LOGINเพราะคำพูดของรุ่นพี่คณะวิศวะที่ชื่อพี่เดย์แท้ๆ เลย ทำเอาฝันหวานคนนี้ข่มตานอนแทบไม่ลง ในหัวมันวนเวียนคิดถึงใบหน้าหล่อเหลารวมถึงรอยยิ้มโลกละลายนั่นไม่หยุด ยังดีนะที่ผล็อยหลับไปตอนตีหนึ่งกว่าได้มั้ง รู้ตัวอีกทีคือนาฬิกาปลุกละ ไม่งั้นขอบตาคงดำเป็นหมีแพนด้าแบบไม่ต้องสืบอ่ะ!
การที่รุ่นพี่ผู้ชายใน ม. เดียวกันชวนรุ่นน้องผู้หญิงต่างคณะไปทานข้าว มันไม่ทะแม่งเกินไปหน่อยเหรอ?
เกิดมีใครมาเห็นเข้า... ไม่เข้าใจผิดแย่ แถมพอฉันจะอ้าปากปฏิเสธ พี่เดย์ก็ดันหันหลังว๊าบหนีต่อหน้าต่อตา
โอย! จ่างมันเต๊อะ! กึ๊ดนักมีแต่ปวดหัว! บางทีพี่เค้าอาจจะพูดเล่นไปงั้นก็ได้ป่ะ
ฉันสูดลมหายใจยาว ใช้มือตบสองแก้มเบาๆ สั่งให้ตัวเองเลิกคิดถึงเรื่องที่ยังไม่เกิด หยิบมือถือขึ้นคอลหาพีช พอเจอหน้ากัน.. เราสองคนต่างยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายอยู่ในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม
“เมื่อคืนหลับสบายป่ะ” ฉันชวนพีชคุยระหว่างอยู่ในลิฟท์
“หึ” พีชส่ายหน้าไปมา “ดันฝันประหลาดเลยหลับไม่ค่อยสนิทแถมตื่นก่อนนาฬิกาปลุกอีกต่างหาก แล้วฝันล่ะ... เป็นไง หลับสบายมั้ย”
“ไม่เท่าไหร่” ฉันบู้ปากพลางหยีตา “กว่าจะข่มตานอนได้ก็ปาเข้าวันใหม่ละ”
“หวังเราสองคนไม่แข่งกันหลับโชว์บนหอประชุมนะ!” ฉันกับพีชโพล่งคำพูดเดียวกัน
เราเบิกตามองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา เห็นป่ะ! บอกแล้วว่าเราสองคนเหมือนกันมาก ขนาดความคิดยังไปในทางเดียวกันเลย
ฉันกับพีชไป ม. ด้วยการเดินเพราะมันง่ายและสะดวก แค่ออกจากซอย เดินข้ามถนนก็ถึงเลย ระหว่างนี้เราก็คุยเล่นเรื่อยเปื่อยโดยที่ฉันไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อคืนให้เพื่อนฟังแม้แต่น้อย พอเข้ามาในรั้วมหาลัย ฉันรู้สึกได้ว่านักศึกษาส่วนใหญ่ต่างมองมาทางนี้ ก็เป็นธรรมดาล่ะเนอะในเมื่อพีชที่เดินข้างกันโคตรน่ารักแถมนิสัยก็น่ารักด้วย ใครล่ะจะอดใจไม่มองเพื่อนฉันยังไงไหว ขนาดฉันเป็นผู้หญิงด้วยกันยังอดมองเพื่อนตัวเองไม่ได้เลย แฮร่!
