LOGINสามีสวะของจ้าวหว่านชิง [2/2]
“ท่านพี่ข้ายังไม่ตายเจ้าค่ะ....ข้าว่าพวกเราคุยกันสักหน่อยดีหรือไม่?”
เมื่อฉู่จิ่นหานแน่ใจว่าหญิงสาวตรงหน้ายังมีชีวิตอยู่จริง เขาก็รีบกวาดสายตามองรอบด้านราวกับกลัวจะมีผู้ใดเห็นเข้าก่อนจะกัดฟันเอ่ยสั้นห้วน
“ตามข้ามา”
จ้าหว่านชิงพยักหน้ารับเดินตามไปเงียบ ๆ ระหว่างทางสายตากวาดมองสำรวจภายในจวนซึ่งใหญ่โตหรูหราเกินกว่าที่เคยอยู่ด้วยกันนัก ภายในประดับประดาด้วยของล้ำค่าทุกก้าวย่างที่ผ่านยิ่งตอกย้ำคำตอบที่นางคาดไว้ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางพลางพึมพำเบา ๆ
“เพื่อให้บุตรสาวได้แต่งงานกับท่านที่เป็นจอหงวนอันดับหนึ่ง ใต้เท้าเว่ยคงทุ่มเทไม่น้อยเลย...”
แม้ถ้อยคำนั้นเบาราวสายลมแต่ฉู่จิ่นหานกลับได้ยินทุกถ้อยชัดเจน ชายหนุ่มหยุดชะงักฝีเท้ากำมือแน่น นัยน์ตาเจือความโกรธปนสับสนทว่าก็ไม่อาจโต้เถียงได้เพราะทุกสิ่งรอบตัวเป็นหลักฐานชัดเจน
เขาได้ทุกอย่างมาเพราะแต่งงานกับบุตรสาวขุนนางจริง ๆ
“เหตุใดจึงหยุดเดินเล่า? หรือว่า...เราจะคุยกันตรงนี้เลยหรือ?” นางเอ่ยพลางยกคิ้ว
“เดินต่ออีกหน่อย จะถึงห้องหนังสือของข้าพวกเราจะคุยกันที่นั่น”
จ้าวหว่านชิงมิได้เอ่ยตอบรับทำเพียงก้าวตามไปอย่างสงบ สายตายังหันซ้ายขวามองหาบุตรสาวอย่างมีความหวังทว่าตลอดทางกลับไม่เห็นแม้เงาของซูเหยา
เพียงเวลาไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงห้องหนังสืออันเงียบสงบ จ้าวหว่านชิงนั่งลงบนเก้าอี้อย่างสง่างามแต่ยังไม่ทันเอ่ยสิ่งใดฉู่จิ่นหานก็รีบตัดบท
“ตอนนี้ข้าแต่งงานใหม่แล้ว เจ้ากลับไปหมู่บ้านแล้วใช้ชีวิตของเจ้าไปอย่าได้มาสร้างความวุ่นวายให้ข้าที่นี่”
สิ้นคำพูดของบุรุษตรงหน้าจ้าวหว่านชิงก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ นัยน์ตาคู่สวยมองฉู่จิ่นหานด้วยสายตาเย็นชาไร้ซึ่งไมตรีก่อนจะกล่าวสิ่งที่เป็นเป้าหมายที่แท้จริงของนางในวันนี้
“ข้ามิได้มาสร้างปัญหา เพียงแต่ตามกฎหมายเจ้าก็ยังเป็นสามีของข้าอยู่ข้าจึงมาขอหนังสือหย่าเพื่อให้พวกเราตัดขาดกันอย่าสมบูรณ์”
คำพูดนั้นทำให้ฉู่จิ่นหานชะงัก คิ้วเข้มขมวดแน่นดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เดิมทีเขาคิดว่าจ้าวหว่านชิงจะมาเรียกร้องทรัพย์สินหรือขอให้เขาคืนฐานะภรรยาให้
แต่เอาเถอะ....ในเมื่อเรื่องจบลงง่ายเช่นนี้ก็ถือว่าดี
“ข้าจะเขียนให้เดี๋ยวนี้”
ฉู่จิ่นหานสะบัดแขนเสื้อก้าวยาวตรงไปยังโต๊ะหนังสือ เขาหยิบพู่กันขึ้นมามือที่เคยมั่นคงกลับสั่นเล็กน้อยแต่ยังฝืนข่มความรู้สึกแล้วจรดหมึกลงบนกระดาษ ขีดเขียนทีละตัวอักษรอย่างเร่งรีบคล้ายต้องการให้ทุกอย่างจบสิ้นโดยเร็ว
ไม่นานนักแผ่นกระดาษที่มีลายพู่กันคมชัดก็ถูกยื่นมาตรงหน้าของจ้าวหว่านชิง
“นี่คือหนังสือหย่า” เขาเอ่ยเสียงเรียบ
จ้าวหว่านชิงเอื้อมมือไปรับแววตาวูบไหวด้วยความพอใจ นางพลิกดูเนื้อความเพียงครู่ก่อนจะยกยิ้มเย็นบาง ๆ ราวกับได้ปลดพันธนาการที่ผูกมัดมาเนิ่นนาน ทว่ายังไม่ทันที่บรรยากาศจะสงบฉู่จิ่นหานก็เอ่ยเร่งเร้า
“ในเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วเจ้าก็ออกไปจากจวนของข้าเสียที ก่อนที่...” เขากัดฟันแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความร้อนรน “ก่อนที่ผู้อื่นจะพบเข้า”
ฉู่จิ่นหานหวาดหวั่นยิ่งนักโดยเฉพาะหากภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้ามารู้เรื่องนี้ ทว่า...จ้าวหว่านชิงกลับไม่ไหวติง นางยังคงนั่งสง่างามอยู่ที่เดิมหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบเบา ๆ สายตาเย้ยหยันปรากฏชัดในแววตา
ฉู่จิ่นหานขมวดคิ้วหนักขึ้น “นี่เหตุใดเจ้ายังไม่ไปอีก ได้หนังสือหย่าแล้วมิใช่หรือ!”
