แชร์

บทที่ 13 ปะทะกันด้วยวาจา

ผู้เขียน: ฉินหลานฮุย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-11-06 18:23:48

ห้องทรงอักษรยามบ่ายมืดครึ้มราวกับฟ้ารู้พระอารมณ์ของผู้เป็นเจ้าชีวิต ลมแรงพัดม่านแพรสีทองแกว่งไหว ในขณะที่ขันทีน้อยรีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าลงหน้าโต๊ะทรงอักษร

“ถวายรายงานพ่ะย่ะค่ะ! … องค์รัชทายาททรงมีรับสั่งให้กักบริเวณองค์หญิงหลิงเซียงไว้ในตำหนักไฉ่หง มิให้ผู้ใดเข้าออก” หลิวกงกง

เสียงรายงานยังไม่ทันจบ เสียงถ้วยชาในพระหัตถ์ของฮ่องเต้จิ้งอู่ก็ แตกเปรี๊ยะ! กระเด็นกระเซ็นทั่วพื้น

“เจ้าว่าอย่างไรนะ” จิ้งอู่

น้ำเสียงของพระองค์ต่ำและเย็นยะเยือกจนองครักษ์ที่เฝ้าหน้าประตูที่อยู่ใกล้ถึงกับค้อมศีรษะต่ำแทบจรดพื้นดวงเนตรของฮ่องเต้แดงก่ำด้วยความเดือดดาล พระหัตถ์กำแน่นจนเส้นเลือดปูด 

“เจ้ารองเป็นถึงองค์รัชทายาท แต่คิดจะละเมิดข้ามหน้าข้าเช่นนี้รึ หลิงเซียงเป็นน้องสาวของข้า มิใช่คนอื่น!” จิ้งอู่

ขันทีอาวุโสหลิวกงกงรีบหมอบลง 

“ฝ่าบาท โปรดทรงระงับพระทัยก่อนพ่ะย่ะค่ะ องรัชทายาทคงเพียงทรงหวังดี มิอยากให้องค์หญิงหลิงเซียงเสด็จออกนอกวังโดยมิได้แจ้ง...” หลิวกงกง

“หวังดี” จิ้งอู่

ฮ่องเต้จิ้งอู่แค่นเสียงเย็น

“หวังดีด้วยการกักขังน้องสาวตนเองราวกับนักโทษหรือ!” จิ้งอู่

พระองค์ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ชุดมังกรทองสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงจนทั่วห้องเหมือนเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่ง 

“ให้จิ้งไฉเข้ามาเข้าเฝ้าเดี๋ยวนี้! หากยังมีหัวใจของเขายังเห็นช้าเป็นพี่อยู่ก็จงมาอธิบายเหตุผลกับข้าเสีย!” จิ้งอู่

บรรยากาศในห้องทรงอักษณหนักอึ้งจนไม่มีใครกล้าขยับ เสียงฝีพระบาทของฮ่องเต้ดังชัดเจนในความเงียบ พระพักตร์ที่โดยปกติสุขุม เยือกเย็น บัดนี้กลับฉายความกร้าวดุดันในฐานะ ผู้เป็นฮ่องเต้แห่งใต้หล้า

องค์รัชทายาทจิ้งไฉก้าวเดินอย่างมั่นคงแต่สีหน้าขรึม สายพระเนตรไม่ไหวเอนแม้แต่น้อย ข้างในใจรู้ดีว่าพระเชษฐาทรงพิโรธ แต่เขาไม่คิดจะถอยเพราะเชื่อว่าตนทำถูก เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องทรงอักษรบรรยากาศเย็นเยียบทันที เหล่าขุนนางและขันทีค้อมศีรษะต่ำ ขณะที่บนเก้าสูงฮ่องเต้จิ้งอู่นั่งนิ่งพระพักตร์เรียบเยือกจนไม่อาจอ่านพระอารมณ์ได้

“กระหม่อม... จิ้งไฉ ถวายบังคมฝ่าบาท” จิ้งไฉ

พระสุรเสียงของฮ่องเต้ดังขึ้นช้า ๆ

“เงยหน้าขึ้น... แล้วตอบข้ามา ว่าเหตุใดเจ้าจึงกล้ากักบริเวณองค์หญิงหลิงเซียงโดยมิได้ขอพระบรมราชานุญาตจากข้า” จิ้งอู่

