Share

บทที่ 4

last update publish date: 2026-07-24 21:51:59

หลินเวยบีบมือแน่นจนปลายนิ้วซีด เธอกดบันทึกวิดีโอสำรองอีกชุดทันที ทุกประโยค ทุกสีหน้า ทุกคำสารภาพ เธอเก็บไว้ทั้งหมด แต่ยังไม่ทันคิดว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ โทรศัพท์ของเธอก็สั่นขึ้น เป็นข้อความจากภาคิน

 “เวยเวย พรุ่งนี้กลับกี่โมง ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย”

 หญิงสาวจ้องข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปอย่างใจเย็น

 “พรุ่งนี้เย็นค่ะ มีอะไรหรือเปล่า”

ไม่นานเขาก็ตอบ “เรื่องงานแต่งกับเรื่องอนาคตของเรา ผมอยากคุยกันดี ๆ แค่สองคน”

หลินเวยมองหน้าจอแล้วหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่มีความสุข คุยเรื่องอนาคตหรือคุยเรื่องความตายของเธอกันแน่

เธอใช้เวลาทั้งคืนจัดเรียงหลักฐานทั้งหมดลงแฟ้มดิจิทัล ตั้งเวลาส่งอัตโนมัติไปยังอีเมลของทนายที่เธอเคยใช้บริการ หากเธอไม่ยกเลิกภายในสี่สิบแปดชั่วโมง

ไฟล์ทั้งหมดจะถูกส่งออกไปทันที เธอเขียนบันทึกสั้น ๆ แนบไว้ว่า หากฉันเกิดอุบัติเหตุหรือเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ โปรดตรวจสอบภาคินและหลินรั่วเป็นอันดับแรก หลังจากกดบันทึก

หลินเวยพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า แต่ในความเหนื่อยนั้นกลับมีความเด็ดขาดก่อตัวขึ้น เธอไม่ใช่เหยื่อที่ไม่รู้เรื่องอีกต่อไป หากพวกเขาคิดล่าเธอ เธอก็จะทำให้พวกเขารู้ว่าการล่าเหยื่อที่ฉลาดกว่าตนเองเป็นเรื่องอันตรายเพียงใด

เย็นวันถัดมา ฝนตกหนักตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด ภาคินส่งสถานที่นัดหมายมาให้ เป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ริมถนนสายเปลี่ยวที่อยู่นอกเมือง เขาอ้างว่าต้องการคุยกันเงียบ ๆ ไม่มีคนรู้จักรบกวน หลินเวยมองพิกัดนั้นแล้วรู้ทันทีว่ามันไม่ใช่สถานที่เหมาะสำหรับปรับความเข้าใจ

 แต่เหมาะสำหรับทำให้บางอย่างเกิดขึ้นโดยไม่มีพยาน เธอสวมเสื้อโค้ตสีเข้ม ใส่เครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กไว้ในกระเป๋า และส่งพิกัดให้ทนายกับเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจที่สุด โดยพิมพ์เพียงว่า หากฉันไม่ติดต่อกลับภายในเที่ยงคืน ช่วยแจ้งตำรวจ

เมื่อเธอไปถึง ร้านแทบไม่มีลูกค้า ภาคินนั่งรออยู่มุมในสุด ใบหน้าหล่อเหลายังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม เขาลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ

 “ฝนตกหนัก ขับรถลำบากไหม”

หลินเวยนั่งลงและยิ้มบาง ๆ “ไม่เท่าไรค่ะ คุณมีเรื่องอะไรจะคุย”

ภาคินมองเธอนานกว่าปกติ ก่อนถอนหายใจ

“ช่วงนี้ผมรู้สึกว่าเราห่างกัน เวยเวย คุณยังเชื่อใจผมอยู่ไหม”

หลินเวยสบตาเขา “แล้วคุณมีอะไรให้ฉันไม่เชื่อใจหรือเปล่า”

สีหน้าของภาคินแข็งไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเขาจะเอื้อมมือมาจับมือเธอ

 “ผมรักคุณนะ”

หลินเวยมองมือคู่นั้นอย่างเงียบงัน “รักจนเปลี่ยนชื่อผู้รับผลประโยชน์ประกันเป็นหลินรั่วเลยเหรอ”

ความเงียบหล่นลงกลางโต๊ะทันที เสียงฝนด้านนอกดังชัดขึ้นราวกับโลกทั้งใบหยุดฟัง ภาคินค่อย ๆ ปล่อยมือเธอ ดวงตาอ่อนโยนเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเย็นชา

 “คุณรู้แล้วจริง ๆ”

