แชร์

ความลับของเราสองคน

ผู้เขียน: mindy
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-21 10:15:11

เพราะคำพูดของรุ่นพี่คณะวิศวะที่ชื่อพี่เดย์แท้ๆ เลย ทำเอาฝันหวานคนนี้ข่มตานอนแทบไม่ลง ในหัวมันวนเวียนคิดถึงใบหน้าหล่อเหลารวมถึงรอยยิ้มโลกละลายนั่นไม่หยุด ยังดีนะที่ผล็อยหลับไปตอนตีหนึ่งกว่าได้มั้ง รู้ตัวอีกทีคือนาฬิกาปลุกละ ไม่งั้นขอบตาคงดำเป็นหมีแพนด้าแบบไม่ต้องสืบอ่ะ!

การที่รุ่นพี่ผู้ชายใน ม. เดียวกันชวนรุ่นน้องผู้หญิงต่างคณะไปทานข้าว มันไม่ทะแม่งเกินไปหน่อยเหรอ?

เกิดมีใครมาเห็นเข้า... ไม่เข้าใจผิดแย่ แถมพอฉันจะอ้าปากปฏิเสธ พี่เดย์ก็ดันหันหลังว๊าบหนีต่อหน้าต่อตา

โอย! จ่างมันเต๊อะ! กึ๊ดนักมีแต่ปวดหัว! บางทีพี่เค้าอาจจะพูดเล่นไปงั้นก็ได้ป่ะ

ฉันสูดลมหายใจยาว ใช้มือตบสองแก้มเบาๆ สั่งให้ตัวเองเลิกคิดถึงเรื่องที่ยังไม่เกิด หยิบมือถือขึ้นคอลหาพีช พอเจอหน้ากัน.. เราสองคนต่างยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายอยู่ในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม

“เมื่อคืนหลับสบายป่ะ” ฉันชวนพีชคุยระหว่างอยู่ในลิฟท์

“หึ” พีชส่ายหน้าไปมา “ดันฝันประหลาดเลยหลับไม่ค่อยสนิทแถมตื่นก่อนนาฬิกาปลุกอีกต่างหาก แล้วฝันล่ะ... เป็นไง หลับสบายมั้ย”

“ไม่เท่าไหร่” ฉันบู้ปากพลางหยีตา “กว่าจะข่มตานอนได้ก็ปาเข้าวันใหม่ละ”

“หวังเราสองคนไม่แข่งกันหลับโชว์บนหอประชุมนะ!” ฉันกับพีชโพล่งคำพูดเดียวกัน

เราเบิกตามองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา เห็นป่ะ! บอกแล้วว่าเราสองคนเหมือนกันมาก ขนาดความคิดยังไปในทางเดียวกันเลย

ฉันกับพีชไป ม. ด้วยการเดินเพราะมันง่ายและสะดวก แค่ออกจากซอย เดินข้ามถนนก็ถึงเลย ระหว่างนี้เราก็คุยเล่นเรื่อยเปื่อยโดยที่ฉันไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อคืนให้เพื่อนฟังแม้แต่น้อย พอเข้ามาในรั้วมหาลัย ฉันรู้สึกได้ว่านักศึกษาส่วนใหญ่ต่างมองมาทางนี้ ก็เป็นธรรมดาล่ะเนอะในเมื่อพีชที่เดินข้างกันโคตรน่ารักแถมนิสัยก็น่ารักด้วย ใครล่ะจะอดใจไม่มองเพื่อนฉันยังไงไหว ขนาดฉันเป็นผู้หญิงด้วยกันยังอดมองเพื่อนตัวเองไม่ได้เลย แฮร่!