เมื่อถึงหอประชุมฉันกับพีชช่วยกันส่องว่าเอกญี่ปุ่นนั่งตรงไหน
“เอกเราอยู่โน่น” พีชชี้ไปยังรุ่นพี่หน้าแถวที่ถือป้ายเอกญี่ปุ่นด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ไปกัน” ฉันพยักหน้าให้เพื่อนด้วยรอยยิ้มหวาน
เมื่อเข้ามานั่งในแถว เราได้เพื่อนใหม่ชื่อแก้มยุ้ยและเอม สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ ม.ปลายแถมยังแอดติดที่เดียว กันด้วย พวกเราสี่คนคุยกันอย่างถูกคอ จากนั้นก็แลกไลน์ ไอจี เบอร์โทรรวมถึงเฟซบุ๊คของกันและกันไว้
พอปฐมนิเทศเสร็จ ฉัน พีช เอมและแก้มยุ้ยตกลงกันมาหาข้าวทานแถวหน้ามหาลัย แล้วอะไรคือการที่ร้านเด็ดที่รุ่นพี่ปี 2 แนะนำมาดันไม่มีโต๊ะว่างเหลือเลย... อดกิ๋นเลยเจ้า! เพราะงั้นตอนนี้เราสี่คนเลยเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงคาเฟ่สีขาวสไตล์มินิมอล พอผลักประตูกระจกเข้ามาด้านใน
ว้าว! ตกแต่งได้น่ารักชะมัด แถมโชคดีมีโต๊ะใหญ่โต๊ะสุดท้ายว่างอยู่ด้วย
เราสี่คนรีบจ้ำเท้าเข้ามานั่งทันที ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟก็คุยเล่นทำความรู้จักกันอย่างสนุกสนานจนกระทั่ง
“เฮ้ย! โต๊ะใหญ่มีที่เหลือเว้ย เข้าไปเหอะกูหิวแล้ว ขี้เกียจหาร้าน!” เสียงของผู้ชายที่เปิดประตูเข้ามาในคาเฟ่ทำเอาพีช ฉัน เอมและแก้มยุ้ยหันมองกันหน้าตื่น ประเด็นคือโต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่เป็นแบบสิบที่นั่งไง นั่นหมายความว่าจะมีผู้ชายเข้ามานั่งด้วย จะห้ามพวกเขาก็น่าเกลียดเกินในเมื่อพวกเราใช้แค่สี่ที่ แต่จะให้นั่งกับคนไม่รู้จักก็อึดอัดเป็นนะ
“อ้าว! น้องฝันหวานน้องพีช สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้ว” เสียงทักทายหัวโต๊ะทำให้เราสี่คนหันมองพร้อมกัน พะ... พี่เดย์!
ฉันเบิกตาอึ้งๆ ในความโลกกลมนี้ คนที่ทำให้ฉันนอนแทบไม่หลับดันมาอยู่ตรงหน้า!
แล้วถึงพี่เดย์จะมากับเพื่อน แถมพี่คนอื่นก็ส่งยิ้มมาอย่างเป็นกันเอง แต่ฉันสัมผัสได้ว่าดวงตาของพี่เดย์ไม่เคลื่อนไปจากใบหน้าของฝันหวานคนนี้เลย
ตึกตัก! ตึกตัก! ฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังก้องในหัวอีกแล้วเมื่อเห็นรอยยิ้มโลกละลายของพี่เดย์อีกครั้ง... บ้าบอมาก ไม่ดีต่อใจสาวน้อยอย่างหนูเลย
“สวัสดีค่ะพี่ๆ” แม้จะเขินอยู่มาก ฉันสั่งให้ตัวเองทำตัวเป็นปกติ รีบชิงทักตอบก่อนที่พี่เดย์จะพูดจาแปลกๆ เหมือนเมื่อคืนต่อหน้าเพื่อนทั้งสามคน บอกตามตรงฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้ว่ามีหนุ่มหล่อมาชวนทานข้าวตั้งแต่ก่อนเปิดเทอม! ฝันหวานกลัวโดนแซว...
“พวกมึงสามคนรู้จักเกรงใจคนอื่นมั่ง ร้านมีเยอะแยะจะเบียดคนไม่รู้จักทำไม กลับ!” น้ำเสียงนิ่งปนหงุดหงิดทำให้แทบทั้งร้านหันไปมองคนพูด อ้อ! พี่หล่อเกินต้านที่ดูเหมาะกับพีชนี่เอง
ถูกต้องแล้วค่ะ! พี่มาถูกทางแล้ว เชิญตัวเพื่อนของพี่ออกไปจากคาเฟ่เถอะค่ะ พลีสสส!
