تسجيل الدخولตอนที่ 11
หยวน ๆ เช้าในบ้านหลังใหญ่เงียบสงบ มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ ที่โต๊ะอาหาร ลูกคลื่น นั่งนิ่ง ก้มหน้ากินข้าวอย่างไม่ใส่ใจบรรยากาศรอบข้างนัก เสียงแม่บ้านดังขึ้นเบา ๆ เมื่อเห็น เฌอรีน เดินลงบันไดในชุดนักศึกษาสวยสะอาด “หนูเฌอ มาทานข้าวก่อนค่ะ” เฌอรีนหยุดเล็กน้อยก่อนยกยิ้มบาง ๆ แต่สายตากลับหม่นลง “ไม่เป็นไรค่ะ หนูไปทานที่มหาลัยก็ได้…คนบางคนคงไม่อยากนั่งกินข้าวด้วย เดี๋ยวเค้าจะกินไม่ลง” ยังไม่ทันที่แม่บ้านจะพูดอะไร เสียงทุ้มต่ำของลูกคลื่นก็ดังขึ้นแทรกทันที “ถ้ามึงจะพูดใส่กู…พูดตรง ๆ เลย ไม่ต้องใช้คำว่าคนบางคนฟังแล้วมันขัดหู” เฌอรีนก้มหน้าพึมพำเบา ๆ แต่ชัดพอจะได้ยิน “ประสาท” แล้วเดินตรงออกจากบ้านไป เพล้ง เสียงของช้อนกระแทกลงบนจานดังขึ้น ลูกคลื่นเช็ดปากด้วยผ้าอย่างแรงก่อนลุกขึ้นยืนตาม ก้าวเท้าเร็วออกไปทันที ทันทีที่ทันหน้าบ้าน เขากระชากแขนเล็กของเธอไว้ น้ำเสียงเข้มกระแทกเต็มแรง “มึงจะเอายังไงกับกูกันแน่ห๊ะ!” เฌอรีนสะบัดแขนแต่ไม่หลุด ดวงตาสั่นไหวแต่ยังกล้าเงยขึ้นสู้ “หมายถึงอะไร” “ที่มึงทำอยู่นี่ไง นิสัยห่วย ๆ ของมึง มึงไม่รู้ตัวเหรอว่ามันแย่แค่ไหน” ลูกคลื่นกำมือแน่น ดวงตาวาวโรจน์ “หนูยังไม่ได้ทำอะไรเลย พี่เองทำนิสัยไม่มีกับหนูหนูก็ไม่ชอบเหมือนกัน พอหนูทำบ้างพี่ก็ไม่ชอบใช่มั้ยล่ะ” “กูไม่สนหรอกว่ามึงจะชอบหรือไม่ชอบ แต่ตราบใดที่มึงยังอยู่ในบ้านนี้ กูมีสิทธิ์จะสั่งมึงทุกอย่าง” เฌอรีนยกคิ้วขึ้นอย่างกวน ๆ ริมฝีปากโค้งเป็นรอยยิ้มเย็น “หึ งั้นหรอ…ขอให้เจริญเจริญแล้วกันนะคะ” สิ้นคำร่างสูงก็ออกแรงกระชากแขนเธอเข้ามาใกล้อีกครั้ง เสียงทุ้มต่ำกดหนักจนแทบจะกลืนลมหายใจ “อย่าปากดีให้มันมากเฌอรีน!” เธอเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรง แต่ยังไม่ยอมก้มหน้าหนี แววตาที่สบประสานกันเต็มไปด้วยแรงกดดันจนบรรยากาศรอบ ๆ หนักอึ้ง หญิงสาวออกแรงสะบัดแขนจนหลุดจากการเกาะกุมของลูกคลื่น ดวงตาสั่นไหวแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น “ปล่อย! รังเกียจหนูนักก็อย่ามาจับเนื้อจับตัวหนูให้มันสกปรกสิ!” ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ดังก็ดังขึ้น รถเก๋งคันหรูสีเงินค่อย ๆ เลี้ยวมาจอดเทียบหน้าบ้านพอดี ร่างเล็กเหลือบมองแล้วหันกลับมากระตุกยิ้มเย็น ๆ “ขอตัวนะคะ…มีคนมารับแล้ว” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประชด ราวกับจะบอกให้เขารู้ว่ามีผู้ชายพร้อมพาเธอออกไปจากวงโคจรของเขาเสมอ เธอหมุนตัวก้าวขึ้นรถทันทีโดยไม่เหลียวหลัง ประตูปิดดัง ปัง! รถคันนั้นเคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ จนหายลับจากสายตา ลูกคลื่นยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น แผ่นหลังตึงเครียด มือแกร่งกำแน่นจนเส้นเลือดปูด ดวงตาคมกริบฉายแววโกรธเกรี้ยว ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเสียงต่ำลอดไรฟัน “เฌอรีน…เดี๋ยวกูจะกระชากหน้ากากมึงออกมาเอง…ให้เห็นกันไปเลยว่าธาตุแท้ของมึงมันเป็นยังไง” ลมเย็นยามเช้าพัดผ่าน แต่ความร้อนรุ่มในอกของเขากลับเดือดพล่านยิ่งกว่าไฟโหม ตัดภาพมาที่มหาลัย บรรยากาศยามสายในมหาลัยคึกคักตามปกติ นักศึกษาต่างเดินกันขวักไขว่ทั่วลานหน้าตึก ลูกคลื่นก้าวเดินช้า ๆ ในชุดช็อปสีเข้ม มือข้างหนึ่งเสียบกระเป๋ากางเกงอย่างเคยชิน แววตาคมกริบกวาดมองไปข้างหน้าโดยไม่สนใจใครนัก ทันใดนั้นน้ำดาวคณะบริหารที่เพิ่งได้ไลน์เขาเมื่อวานก็เดินตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้มสดใส “ไงคะ เมื่อวานขอไลน์ไป ทำไมไม่ทักมาเลยล่ะ” ลูกคลื่นเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงเรียบห้วน “อ๋อ…ลืมน่ะ” น้ำหัวเราะคิก ยกมือปัดผมอย่างอาย ๆ “งั้นอย่าลืมสิคะ ว่าง ๆ ทักมาบ้างนะ” เขาไม่ได้ตอบอะไรนอกจากพยักหน้าเบา ๆ พร้อมเสียงคราง อืม ในลำคอ ท่าทีทั้งเย็นชา ทั้งเหมือนรำคาญแต่ไม่อยากเสียมารยาท ด้านอีกฟากหนึ่งของลาน เฌอรีน ยืนอยู่กับมีนพอดี ดวงตาเธอจับภาพนั้นทั้งหมด ตั้งแต่รอยยิ้มของน้ำไปจนถึงท่าทีเย็นชาของลูกคลื่น ริมฝีปากอิ่มเบะออกเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเอียงหน้าแล้วทำเสียงเลียนเบา ๆ คล้ายพูดกับตัวเองแต่ดังพอให้เพื่อนข้าง ๆ ได้ยิน “อืม…อืม…” พร้อมเบะปากทำท่ากวน ๆ ล้อเลียนแบบตั้งใจประชด มีนถึงกับหัวเราะคิกคัก “หื้ม...