เมื่อถึงหอประชุมฉันกับพีชช่วยกันส่องว่าเอกญี่ปุ่นนั่งตรงไหน

“เอกเราอยู่โน่น” พีชชี้ไปยังรุ่นพี่หน้าแถวที่ถือป้ายเอกญี่ปุ่นด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“ไปกัน” ฉันพยักหน้าให้เพื่อนด้วยรอยยิ้มหวาน

เมื่อเข้ามานั่งในแถว เราได้เพื่อนใหม่ชื่อแก้มยุ้ยและเอม สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ ม.ปลายแถมยังแอดติดที่เดียว กันด้วย พวกเราสี่คนคุยกันอย่างถูกคอ จากนั้นก็แลกไลน์ ไอจี เบอร์โทรรวมถึงเฟซบุ๊คของกันและกันไว้

พอปฐมนิเทศเสร็จ ฉัน พีช เอมและแก้มยุ้ยตกลงกันมาหาข้าวทานแถวหน้ามหาลัย แล้วอะไรคือการที่ร้านเด็ดที่รุ่นพี่ปี 2 แนะนำมาดันไม่มีโต๊ะว่างเหลือเลย... อดกิ๋นเลยเจ้า! เพราะงั้นตอนนี้เราสี่คนเลยเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงคาเฟ่สีขาวสไตล์มินิมอล พอผลักประตูกระจกเข้ามาด้านใน

ว้าว! ตกแต่งได้น่ารักชะมัด แถมโชคดีมีโต๊ะใหญ่โต๊ะสุดท้ายว่างอยู่ด้วย

เราสี่คนรีบจ้ำเท้าเข้ามานั่งทันที ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟก็คุยเล่นทำความรู้จักกันอย่างสนุกสนานจนกระทั่ง

“เฮ้ย! โต๊ะใหญ่มีที่เหลือเว้ย เข้าไปเหอะกูหิวแล้ว ขี้เกียจหาร้าน!” เสียงของผู้ชายที่เปิดประตูเข้ามาในคาเฟ่ทำเอาพีช ฉัน เอมและแก้มยุ้ยหันมองกันหน้าตื่น ประเด็นคือโต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่เป็นแบบสิบที่นั่งไง นั่นหมายความว่าจะมีผู้ชายเข้ามานั่งด้วย จะห้ามพวกเขาก็น่าเกลียดเกินในเมื่อพวกเราใช้แค่สี่ที่ แต่จะให้นั่งกับคนไม่รู้จักก็อึดอัดเป็นนะ

“อ้าว! น้องฝันหวานน้องพีช สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้ว” เสียงทักทายหัวโต๊ะทำให้เราสี่คนหันมองพร้อมกัน พะ... พี่เดย์!

ฉันเบิกตาอึ้งๆ ในความโลกกลมนี้ คนที่ทำให้ฉันนอนแทบไม่หลับดันมาอยู่ตรงหน้า!

แล้วถึงพี่เดย์จะมากับเพื่อน แถมพี่คนอื่นก็ส่งยิ้มมาอย่างเป็นกันเอง แต่ฉันสัมผัสได้ว่าดวงตาของพี่เดย์ไม่เคลื่อนไปจากใบหน้าของฝันหวานคนนี้เลย

ตึกตัก! ตึกตัก! ฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังก้องในหัวอีกแล้วเมื่อเห็นรอยยิ้มโลกละลายของพี่เดย์อีกครั้ง... บ้าบอมาก ไม่ดีต่อใจสาวน้อยอย่างหนูเลย

“สวัสดีค่ะพี่ๆ” แม้จะเขินอยู่มาก ฉันสั่งให้ตัวเองทำตัวเป็นปกติ รีบชิงทักตอบก่อนที่พี่เดย์จะพูดจาแปลกๆ เหมือนเมื่อคืนต่อหน้าเพื่อนทั้งสามคน บอกตามตรงฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้ว่ามีหนุ่มหล่อมาชวนทานข้าวตั้งแต่ก่อนเปิดเทอม! ฝันหวานกลัวโดนแซว...