หลินเวยยิ้มจาง “รู้มากกว่าที่คุณคิด”

 เขามองเธอด้วยแววตาที่ไม่คิดซ่อนอีกต่อไป “ถ้ารู้แล้ว ทำไมยังมาคนเดียว”

 หลินเวยตอบเสียงเรียบ “เพราะอยากฟังจากปากคุณ”

 ประตูร้านเปิดออกในจังหวะนั้น หลินรั่วเดินเข้ามาพร้อมร่มสีแดง ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มเหยียดหยาม

“พี่สาวยังชอบทำตัวเหนือกว่าเหมือนเดิมเลยนะ ทั้งที่ตอนนี้พี่ไม่มีอะไรเหนือกว่าใครแล้ว”

หลินเวยหันไปมองน้องสาวต่างพ่ออย่างสงบนิ่ง หลินรั่วเดินมาหยุดข้างภาคิน ก่อนวางมือลงบนไหล่ชายหนุ่มอย่างจงใจ

“ตกใจไหมที่ผู้ชายของพี่เป็นของฉันมาตั้งนานแล้ว”

หลินเวยถามเสียงเรียบ “ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ แย่งเขาไปก็พอแล้ว ทำไมต้องอยากให้ฉันตาย”

หลินรั่วหัวเราะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคับแค้นที่สะสมมาหลายปี

“เพราะแค่แย่งมันไม่พอไง ฉันอยากให้พี่หายไปจากโลกนี้ อยากให้ทุกคนเลิกพูดว่าฉันสู้พี่ไม่ได้ อยากให้พ่อเสียใจที่เคยมองข้ามฉัน และเงินของพี่ก็เป็นค่าชดเชยที่ฉันควรได้มาตั้งนานแล้ว”

ภาคินมองหลินเวยด้วยสายตาไร้ความรู้สึก

 “เวยเวย อย่าโทษพวกเราเลย โทษตัวเองเถอะที่ฉลาดเกินไปแต่ไม่เคยรู้ว่าคนใกล้ตัวต้องการอะไร”

หลินเวยค่อย ๆ ลุกขึ้น มือหนึ่งแตะกระเป๋าที่มีเครื่องบันทึกเสียงซ่อนอยู่

 “ขอบคุณที่พูดความจริง”

หลินรั่วหรี่ตา “พี่คิดว่าจะเอาคำพูดพวกนี้ไปทำอะไรได้เหรอ”

ภาคินก็ลุกขึ้นตาม “เอาเครื่องบันทึกออกมา”

 หลินเวยถอยหลังหนึ่งก้าว “คุณรู้?”

ชายหนุ่มยิ้มเย็น “ผมอยู่กับคุณมาตั้งหลายปี ผมรู้ว่าคุณไม่เคยทำอะไรโดยไม่เตรียมแผน แต่คุณก็ลืมไปอย่างหนึ่ง เวยเวย คนฉลาดก็พลาดได้ ถ้ารักผิดคน”

หลินเวยสบตาเขา ในอกเจ็บจนชา แต่ใบหน้ากลับยังนิ่ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 140

    “ฮองเฮา...กระจก...” ชิงหลัวเองก็เบิกตากว้าง “มันมีแสงจริง ๆ”หลินเวยยังไม่ทันตอบ แสงจากกระจกก็สว่างขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้น...ผิวกระจกที่เคยสะท้อนใบหน้าของนาง กลับกลายเป็นระลอกคลื่น ภาพอีกโลกหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตึกสูง รถยนต์ เสียงไซเรน ผู้คนในชุดสมัยใหม่ หัวใจของหลินเวยเต้นแรง โลกเดิม...นางเห็นอาคารสำนักงานตำรวจแห่งหนึ่ง ภายในห้องประชุม เจ้าหน้าที่หลายคนกำลังเปิดแฟ้มคดี บนแฟ้มมีรูปถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่ง คือ...หลินเวยในชาติเดิม ชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนกล่าวขึ้น“คดีนี้เคยปิดไปแล้ว แต่มีหลักฐานใหม่”ตำรวจหญิงคนหนึ่งวางแฟ้มอีกชุดลงบนโต๊ะ“ทีมรื้อคฤหาสน์เก่าของผู้ตาย พบกล่องเหล็กซ่อนอยู่หลังผนังห้องทำงาน”หลินเวยตัวแข็งทื่อ กล่องเหล็ก... นางจำได้ทันที เมื่อครั้งยังมีชีวิต นางเคยซ่อนกล่องใบนั้นไว้ เพราะสงสัยว่าหลินรั่วกับคู่หมั้นกำลังยักยอกเงินบริษัท แต่ยังไม่ทันเปิดโปง...นางก็ถูกฆ่าเสียก่อน ตำรวจหญิงเปิดกล่อง ภายในมีแฟลชไดรฟ์ สมุดบันทึก และเอกสารหลายชุด“ผลตรวจยืนยันแล้ว ไม่ม