“มึงแหกตามองดีๆ ไอ้เทมส์ คนไม่รู้จักที่ไหน นี่น้องฝันกับน้องพีชไงวะ”
เอ้า! ไหงพี่หล่ออีกคน (ที่ยังไม่รู้จักชื่อ) พูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนล่ะคะ พี่ต้องลากเพื่อนออกจากคาเฟ่ถึงจะถูก!
ไลน์~
เสียงเตือนไลน์ของฉัน พีช เอมและแก้มยุ้ยดังพร้อมกัน พวกเรารีบหยิบมือถือขึ้นมาเช็คข้อความแล้วพบว่า...
“เอาไงดี ข้าวก็สั่งไปแล้ว” เอมถามอย่างปรึกษา
“นาทีนี้คงต้องใช้วิธีใส่กล่องหิ้วเข้า ม. ละแหละ” แก้มยุ้ยถอนหายใจทิ้งด้วยสีหน้าเสียดาย... ฉันก็ว่างั้นแหละ วิธีนี้น่าจะดีสุดละ
“แต่ถ้ามัวรอ อาจไม่ทันก็ได้นะ” พีชหยีตาพูดเสียงเบา
เออ! ก็จริง คาเฟ่คนเต็มเลย อาหารที่พวกเราสั่งไปไม่น่าได้เร็วๆ นี้... แล้วจะทำยังไงดีล่ะ!
“มีไรกันรึเปล่าครับน้องๆ ทำหน้าเหมือนคิดไม่ตกงั้นล่ะ” เสียงของพี่เดย์ทำให้พวกเรารู้สึกว่า ไม่ได้อยู่กันแค่สี่คน
“พี่ในเอกน่ะค่ะ ไลน์มาบอกว่าอาจารย์ประจำภาคอยากเจอปี 1 ภายในครึ่งชั่วโมง แต่ว่าพวกเราสี่คนเพิ่งสั่งข้าวไป” ฉันยิ้มเจื่อน ในใจก็ได้แต่หวังว่าพี่เดย์ที่กำลังมองกันด้วยรอยยิ้มจะไม่พูดเรื่องเมื่อคืนออกมา!
“งั้นไม่ต้องคิดมากครับ ไปหาอาจารย์เหอะ ถ้าข้าวมาเดี๋ยวพวกพี่กินแทน” เพื่อนที่มากับพี่เดย์บอกอย่างใจดี
“จะดีหรือคะ เมนูที่พวกหนูเลือก พี่ๆ อาจจะไม่ชอบ” พีชถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเกรงใจ
“พวกพี่กินง่ายอยู่ง่ายครับ น้องๆ รีบไปเถอะ ชักช้าระวังโดนลงโทษเอานะ” พี่เดย์พูดด้วยรอย ยิ้มโลกละลาย ใช้สายตาหวานระยับมองกันไม่หยุดทำเอาฉันรีบเฉไฉมองเพื่อนเหมือนปรึกษา
“เอาไงดี” พีชถามด้วยสีหน้าหวั่นเกรง
เอาตามตรงฉันก็กลัวเหมือนกันนะ ถึงรุ่นพี่จะใจดีแต่ถ้าต้องโดนลงโทษตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่เรื่องสวยงามนะคะ!