เสียงในท้องพระโรงเงียบสนิท ได้ยินเพียงเสียงฝนไหลจากชายคา จิ้งไฉเงยหน้าขึ้น แววตาแน่วแน่

“หม่อมฉันเกรงว่าองค์หญิงจะเสด็จออกนอกวังโดยปราศจากการคุ้มกันเพียงพอพ่ะย่ะค่ะ จึงขอกักบริเวณไว้ชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ไม่ได้มีเจตนาล่วงเกิน...” จิ้งไฉ

ฮ่องเต้จิ้งอู่หัวเราะในลำพระศอเบา ๆ เสียงนั้นกลับเย็นเฉียบกว่าคำตำหนิใด ๆ

“ความปลอดภัยงั้นหรือ หรือว่าเจ้ากลัวน้องสาวของเจ้า... จะสืบรู้ความจริงบางอย่างที่เจ้าปิดบังไว้ที่เมืองวังหลวงหรือเปล่า มันน่าจะเกี่ยวกับคนในตระกูลซูของเจ้านะ จิ้งไฉ” จิ้งอู่

คำถามนั้นทำให้องค์รัชทายาทถึงกับชะงัก พระสุรเสียงของฮ่องเต้เข้มขึ้น

 

“เจ้าเป็นองค์รัชทายาท หน้าที่คือปกป้องบ้านเมือง มิใช่ใช้ตำแหน่งข่มขู่ผู้ที่อ่อนแอกว่า เจ้ากักบริเวณน้องสาวตนเองราวกับนักโทษ เจ้าเห็นบัลลังก์สำคัญกว่าครอบครัวกระนั้นหรือ ต้องการกดดันแม่ทัพใหญ่และตระกูลเกาอย่างนั้้นหรือ” จิ้งอู่

จิ้งไฉกัดฟันแน่น พระหัตถ์กำแน่นข้างลำตัว

“ฝ่าบาท... ข้าก็เพียงทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อรักษาราชสำนักนี้ไว้ หากปล่อยให้องค์หญิงทรงออกจากวังโดยอำเภอพระทัย จะเกิดเรื่องใหญ่ถึงตอนนั้นกระกูลเกาอาจจะไม่พอใจที่องค์หญิงหลิงมีอันตราย” จิ้งไฉ

“พอ!” จิ้งอู่

 เสียงคำรามของฮ่องเต้ดังก้องจนขันทีสะดุ้ง

“ราชสำนักนี้จะยิ่งใหญ่เพราะความเข้มงวด... หรือเพราะหัวใจของผู้ปกครองที่ยังเหลือความเมตตา หากเจ้าลืมไปแล้วว่าความรักคือสิ่งใด เจ้าก็ไม่คู่ควรจะเป็นรัชทายาท!” จิ้งอู่

คำตรัสนั้นเหมือนคมดาบฟาดกลางอากาศ จิ้งไฉนิ่งงันไปครู่ ดวงตาคมสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้มศีรษะลงช้า ๆ

“หม่อมฉัน... เข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” จิ้งไฉ

พระสุรเสียงของฮ่องเต้แผ่วลงแต่ยังทรงอำนาจ

“เจ้าจะถูกถอดออกจากว่าการสภาราชกิจหนึ่งเดือน ให้ถือเป็นการไตร่ตรองตนเอง... ส่วนองค์หญิงข้าจะทรงเรียกมาตักเตือนเอง” จิ้งอู่

จิ้งไฉก้มศีรษะลึกอีกครั้งแต่ในใจกลับรู้สึก แปลบวาบ ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ และใต้แสงไฟในห้องทรงอักษร ดวงเนตรคู่นั้นกลับทอประกายบางอย่างที่อาจกลายเป็นเงาอันตรายในอนาคต

ณ เขตชายแดนแคว้นเว่ยที่ติดกับแคว้นเหลียว ค่ายใหญ่ของแคว้นเว่ยตอนนี้ปักหลักที่เมืองหมิงโจว ศึกครั้งนี้ยังคงนำทัพโดยท่านเสนาบดีใหญ่ผู้คุ้มทหารทั้งกองทัพ อย่างท่านแม่ทัพใหญ่เกาเฉียวฟงถึงจะอายุมากแล้วแต่ยังคงแข็งแรงดี สามารถออกรบร่วมกับลูกหลานได้สบาย เกาเฉียวฟงที่ยังไม่ยอมเกษียณตัวเองออกจากราชการ เพราะเขานั้นห่วงหลานสาวเพียงคนเดียวที่อยู่ในวังมาก หากเขายังอยู่ในตำแหน่งยังพอมีอำนาจปกป้ององค์หญิงหลิงเซียงจนกว่าจะออกเรือนได้ 

