนิดหน่อยเขาก็ขอตัวไปหาหลินซูซินที่ทำกับข้าวอยู่ในครัว“ให้ข้าช่วยเจ้านะ”“อ่าว พี่กลับมาแล้วรึข้าคิดว่าพี่จะอยู่คุยกับท่านพ่อเสียอีก”“คุ
หลินซูซินนางเองไม่ได้ตกใจที่เห็นหลินเย่ถง แต่ที่นางตกใจคือแม่สามีนางปากแซ่บมากเวอร์“ข้าไม่ได้เอาเงินใครมาเงินที่ข้าใช่ซื้อของเป็นของสามีข้า และก็ต่อให้ไม่ใช่เงินของสามีข้าพวกท่านก็ไม่มีสิทธิ์มาตะโกนว่าร้ายผู้อื่นเช่นนี้ หากที่ท่านกล่าวหาไม่เป็นความจริงข้าสามารถเอาเรื่องพวกท่านได้นะ”“ไม่ต้องมาขู่ข้านังโง่เงินนั่นหลินห้านจินให้เจ้าใช่ไหมเอาคืนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”“เงินข้าก็คือของข้าท่านพ่อให้ข้ามันก็คือเงินข้าน่ะถูกแล้ว” หลินซูซินเห็นหยางไห่หลิงเดินกลับเข้าไปในบ้าน นางก็ไม่ได้สนใจคิดว่าท่านแม่อาจจะเข้าไปหาท่านพ่อ เพราะหน้าบ้านเสียงดังนัก“เจ้าแยกบ้านแล้วนะหลินซูซินเงินนั่นก็เท่ากับเป็นของบ้านหลินนำมาคืนให้ท่านแม่ของเจ้าเถิด เห็นแก่ที่นางเลี้ยงเจ้ามาจนโต” ฟางหรูที่เห็นมีชาวบ้านเริ่มเยอะนางจึงเล่นบทคนดีแสดงออกไป“ท่านป้าฟางหรูท่านคงจะเดินมาเหนื่อยจนสมองกลับข้ามีท่านแม่คนเดียวซึ่งได้เสียตอนที่คลอดข้า และเป็นท่านย่าที่ดูแลข้ามาตลอด หมา ควาย ที่ท่านกล่าวอ้างนั้นข้าไม่เคยให้ค่าอันใด”
หลินซูซินจ่ายค่าเช่าเกวียนไป 15 อีแปะ ระหว่างทางกลับบ้านนางเจอชาวบ้านมากมายที่มองมาที่เกวียนที่นางนั้นนั่งเข้ามาและข้าวของที่อยู่บนเกวียน ถึงนางจะหาอะไรปิดไว้แล้วแต่บางส่วนก็หาได้ปิดมิดไม่หยางไห่ฉวนขนของเข้าไปเก็บในบ้านนางเองก็รีบช่วยด้วยยิ่งมีชาวบ้านตาดีเป็นพันคอยแอบมองหาข่าวไปเล่าต่อ ๆ กันในวงนินทา หากหลินเย่ถงรู้ว่านางมีเงินซื้อของมากมายมีหวังอีกไม่นานนางคงจะมาบ้านหยางเป็นแน่หยางไห่หลิงเห็นลูกชายและลูกสะใภ้ซื้อของมามากมายในใจนางก็เกิดความสงสัย แต่ไม่กล้าถามเพราะละอายใจถ้าเป็นเงินของหลินซูซิน นางใช้เงินส่วนตัวซื้อของเข้าบ้านมากมาย แสดงให้เห็นว่าบ้านหยางนั้นยากจนมากเพียงใด ซึ่งมันก็คือความจริงที่เลี่ยงไม่ได้หยางไห่ฉวนนำของเข้าไปเก็บในห้องครัว เขาไม่เคยคิดว่าในห้องครัวจะแคบเท่าวันนี้ที่พื้นที่ในครัวต่างถูกใช้สอยทุกพื้นที่ข้าวของวางเรียงรายเต็มไปหมดจากที่ไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อวันนี้บ้านเขานั้นมีข้าวหุงกินได้หลายเดือน ไหนจะเครื่องปรุงที่บ้านไม่เคยซื้อน้ำตาลและเกลือเลย แต่วันนี้ที่บ้านเขานั้นมีต้องขอบคุณนางหลินซูซินภรรยาตัวน้อยหยางไ
พอขึ้นมานั่งบนเกวียนทำให้หลินซูซินนางอยากจะเดินเข้าเมืองเสียจริง ไม่เคยเห็นคนหรืออย่างไรดูยังกับเห็นของแปลกหยางไห่ฉวนเขารับรู้ถึงสายตาหลายคู่ที่มองมาที่เขาและหลินซูซิน แต่เขานั้นไม่ได้สนใจเพราะปกติคนพวกนี้ก็มองชาวบ้านทุกคนเพื่อจะหาหัวข้อสนทนาตามประสาชาวบ้านปากตลาดที่วัน ๆ เอาแต่จับกลุ่มพูดคุยเรื่องชาวบ้านอย่างเสีย ๆ หาย ๆ“นี่ซูซินพึ่งแต่งงานมาเป็นอย่างไรบ้างบ้านหยางดีหรือไม่” สาวใหญ่ที่แต่งงานแล้วเอ่ยถามด้วยความอย่างรู้“ท่านพ่อท่านแม่พี่ไห่ฉวนดูแลข้าดีมากเจ้าค่ะ” นางตอบกลับไปอย่างนุ่มนวลเพราะน้ำเสียงของท่านป้าท่านนี้ ถามเพราะแค่อยากรู้เท่านั้น