“พวกมึงสามคนรู้จักเกรงใจคนอื่นมั่ง ร้านมีเยอะแยะจะเบียดคนไม่รู้จักทำไม กลับ!” น้ำเสียงนิ่งปนหงุดหงิดทำให้แทบทั้งร้านหันไปมองคนพูด อ้อ! พี่หล่อเกินต้านที่ดูเหมาะกับพีชนี่เอง

ถูกต้องแล้วค่ะ! พี่มาถูกทางแล้ว เชิญตัวเพื่อนของพี่ออกไปจากคาเฟ่เถอะค่ะ พลีสสส!

“มึงแหกตามองดีๆ ไอ้เทมส์ คนไม่รู้จักที่ไหน นี่น้องฝันกับน้องพีชไงวะ”

เอ้า! ไหงพี่หล่ออีกคน (ที่ยังไม่รู้จักชื่อ) พูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนล่ะคะ พี่ต้องลากเพื่อนออกจากคาเฟ่ถึงจะถูก!

ไลน์~

เสียงเตือนไลน์ของฉัน พีช เอมและแก้มยุ้ยดังพร้อมกัน พวกเรารีบหยิบมือถือขึ้นมาเช็คข้อความแล้วพบว่า...

“เอาไงดี ข้าวก็สั่งไปแล้ว” เอมถามอย่างปรึกษา

“นาทีนี้คงต้องใช้วิธีใส่กล่องหิ้วเข้า ม. ละแหละ” แก้มยุ้ยถอนหายใจทิ้งด้วยสีหน้าเสียดาย... ฉันก็ว่างั้นแหละ วิธีนี้น่าจะดีสุดละ

“แต่ถ้ามัวรอ อาจไม่ทันก็ได้นะ” พีชหยีตาพูดเสียงเบา

เออ! ก็จริง คาเฟ่คนเต็มเลย อาหารที่พวกเราสั่งไปไม่น่าได้เร็วๆ นี้... แล้วจะทำยังไงดีล่ะ!

“มีไรกันรึเปล่าครับน้องๆ ทำหน้าเหมือนคิดไม่ตกงั้นล่ะ” เสียงของพี่เดย์ทำให้พวกเรารู้สึกว่า ไม่ได้อยู่กันแค่สี่คน

“พี่ในเอกน่ะค่ะ ไลน์มาบอกว่าอาจารย์ประจำภาคอยากเจอปี 1 ภายในครึ่งชั่วโมง แต่ว่าพวกเราสี่คนเพิ่งสั่งข้าวไป” ฉันยิ้มเจื่อน ในใจก็ได้แต่หวังว่าพี่เดย์ที่กำลังมองกันด้วยรอยยิ้มจะไม่พูดเรื่องเมื่อคืนออกมา!

“งั้นไม่ต้องคิดมากครับ ไปหาอาจารย์เหอะ ถ้าข้าวมาเดี๋ยวพวกพี่กินแทน” เพื่อนที่มากับพี่เดย์บอกอย่างใจดี

“จะดีหรือคะ เมนูที่พวกหนูเลือก พี่ๆ อาจจะไม่ชอบ” พีชถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเกรงใจ

“พวกพี่กินง่ายอยู่ง่ายครับ น้องๆ รีบไปเถอะ ชักช้าระวังโดนลงโทษเอานะ” พี่เดย์พูดด้วยรอย ยิ้มโลกละลาย ใช้สายตาหวานระยับมองกันไม่หยุดทำเอาฉันรีบเฉไฉมองเพื่อนเหมือนปรึกษา

“เอาไงดี” พีชถามด้วยสีหน้าหวั่นเกรง

เอาตามตรงฉันก็กลัวเหมือนกันนะ ถึงรุ่นพี่จะใจดีแต่ถ้าต้องโดนลงโทษตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่เรื่องสวยงามนะคะ!