เป็นอะไรน่ะเฌอ” เฌอรีนกอดอก ยักไหล่เหมือนไม่แคร์ ในขณะที่อีกด้าน ลูกคลื่นหันไปทางเธอพอดีดวงตาคมกริบเห็นท่าล้อเลียนนั้นเต็มสองตา เขากัดฟันแน่นในอกอย่างหงุดหงิดโดยไม่เข้าใจตัวเอง ว่าทำไมแค่ผู้หญิงคนนี้ทำปากเบะ ๆ มันถึงได้แทงใจขนาดนี้ ช่วงบ่าย ลานกว้างหน้าตึกกีฬาเต็มไปด้วยนักศึกษาที่กำลังช่วยกันทำความสะอาด บ้างกวาดพื้น บ้างเช็ดอุปกรณ์ ทุกคนดูคึกคักเป็นพิเศษเพราะรุ่นพี่ประกาศว่าจะใช้พื้นที่นี้ทำกิจกรรมใหญ่ในอีกไม่กี่วัน เฌอรีนอยู่มุมหนึ่งเพียงลำพัง มือเล็กกวาดเศษใบไม้ไปกองรวมกัน สีหน้าตั้งใจแต่ก็เต็มไปด้วยความเหงาเมื่อไม่มีมีนอยู่ช่วยเหมือนทุกที ด้านหลังไม่นาน ลูกคลื่นยืนกอดอกพิงเสา สายตาคมจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธอโดยไม่เอื้อมมือมาช่วยแม้แต่นิด ใบหน้าเรียบเฉยจนดูเหมือนกำลังมองลูกน้องตัวเองทำงาน เฌอรีนหยุดกวาด หันมามองตรง ๆ “ไม่คิดจะมาช่วยหน่อยรึไง…ยืนสั่งอยู่นั่นแหละ” ลูกคลื่นเลิกคิ้ว ริมฝีปากกระตุกยิ้มเย็น “มึงมีหน้าที่ทำ…ก็ทำไป อย่าพูดให้มากนัก” คำตอบนั้นทำเอาเธอจ้องตากลับ ดวงตาฉายแววประชด “เป็นรุ่นพี่นี่มันดีจริง ๆ นะ…สั่งคนอื่นแล้วก็ยืนกอดอกหล่อ ๆ ไปวัน ๆ” ลูกคลื่นหันขวับมามองด้วยสายตาคมกริบ ริมฝีปากกดคำพูดต่ำ “ปากมึงนี่…ยิ่งวันยิ่งน่าจับปิดให้เงียบ” “แล้วแต่...” ไม่นานกิจกรรมชมรมเพิ่งเลิกไปไม่นาน นักศึกษาทยอยแยกย้ายกันกลับบ้าน เฌอรีนกำลังเก็บของใส่กระเป๋า เตรียมจะเดินออกไปที่หน้าตึก เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหลัง “ไปขึ้นรถกู” เธอหันมามองอย่างงง ๆ ก่อนส่ายหัวทันที “ไม่ค่ะ หนูจะกลับกับเพื่อน” ลูกคลื่นขมวดคิ้ว “เพื่อนคนไหน” เธอยกคิ้วใส่ กอดอกตอบเสียงแข็ง “ยุ่งอะไรด้วย” เขาก้าวเข้ามาใกล้ สายตาคมจ้องไม่วาง “กูถามดี ๆ ก็ตอบมาให้มันตรงคำถามหน่อย ไม่ใช่มาย้อนถามกู” เฌอรีนสูดหายใจเฮือก ก่อนจะตอบประชด “เพื่อนที่มารับเมื่อเช้า” ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นทันที เสียงต่ำห้วนกระแทกออกมา “กูไม่อนุญาตให้มึงไปกับผู้ชายแบบนั้น ไปไหนสองต่อสองบ่อย ๆ มันไม่ใช่เพื่อนแล้วมั้ง” เฌอรีนจ้องตากลับอย่างไม่กลัว “แล้วถ้าไม่ใช่เพื่อนแล้วมันจะทำไมคะ” ลูกคลื่นขบกรามแน่น พูดลอดไรฟัน “อย่ามาท้าทายกูให้มันมากนักนะ เฌอรีน” เธอถอนหายใจแรง เบือนหน้าหนี “ขี้เกียจเถียงแล้วค่ะ ขอตัวกลับก่อน” เสียงเข้มตวาดตามหลัง “กูบอกให้ไปขึ้นรถกูไง!” เธอหยุดกึก หันกลับมา แววตาดื้อรั้นเต็มเปี่ยม “หนูบอกแล้วว่าหนูกลับกับเพื่อน พี่นี่พูดไม่เข้าใจรึไง” ลูกคลื่นก้าวกระแทกพื้นเข้ามาใกล้ “อย่าให้กูต้องนับหนึ่ง…” เฌอรีนยกยิ้มเย็นเชิดหน้า “จะนับถึงล้าน หนูก็ไม่กลับค่ะ” ทันใดนั้น เสียงผู้ชายอีกคนดังขึ้นด้านหลัง “ปะเฌอรีน…กลับกันเถอะ” เป็นเพื่อนผู้ชายที่ตั้งใจจะมาส่งเธอ เขาเดินมายืนข้าง ๆ พร้อมรอยยิ้มสุภาพ เฌอรีนพยักหน้าให้เขาโดยไม่หันไปมองลูกคลื่น “อืม ไปกันเถอะ” ร่างเล็กก้าวเดินจากไปพร้อมกับผู้ชายคนนั้น ทิ้งไว้เพียงลูกคลื่นที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือแกร่งกำหมัดแน่นจนข้อขาวซีด สายตาคมกริบแทบจะแผดเผาอากาศรอบตัวด้วยความโมโหที่พลุ่งพล่านสุดขีด ริมฝีปากขบแน่น เขาพึมพำกับตัวเองเสียงต่ำสะท้อนความเดือดดาล “มึงนี่…มันกำลังเล่นกับไฟจริง ๆ เฌอรีน” ตกเย็น เสียงเปิดประตูบ้านตามด้วยร่างเล็กของเฌอรีนที่เพิ่งกลับเข้ามาแต่ยังไม่ทันก้าวถึงบันได มือแกร่งของลูกคลื่นก็คว้าแขนเธอแรง ๆ กระชากขึ้นไปชั้นบนอย่างไม่ฟังเสียง “พี่! จะทำอะไรน่ะ เป็นบ้าไปแล้วหรือไง ปล่อยหนูนะ!” เธอพยายามสะบัดแต่ไม่เป็นผล ลูกคลื่นดันร่างเล็กเข้าไปในห้องของตัวเอง ก่อนจะผลักเธอไปชิดกำแพง แววตาคมกร้าวสะท้อนอารมณ์เดือดร้อนที่เอ่อล้น “มึงไปไหนกับมันมา ตั้งนานสองนาน” เฌอรีนเงยหน้าสบตาเขา ทั้งโกรธ ทั้งสั่น “ก็ไปกินข้าวไง” เสียงหัวเราะหยันดังลอดไรฟัน ริมฝีปากหยักยกขึ้นอย่างเย็นชา “ไปกินข้าว…หรือไปกินกันกันแน่” คำพูดนั้นทำเอาเธอเม้มปากแน่น ก่อนตะโกนสวน “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ไม่ทราบ!” ลูกคลื่นก้าวเข้ามาประชิดจนแทบจะซ้อนทับลมหายใจ เสียงทุ้มต่ำหนักแน่นลอดออกมาจากอก “เกี่ยวสิ…เดี๋ยวกูจะทำให้มึงรู้เอง ว่าเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว” สิ้นคำชายหนุ่มาก็จับไหล่เล็กทั้งสองข้าง กดร่างเธอลงบนเตียงกว้าง ริมฝีปากบดจูบลงมาอย่างรุนแรงเต็มไปด้วยความโกรธหึงและความปรารถนาที่กักเก็บมานานจนทะลักออกมา เฌอรีนดิ้นขัดขืนเล็กน้อย มือดันอกเขา แต่แรงทั้งหมดเหมือนละลายไปเมื่อสัมผัสร้อนแรงนั้นบังคับให้เธอจมลงในห้วงความวุ่นวายที่ทั้งสับสนและเจ็บปวดตอนที่ 12ชอบไม่เบา NCริมฝีปากหยักบดขยี้กลีบปากนุ่มของเฌอรีนอย่างรุนแรง จ๊วบ! จูบลึกจนเธอแทบหายใจไม่ทัน มือเล็กพยายามดันอกกว้างสุดแรง “อื้อ…! พี่ลูกคลื่น ปล่อยนะ!”แต่แทนที่จะผ่อนแรง เขากลับกดจูบหนักกว่าเดิม ทั้งกัดริมฝีปากเธอแรง ๆ แล้วแทรกลิ้นร้อนเข้ามากวาดทุกซอกอย่างเอาแต่ใจ ซับ…จ๊วบเสียงจูบชื้นสะท้อนในห้องเงียบลูกคลื่นถอนปากออกเล็กน้อย หอบพร่าขณะสายตาคมกร้าวจ้องเธอ “ดิ้นไปก็เท่านั้น…กูไม่ปล่อยมึงหรอกเฌอรีน”“พี่มันบ้า…หนูไม่ใช่ของพี่!” เธอตะโกนทั้งน้ำตาคลอ แต่เสียงสั่นจนฟังออกว่าใจเต้นแรงแค่ไหนคำพูดนั้นยิ่งเหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ ลูกคลื่นแสยะยิ้มเย็นเฉียบ โน้มใบหน้าลงกระซิบใกล้หูเธอ “ไม่ใช่ของกู อย่าทำเหมือนไม่เคยไปหน่อยเลย…”ซับ…จุ๊บไม่รอคำเถียง ริมฝีปากเขาก็เลื่อนต่ำซุกไซ้ซอกคอทันที ดูดแรงจนทิ้งรอยแดงเข้ม เสียงครางสะท้านหลุดจากลำคอเธอโดยไม่ตั้งใจ“อ๊ะ…พี่คลื่น…อย่า!” เฌอรีนพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกกักแน่น แขนแกร่งขยับตรึงสองมือเธอไว้เหนือศีรษะ ขณะปากยังเลียไล้ไปตามซอกคอและไหปลาร้าอย่างบ้าคลั่งลูกคลื่นหอบแรง เสียงพร่าเต็มไปด้วยความหึงหวงแ
ตอนที่ 11หยวน ๆเช้าในบ้านหลังใหญ่เงียบสงบ มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ ที่โต๊ะอาหาร ลูกคลื่น นั่งนิ่ง ก้มหน้ากินข้าวอย่างไม่ใส่ใจบรรยากาศรอบข้างนักเสียงแม่บ้านดังขึ้นเบา ๆ เมื่อเห็น เฌอรีน เดินลงบันไดในชุดนักศึกษาสวยสะอาด “หนูเฌอ มาทานข้าวก่อนค่ะ”เฌอรีนหยุดเล็กน้อยก่อนยกยิ้มบาง ๆ แต่สายตากลับหม่นลง “ไม่เป็นไรค่ะ หนูไปทานที่มหาลัยก็ได้…คนบางคนคงไม่อยากนั่งกินข้าวด้วย เดี๋ยวเค้าจะกินไม่ลง”ยังไม่ทันที่แม่บ้านจะพูดอะไร เสียงทุ้มต่ำของลูกคลื่นก็ดังขึ้นแทรกทันที“ถ้ามึงจะพูดใส่กู…พูดตรง ๆ เลย ไม่ต้องใช้คำว่าคนบางคนฟังแล้วมันขัดหู”เฌอรีนก้มหน้าพึมพำเบา ๆ แต่ชัดพอจะได้ยิน “ประสาท” แล้วเดินตรงออกจากบ้านไปเพล้งเสียงของช้อนกระแทกลงบนจานดังขึ้น ลูกคลื่นเช็ดปากด้วยผ้าอย่างแรงก่อนลุกขึ้นยืนตาม ก้าวเท้าเร็วออกไปทันทีทันทีที่ทันหน้าบ้าน เขากระชากแขนเล็กของเธอไว้ น้ำเสียงเข้มกระแทกเต็มแรง “มึงจะเอายังไงกับกูกันแน่ห๊ะ!”เฌอรีนสะบัดแขนแต่ไม่หลุด ดวงตาสั่นไหวแต่ยังกล้าเงยขึ้นสู้ “หมายถึงอะไร”“ที่มึงทำอยู่นี่ไง นิสัยห่วย ๆ ของมึง มึงไม่รู้ตัวเหรอว่ามันแย่แค่ไหน”ลูกคลื่นก