หญิงสาววางถ้วยชาลงช้า ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากงดงามแต่กลับแฝงความลึกลับและเย้ยหยันในที
“ท่าน...ไม่อยากรู้หรือ?” เสียงนางก้องชัดท่ามกลางความเงียบของห้องหนังสือ “ว่าข้ารอดตายจากการถูกมารดาและพี่สะใภ้ของท่านฝังทั้งเป็นได้อย่างไร...”
สิ้นเสียงประโยคนั้นร่างสูงของฉู่จิ่นหานก็พลันสะท้านวูบราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางอก มือที่กำลังวางอยู่บนโต๊ะเผลอกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาใบหน้าซีดเผือดไปถนัดตา
“เจ้า....พูดเรื่องอะไร...ท่านแม่และพี่สะใภ้จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร” เสียงของเขาแผ่วพร่า ทั้งหวาดหวั่นทั้งไม่อยากเชื่อ
จ้าวหว่านชิงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นไม่ใช่ความรื่นเริงแต่เป็นความขมขื่นที่กรีดแทงหัวใจผู้ฟัง นางเอียงหน้ามองเขาริมฝีปากคลี่ยิ้มบางอย่างผู้เหนือกว่า
“หากท่านไม่เชื่อข้าสามารถพาพยานมายืนยันได้ วันนั้นมีพยานที่เห็นแม่ของเจ้าและพี่สะใภ้ขุดหลุมฝังข้าที่สวนหลังบ้านก่อนที่พวกนางจะเดินทางมาเมืองหลวง”
“หะ...หากเจ้าจะมาพูดใส่ร้ายท่านแม่ของข้าเช่นนี้ก็ออกไปจากจวนข้าเสีย”
ฉู่จิ่นหานถอยหลังไปหนึ่งก้าวสายตาหวาดระแวงราวกับมองเห็นปีศาจตรงหน้า เสียงหัวใจเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะคิดเพียงว่าหลังจากจ้าวหว่านชิงออกไปจากจวนแล้วเขาต้องรีบไปไตร่ถามความจริงจากมารดาและพี่สะใภ้ในทันที
“เอาเถอะ...ในเมื่อข้ามาเจรจาดีดีแล้วพวกเจ้าไม่ต้องการ เช่นนั้นก็ให้ศาลยุติธรรมตัดสิ้นเรื่องนี้เถอะ แต่ว่านะจิ่นหาน....ข้าเคยได้ยินว่าคดีสังหารผู้อื่นมีโทษถึงประหารเลยไม่ใช่หรือ...”
มือฉู่จิ่นหานสั่นระริกตั้งใจจะอ้าปากเอ่ยโต้แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา นอกจากความเงียบงันอันกดดันที่ปกคลุมห้องหนังสือ นัยน์ตาคมมองแผ่นหลังของจ้าวหว่านชิงที่กำลังเดินจากไปอย่างหวาดหวั่น
และสุดท้ายเขาก็ยอมรับความพ่ายแพ้...
“เจ้าต้องการอะไร....”
จ้าวหว่านชิงยกยิ้มมุมปากรู้สึกดีใจกับชัยชนะยกแรกของตน แม้เรื่องที่ใช้ข่มขู่อีกฝ่ายเรื่องพยานจะเป็นเรื่องโกหกก็ตาม...
“บอกมาว่าเจ้าต้องการอะไรเพื่อแลกกับการที่จะไม่เอาผิดท่านแม่และพี่สะใภ้”
“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า”
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข







