Se connecterเพราะคำพูดของรุ่นพี่คณะวิศวะที่ชื่อพี่เดย์แท้ๆ เลย ทำเอาฝันหวานคนนี้ข่มตานอนแทบไม่ลง ในหัวมันวนเวียนคิดถึงใบหน้าหล่อเหลารวมถึงรอยยิ้มโลกละลายนั่นไม่หยุด ยังดีนะที่ผล็อยหลับไปตอนตีหนึ่งกว่าได้มั้ง รู้ตัวอีกทีคือนาฬิกาปลุกละ ไม่งั้นขอบตาคงดำเป็นหมีแพนด้าแบบไม่ต้องสืบอ่ะ!
การที่รุ่นพี่ผู้ชายใน ม. เดียวกันชวนรุ่นน้องผู้หญิงต่างคณะไปทานข้าว มันไม่ทะแม่งเกินไปหน่อยเหรอ?
เกิดมีใครมาเห็นเข้า... ไม่เข้าใจผิดแย่ แถมพอฉันจะอ้าปากปฏิเสธ พี่เดย์ก็ดันหันหลังว๊าบหนีต่อหน้าต่อตา
โอย! จ่างมันเต๊อะ! กึ๊ดนักมีแต่ปวดหัว! บางทีพี่เค้าอาจจะพูดเล่นไปงั้นก็ได้ป่ะ
ฉันสูดลมหายใจยาว ใช้มือตบสองแก้มเบาๆ สั่งให้ตัวเองเลิกคิดถึงเรื่องที่ยังไม่เกิด หยิบมือถือขึ้นคอลหาพีช พอเจอหน้ากัน.. เราสองคนต่างยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายอยู่ในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม
“เมื่อคืนหลับสบายป่ะ” ฉันชวนพีชคุยระหว่างอยู่ในลิฟท์
“หึ” พีชส่ายหน้าไปมา “ดันฝันประหลาดเลยหลับไม่ค่อยสนิทแถมตื่นก่อนนาฬิกาปลุกอีกต่างหาก แล้วฝันล่ะ... เป็นไง หลับสบายมั้ย”
“ไม่เท่าไหร่” ฉันบู้ปากพลางหยีตา “กว่าจะข่มตานอนได้ก็ปาเข้าวันใหม่ละ”
“หวังเราสองคนไม่แข่งกันหลับโชว์บนหอประชุมนะ!” ฉันกับพีชโพล่งคำพูดเดียวกัน
เราเบิกตามองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา เห็นป่ะ! บอกแล้วว่าเราสองคนเหมือนกันมาก ขนาดความคิดยังไปในทางเดียวกันเลย
ฉันกับพีชไป ม. ด้วยการเดินเพราะมันง่ายและสะดวก แค่ออกจากซอย เดินข้ามถนนก็ถึงเลย ระหว่างนี้เราก็คุยเล่นเรื่อยเปื่อยโดยที่ฉันไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อคืนให้เพื่อนฟังแม้แต่น้อย พอเข้ามาในรั้วมหาลัย ฉันรู้สึกได้ว่านักศึกษาส่วนใหญ่ต่างมองมาทางนี้ ก็เป็นธรรมดาล่ะเนอะในเมื่อพีชที่เดินข้างกันโคตรน่ารักแถมนิสัยก็น่ารักด้วย ใครล่ะจะอดใจไม่มองเพื่อนฉันยังไงไหว ขนาดฉันเป็นผู้หญิงด้วยกันยังอดมองเพื่อนตัวเองไม่ได้เลย แฮร่!