ตอนที่ 10รอรับแรงกระแทกรุ่งเช้าแสงแดดอุ่นลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในโถงบ้านเฌอรีนเดินลงบันไดมาในชุดนักศึกษาที่ดูต่างจากทุกวัน กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย รัดรูปพอดีตัวกับเสื้อเชิ้ตนักศึกษาที่แนบกับสัดส่วนจนทำให้ทรวดทรงชัดขึ้นกว่าปกติ ใบหน้าสวยมีเครื่องสำอางแต่งแต้มบาง ๆ ดวงตาคมขึ้น ปากแดงอิ่มน่ามองแม่บ้านที่เดินผ่านถึงกับเหลือบตามองตามพลางอมยิ้มเบา ๆลูกคลื่นที่เพิ่งก้าวออกจากห้องโถงมาในชุดช็อปมหาลัยหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาคมกวาดมองตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจนถึงใบหน้า ริมฝีปากเม้มแน่นคล้ายจะข่มอารมณ์บางอย่าง ก่อนแสยะยิ้มเย็นเฉียบเขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลอย ๆ แต่ดังพอให้เธอได้ยินชัด“อยากมีผัวมากรึไง…”เฌอรีนถึงกับชะงักเท้าก้าวลงบันไดทันที ดวงตาสั่นวูบก่อนก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความรู้สึก น้ำเสียงที่พยายามกลั้นไว้ไม่ให้สั่นหลุดออกมาเพียงคำสั้น ๆ“ยุ่งไรด้วย”“เดี๋ยวนี้กล้ามากนะ”“พี่มีสิทธิ์ว่าหนูคนเดียวรึไง ไม่ใช่พ่อไม่ใช่คนรักสักหน่อย”“หึ…กูไม่อยากเป็นอะไรในชีวิตมึงด้วยซ้ำแม้กระทั่งคนรู้จัก”“งั้นก็ไม่ต้องมารู้จักสิ....”“ปากดีแบบนี้แบบนี้เดี๋ยวมึงก็รู้....”“ไม่อยากรู้....ถ้าหาแ
ตอนที่ 9เปิดหูเปิดตาหลังจบกิจกรรม ทั้งสองเดินเรื่อย ๆ บนฟุตบาทหน้าโดมกีฬาเฌอรีนกวาดมือปัดแป้งขาวที่ยังติดแก้มตัวเองออก พลางถอนหายใจเบา ๆ“เหนื่อยจังเลย แต่ก็สนุกดีนะ”มีนหัวเราะคิกคัก“ใช่ สนุกสุด ๆ เลย แถมหน้าเธอนี่เลอะเป็นแพนด้าแล้วนะ”เฌอรีนหัวเราะตาม แต่ก็รีบเอามือปิดแก้ม“จริงเหรอ แย่จัง”มีนเหลือบตามองเพื่อน แล้วจู่ ๆ ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“นี่เฌอรีน…คืนนี้ไปผับกับฉันเปล่า เปิดหูเปิดตาหน่อย”เฌอรีนชะงักกึกทันที“ห๊ะ? ผะ…ผับเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอก”มีนยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์“เถอะน่า.....ได้ข่าวว่าเธออยู่ต่างประเทศตั้งหลายปีไม่อยากลองไปเที่ยวร้านเหล้าที่เมืองไทยดูหน่อยเหรอ”เฌอรีนหน้าแดง รีบส่ายหัว“ต่างประเทศฉํนก็ไม่เคยไป อยู่แต่บ้านน่ะ”มีนคล้องแขนเธอทันที ยิ้มกว้าง“เถอะน่า....