“ฉันว่าทำตามที่พี่เค้าบอกเหอะ นี่ยังไม่อยากโดนทำโทษตั้งแต่วันแรก” แก้มยุ้ยระรัวพยักหน้าชวน พวกเราที่เหลือต่างพยักหน้าเห็นด้วยไปในทางเดียวกัน
“งั้นพวกหนูฝากทานข้าวแทนด้วยนะคะ” เอมเป็นฝ่ายออกปากอย่างเกรงใจ ก่อนที่พวกเราสี่คนจะพากันขอบคุณรุ่นพี่วิศวะ จากนั้นก็พากันล้วงกระเป๋าตังค์เตรียมจ่ายเงิน
“ไม่ต้องครับ เดี๋ยวพวกพี่จัดการเอง” พี่เดย์ยกมือห้ามทัพเอาไว้
“แต่ว่า...” พีชกำลังจะแย้งด้วยสีหน้าเกรงใจ
“ไม่มีแต่ครับ ถือว่าพวกพี่เลี้ยงน้องใหม่ต่างคณะ ห้ามปฏิเสธความต้องการของรุ่นพี่สิครับ” หนึ่งในเพื่อนหน้าหล่อของพี่เดย์พูดอย่างใจดี พวกเราจะปฏิเสธก็ใช่ที่ เดี๋ยวพวกพี่เค้าคิดว่าหยิ่งทำไงเล่า เพราะงั้นเลยทำได้แค่เพียงยกไหว้ขอบคุณก่อนจะลุกจากโต๊ะ ระหว่างที่ฉันเดินออกเป็นคนสุดท้ายเพราะนั่งด้านในสุด พี่เดย์ก็กระแอมไอขึ้นมา ฉันมองหน้าหล่อโลกละลายโดยอัตโนมัติ เห็นริมฝีปากได้รูปสวยยกยิ้มแถมยังพูดโดยไม่ออกเสียงแต่อ่านปากได้ว่า
“พี่รอทานข้าวกับน้องฝันหวานสองคนอยู่นะครับ”
ตึกตัก! ตึกตัก! หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น ใบหน้าร้อนผะผ่าวราวกับโดนพระอาทิตย์เวลาเที่ยงตรงสาดส่องเข้าใส่ รีบก้มหน้าเดินประชิดตัวพีชโดยไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธพี่เดย์แต่อย่างใด ถือว่าโชคดีใช่มั้ยที่พี่เค้าไม่พูดความลับของเราสองคนออกมาต่อหน้าทุกคน
เพราะถ้าพูด... ฉันก็ไม่รู้จะปั้นหน้ายังไงเหมือนกัน!
คำว่าหนูตามใจพี่เดย์ทุกอย่าง ตอนนี้ฉันเลยได้มานั่งดินเนอร์กับพี่เดย์บนรูฟท็อปของโรงแรมหรูชื่อดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองดูวิวฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ที่เราสองคนเคยไปด้วยกันครั้งนึง ไม่ต้องถามนะคะว่าหรูขนาดไหน เอาเป็นว่าหรูจนขนลุกเพราะเมนูแต่ละอย่างของที่นี่แพงระยับ แถมโต๊ะที่เราสองคนนั่งเป็นส่วนที่ยื่นออกมาต้องจองกันข้ามเดือน ทว่าพี่เดย์กลับได้มาอย่างง่ายดายเพราะใช้เส้นสายเพื่อนสนิทอย่างพี่กัสซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของโรงแรมแห่งนี้นั่นเอง“ชอบมั้ยครับ” เสียงของพี่เดย์ทำให้ฉันละสายตาจากสวนสนุกที่มีแสงไฟระยิบระยับหันมองเจ้าตัว ก่อนจะยิ้มหวานแต่แอบกระซิบเบาๆ เพราะกลัวบริกรที่เดินไปมาได้ยิน“ก็ชอบค่ะ แต่อีกใจก็อดคิดไม่ได้ว่ามันหรูเกินไปรึเปล่า”“กับคนพิเศษ ไม่มีคำว่าเกินไปหรอกครับ” พี่เดย์บอกกันด้วยสายตามีความหมาย“ขนาดนั้น” ฉันลากเสียงยาวแซวขำ พี่เดย์ยักคิ้วกวน“อ่าฮะ”ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง!เสียงที่ดังขึ้นทำให้ฉันหันมองสวนสนุกอย่างตื่นเต้น เห็นพลุหลากสีสันกระจายเต็มท้องฟ้า แต่ที่