“ฉันว่าทำตามที่พี่เค้าบอกเหอะ นี่ยังไม่อยากโดนทำโทษตั้งแต่วันแรก” แก้มยุ้ยระรัวพยักหน้าชวน พวกเราที่เหลือต่างพยักหน้าเห็นด้วยไปในทางเดียวกัน

“งั้นพวกหนูฝากทานข้าวแทนด้วยนะคะ” เอมเป็นฝ่ายออกปากอย่างเกรงใจ ก่อนที่พวกเราสี่คนจะพากันขอบคุณรุ่นพี่วิศวะ จากนั้นก็พากันล้วงกระเป๋าตังค์เตรียมจ่ายเงิน

“ไม่ต้องครับ เดี๋ยวพวกพี่จัดการเอง” พี่เดย์ยกมือห้ามทัพเอาไว้

“แต่ว่า...” พีชกำลังจะแย้งด้วยสีหน้าเกรงใจ

“ไม่มีแต่ครับ ถือว่าพวกพี่เลี้ยงน้องใหม่ต่างคณะ ห้ามปฏิเสธความต้องการของรุ่นพี่สิครับ” หนึ่งในเพื่อนหน้าหล่อของพี่เดย์พูดอย่างใจดี พวกเราจะปฏิเสธก็ใช่ที่ เดี๋ยวพวกพี่เค้าคิดว่าหยิ่งทำไงเล่า เพราะงั้นเลยทำได้แค่เพียงยกไหว้ขอบคุณก่อนจะลุกจากโต๊ะ ระหว่างที่ฉันเดินออกเป็นคนสุดท้ายเพราะนั่งด้านในสุด พี่เดย์ก็กระแอมไอขึ้นมา ฉันมองหน้าหล่อโลกละลายโดยอัตโนมัติ เห็นริมฝีปากได้รูปสวยยกยิ้มแถมยังพูดโดยไม่ออกเสียงแต่อ่านปากได้ว่า

“พี่รอทานข้าวกับน้องฝันหวานสองคนอยู่นะครับ”

ตึกตัก! ตึกตัก! หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น ใบหน้าร้อนผะผ่าวราวกับโดนพระอาทิตย์เวลาเที่ยงตรงสาดส่องเข้าใส่ รีบก้มหน้าเดินประชิดตัวพีชโดยไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธพี่เดย์แต่อย่างใด ถือว่าโชคดีใช่มั้ยที่พี่เค้าไม่พูดความลับของเราสองคนออกมาต่อหน้าทุกคน

เพราะถ้าพูด... ฉันก็ไม่รู้จะปั้นหน้ายังไงเหมือนกัน!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   พี่ว่าเราไทป์เดียวกัน3

    “แกคิดงั้น” ฉันถามอย่างชั่งใจ“อื้อ ขนาดพีชยังให้โอกาสพี่เทมส์เลย แกจะไม่ให้โอกาสพี่เดย์รึไง” แก้มยุ้ยแซวพีชไปในตัวทำเอาคนโดนแซวโวยเบาๆ หน้าแดงกว่าปกติ รู้เลยว่ากำลังเขิน ฮ่าๆ“อ้าว! ไหงลากฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยเล่า”“ก็ในบรรดาเราทั้งหมด แกเห็นภาพชัดที่สุดไง ฉันเลยยกตัวอย่างให้ฝันเห็นก็เท่านั้น” แก้มยุ้ยยักคิ้วใส่เพื่อนรักที่นั่งข้างกันรัวๆพีชย่นจมูกใส่แต่กลับเถียงไม่ออกทำเอาพวกเราที่เหลือยิ้มด้วยความเอ็นดู จากนั้นพวกเราก็คุยกันเรื่อยเปื่อย พออิ่มไม่ไหวก็เช็คบิล ออกมาเดินย่อยเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ ถึงเวลาก็เข้าไปดูหนัง ออกจากโรงมาก็มีคนเรียกฉันไว้ซะงั้น“น้องฝันหวานครับ”ขวับ! เราสี่คนที่กำลังเม้าท์มอยเรื่องหนังหันไปมองทางคนเรียกก็เห็นพี่เดย์กับพี่เทมส์ยืนข้างกัน แน่นอนว่าเพียงแค่ยืนเฉยๆ หนุ่มหล่อโลกละลายและหนุ่มหล่อเกินต้านก็สามารถเรียกสายตาจากสาวๆ แถวหน้าโรงหนังให้หันไปมองพวกเค้าเป็นสายตาเดียวได้อย่างง่ายดาย“สวัสดีค่ะพี่เทมส์ พี่เดย์” แก้มยุ้มกับเอมยกมือไหว้หนุ่ม