ห้องแม่ทัพในค่ายใหญ่ทางทิศเหนือของเมืองหมิงโจว  ยามอรุณเพิ่งจับขอบฟ้ากลิ่นเหล็กและเหงื่อจากทหารยามยังคลุ้งอยู่ในอากาศ เสียงฝึกดาบด้านนอกดังเป็นจังหวะ ท่านแม่ทัพใหญ่เกาเฉียวฟง นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักใหญ่ กำลังอ่านรายงานจากชายแดน แต่เมื่อมีคนส่งสารเร่งร้อนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุกเข่าลง พร้อมยื่นตราพระราชลัญจกรในมือ เสียงหอบหายใจและใบหน้าที่ซีดขาวก็เพียงพอให้รู้ว่าไม่ใช่ข่าวดี

“ท่านแม่ทัพ! … ข่าวด่วนจากวังหลวงขอรับ! องค์หญิงหลิงเซียง ทรงถูกลอบทำร้ายแต่ตอนนี้องค์หญิงปลอดภัยดีแล้วขอรับ”

เสียงรายงานจบลงพร้อมเสียงกระแทกโต๊ะ ดังสนั่นถ้วยชาชิ้นเล็กหล่นแตกกระจาย เกาเฉียวฟงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

ในดวงตาคู่นั้นไม่มีแม้แต่แววตาแห่งความตกใจ มีเพียงความเย็นชและเปลวโทสะที่ลุกลามอยู่ภายใน

“ว่าอย่างไรนะ... หลิงเซียง หลานสาวของข้า” เฉียวฟง

“องค์หญิงทรงรอดชีวิตขอรับ ขณะนี้องค์รัชทายาทจิ้งไฉทรงมีคำสั่งกักบริเวณองค์หญิงไว้ ไม่ให้ออกจากตำหนักไฉ่หง”

เสียงถอนหายใจของแม่ทัพใหญ่ดังต่ำราวกับเสียงคำรามของพายุ เขาลุกขึ้นเต็มความสูง ชุดเกราะทองแดงสะท้อนแสงไฟในห้องจนดูราวกับเปลวเพลิง

“ผู้ใดกล้าทำเช่นนี้กับเลือดเนื้อของตระกูลข้า...” เฉียวฟง

เสียงทหารเวรที่อยู่ด้านนอกเงียบกริบ แม้แต่ลมหายใจยังแทบไม่ได้ยิน เกาเฉียวฟงหันไปมองแผนที่ขนาดใหญ่บนผนังดวงตาแน่วนิ่ง

“ส่งคนไปสืบโดยด่วน ข้าไม่สนว่ามันจะซ่อนอยู่ใต้เงาใดของวัง ถ้ามันแตะต้องหลิงเซียงแม้เพียงปลายเล็บ...ข้าจะลากมันออกมาจากหลุมเอง... แล้วให้มันรู้ว่าคนของเกาเฉียวฟงไม่มีวันถูกทำร้ายแล้วลอยนวล” เฉียวฟง

เสียงดาบถูกดึงออกจากฝักดัง ฉึบ! เบา ๆ แต่ก้องสะท้อนในใจคนทั้งค่าย ทหารคนสนิทยืนตรง สายตาแข็งกร้าว

 

“รับคำสั่งขอรับ ท่านแม่ทัพ!”

ลมเหนือพัดแรง กลิ่นฝนและเหล็กคละคลุ้ง และในดวงตาของแม่ทัพเกาเฉียวฟง บัดนี้ไม่ใช่แค่ความโกรธของชายชรา แต่คือพายุของนักรบผู้พร้อมจะทลายทั้งวังเพื่อปกป้องหลานสาวของตน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 170 ครอบครัวสุขสันต์ตลอดไป (จบบริบูรณ์)