ท่านป้าไม่ได้ถามอะไรต่อหยางไห่ฉวนที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทางนางไม่ได้อายที่มีสามีน่ากลัวเช่นเขาบนเกวียนเมื่อครู่นางตอบกลับท่านป้าอย่างจริงใจ“พี่ไห่ฉวนเราไปโรงหมอกันก่อนดีกว่า” โรงหมอที่หยางไห่ฉวนพานางมานั้นเป็นทั้งที่รักษาคนไข้และร้านขายยาไปในตัว แต่แบ่งพื้นที่กันชัดเจน“คารวะท่านหมอเจ้าค่ะ” ที่นางรู้ว่าบุรุษมากอายุตรงหน้าคงจะเป็นหมอก็ตรงเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกถึงอาชีพ“พวกเจ้าเป็นอะไรมาล่ะ”“คือว่าท่านพ่อท่านแม่สามีข้านั้นทานยาพวกนี้ แต่อากา
ในตอนเย็นเป็นหลินซูซินที่เป็นคนเข้าครัวดีหน่อยที่หยางไห่ฉวนกลับไปดูกับดักที่วางไว้ ได้ไก่ป่ามา 2 ตัว เขาจึงนำมาให้นางทำกับข้าวหลินซูซินนางนั้นยิ่งมั่นใจว่าที่นางทะลุมิติมานั้นตัวเองไม่ได้มีตัวช่วยใด ๆ เลยเพราะฉะนั้นต่อจากนี้นางคงจะต้องพึ่งพาตนเอง“พี่ไห่ฉวนมีเกลือหรือไม่” นางพลาดเสียแล้วเกลือนั้นราคาแพงชาวบ้านธรรมดานั้นไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่“ที่นี่ไม่เคยซื้อเกลือเพราะราคาแพง” หยางไห่ฉวนก็ตกใจที่นางถามหาเกลือที่บ้านหลินคงจะมีเกลือใช้ นางถึงถามหาเช่นนี้ ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะมีเกลือใช้กันหากไม่ได้มีฐานะทางการเงินดีมากพอ“ข้าขอโทษเจ้าค่ะแล้วปกติพี่ใช้อะไรดับกลิ่นคาวพวกนี้เจ้าคะ”“ปกติข้ามีหน้าที่แค่นำพวกมันไปชำแหละต้องถามท่านแม่” หยางไห่ฉวนเดินออกไปตามท่านแม่เข้ามาในครัว“ท่านแม่เจ้าคะท่านใช้อะไรดับกลิ่นคาวไก่พวกนี้”“แม่ไม่รู้ว่าสมุนไพรนี้ชื่อว่าอะไรแต่มันสามารถดับกลิ่นคาวได้” หยางไห่หลิงเดินไปหยิบต้นสมุนไพรที่นางเก็บมาเมื่อสี่วันก่อน“ท่านแม่สิ่งนี้เรียกว่าต้นตะไคร้เจ้าค่ะช่วยดับกลิ่นคาวได้ดีแถมมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต แก้ไข้ ขับลม แก้ปวดท้อง และอีกมากมายเลยเจ้าค่ะท่านแม่ท่านเจอของดีเสีย
หลังจากที่ทานข้าวกันเสร็จหลินซูซินก็นั่งย่อยอยู่สักพัก แต่ด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้ามานานจึงเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้“ตื่นแล้วก็ลุกมาล้างหน้าล้างตาเช็ดตัวซะท่านแม่เตรียมน้ำมาให้พรุ่งนี้เจ้าค่อยอาบข้าจะไปหาบน้ำมาเติมให้” ถึงบ้านเขานั้นจะไม่ได้รวย แต่ก็มีห้องน้ำ เพราะเพื่อความสะดวกสบายของท่านพ่อท่านแม่“ให้ข้าเช็ดตัวตอนนี้รึ”“แล้วแต่เจ้าข้าไม่ได้บังคับ”“พี่เช็ดตัวแล้วรึ”“อืม” หลินซูซินคิดในใจนางก็อดเห็นกล้ามหน้าท้องแน่น ๆ สิ โดยไม่รู้เลยว่าใบหน้านางได้แสดงออกทุกอย่างทางความคิดของตัวเอง“เจ้าช่วยหยุดคิดลามกกับข้าก่อนได้ไหม”พลันหลินซูซินได้สติตื่นจากความคิดลามกกับคนตรงหน้า “ข้าเปล่าพี่มั่วแล้ว ข้าไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ”“ข้าจะเชื่อก็ได้แม้ว่าหน้าเจ้ามันจะสื่อทุกอย่างก็ตาม”หลินซูซินที่เหมือนนางจะถูกด่าทางตรงเลย บุรุษผู้นี้ปากดีเสียจริงหากไม่ติดว่าร่างกายนี้อ่อนแรงร่างผอมเพรียว นางจะจับมาจูบให้ล้มเสียจริง“เสร็จแล้วก็มาทานข้าวที่บ้านข้านั้นไม่ได้มีอาหารดี ๆ เท่าไรเจ้าทานไปก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาไปวางกับดักสัตว์”“ข้าทานได้ที่บ้านนั้นก็ทานไม่ต่างจากบ้านพี่เท่าไรนัก” เพราะหากว่าบ้านเ