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 139

    หลินเวยหันมายิ้มบาง ๆ “ไม่มีอะไรเพคะ”ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรนางอยู่ครู่หนึ่ง “หลายวันมานี้ เจ้าเอาแต่ฝืนยิ้ม แต่แววตาของเจ้า...”พระองค์เอื้อมพระหัตถ์แตะหลังมือของนางเบา ๆ “กลับเหมือนยังแบกเรื่องบางอย่างไว้”หลินเวยก้มมองมือของตนเอง“บางครั้ง...ต่อให้ชนะทุกอย่าง ก็ใช่ว่าจะปล่อยวางอดีตได้”เยี่ยนจิ่งเฉินมิได้ซักถามต่อ พระองค์เพียงลูบศีรษะนางเบา ๆ“คืนนี้พักผ่อนเถิด ทุกอย่างผ่านไปแล้ว”หลินเวยพยักหน้าแต่ลึกลงไปในหัวใจ...นางรู้ดีว่ายังมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เคยผ่านไปกลางดึก หลินเวยสะดุ้งเข้าสู่ห้วงความฝัน ภาพตรงหน้ามืดมัว ก่อนค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น นางเห็นอาคารสูงระฟ้า ถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์ แสงไฟนีออนส่องสว่างไปทั่วเมือง โลกยุคปัจจุบัน...โลกที่นางจากมาหลินเวยยืนอยู่ริมถนน มองผู้คนเดินสวนกันไปมา ไม่มีผู้ใดมองเห็นนาง ราวกับนางเป็นเพียงวิญญาณ ทันใดนั้น...รถสปอร์ตสีดำคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดหน้าโรงแรมหรู ประตูรถเปิดออกชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงก้าวลงมา แม้เวลาจะผ่านไปนานเพีย

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 138

    พระองค์หยุดเล็กน้อย ก่อนมีพระราชโองการ“ถอดถอนจากตำแหน่งราชครู ริบทรัพย์สินทั้งหมดเข้าท้องพระคลัง ยึดจวนและที่ดินทุกแห่ง สอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด”“รับพระบัญชา!”เสียงองครักษ์หลวงรับพร้อมกันกึกก้อง ราชครูเกาถึงกับหมดเรี่ยวแรง ร่างทั้งร่างทรุดลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง“ฮ่า ๆ ๆ...ข้า... แพ้แล้ว”องครักษ์หลวงเข้าควบคุมตัวเขา ก่อนพาตัวออกจากท้องพระโรงต่อหน้าขุนนางทุกคน เมื่อประตูใหญ่ปิดลง เยี่ยนจิ่งเฉินทอดพระเนตรขุนนางทั้งราชสำนัก พระสุรเสียงกังวานและหนักแน่น“ตั้งแต่วันนี้ ผู้ใดคิดใช้ตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์ ผู้ใดคิดขายอำนาจของแผ่นดิน จงมองราชครูเกาเป็นตัวอย่าง”ขุนนางทุกคนคุกเข่าพร้อมกัน “ฝ่าบาททรงพระปรีชาสามารถ!”หลินเวยมองภาพนั้นอย่างสงบนิ่ง ในที่สุด...เสาหลักอีกต้นของเครือข่ายไทเฮาก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง.สนมที่เหลือเลือกทางรอดสามวันหลังราชครูเกาถูกปลดและริบทรัพย์สิน พระราชวังต้าเยี่ยนก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ตำห

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 137

    ไทเฮาแค่นหัวเราะ “เพราะเรายังเป็นมารดาของเจ้า”“ใช่” เยี่ยนจิ่งเฉินหลับพระเนตรชั่วครู่ ก่อนลืมขึ้นอีกครั้ง“แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พระองค์จะไม่มีอำนาจเหนือราชสำนักอีก”พระองค์หันไปสั่งองครักษ์ “มีพระราชโองการ ถอดอำนาจทั้งหมดของไทเฮา ห้ามผู้ใดรับคำสั่งจากตำหนักฉือหนิง กักบริเวณไทเฮาในตำหนักฉือหนิง ห้ามออกนอกตำหนัก ห้ามพบขุนนาง หากไม่มีพระราชานุญาตจากเรา ผู้ใดฝ่าฝืน...”พระสุรเสียงเย็นเฉียบ “ประหาร”“รับพระบัญชา!”องครักษ์หลวงคุกเข่าพร้อมกัน ไทเฮายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พระนางไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ขอความเมตตา เพียงทอดพระเนตรพระโอรสด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนตรัสเบา ๆ“เจ้าคิดว่ากักเราไว้...ทุกอย่างจะจบหรือ”เยี่ยนจิ่งเฉินตอบอย่างหนักแน่น“อย่างน้อย...แผ่นดินจะไม่ถูกควบคุมด้วยความโลภอีก”ไทเฮาหัวเราะเบา ๆ ก่อนปล่อยให้องครักษ์เชิญเสด็จออกจากท้องพระโรงโดยไม่ขัดขืน เมื่อประตูปิดลงทุกคนต่างรู้ดีว่า...ยุคแห่งอำนาจของไทเฮา ได้สิ้น