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   พี่ว่าเราไทป์เดียวกัน2

    แต่ทำเอาพีชที่นั่งข้างกันหน้าแดงขึ้นมา ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะพี่เทมส์ขอพีชเป็นแฟนแล้ว แต่เพื่อนฉันยังไม่ได้ตกลงกับหนุ่มหล่อเกินต้านหรอกนะคะ ขอดูๆ กันไปก่อน เชื่อเถอะอีกไม่นานพีชต้องตกลงแน่ ก็พี่เทมส์อ่ะโคตรเช้าถึงเย็นถึง ขนาดเมื่อกี้โทรมา ถึงขั้นจะรอรับพีชที่หน้าโรงหนังเลยเถอะ... คลั่งรักไม่ไหว ฮิ้ว!“ถึงขั้นตอบคำถามจนได้ mvp แถมพี่เค้ายังให้หมวกคู่แกมา ถามจริง... เท่าเดิมจริงอ่ะ” แก้มยุ้ยที่นั่งฝั่งตรงข้ามถามกันด้วยสีหน้าไม่เชื่อ พีชกับเอมถึงกับพยักหน้ารัวๆ ทำนองเห็นด้วยกับคนถาม“ก็เท่าเดิมจริงๆ นี่ พี่เค้าเล่าโน่นนี่นั่นให้ฟัง ฉันก็ตอบได้บ้างไรบ้างสิ”“อ่ะจ้า แต่ตอบได้ทุกคำถามเนอะ ไม่รู้ใจกันเลย” เอมยิ้มล้อเลียนทำเอาฉันหลบสายตาวิบวับของเพื่อน เฉไฉทำเป็นลวกเนื้อทันควัน“ฉันนึกว่าพี่เดย์ขอแกเป็นแฟนแล้วซะอีก ต่อหน้าคนอื่นพี่เค้ายังเปิดเผยขนาดนั้น คุยกันสองต่อสอง... ไม่รุกแกแย่เหรอ”“ก็รุก...แหละ” ฉันตอบเบาๆ ไปตามตรง“นั่นไง!” ทั้งเอม แก้มยุ้ยรวมถึงพีชโพล่งคำเดียวกันทันควัน โชคดีที่โต๊ะอื่นมีสภาพไม่ต่างจากเรา กินไปคุยไปก็เลยไม่มีใครหันมามองพวกเร

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   พี่ว่าเราไทป์เดียวกัน1

    ฉันหมุนตัวเช็คความเรียบร้อยบริเวณหน้ากระจก พอเห็นว่าทุกอย่างโอเคก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นหมวกที่วางอยู่บนเตียงก็พาลคิดถึงรอยยิ้มหวานโลกละลายของคนให้ ใจดวงน้อยดันเต้นตึกตัก เม้มปากอย่างชั่งใจ คำถามที่ทำเอาหลับๆ ตื่นๆ แทบทั้งคืนวนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งถ้าวันนี้พี่เดย์ไม่เห็นหมวกจะรู้สึกยังไง? เฉยๆ หรือแอบเฟลแล้วถ้าฉันใส่ไป... พี่เดย์จะดีใจ ยิ้มกว้างเหมือนตอนฉันรับไว้รึเปล่า?รู้ตัวอีกทีขาทั้งสองข้างก็มาหยุดที่ข้างเตียง ถ้าพี่เดย์ไม่พูดว่าหมวกคู่! ฉันคงสามารถหยิบขึ้นมาสวมโดยไม่คิดหนัก แต่เพราะพี่เค้าบอกชัดเจนว่าอยากให้เราใส่คู่กัน ฉันเลยเกิดลังเลเบาๆ ในเมื่อเราสองคนยังไม่ได้ตกลงในความสัมพันธ์ครั้งนี้แต่อย่างใดตัวฉันไม่เคยมีความรักมาก่อน ที่ผ่านมามีแต่คนเข้ามาจีบฉันก็ปฏิเสธทุกรายไป แต่กับพี่เดย์... มีเหตุการณ์ทำให้เราสองคนเจอกันบ่อยมาก แถมทุกครั้งที่ฉันเจอปัญหา ไม่ว่าจะมาจากผู้ชายที่ตามตื๊อรวมถึงแฟนคลับของพี่เดย์ที่มาอาละวาดใส่ พี่เดย์ไม่เคยทอดทิ้งกันแถมยังยื่นมือเข้าช่วยเหลือฝันหวานคนนี้ทุกครั้ง ไหนจะเรื่องน้องหมาที่พี่เค้าเคยรับเลี

