LOGINตอนที่ 10
รอรับแรงกระแทก รุ่งเช้า แสงแดดอุ่นลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในโถงบ้าน เฌอรีนเดินลงบันไดมาในชุดนักศึกษาที่ดูต่างจากทุกวัน กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย รัดรูปพอดีตัวกับเสื้อเชิ้ตนักศึกษาที่แนบกับสัดส่วนจนทำให้ทรวดทรงชัดขึ้นกว่าปกติ ใบหน้าสวยมีเครื่องสำอางแต่งแต้มบาง ๆ ดวงตาคมขึ้น ปากแดงอิ่มน่ามอง แม่บ้านที่เดินผ่านถึงกับเหลือบตามองตามพลางอมยิ้มเบา ๆ ลูกคลื่นที่เพิ่งก้าวออกจากห้องโถงมาในชุดช็อปมหาลัยหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาคมกวาดมองตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจนถึงใบหน้า ริมฝีปากเม้มแน่นคล้ายจะข่มอารมณ์บางอย่าง ก่อนแสยะยิ้มเย็นเฉียบ เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลอย ๆ แต่ดังพอให้เธอได้ยินชัด “อยากมีผัวมากรึไง…” เฌอรีนถึงกับชะงักเท้าก้าวลงบันไดทันที ดวงตาสั่นวูบก่อนก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความรู้สึก น้ำเสียงที่พยายามกลั้นไว้ไม่ให้สั่นหลุดออกมาเพียงคำสั้น ๆ “ยุ่งไรด้วย” “เดี๋ยวนี้กล้ามากนะ” “พี่มีสิทธิ์ว่าหนูคนเดียวรึไง ไม่ใช่พ่อไม่ใช่คนรักสักหน่อย” “หึ…กูไม่อยากเป็นอะไรในชีวิตมึงด้วยซ้ำแม้กระทั่งคนรู้จัก” “งั้นก็ไม่ต้องมารู้จักสิ....” “ปากดีแบบนี้แบบนี้เดี๋ยวมึงก็รู้....” “ไม่อยากรู้....ถ้าหาแฟนจะไม่หาผู้ชายแบบพี่เด็ดขาด” “คนอย่างกูก็ไม่มีทางเอามึงเป็นเมียหรอก” “ให้มันจริงเถอะ” พูดจบเธอก็เดินสะบัดตูดออกมา ลูกคลื่นแสยะยิ้มเย็น พูดไล่หลังเสียงห้วนปนหงุดหงิด “มึงนี่เปลี่ยนไปอย่างกับคนละคนเลยนะ…นี่แหละ สันดานที่แท้จริงของมึง” เฌอรีนหยุดกึก หันกลับมาเงยหน้าตะโกนเสียงชัด น้ำตาที่เอ่อคลอถูกซ่อนด้วยแววตาดื้อรั้น “งั้นพี่ก็รอรับแรงกระแทกได้เลย!!” เธอหมุนตัวสะบัดผม เดินออกจากประตูบ้านไปทันที ทิ้งความเงียบอึดอัดไว้เบื้องหลัง ลูกคลื่นยืนนิ่ง ขากรรไกรขบกันแน่นจนสั่น เส้นเลือดบนขมับเต้นตุบ ๆ เขาพึมพำเสียงต่ำในลำคอ ราวกับพูดกับตัวเอง “แรงกระแทกงั้นเหรอ…เฌอรีน มึงนี่กล้าท้ากูเกินไปแล้ว” ตัดภาพมาที่มหาลัย แดดยามสายส่องลงมาตรงลานหน้าตึกคณะ เฌอรีนกับมีนนั่งอยู่บนเก้าอี้หินอ่อนใต้ร่มไม้ มือถือวางบนโต๊ะเล็ก ๆ ข้างตัว ทั้งคู่กำลังดื่มน้ำหวานเย็น ๆ คลายร้อนหลังเลิกคลาส มีนยกหลอดจิบน้ำพลางหันมาพูดอย่างตื่นเต้น “เฌอรีน ๆ ฉันได้ข่าวมานะว่า…ชมรมกีฬาจะพาไปสานสัมพันธ์พี่น้องที่ทะเล เธอรู้เรื่องหรือยัง” เฌอรีนชะงัก เงยหน้าขึ้นนิดหน่อย “หืม? ไม่เห็นรู้เลยนะ…ปได้ยินใครพูดมาล่ะ” “ฉันได้ยินพี่ปีสองในชมรมเค้าพูดมาเองเลยนะ ไม่รู้ว่าจริงหรือแค่คุยเล่น แต่ถ้าจริงก็ดีนะ ฉันอยากไปทะเลเหมือนกัน” เฌอรีนยิ้มบาง ๆ แววตาฉายความสนใจ “ฉันเองก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปเลย ตั้งแต่ขึ้นมอปลายก็ไปเรียนต่อต่างประเทศตลอด เวลาจะไปเที่ยวกับใครก็ไม่ค่อยมี…” มีนยิ้มตาหยี ยกมือแตะไหล่เพื่อนเบา ๆ “ถ้าได้ไปคราวนี้ก็คงดีสินะ เหมือนได้เปิดโลกใหม่เลย” เฌอรีนพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาเปล่งประกายเล็กน้อยราวกับมีความหวัง “อืม…ถ้าได้ไปก็คงดีจริง ๆ” อีกฟากบริเวณหน้าตึกวิศวะ ลูกคลื่นนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้เหล็กใต้ต้นไม้ใหญ่มีองศากับชิม่อนนั่งอยู่ด้วย ชิม่อนหยิบมือถือขึ้นมาแล้วหันไปยักคิ้วให้เพื่อน “มา ๆ ดวลเกมกันป่ะวะ มึงกับกู ตัวต่อตัว ถ้าใครแพ้ต้องไปขอคอนแทคดาวคณะบริหารมาให้ได้” ลูกคลื่นเหลือบตามองหยัน ๆ “ไร้สาระ” “ไร้สาระบ้าอะไร กล้า ๆ หน่อยดิ” ชิม่อนยักไหล่ ยกมือถือขึ้นมาโชว์เกมบนหน้าจอ องศาหัวเราะหึ ๆ เสริม “เออว่ะ ไอ้คลื่น กลัวแพ้ล่ะสิ เลยไม่กล้า” ลูกคลื่นหันขวับมามอง คิ้วเข้มขมวดทันที “คนอย่างกูเนี่ยนะกลัว? ตลก” ชิม่อนยกยิ้มกวน “งั้นก็ลองสักตาสิว่ะ อย่าพูดอย่างเดียว” เสียงหัวเราะขำ ๆ จากองศาเป็นแรงเชียร์ทันที “เออ ๆ กูรอดูละว่ะ” ลูกคลื่นถอนหายใจแรง ยกมือถือขึ้นมา “ก็ได้! ยังไงกูไม่มีวันแพ้มึงหรอก” เกมถูกเปิดขึ้น เสียงกดหน้าจอดังถี่ ๆ ทั้งคู่ตั้งใจเต็มที่ บรรยากาศรอบตัวเหมือนมีสนามแข่งเสมือนจริงกำลังเดือด “เห้ย ๆ อย่าโกงนะมึง!” ชิม่อนร้อง “โกงบ้านมึงสิ กูเล่นตรง ๆ” ลูกคลื่นกัดฟันตอบ ไม่ถึงห้านาที เสียงแจ้งเตือน Game Over ดังขึ้น พร้อมกับชื่อชิม่อนขึ้นว่า Winner! ชิม่อนเฮลั่น “เย้! กูชนะเว้ยยยย!!” องศาหัวเราะจนตัวงอ “ไอ้คลื่น แพ้เฉยเลยว่ะ ฮ่า ๆๆ” ลูกคลื่นนิ่งไปชั่วครู่ กำมือถือแน่น สีหน้าไม่เชื่อสายตาตัวเอง ชิม่อนตบบ่าเพื่อนแรง ๆ “เอาล่ะเว้ย ตามสัญญา มึงต้องเดินไปขอคอนแทคดาวคณะบริหารให้ได้ ไม่งั้นเสียหมานะมึง!” องศาเสริมเสียงล้อเลียน “เออว่ะ ๆ อย่าหลบ ๆ แพ้ก็ต้องยอมรับดิวะ” ลูกกคลื่น เดินตรงออกมาจากร่มไม้กับสีหน้าเรียบตึง ชุดช็อปสีเข้มตัดกับบรรยากาศรอบ ๆ ทำให้เขาโดดเด่นจนสายตาหลายคู่หันมามองโดยอัตโนมัติ ร่างสูงเดินเชื่องช้าแต่แผ่รัศมีความเย็นชาจนบรรยากาศรอบตัวดูนิ่งไปชั่วขณะ ไม่ไกลนัก โต๊ะหินอ่อนมุมหนึ่งมี ดาวคณะบริหาร นั่งอยู่กับเพื่อน ๆ กำลังหัวเราะคุยกันสนุกสนาน และเพียงไม่กี่ก้าวถัดไปเฌอรีนก็นั่งอยู่กับมีนดวงตาคู่สวยเหลือบเห็นทุกการเคลื่อนไหวของเขาโดยไม่อาจละสายตาได้ ลูกคลื่นหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะของดาวคณะ สายตาคมกริบกดลงไปโดยไม่ต้องเอ่ยอะไรให้มากความ เสียงรอบโต๊ะค่อย ๆ เงียบลงเหมือนโดนบังคับ เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ กระชับสั้น เย็นชา “มีไลน์มั้ย” เพื่อน ๆ ของดาวคณะมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บางคนถึงกับกระซิบ “เฮ้ย ลูกคลื่นวิศวะว่ะ หล่อโคตร…” ดาวคณะชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ส่งมือถือมาให้ “ค่ะ…” ชายหนุ่มคว้ามือถือมากดบันทึกไลน์ตัวเองลงไปอย่างไม่รีรอ ทุกการกระทำของเขาแข็งกระด้าง ไม่พูด ไม่ยิ้ม มีแค่สายตาเฉียบคมกับท่าทางเย็นชาเท่านั้น เมื่อเสร็จ เขาวางมือถือคืนอย่างเรียบ ๆ แล้วพยักหน้าสั้น ๆ “เรียบร้อย” พูดจบก็หมุนตัวเดินกลับทันทีโดยไม่หันไปมองอีก เหลือเพียงเสียงเพื่อน ๆ ของดาวคณะที่กรี๊ดกร๊าดตามหลัง ตรงมุมนั้น เฌอรีน ที่นั่งอยู่กับมีนมองเหตุการณ์ทั้งหมดตลอด แววตาสั่นไหวโดยไม่รู้ตัว มือเล็กเผลอกำแก้วน้ำแน่น ความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาในอกไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องรู้สึกอะไรกับผู้ชายที่บอกว่าเกลียดเธอทุกวันด้วย ไม่นานก็ถึงเวลากลับบ้าน เสียงเครื่องยนต์รถ ค่อย ๆ เงียบลงตรงหน้าบ้าน เฌอรีนก้าวลงจากรถพร้อมกับผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันที่เดินมาส่ง พวกเขาคุยกันเบา ๆ แค่ประโยคสั้น ๆ ก่อนที่เธอจะโบกมือลาแล้วหมุนตัวเดินเข้ามาในตัวบ้าน ในเงามืดของโถงทางเข้า ลูกคลื่น ยืนกอดอกพิงเสาอยู่ สายตาคมจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของเธอเหมือนนักล่าที่รอเหยื่อ ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่แผ่ชัด “ผู้ชายมาส่งไม่ซ้ำหน้าเลยนะ…” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นชา “กูว่านะ มึงได้ผัวไม่ช้าก็เร็ว” เฌอรีนชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนตัดสินใจไม่ตอบอะไร ก้มหน้าแล้วเดินผ่านเขาไปเหมือนไม่อยากมีเรื่อง ลูกคลื่นขมวดคิ้ว พูดไล่หลัง “พูดไม่ได้ยินรึไง” เธอหยุดก้าว หันหน้ากลับมาสบตาคมกริบของเขา แววตาเต็มไปด้วยแรงกดดัน แต่เสียงที่เอ่ยออกมากลับเรียบและสั่นน้อย ๆ “ได้ยิน…แต่ไม่อยากตอบ มีปัญหาอะไรมั้ย” คิ้วเข้มกระตุกทันที เสียงต่ำห้วนออกมา “มึงนี่ชักจะเกินไปแล้วนะ” เฌอรีนเม้มปาก ก้าวถอยหนึ่งก้าวแต่ยังไม่ยอมแพ้ “ยุ่งอะไรด้วย หนูจะมีผัวหรือไม่มีผัว รบกวนพี่ไม่ต้องมายุ่งหรอกค่ะ…ห่วงตัวเองก่อนเถอะ พี่เองก็มั่วเอาไม่เลือกเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” คำพูดนั้นเหมือนจุดชนวนระเบิดในอก ลูกคลื่นก้าวพรวดเข้ามาใกล้ สีหน้าแข็งกร้าว เสียงทุ้มต่ำแทบคำราม “มึง…มีสิทธิ์อะไรมาพูดใส่กูแบบนี้” เฌอรีนกำมือแน่น สบตาเขาตรง ๆ ทั้งที่น้ำตาคลออยู่ในดวงตา “แล้วพี่มีสิทธิ์อะไรเหมือนกันล่ะ ถึงพูดใส่หนูได้ตลอดเวลา? หนูก็เป็นคน พี่ก็เป็นคน พี่ด่าหนู…แล้วหนูไม่มีสิทธิ์ด่าพี่คืนรึไง!” เสียงกดดันในโถงบ้านเงียบงันจนได้ยินแค่ลมหายใจถี่ ๆ ของทั้งสอง ลูกคลื่น ก้าวพรวดเข้ามา คว้าแขนเล็กของเฌอรีนแล้วกระชากเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังเธอแทบชนอกเขา ดวงตาคมกริบกดลงมาพร้อมเสียงทุ้มต่ำกึ่งคำราม “มึงลืมไปแล้วเหรอ…ว่ามึงกับกูเคยได้กันน่ะ...ไม่สิเคยเอากัน” เฌอรีนชะงักไปชั่ววินาที แต่แทนที่จะหลบตา เธอกลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำตาที่เอ่อคลอเปลี่ยนเป็นประกายดื้อรั้น เธอเอ่ยเสียงเรียบเย็นจนบาดลึก “ใช่…หนูลืมไปแล้ว” เธอหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยประโยคต่อมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ “มีอะไรจะพูดอีกมั้ย ถ้าไม่มี…ขอตัว” แขนเล็กสะบัดออกแรง ๆ หลุดจากการเกาะกุมของเขา เธอหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่นิด ทิ้งให้ร่างสูงยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ลูกคลื่น กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด ริมฝีปากขบกันแน่น หัวใจเต้นโครมครามราวกับถูกตบหน้าแรง ๆ แต่เขากลับทำได้เพียงจ้องแผ่นหลังเล็กที่กำลังหายลับไปบนบันไดตอนที่ 12ชอบไม่เบา NCริมฝีปากหยักบดขยี้กลีบปากนุ่มของเฌอรีนอย่างรุนแรง จ๊วบ! จูบลึกจนเธอแทบหายใจไม่ทัน มือเล็กพยายามดันอกกว้างสุดแรง “อื้อ…! พี่ลูกคลื่น ปล่อยนะ!”