“หนูขอโทษนะคะที่ทำให้คุณหมอกับทางโรงพยาบาลวุ่นวาย ไหนจะโทรตามกันแล้วหนูไม่รับสายอีก” พอคิดได้ฉันรีบยกมือขอโทษ บอกด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ทว่าคุณหมอยิ้มอย่างเข้าใจ“ไม่เป็นไรค่ะ ชื่อคล้ายกันเลยทำให้เข้าใจผิดได้”“ถ้างั้นทำไมหนูถึงผอมลงล่ะคะ” ฉันออกปากถามคุณหมอด้วยความสงสัย ทว่าพี่เดย์ที่มีสีหน้ายิ้มแย้มไม่เปลี่ยนเป็นฝ่ายตอบแทน“เพราะน้องฝันหวานไม่ค่อยทานอะไรไงครับ”“แต่หนูมีอาการนอนไม่ค่อยหลับด้วยนะคะ แถมเมื่อวันศุกร์ใจก็เต้นแรงมากด้วย” ฉันพูดอย่างกังขา“คนไข้มีเรื่องเครียดรึเปล่าคะ” คุณหมอตั้งคำถามมาทำเอาฉันชะงักไปนิดนึง“ก็เครียดค่ะ” ฉันยอมรับแต่โดยดี เครียดมากด้วยเถอะ“ถ้ามีเรื่องเครียดรวมถึงทานน้อยลงจะทำให้นอนไม่หลับ หัวใจเต้นแรง ถือเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากค่ะ มันคาบเกี่ยวกับอาการไทรอยด์ หมอเลยสั่งให้ตรวจเลือดดู” คุณหมออธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆ ฉันนี่ถึงกับเก็ททันทีในเมื่อช่วงก่อนเครียดจริงอะไรจริง “แต่คนไข้สบายใจได้ค่ะ ร่างกายเป็นปก
“กลัวหรือครับ” พี่เดย์ที่เดินจับมือกันหันมาถามด้วยสีหน้ากังวล ตอนนี้มือของฉันเย็นจนรู้สึกได้ เช้านี้เราสองคนตื่นขึ้นมาก็ทำภารกิจส่วนตัว ออกมาทานข้าวเช้าแถวหน้าคอนโดและมาโรงพยาบาลด้วยกับ ถึงรู้แก่ใจว่ามาหาหมอเพื่อทำการรักษาแต่ใจก็อดกลัวไม่ได้อยู่ดี ฮือ!“หนูกลัวค่ะ มันกังวลไปหมด กลัวสารพัดสิ่ง”“ไม่ต้องกลัวครับ พอพบหมอ ได้ทานยา ได้ปรับยาเดี๋ยวก็หาย” พี่เดย์ให้กำลังใจด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“อื้อ” ฉันพยักหน้าช้าๆ บอกตัวเองว่าอย่ากลัว อย่าเครียด เดี๋ยวก็ดีขึ้นเราสองคนเดินมาที่หน้าเคาท์เตอร์เพื่อบอกชื่อเสียงเรียงนาม ทว่าพยาบาลที่รับเรื่องกลับมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด เล่นเอาฉันกับพี่เดย์มองหน้ากันด้วยความงงเลยทีเดียว“คุณลลิลสุรางค์ อชิรสิทธิ์กุลนะคะ”“ใช่ค่ะ หนูเอง” ฉันพยักหน้าน้อยๆ“คุณหมอเจ้าของไข้ที่วินิจฉัยโรคให้คุณลลิลสุรางค์เมื่อวันศุกร์อยากพบคุณมากเลยค่ะ ทางโรงพยาบาลพยายามติดต่อคุณแต่สายไม่ว่างเลย เดี๋ยวจะให้พยาบาลพาไปหาคุณหมอนะคะ”&ld