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ไม่ได้หมายความว่าฉันรับรักพี่เดย์ใช่มั้ย3

    “นั่น...” ฉันตาโตมองพี่เดย์หน้าตื่น“ถ้าน้องฝันหวานไม่รับไว้ พี่คงโดนพวกพี่เทมส์ล้อยันรับปริญญาว่าบ้า ที่ซื้อหมวกแบบเดียวกันต่างกันแค่สีมาใส่ เพราะงั้นช่วยรับไว้ด้วยนะครับ” ทั้งน้ำเสียงออดอ้อนและแววตาระยิบ ระยับของพี่เดย์ทำเอาใจดวงน้อยของฉันวิวหวิวในชั่ววินาทีจากที่ตอนแรกตั้งใจจะปฏิเสธอย่างแข็งขัน ไม่รับแน่นอน ตอนนี้ใจเริ่มเอนเอียงซะอย่างนั้น ฮือ!ไม่ได้ฝันหวาน นี่มันราคาแพงมาก เธอจะรับไม่ได้! ท่องเอาไว้เธอต้องปฏิเสธ!! ฉันสะกดจิตตัวเองก่อนจะบอกไปว่า“หนูรับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ มันแพงเกินไป” ฉันว่าพลางจับหมวกหมายจะถอดคืนแต่พี่เดย์เร็วกว่า จับมือของฉันไว้อีกทีจนฉันต้องรีบดึงมือตัวเองออกโดยพลัน กลายเป็นว่ามือของพี่เดย์วางอยู่บนหัวฉันอย่างอ่อนโยนโดยมีหมวกกั้น“น้องฝันหวานเคยสัญญากับพี่ว่า เพื่อเป็นการตอบแทน ที่พี่รับเลี้ยงเจ้าฟูฟู ถ้าพี่อยากได้อะไรให้บอก น้องยินดีจะทำให้ ตอนนี้พี่อยากให้น้องรับหมวกใบนี้ไว้...ได้มั้ยครับ” พอพี่เดย์ให้เหตุผลทั้งรอยยิ้ม ฉันถึงกับปฏิเสธไม่ลงเพราะเคยรับปากพี่เค้าเอาไว้จริงๆ ...

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ไม่ได้หมายความว่าฉันรับรักพี่เดย์ใช่มั้ย2