แต่แทนที่จะผ่อนแรง เขากลับกดจูบหนักกว่าเดิม ทั้งกัดริมฝีปากเธอแรง ๆ แล้วแทรกลิ้นร้อนเข้ามากวาดทุกซอกอย่างเอาแต่ใจ ซับ…จ๊วบเสียงจูบชื้นสะท้อนในห้องเงียบลูกคลื่นถอนปากออกเล็กน้อย หอบพร่าขณะสายตาคมกร้าวจ้องเธอ “ดิ้นไปก็เท่านั้น…กูไม่ปล่อยมึงหรอกเฌอรีน”“พี่มันบ้า…หนูไม่ใช่ของพี่!” เธอตะโกนทั้งน้ำตาคลอ แต่เสียงสั่นจนฟังออกว่าใจเต้นแรงแค่ไหนคำพูดนั้นยิ่งเหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ ลูกคลื่นแสยะยิ้มเย็นเฉียบ โน้มใบหน้าลงกระซิบใกล้หูเธอ “ไม่ใช่ของกู อย่าทำเหมือนไม่เคยไปหน่อยเลย…”ซับ…จุ๊บไม่รอคำเถียง ริมฝีปากเขาก็เลื่อนต่ำซุกไซ้ซอกคอทันที ดูดแรงจนทิ้งรอยแดงเข้ม เสียงครางสะท้านหลุดจากลำคอเธอโดยไม่ตั้งใจ“อ๊ะ…พี่คลื่น…อย่า!” เฌอรีนพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกกักแน่น แขนแกร่งขยับตรึงสองมือเธอไว้เหนือศีรษะ ขณะปากยังเลียไล้ไปตามซอกคอและไหปลาร้าอย่างบ้าคลั่งลูกคลื่นหอบแรง เสียงพร่าเต็มไปด้วยความหึงหวงแ
ตอนที่ 11หยวน ๆเช้าในบ้านหลังใหญ่เงียบสงบ มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ ที่โต๊ะอาหาร ลูกคลื่น นั่งนิ่ง ก้มหน้ากินข้าวอย่างไม่ใส่ใจบรรยากาศรอบข้างนักเสียงแม่บ้านดังขึ้นเบา ๆ เมื่อเห็น เฌอรีน เดินลงบันไดในชุดนักศึกษาสวยสะอาด “หนูเฌอ มาทานข้าวก่อนค่ะ”เฌอรีนหยุดเล็กน้อยก่อนยกยิ้มบาง ๆ แต่สายตากลับหม่นลง “ไม่เป็นไรค่ะ หนูไปทานที่มหาลัยก็ได้…คนบางคนคงไม่อยากนั่งกินข้าวด้วย เดี๋ยวเค้าจะกินไม่ลง”ยังไม่ทันที่แม่บ้านจะพูดอะไร เสียงทุ้มต่ำของลูกคลื่นก็ดังขึ้นแทรกทันที“ถ้ามึงจะพูดใส่กู…พูดตรง ๆ เลย ไม่ต้องใช้คำว่าคนบางคนฟังแล้วมันขัดหู”เฌอรีนก้มหน้าพึมพำเบา ๆ แต่ชัดพอจะได้ยิน “ประสาท” แล้วเดินตรงออกจากบ้านไปเพล้งเสียงของช้อนกระแทกลงบนจานดังขึ้น ลูกคลื่นเช็ดปากด้วยผ้าอย่างแรงก่อนลุกขึ้นยืนตาม ก้าวเท้าเร็วออกไปทันทีทันทีที่ทันหน้าบ้าน เขากระชากแขนเล็กของเธอไว้ น้ำเสียงเข้มกระแทกเต็มแรง “มึงจะเอายังไงกับกูกันแน่ห๊ะ!”เฌอรีนสะบัดแขนแต่ไม่หลุด ดวงตาสั่นไหวแต่ยังกล้าเงยขึ้นสู้ “หมายถึงอะไร”“ที่มึงทำอยู่นี่ไง นิสัยห่วย ๆ ของมึง มึงไม่รู้ตัวเหรอว่ามันแย่แค่ไหน”ลูกคลื่นก