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 136

    หลินเวยตอบเสียงหนักแน่น “ใช่...และผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด”นางหันไปสบพระเนตรไทเฮา “คือผู้ที่จะขึ้นสำเร็จราชการ”ทั้งท้องพระโรงตกอยู่ในความเงียบงัน หลินเวยพยักหน้าให้เฉินอวี้อีกครั้ง“เปิดหีบใบสุดท้าย”ฝาหีบถูกยกขึ้น ภายในเต็มไปด้วยคำสารภาพที่ประทับลายนิ้วมือและตราประจำตัว หลินเวยหยิบฉบับแรกขึ้นมา“คำสารภาพของเจาอี๋ ยอมรับว่าใส่ร้ายฮองเฮาตามคำสั่งคนของไทเฮา”ฉบับที่สอง “คำสารภาพของเต๋อเฟย ยอมรับว่าวัดหลวงถูกใช้รับส่งข่าวและซื้อเสียงขุนนาง”ฉบับที่สาม “คำสารภาพของเหม่ยเหริน ยอมรับว่าแสร้งป่วย กินยาทำให้ชีพจรแปรปรวน เพื่อสร้างข่าวว่าฮองเฮากลั่นแกล้ง”นางหยุดเพียงครู่ก่อนหยิบคำสารภาพฉบับสุดท้าย“และคำสารภาพของหมอหลวงสวี่ ยืนยันว่าโอสถที่ถวายฝ่าบาทถูกเติมสารชิงเยี่ยนตามคำสั่งของแม่นมหลี่ คนสนิทของไทเฮา”ทันทีที่สิ้นคำ แม่นมหลี่ถึงกับทรุดเข่าลง ไทเฮารีบหันไปมองนาง“หลี่กู!”แม่นมหลี่ตัวสั่นไปทั้งร่าง ราชครูเก

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 135

    ราชครูเการีบคุกเข่าลง “ฝ่าบาท! กระหม่อมเพียงเป็นห่วงบ้านเมือง”“จริงหรือ” ฮ่องเต้ย้อนถาม “เป็นห่วงบ้านเมือง... หรือเป็นห่วงว่าแผนจะไม่ทันสำเร็จ”ราชครูเกาถึงกับพูดไม่ออก เยี่ยนจิ่งเฉินหมุนพระวรกายไปมองขุนนางทุกคน“พวกเจ้าทุกคนเห็นกับตา ทันทีที่เราทรุดลง ราชครูเกาเสนอผู้สำเร็จราชการ ขุนนางฝ่ายเดียวกันคุกเข่าพร้อมกัน และ...”พระองค์หยุดมองไทเฮา “ไทเฮารับคำเสนอโดยไม่แม้แต่รอให้หมอหลวงวินิจฉัยพระอาการของเรา”รองเสนาบดีกรมยุติธรรมก้มหน้าลงช้า ๆ เขาเริ่มเข้าใจแล้ว เหตุการณ์ทั้งหมด...เป็นกับดัก หลังจากนั้นฮ่องเต้ตรัสต่อ“เราตั้งใจให้ข่าวพระอาการแพร่กระจาย ตั้งใจให้ทุกคนคิดว่าเรากำลังหมดเรี่ยวแรง ตั้งใจ...”พระองค์เน้นเสียงหนัก “ล่อผู้ที่คิดแย่งอำนาจให้ออกมาจากเงามืด”ไทเฮาตรัสขึ้นทันที “ฮ่องเต้! เจ้ากำลังสงสัยมารดาของตนเองหรือ”เยี่ยนจิ่งเฉินหลับพระเนตรเพียงครู่ ก่อนลืมขึ้นอีกครั้ง“ลูกไม่อยากสงสัย แต่พระองค์...ทำให้ลูกไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status