    ยามเช้าในเมืองไฮ่หยางเริ่มต้นด้วยเสียงคลื่นกระทบฝั่งและกลิ่นอาหารจากครัวของเหลาอาหารอันผิง แสงอาทิตย์สีทองอ่อนสาดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาในเรือนเล็กด้านหลังร้าน เผยให้เห็นภาพที่งดงามที่สุดในชีวิตของหลิงเซียงบนที่นอนผืนใหญ่เด็กน้อยสองคนกำลังนอนเคียงกัน เซียงเทียนขยับตัวก่อนเสมอ มือเล็กกำผ้าห่มแน่นราวกับจะลุกไปสำรวจโลก ส่วนเทียนหลิงยังหลับตาพริ้ม แต่เมื่อพี่ชายส่งเสียงอืออา นางก็มักจะยิ้มก่อนลืมตาช้า ๆ หลิงเซียงลุกขึ้นช้า ๆ เดินเข้าไปนั่งข้างลูกทั้งสอง ดวงตาอ่อนโยนเต็มไปด้วยแสงแห่งความรัก“อรุณสวัสดิ์ ลูกแม่” หลิงเซียงเสียงของนางนุ่มนวลราวกับสายลม มู่เทียนหลางที่เพิ่งกลับจากตลาดเช้า วางตะกร้าผักสดลงเบา ๆ แล้วเดินเข้ามามองภาพนั้นอย่างเงียบงัน รอยยิ้มบาง ๆ แต้มอยู่บนใบหน้าคมเข้มชีวิตของเขาเคยผ่านสนามรบ เคยเผชิญอันตราย แต่ไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่ทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างสงบสุขเท่านี้ เหลาอาหารอันผิงยังคงเปิดทุกวัน กลิ่นข้าวผัด ซุปทะเล และหมูย่างลอยหอมไปทั่วตลาด แต่บรรยากาศภายในเปลี่ยนไปเล็กน้อยเสียงหัวเราะของเด็กทารกดังแทรกกับเสียงลูกค้า เสียงอืออาของเซียงเทียนกลายเป็นเสียงประจำร้าน รอยยิ้มของเ

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 169 คุณชายน้อยและคุณหนูเล็ก

    ฤดูฝนมาเยือนเมืองไฮ่หยางพร้อมสายลมชื้นจากทะเล เมฆสีเทาอ่อนลอยต่ำเหนือหลังคากระเบื้องของเหลาอาหารอันผิง คลื่นซัดฝั่งเป็นจังหวะหนักแน่นกว่าทุกวัน ราวกับธรรมชาติกำลังรอคอยบางสิ่ง ในเรือนหลังเล็กด้านหลังร้าน หลิงเซียงนั่งพิงหมอน ผ้าบางคลุมท้องที่อุ้มน้ำหนักชีวิตถึงเก้าเดือนเต็ม ใบหน้าของนางอ่อนล้าแต่เปล่งประกาย ดวงตาอ่อนโยนจับจ้องหน้าต่างที่เปิดรับลมฝน มู่เทียนหลางนั่งอยู่ข้างกายมือใหญ่ของเขากุมมือนางแน่นโดยไม่รู้ตัว“วันนี้ลมแรงนัก” เทียนหลางหลิงเซียงยิ้มบาง “เด็กน้อยคงอยากออกมาดูโลกแล้ว” หลิงเซียงราวกับคำพูดนั้นเป็นลาง ทันใดนั้นเองความปวดหน่วงลึกในท้องก็แล่นวาบขึ้น หลิงเซียงขมวดคิ้วมือกำผ้าห่มแน่น“ท่านพี่…” หลิงเซียงเสียงเรียกแผ่วแต่สั่น“เริ่มแล้วหรือ” เทียนหลางคำตอบไม่จำเป็นความปวดระลอกที่สองมาเร็วและแรงกว่าเดิม หมอตำแยที่เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าถูกเรียกเข้ามาอย่างเร่งด่วน เหมยซานและสตรีในตลาดอีกสองคนรีบมาช่วยจัดเตรียมน้ำร้อน ผ้าสะอาด และสมุนไพรหอมเพื่อให้ห้องอบอวลด้วยกลิ่นผ่อนคลายฝนเริ่มตกลงมาเบา ๆ เคาะหลังคาเป็นจังหวะสม่ำเสม ในห้องคลอดแสงตะเกียงส่องสว่างสลัว หมอตำแยจับชีพจร ฟังเส