ตอนที่ 10รอรับแรงกระแทกรุ่งเช้าแสงแดดอุ่นลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในโถงบ้านเฌอรีนเดินลงบันไดมาในชุดนักศึกษาที่ดูต่างจากทุกวัน กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย รัดรูปพอดีตัวกับเสื้อเชิ้ตนักศึกษาที่แนบกับสัดส่วนจนทำให้ทรวดทรงชัดขึ้นกว่าปกติ ใบหน้าสวยมีเครื่องสำอางแต่งแต้มบาง ๆ ดวงตาคมขึ้น ปากแดงอิ่มน่ามองแม่บ้านที่เดินผ่านถึงกับเหลือบตามองตามพลางอมยิ้มเบา ๆลูกคลื่นที่เพิ่งก้าวออกจากห้องโถงมาในชุดช็อปมหาลัยหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาคมกวาดมองตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจนถึงใบหน้า ริมฝีปากเม้มแน่นคล้ายจะข่มอารมณ์บางอย่าง ก่อนแสยะยิ้มเย็นเฉียบเขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลอย ๆ แต่ดังพอให้เธอได้ยินชัด“อยากมีผัวมากรึไง…”เฌอรีนถึงกับชะงักเท้าก้าวลงบันไดทันที ดวงตาสั่นวูบก่อนก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความรู้สึก น้ำเสียงที่พยายามกลั้นไว้ไม่ให้สั่นหลุดออกมาเพียงคำสั้น ๆ“ยุ่งไรด้วย”“เดี๋ยวนี้กล้ามากนะ”“พี่มีสิทธิ์ว่าหนูคนเดียวรึไง ไม่ใช่พ่อไม่ใช่คนรักสักหน่อย”“หึ…กูไม่อยากเป็นอะไรในชีวิตมึงด้วยซ้ำแม้กระทั่งคนรู้จัก”“งั้นก็ไม่ต้องมารู้จักสิ....”“ปากดีแบบนี้แบบนี้เดี๋ยวมึงก็รู้....”“ไม่อยากรู้....ถ้าหาแ
ตอนที่ 9เปิดหูเปิดตาหลังจบกิจกรรม ทั้งสองเดินเรื่อย ๆ บนฟุตบาทหน้าโดมกีฬาเฌอรีนกวาดมือปัดแป้งขาวที่ยังติดแก้มตัวเองออก พลางถอนหายใจเบา ๆ“เหนื่อยจังเลย แต่ก็สนุกดีนะ”มีนหัวเราะคิกคัก“ใช่ สนุกสุด ๆ เลย แถมหน้าเธอนี่เลอะเป็นแพนด้าแล้วนะ”เฌอรีนหัวเราะตาม แต่ก็รีบเอามือปิดแก้ม“จริงเหรอ แย่จัง”มีนเหลือบตามองเพื่อน แล้วจู่ ๆ ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“นี่เฌอรีน…คืนนี้ไปผับกับฉันเปล่า เปิดหูเปิดตาหน่อย”เฌอรีนชะงักกึกทันที“ห๊ะ? ผะ…ผับเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอก”มีนยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์“เถอะน่า.....