นะ ๆ แค่ครั้งเดียว”เฌอรีนเม้มปาก ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงทั้งเพราะความกังวลและความตื่นเต้น“งั้น…ก็ได้ แต่เธอต้องช่วยฉันเลือกชุดนะ”มีนส่งเสียงกรี๊ดเบา ๆ“ดีเลย คืนนี้สนุกแน่”ทั้งคู่หัวเราะคิกคักไปด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศริมฟุตบาทที่เต็มไปด้วยเสียงรถและแสงแดดยามเย็นช่วงเย็นแสงไฟในโถงบ
ตอนที่ 8ธาตุแท้เสียงเครื่องยนต์ของรถลีโอค่อย ๆ ขับออกไปจากหน้าบ้านเฌอรีนก้าวลงมาจากรถด้วยสีหน้าติดเกรงใจ เธอหันไปโค้งเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าบ้านทันทีที่ก้าวเข้ามาในโถง ร่างสูงในชุดช็อปก็ยืนกอดอกพิงเสาอยู่แล้วลูกคลื่นสายตาคมกริบจ้องร่างเล็กเหมือนรออยู่ก่อน น้ำเสียงทุ้มต่ำกระแทกออกมาอย่างจงใจ“ระริกระรี้เชียวนะ…มึงนี่คงคันมากสินะ ถึงได้ยิ้มให้ผู้ชายคนนั้นเต็มปากเต็มคำ”เฌอรีนชะงักไปทั้งตัว ใจหวิวทันที รีบก้มหน้าพูดเสียงแผ่ว“ไม่ใช่นะคะ หนูแค่…เขามาส่งเพราะเกรงใจเรื่องตอนบ่าย”ลูกคลื่นหัวเราะหยัน เดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว ดวงตาคมวาวโรจน์“ทำตัวเรียบร้อยต่อหน้าคนอื่นมาตั้งนาน…ในที่สุดธาตุแท้ก็โผล่มาแล้วสิ ยิ้มหวานนักหนาเวลามีผู้ชายเข้าหา มึงคงรอจังหวะแบบนี้ใช่มั้ย?”“ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่ได้…คิดแบบนั้นจริง ๆ นะ”เธอส่ายหน้ารัว ๆ เสียงสั่นเครือ“แม่กูนี่ก็จริง ๆ นะ…”เสียงทุ้มต่ำลากยาว กดข่มทุกถ้อยคำ“แค่มองคนยังมองไม่ออกเลย ว่ามึงเป็นยังไงกันแน่”เฌอรีนตัวแข็งทื่อทันที ดวงตาไหววูบเหมือนถูกตบกลางใจลูกคลื่นยกคิ้วขึ้นน้อย ๆ ก่อนจิกกัดซ้ำอย่างโหดร้าย“ระวังหน่อยล่ะ…อย่าให้ท้อ
ตอนที่ 7เป็นอะไรมากเปล่าเช้าวันใหม่แสงแดดลอดผ้าม่านลงบนโต๊ะอาหารลูกคลื่นนั่งกินข้าวเงียบ ๆ สวมเสื้อช็อปพาดไว้บนเก้าอี้ หลังตรง ดวงตาคมก้มมองจานตรงหน้าอย่างไม่รีบร้อนเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังลงมาจากบันไดเฌอรีนปรากฏตัวในชุดนักศึกษา กระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า ผมถูกรวบเรียบร้อย เธอก้มหน้ากอดกระเป๋าแน่น ตั้งใจจะเดินผ่านไปอย่างเงียบ ๆแต่เสียงทุ้มต่ำเย็นชาก็ดังขึ้นทันที“มึงอย่าลืมตัวไปหน่อยเลย”เธอหยุดฝีเท้า หันมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้มหน้าลงกว่าเดิม“หนู…ไม่ได้ลืมตัว”ลูกคลื่นหัวเราะหยัน ดวงตาคมวาวขึ้น“ไม่ได้ลืมตัว? มึงก็ดูสภาพตัวเองดิ มึงเป็นใครวะก็แค่เด็กที่เกาะบ้านกูอยู่ กินข้าวกูกิน ใช้เงินแม่กูเลี้ยง จะเดินเหินก็ยังอาศัยหลังคาบ้านนี้ แล้วกล้าคิดว่าตัวเองสำคัญงั้นเหรอ”“หนู…หนูไม่เคยคิดแบบนั้นค่ะ หนูรู้ดีว่าตัวเองเป็นใคร”เธอตอบเสียงเบา มือกำกระโปรงแน่นเขาวางช้อนลงบนจานเสียงดังแล้วโน้มตัวเล็กน้อย สายตาแข็งกร้าว“ก็หวังว่ามึงจะจำไว้นะ ว่ามึงไม่มีสิทธิ์จะมายุ่มย่ามในชีวิตกู ไม่ต้องเสือก ไม่ต้องทำเป็นใส่ใจ ไม่ต้องพยายามทำตัวดีให้ใครสงสาร เพราะกูไม่เคยเห็นค่ามึงสักนิดเดียว!”เฌอรีนหายใจ
ตอนที่ 6บริสุทธิ์รุ่งเช้าแสงแดดลอดผ้าม่านเข้ามาในโถงบ้าน เสียงนกจากสวนดังแผ่ว ๆ ขณะที่บรรยากาศในบ้านยังเงียบงันประตูสองบานบนชั้นสองเปิดออกเกือบพร้อมกันเฌอรีนก้าวออกมาพร้อมหนังสือในมือ ส่วนอีกฝั่งลูกคลื่นเดินออกมาพร้อมเสื้อช็อปพาดบ่า สายตาทั้งคู่สบกันโดยบังเอิญ เฌอรีนสะดุ้งเล็กน้อย รีบก้มหน้าห
ตอนที่ 5หนูไม่ใช่เอวาในที่สุดเฌอรีนก็เปลือยเปล่าอยู่ใต้ร่างเขา ร่างสูงโน้มลงพรมจูบทั่วทั้งตัวเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังจารึกร่องรอยความเป็นเจ้าของไปทุกตารางนิ้วจ๊วบ!ริมฝีปากหยักร้อนผ่าวครอบลงบนยอดอกชูชันลูกคลื่นดูดแรง ๆ จนเกิดเสียงดังชัด มืออีกข้างบีบคลึงเต้าอีกข้างอย่างหนักหน่วง ร่างเฌอรีนสะท้าน
ตอนที่ 4อย่ายุ่งกับเธอช่วงเย็นร้านเหล้าริมคลองไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยคึกคักด้วยเสียงดนตรีสดเบา ๆ และเสียงหัวเราะของนักศึกษา โต๊ะไม้กลมตรงมุมร้านมีแก้วเบียร์วางเรียงอยู่หลายใบลูกคลื่นนั่งพิงเก้าอี้ชุดช็อปถูกพาดไว้บนพนักเก้าอี้ด้านหลัง เขายกแก้วขึ้นจิบช้า ๆ ดวงตาคมมองไปยังฟองเบียร์โดยไม่พูดอะไรฝั่ง
ตอนที่ 3ช่วยไม่ได้แสงไฟสลัวจากโคมระย้าในโถงบ้านใหญ่ทอดเงายาวไปตามพื้นหินอ่อน เสียงส้นรองเท้าสูงดังสะท้อนก้องไปทั่ว เมื่อลูกคลื่นเดินเข้ามาพร้อมผู้หญิงในชุดรัดรูปหรูหรา กลิ่นน้ำหอมแรงจัดลอยคลุ้งทันทีที่ประตูเปิดออกเฌอรีนกำลังจะเดินขึ้นบันไ แต่ต้องหยุดกะทันหันเมื่อหันมาเห็นภาพตรงหน้าผู้หญิงที่มาก