    “พี่จอดรถไว้ตรงโน้น ไปกันเถอะครับ” พี่เดย์ยักคิ้วด้วยใบหน้าสว่างไสวพร้อมกับผายมือไปทางขวา“ไหนบอกว่าจะเอารถแกไปไง” ฉันถามเอมที่กำลังพยายามใช้มือดันหลังให้ฉันเดิน“แกก็รู้แถวหลัง ม. หาที่จอดยาก ไปกับพี่เดย์นี่แหละสะดวกสุด ไม่ต้องวนหาที่จอดรถด้วย”เรื่องนั้นมันก็จริง เอาฟะ! ไปก็ไป ขืนตกลงกันไม่ได้ต้องตกเป็นเป้าสายตาและเป้าน้ำลายยิ่งกว่าเดิมมีเอมกับแก้มยุ้ยนั่งไปด้วย คงไม่โดนเม้าท์หนักหรอกเดินมาไม่เท่าไหร่ก็ถึงรถหรูของพี่เดย์ แต่ยังไม่ทันจะขึ้นไปนั่งรุ่นพี่ปี 2 ในเอกที่เห็นหน้าบ่อยครั้งกำลังพยุงกันมาทำให้พวกเราสามคนรวมถึงพี่เดย์หันไปมองเป็นตาเดียว“มีอะไรให้พวกเราช่วยมั้ยคะพี่เป้ย” แก้มยุ้ยร้องถามทำให้พี่เป้ยที่พยุงพี่มดหันมามองทางนี้“น้องๆ ช่วยพี่พยุงพี่มดอีกแรงได้มั้ย พี่มดเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์ นอนไม่พออาการเลยกำเริบ ใจสั่นจนเดินไม่ไหว พี่กำลังจะขับรถไปส่งที่บ้านเนี่ย” พี่เป้ยบอกยาวเหยียดด้วยสีหน้าแตก ตื่น“เดี๋ยวเราอุ้มไปส่งที่รถ” พี่เดย์ขันอาสาพร้อมกับเดินตรงเข้าไปหารุ่นพี่ของฉัน“ไม่รบกวนเดย์ดีกว่า คือเพื่อนเราเป็นวันนั้นของเดือนน่ะ คงไม่สะดวกใจเท่าไหร่ถ้าให้ผู้ชายอุ้ม” พี่เป้ยกระซิ

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ไม่ได้หมายความว่าฉันรับรักพี่เย์ใช่มั้ย1

    เมื่องานเฟรชชี่เดย์จบลง น้องปี 1 อย่างพวกเราก็ถูกรุ่นพี่ปล่อยพักตามอัธยาศัย ทางคณะมีข้าวกล่องมาแจกอีกมื้อ แต่ฉัน เอม และแก้มยุ้ยตกลงจะไปหาอะไรทานแถวหลัง ม. แทน คือไม่ ใช่ไรหรอก แบบว่าเหนียวตัวกันมากไง กะจะไปอาบน้ำ (ที่ห้องฉัน) ทานข้าว พักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยกลับมางานเฟรชชี่ไนท์อีกครั้ง“พวกแก พีชบอกว่าร้องเพลงได้ละ อีกสักพักจะมีคนมาแต่งหน้าให้” ฉันแชทกับพีชพลางบอกเอมและแก้มยุ้ยที่เดินอยู่ข้างๆ อย่างตื่นเต้น เอาตามตรงอยากเชียร์พีชร้องเพลงไม่ไหวแล้วเนี่ย“ชักอยากเห็นแล้วดิวะ ฉันว่าพีชต้องเปล่งประกายบนเวทีแน่นอน ฟันธง!” แก้มยุ้ยบอกด้วยแววตาระยิบระยับ น้ำเสียงตื่นเต้นไม่ต่างกัน“ถูก!” ฉันกับเอมพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆนี่ไม่ใช่การชาบูเพื่อนนะคะ พีชโหมดปกติคือน่ารักเกินต้านอยู่ละ ยิ่งได้แต่งหน้าทำผมเสริมลุคเข้าไป มีหรือออร่าจะไม่พุ่งกว่าเดิม!“แล้วพีชทานไรยัง ให้พวกเราซื้อขึ้นไปให้มั้ย” เอมถามอย่างนึกได้ทำให้ฉันระรัวพิมถามไป“รุ่นพี่เตรียมไว้ให้ละ” ฉันบอกพลางยื่นหน้าจอมือถือให้สองคนนี้ดู เมื่ออีกฝ่ายถ่ายรูปสลัดกล่องโตมาให้ดูเป็นหลักฐานว่ารุ่นพี่เตรียมอาหารเย็นไว้ให้เรียบร้อย“เค งั้นเราสามคนก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status