ได้ข่าวว่าเธออยู่ต่างประเทศตั้งหลายปีไม่อยากลองไปเที่ยวร้านเหล้าที่เมืองไทยดูหน่อยเหรอ”เฌอรีนหน้าแดง รีบส่ายหัว“ต่างประเทศฉํนก็ไม่เคยไป อยู่แต่บ้านน่ะ”มีนคล้องแขนเธอทันที ยิ้มกว้าง“เถอะน่า....นะ ๆ แค่ครั้งเดียว”เฌอรีนเม้มปาก ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงทั้งเพราะความกังวลและความตื่นเต้น“งั้น…ก็ได้ แต่เธอต้องช่วยฉันเลือกชุดนะ”มีนส่งเสียงกรี๊ดเบา ๆ“ดีเลย คืนนี้สนุกแน่”ทั้งคู่หัวเราะคิกคักไปด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศริมฟุตบาทที่เต็มไปด้วยเสียงรถและแสงแดดยามเย็นช่วงเย็นแสงไฟในโถงบ
ตอนที่ 8ธาตุแท้เสียงเครื่องยนต์ของรถลีโอค่อย ๆ ขับออกไปจากหน้าบ้านเฌอรีนก้าวลงมาจากรถด้วยสีหน้าติดเกรงใจ เธอหันไปโค้งเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าบ้านทันทีที่ก้าวเข้ามาในโถง ร่างสูงในชุดช็อปก็ยืนกอดอกพิงเสาอยู่แล้วลูกคลื่นสายตาคมกริบจ้องร่างเล็กเหมือนรออยู่ก่อน น้ำเสียงทุ้มต่ำกระแทกออกมาอย่างจงใจ“ระริกระรี้เชียวนะ…มึงนี่คงคันมากสินะ ถึงได้ยิ้มให้ผู้ชายคนนั้นเต็มปากเต็มคำ”เฌอรีนชะงักไปทั้งตัว ใจหวิวทันที รีบก้มหน้าพูดเสียงแผ่ว“ไม่ใช่นะคะ หนูแค่…เขามาส่งเพราะเกรงใจเรื่องตอนบ่าย”ลูกคลื่นหัวเราะหยัน เดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว ดวงตาคมวาวโรจน์“ทำตัวเรียบร้อยต่อหน้าคนอื่นมาตั้งนาน…ในที่สุดธาตุแท้ก็โผล่มาแล้วสิ ยิ้มหวานนักหนาเวลามีผู้ชายเข้าหา มึงคงรอจังหวะแบบนี้ใช่มั้ย?”“ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่ได้…คิดแบบนั้นจริง ๆ นะ”เธอส่ายหน้ารัว ๆ เสียงสั่นเครือ“แม่กูนี่ก็จริง ๆ นะ…”เสียงทุ้มต่ำลากยาว กดข่มทุกถ้อยคำ“แค่มองคนยังมองไม่ออกเลย ว่ามึงเป็นยังไงกันแน่”เฌอรีนตัวแข็งทื่อทันที ดวงตาไหววูบเหมือนถูกตบกลางใจลูกคลื่นยกคิ้วขึ้นน้อย ๆ ก่อนจิกกัดซ้ำอย่างโหดร้าย“ระวังหน่อยล่ะ…อย่าให้ท้อ
ตอนที่ 7เป็นอะไรมากเปล่าเช้าวันใหม่แสงแดดลอดผ้าม่านลงบนโต๊ะอาหารลูกคลื่นนั่งกินข้าวเงียบ ๆ สวมเสื้อช็อปพาดไว้บนเก้าอี้ หลังตรง ดวงตาคมก้มมองจานตรงหน้าอย่างไม่รีบร้อนเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังลงมาจากบันไดเฌอรีนปรากฏตัวในชุดนักศึกษา กระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า ผมถูกรวบเรียบร้อย เธอก้มหน้ากอดกระเป๋าแน่น ตั้งใจจะเดินผ่านไปอย่างเงียบ ๆแต่เสียงทุ้มต่ำเย็นชาก็ดังขึ้นทันที“มึงอย่าลืมตัวไปหน่อยเลย”เธอหยุดฝีเท้า หันมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้มหน้าลงกว่าเดิม“หนู…ไม่ได้ลืมตัว”ลูกคลื่นหัวเราะหยัน ดวงตาคมวาวขึ้น“ไม่ได้ลืมตัว? มึงก็ดูสภาพตัวเองดิ มึงเป็นใครวะก็แค่เด็กที่เกาะบ้านกูอยู่ กินข้าวกูกิน ใช้เงินแม่กูเลี้ยง จะเดินเหินก็ยังอาศัยหลังคาบ้านนี้ แล้วกล้าคิดว่าตัวเองสำคัญงั้นเหรอ”“หนู…หนูไม่เคยคิดแบบนั้นค่ะ หนูรู้ดีว่าตัวเองเป็นใคร”เธอตอบเสียงเบา มือกำกระโปรงแน่นเขาวางช้อนลงบนจานเสียงดังแล้วโน้มตัวเล็กน้อย สายตาแข็งกร้าว“ก็หวังว่ามึงจะจำไว้นะ ว่ามึงไม่มีสิทธิ์จะมายุ่มย่ามในชีวิตกู ไม่ต้องเสือก ไม่ต้องทำเป็นใส่ใจ ไม่ต้องพยายามทำตัวดีให้ใครสงสาร เพราะกูไม่เคยเห็นค่ามึงสักนิดเดียว!”เฌอรีนหายใจ
ตอนที่ 6บริสุทธิ์รุ่งเช้าแสงแดดลอดผ้าม่านเข้ามาในโถงบ้าน เสียงนกจากสวนดังแผ่ว ๆ ขณะที่บรรยากาศในบ้านยังเงียบงันประตูสองบานบนชั้นสองเปิดออกเกือบพร้อมกันเฌอรีนก้าวออกมาพร้อมหนังสือในมือ ส่วนอีกฝั่งลูกคลื่นเดินออกมาพร้อมเสื้อช็อปพาดบ่า สายตาทั้งคู่สบกันโดยบังเอิญ เฌอรีนสะดุ้งเล็กน้อย รีบก้มหน้าห
ตอนที่ 5หนูไม่ใช่เอวาในที่สุดเฌอรีนก็เปลือยเปล่าอยู่ใต้ร่างเขา ร่างสูงโน้มลงพรมจูบทั่วทั้งตัวเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังจารึกร่องรอยความเป็นเจ้าของไปทุกตารางนิ้วจ๊วบ!ริมฝีปากหยักร้อนผ่าวครอบลงบนยอดอกชูชันลูกคลื่นดูดแรง ๆ จนเกิดเสียงดังชัด มืออีกข้างบีบคลึงเต้าอีกข้างอย่างหนักหน่วง ร่างเฌอรีนสะท้าน
ตอนที่ 4อย่ายุ่งกับเธอช่วงเย็นร้านเหล้าริมคลองไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยคึกคักด้วยเสียงดนตรีสดเบา ๆ และเสียงหัวเราะของนักศึกษา โต๊ะไม้กลมตรงมุมร้านมีแก้วเบียร์วางเรียงอยู่หลายใบลูกคลื่นนั่งพิงเก้าอี้ชุดช็อปถูกพาดไว้บนพนักเก้าอี้ด้านหลัง เขายกแก้วขึ้นจิบช้า ๆ ดวงตาคมมองไปยังฟองเบียร์โดยไม่พูดอะไรฝั่ง
ตอนที่ 3ช่วยไม่ได้แสงไฟสลัวจากโคมระย้าในโถงบ้านใหญ่ทอดเงายาวไปตามพื้นหินอ่อน เสียงส้นรองเท้าสูงดังสะท้อนก้องไปทั่ว เมื่อลูกคลื่นเดินเข้ามาพร้อมผู้หญิงในชุดรัดรูปหรูหรา กลิ่นน้ำหอมแรงจัดลอยคลุ้งทันทีที่ประตูเปิดออกเฌอรีนกำลังจะเดินขึ้นบันไ แต่ต้องหยุดกะทันหันเมื่อหันมาเห็นภาพตรงหน้าผู้หญิงที่มาก