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 168 โซ่ทองคล้องใจ

    สามเดือนหลังจากคืนงานเลี้ยงหมูกะทะที่เหลาอาหารอันผิง เมืองไฮ่หยางก็เข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ผลิอย่างเต็มตัว ลมทะเลพัดอ่อนลง กลิ่นเค็มเจือจางด้วยกลิ่นดอกไม้ป่าที่บานตามเนินเขา เช้าตรู่วันหนึ่ง หลิงเซียงตื่นขึ้นพร้อมความรู้สึกแปลกประหลาดในร่างกาย มิใช่ความเจ็บปวด หากเป็นความเวียนศีรษะเบา ๆ คลื่นไส้จาง ๆ จนต้องนั่งนิ่งอยู่ขอบเตียง มู่เทียนหลางที่กำลังแต่งตัวเตรียมออกไปตลาด เหลือบเห็นสีหน้าของนางก็รีบเข้ามาประคอง“ไม่สบายหรือ” เทียนหลางหลิงเซียงส่ายหน้าเบา ๆ แต่ยกมือกุมท้องโดยไม่รู้ตัว“แค่… เหม็นกลิ่นน้ำมันหน่อย ๆ เท่านั้น” หลิงเซียงกลิ่นน้ำมันทั้งที่เมื่อวานยังยืนผัดอาหารหน้าเตาได้ทั้งวัน มู่เทียนหลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ความคิดบางอย่างแล่นผ่านแววตาคมเข้มของเขาสองวันต่อมาอาการคลื่นไส้ยังไม่หาย อีกทั้งหลิงเซียงเริ่มง่วงง่าย เหนื่อยเร็วทั้งที่งานในร้านไม่ได้หนักกว่าปกติ เหมยซานที่แวะมาช่วยเตรียมวัตถุดิบ มองนางอย่างจับผิดก่อนหัวเราะเบา ๆ“หรือว่า… จะมีข่าวดี” หลิงเซียงหลิงเซียงชะงักหัวใจเต้นแรงอย่างไม่คาดคิด มู่เทียนหลางไม่รอช้ารีบเชิญหมอเฒ่าประจำย่านตลาดมาตรวจ หมอเฒ่านั่งลงจับชีพจรอย่างตั้งใจ นิ

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 167 งานเลี้ยงหมูกะทะ และท่านอ๋องแปดจิ้งซี

    ลมทะเลยามค่ำพัดเอื่อยผ่านตรอกหินของเมืองไฮ่หยาง กลิ่นเกลืออ่อน ๆ ปะปนกับกลิ่นถ่านไม้ที่เริ่มติดไฟทีละเตา เสียงหัวเราะดังลอดออกมาจากลานกว้างหลัง เหลาอาหารอันผิง โคมกระดาษสีส้มอุ่นแขวนเรียงเป็นแถว แสงไฟไหวระริกสะท้อนผิวโต๊ะไม้ยาวที่ตั้งเรียงรอแขกเหรื่อคืนนี้ไม่ใช่งานเทศกาลใหญ่โต หากเป็นงานเลี้ยงหมูกะทะที่ทุกคนรอคอย และเป็นเมนูใหม่ของเหลาอาหารอันผิงอีกด้วย ตั้งแต่บ่ายหลิงเซียงกับคนของร้านช่วยกันจัดเตรียมอย่างขะมักเขม้น หมูสามชั้นถูกหั่นบางจนเห็นชั้นเนื้อสลับมันอย่างสวยงาม เนื้อสันคอหมักพริกไทยดำกับกระเทียมจนหอมฟุ้ง หมูหมักซอสหวานเค็มสูตรลับถูกคลุกเคล้าด้วยงาขาวคั่วใหม่ ๆ จัดเรียงใส่ถาดไม้ไผ่เป็นระเบียบผักสดกองโตถูกล้างจนหยดน้ำใสเกาะใบผักกาดขาว คะน้า เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม ฟักทอง วุ้นเส้น เต้าหู้ไข่ และข้าวโพดอ่อน ทุกอย่างถูกจัดวางรอบโต๊ะน้ำจิ้มที่ตั้งชามเรียงรายชามน้ำจิ้มสีแดงสดส่งกลิ่นเผ็ดหอมจากพริกขี้หนูตำละเอียด กระเทียมสับ และน้ำมะนาวคั้นสด บางชามเพิ่มเต้าเจี้ยวให้เข้มข้น บางชามเติมงาคั่วหอมกรุ่นเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติเมื่อฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ผู้คนในละแวกตลาดก็ทยอยกันมา เสียงทักทายดัง

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 166 ท่านอ๋องเจ็ดเสด็จเงียบ ๆ