“คืนนี้พี่นอนที่นี่ได้มั้ยครับ” พอฉันเดินออกจากห้องน้ำในสภาพชุดนอน ผมเปียกจนต้องเอาผ้าเช็ดตัวคลุมไว้ พี่เดย์ที่นอนคว่ำมองหน้าจอมือถือตั้งแต่ก่อนฉันเข้าไปอาบน้ำ เงยหน้าขึ้นมาขออนุญาตกันด้วยสีหน้าจริงจัง“กลัวหนูวูบเหรอคะ” เมื่อกี้ก็ไม่ให้ล็อคประตูห้องน้ำ กลัวฉันเป็นลมเดี๋ยวเข้าไปช่วยไม่ทัน ตอนนี้อยากนอนนี่อีก... รู้เลยว่าเป็นห่วงมากถึงขั้นไม่กล้าให้ฉันอยู่คนเดียว“ครับ” พี่เดย์พยักหน้ารับ ทั้งสีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงแบบปิดไม่มิด“อันที่จริงถ้าหนูไม่เหนื่อย ไม่ได้ออกแรงเยอะ ใจก็ไม่เต้นแรงหรอกค่ะ ดูอย่างสองวันที่ผ่านมาสิคะ หนูออกไปกับพี่เดย์ทุกวันยังโอเคอยู่เลย ที่คุณหมอกลัวช็อกเพราะถ้าใช้แรงมากไป หัวใจจะทำงานหนักขึ้นจนร่างกายรับไม่ไหวประมาณนั้น” ฉันบอกให้พี่เดย์คลายกังวลแต่สีหน้าของเจ้าตัวดันเป็นห่วงหนักยิ่งกว่าเดิม“พี่รู้สึกแย่มากที่ช่วยอะไรน้องไม่ได้เลย”“ไม่เอาสิคะ ไม่ใช่ความผิดของพี่เดย์สักหน่อย” ฉันรีบเดินเข้าไปนั่งข้าง พูดให้คลายกังวล “พี่เดย์ก็เห็น ที่ผ่
“แล้วคุณพ่อคุณแม่ไม่ว่าเหรอคะที่ฝัน... มีแฟน” ฉันกลั้นใจถามออกไป เอาจริงกลัวคำตอบที่ได้เหมือนกันนะ กลัวว่าให้เลิกกันตอนนี้เดี๋ยวนี้ฉันคงทำใจไม่ได้“มันเป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่นไม่ใช่หรือลูกที่จะมีความรัก พ่อกับแม่เคยผ่านช่วงเวลานั้นมาก่อน รู้ดีว่าเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าเป็นห่วงมั้ย ตอบตามความจริงพ่อกับแม่เป็นห่วงมาก ลูกไม่เคยคบใครมาก่อน ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยรู้ว่าความรักระหว่างหญิงชายเป็นยังไง แต่พอเห็นผู้ชายที่หนูเลือกเป็นคนดี ใส่ใจกับคนรอบข้างแถมยังสามารถปกป้องหนูได้ พ่อกับแม่ก็เบาใจขึ้น” คุณแม่ตอบด้วยรอยยิ้มทำให้ฉันโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ริมฝีปากคลี่ยิ้มโดยไม่รู้ตัว ความดีความน่ารักของพี่เดย์ผ่านด่านครอบครัวของฉันได้แล้ว ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรเช่นนี้“แล้วตอนนี้พี่เดย์อยู่กับหนูมั้ย” พอคุณพ่อถาม ฉันอึกอักเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ายอมรับ“อยู่ค่ะ”“งั้นพ่อขอคุยกับพี่เดย์หน่อย” ยังไม่ทันที่ฉันจะยื่นมือถือให้ พี่เดย์ก็โผล่หน้าเข้ามาในจอ ยกมือไหว้คุณพ่อคุณแม่ของฉันอย่างเด็กมารยาทดี จากนั้นก
“แล้วบอกคุณพ่อคุณแม่รึยังครับ”“ยังค่ะ” ฉันส่ายหน้าผละออกจากอ้อมอกอุ่น มองพี่เดย์อย่างไม่คลาดสายตา รู้สึกว่าตัวเองโคตรโชคดีที่รับผู้ชายดีพร้อมคนนี้เข้ามาในชีวิต ขนาดวินาทีความเป็นความตายที่กำลังเป็น อยู่ พี่เดย์ยังไม่ทิ้งฉันไปไหน ฉันโชคดีจริงๆ ...“บอกท่านทั้งสองดีมั้ยครับ ท่านควรได้รู้ว่าลูกสาวไม่สบาย”ฉันมองหน้าพี่เดย์อย่างปรึกษา พี่เดย์พยักหน้าให้ ฉันเลยตอบตกลง “โอเคค่ะ”พี่เดย์ใช้นิ้วเช็ดคราบน้ำตาให้กัน หยิบมือถือของฉันส่งมา ฉันเม้มปากด้วยความกลัวปนกังวล กลัวบอกแล้วคุณพ่อคุณแม่จะตกใจหนัก ไม่เป็นอันทำอะไร เพราะงั้นที่ผ่านมาฉันเลยเลือกที่จะเงียบและเก็บเอาไว้เองแต่ถึงยังไงเรื่องนี้ก็สำคัญ ท่านทั้งสองควรรู้อย่างที่พี่เดย์บอกนั่นล่ะ เมื่อตัดสินใจได้ฉันวีดีโอคอลหาคุณแม่ทันที“ตายแล้วลูก หนูเป็นอะไรทำไมตาแดงอย่างนั้น” พอคุณแม่เห็นหน้ากันก็ร้องอย่างแตกตื่น แววตาเป็นห่วงปนตกใจ“ไหน ลูกเป็นอะไร” ฉันได้ยินเสียงคุณพ่อลอดเข้ามาก่อนที่จะเห็นท่านในวินาทีถัดมาพอเห็นค
“พี่เดย์โอเคนะคะ หนูกลัวแทบแย่ รถคันนั้นเฉียดพี่ไปนิดเดียวเอง” ฉันถามเสียงสั่นพี่เดย์ส่งยิ้มหวานมาให้กัน ทั้งที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ระทึกมาหมาดๆ แถมใบหน้าหล่อเหลายังมีเหงื่อผุดตามกรอบหน้า แต่ร่างสูงยังคงยิ้มได้ ถ้าเป็นฉันอาจเป็นลมล้มตึง แข้งขาอ่อนไปแล้วเถอะ...คนธรรมดากับ
“ชะนี! สรุปเรื่องมันเป็นไงยะ ทำไมพีชมันถึงเข้าไปขอถ่ายรูปกับแฟนในอนาคตของฉันได้ เม้าท์ด่วน!” เสียงทักทายของลิซ่าทำให้ฉันที่เพิ่งกดรับสายแล้วเปิดโฟนเหลือบมองหน้าพีชที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็เกิดความสงสาร เมื่อเพื่อนรักกำลังถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าเหมือนกังวล“ไม่มีไรหรอก พีชทำไปเพราะแลกกับลายเซ็นพี่ปี 3 เท่า
สองทุ่ม“แกหิวมั้ยพีช” ฉันเงยหน้าขึ้นจากกองชีทเพื่อถามเพื่อนรักที่กำลังใช้ดินสอจดโน่นจดนี่ตั้งแต่จันทร์หน้าจะสอบมิดเทอมแล้วค่ะ เราสองคนเลยขนหนังสือรวมถึงชีทต่างๆ มานั่งติวที่ห้องฉันกัน มีอะไรไม่เข้าใจก็ช่วยกันหาคำตอบ เกรด A ต้องเป็นของเราทั้งคู่ สู้ววว!“นิดหน่อย แกก็หิวเหมือนกันเหรอ” พีชเงยหน้าขึ
“พวกมึงขา สอบเสร็จไปเช็คอินที่คาเฟ่หมากันป่ะ เพื่อนกูเพิ่งลงรูปในไอจี น่าไปมาก”“ไหนเอามาดู เฮ้ย! ได้ถ่ายรูปรวมกับน้องหมาเป็นสิบเลยเหรอวะ?”“อือ กูถามเพื่อนละ น้องหมาแต่ละตัวเชื่องมากแถมเป็นงานด้วย ละพวกมึงดูร้านก่อน... น่ารักเกินไปมั้ย”“มึงพรีเซนต์ขนาดนี้ กูไปหนึ่ง”“มึ๊ง! ดูตัวนี้ก่อน ขนโคตรฟูไป