    ยามอรุณเพิ่งคลี่ม่านหมอกสีเงินเหนือหลังคาวังหลวง แสงแดดอ่อนแรกสาดกระทบกระเบื้องเคลือบสีหยกเป็นประกาย ทว่าภายในตำหนักด้านทิศตะวันตกกลับมีเงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันท่านอ๋องเจ็ดจิ้งซวนผู้คนในราชสำนักเรียกขานว่า ท่านอ๋องเจ็ดกำลังยืนมองแผนที่บนโต๊ะไม้จันทน์ เส้นทางจากเมืองหลวงไปยังเมืองไฮ่หยางถูกขีดเส้นบาง ๆ ด้วยหมึกสีดำ ไม่มีตราประจำพระองค์ ไม่มีขบวนรถม้าหรูหรา มีเพียงเครื่องหมายเล็ก ๆ ที่เขาวาดเอง การเดินทางครั้งนี้เขาจะไปแบบเงียบ ๆ มิใช่ในฐานะอ๋องผู้สูงศักดิ์ หากแต่เป็นเพียงพ่อค้าเครื่องหอมผู้หนึ่งนับตั้งแต่หลิงเซียง น้องสาวคนเล็กของเขา ตัดสินใจออกจากเมืองหลวงไปใช้ชีวิตที่ไฮ่หยาง เปิดเหลาอาหารเล็ก ๆ ร่วมกับสามีอย่างมู่เทียนหลาง ข่าวคราวของนางก็ลอยมาตามลมบ้างเป็นครั้งคราว บ้างก็จากจดหมายที่เขาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลิงเซียงเขียนว่า “พี่เจ็ด ข้าสบายดี ที่นี่มีลมทะเล กลิ่นเกลือ และผู้คนเรียบง่าย ข้าทำอาหารเอง ยกถาดเอง หัวเราะเอง… ข้ารู้สึกเหมือนเป็นคนธรรมดาอย่างแท้จริง”จิ้งซวนยามอ่านจดหมายนั้น รอยยิ้มบางเบาเคยผุดขึ้นบนริมฝีปาก แต่ในใจกลับปวดแปลบ น้องสาวที่เคยสวมอาภรณ์แพรไหม นั่งอ่

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 165 ท่านอ๋องหกมาเมืองไฮ่หยาง

    ข่าวการเดินทางลับของท่านอ๋องห้าไปเมืองไฮ่หยางมิได้แพร่สะพัดในราชสำนักอย่างเป็นทางการ ทว่ากำแพงวังสูงเพียงใดก็ไม่อาจกั้นบทสนทนาระหว่างพี่น้องได้ ค่ำวันหนึ่งในตำหนักด้านตะวันออก ท่านอ๋องหกจิ้งตงกำลังนั่งอ่านรายงานการคลัง เมื่อท่านอ๋องห้าเดินเข้ามาโดยมิได้นัดหมาย สีหน้าเรียบเฉยตามเคยแต่แววตากลับมีประกายแปลกไป “พี่ห้า ดูท่านอารมณ์ดีนัก” จิ้งตง จิ้งตงเงยหน้าขึ้น พลางวางพู่กัน “อารมณ์ดีหรือ” จิ้งตง อ๋องห้ายกถ้วยชา “บางทีอาจเพราะได้กินอาหารดี ๆ” จิ้งเซียน “อาหารดี ๆ” จิ้งตง จิ้งตงเลิกคิ้ว “ในวังยังมีสิ่งใดที่ท่านเห็นว่าดีไม่พอหรือ” จิ้งเซียน อ๋องห้าหัวเราะเบา ๆ แล้วเล่าเรื่องการเดินทางไปเมืองไฮ่หยางอย่างไม่ปิดบัง ตั้งแต่การปลอมตัวเป็นสามัญชน การนั่งโต๊ะมุมหน้าต่าง จนถึงรสปลานึ่งซีอิ๊วที่นุ่มละลายและซุปเห็ดหอมที่ลึกซึ้งเกินคาด “เจ้าควรได้ลอง” จิ้งเซียน เขาสรุปสั้น ๆ “อาหารของหลิงเซียง…มิใช่เพียงอร่อย แต่มีหัวใจ” จิ้งเซียน คำว่ามีหัวใจทำให้จิ้งตงนิ่งไป ในสายตาผู้คนเขาเป็นอ๋องผู้สุขุม รอบคอบ และมีความสามารถด้านการบริหาร แต่ลึกลงไป เขามักรู้สึกว่าชีวิตในวังเต็มไปด้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status