เมื่อถึงหอประชุมฉันกับพีชช่วยกันส่องว่าเอกญี่ปุ่นนั่งตรงไหน
“เอกเราอยู่โน่น” พีชชี้ไปยังรุ่นพี่หน้าแถวที่ถือป้ายเอกญี่ปุ่นด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ไปกัน” ฉันพยักหน้าให้เพื่อนด้วยรอยยิ้มหวาน
เมื่อเข้ามานั่งในแถว เราได้เพื่อนใหม่ชื่อแก้มยุ้ยและเอม สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ ม.ปลายแถมยังแอดติดที่เดียว กันด้วย พวกเราสี่คนคุยกันอย่างถูกคอ จากนั้นก็แลกไลน์ ไอจี เบอร์โทรรวมถึงเฟซบุ๊คของกันและกันไว้
พอปฐมนิเทศเสร็จ ฉัน พีช เอมและแก้มยุ้ยตกลงกันมาหาข้าวทานแถวหน้ามหาลัย แล้วอะไรคือการที่ร้านเด็ดที่รุ่นพี่ปี 2 แนะนำมาดันไม่มีโต๊ะว่างเหลือเลย... อดกิ๋นเลยเจ้า! เพราะงั้นตอนนี้เราสี่คนเลยเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงคาเฟ่สีขาวสไตล์มินิมอล พอผลักประตูกระจกเข้ามาด้านใน
ว้าว! ตกแต่งได้น่ารักชะมัด แถมโชคดีมีโต๊ะใหญ่โต๊ะสุดท้ายว่างอยู่ด้วย
เราสี่คนรีบจ้ำเท้าเข้ามานั่งทันที ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟก็คุยเล่นทำความรู้จักกันอย่างสนุกสนานจนกระทั่ง
“เฮ้ย! โต๊ะใหญ่มีที่เหลือเว้ย เข้าไปเหอะกูหิวแล้ว ขี้เกียจหาร้าน!” เสียงของผู้ชายที่เปิดประตูเข้ามาในคาเฟ่ทำเอาพีช ฉัน เอมและแก้มยุ้ยหันมองกันหน้าตื่น ประเด็นคือโต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่เป็นแบบสิบที่นั่งไง นั่นหมายความว่าจะมีผู้ชายเข้ามานั่งด้วย จะห้ามพวกเขาก็น่าเกลียดเกินในเมื่อพวกเราใช้แค่สี่ที่ แต่จะให้นั่งกับคนไม่รู้จักก็อึดอัดเป็นนะ
“อ้าว! น้องฝันหวานน้องพีช สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้ว” เสียงทักทายหัวโต๊ะทำให้เราสี่คนหันมองพร้อมกัน พะ... พี่เดย์!
ฉันเบิกตาอึ้งๆ ในความโลกกลมนี้ คนที่ทำให้ฉันนอนแทบไม่หลับดันมาอยู่ตรงหน้า!
แล้วถึงพี่เดย์จะมากับเพื่อน แถมพี่คนอื่นก็ส่งยิ้มมาอย่างเป็นกันเอง แต่ฉันสัมผัสได้ว่าดวงตาของพี่เดย์ไม่เคลื่อนไปจากใบหน้าของฝันหวานคนนี้เลย
ตึกตัก! ตึกตัก! ฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังก้องในหัวอีกแล้วเมื่อเห็นรอยยิ้มโลกละลายของพี่เดย์อีกครั้ง... บ้าบอมาก ไม่ดีต่อใจสาวน้อยอย่างหนูเลย
“สวัสดีค่ะพี่ๆ” แม้จะเขินอยู่มาก ฉันสั่งให้ตัวเองทำตัวเป็นปกติ รีบชิงทักตอบก่อนที่พี่เดย์จะพูดจาแปลกๆ เหมือนเมื่อคืนต่อหน้าเพื่อนทั้งสามคน บอกตามตรงฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้ว่ามีหนุ่มหล่อมาชวนทานข้าวตั้งแต่ก่อนเปิดเทอม! ฝันหวานกลัวโดนแซว...
“พวกมึงสามคนรู้จักเกรงใจคนอื่นมั่ง ร้านมีเยอะแยะจะเบียดคนไม่รู้จักทำไม กลับ!” น้ำเสียงนิ่งปนหงุดหงิดทำให้แทบทั้งร้านหันไปมองคนพูด อ้อ! พี่หล่อเกินต้านที่ดูเหมาะกับพีชนี่เอง
ถูกต้องแล้วค่ะ! พี่มาถูกทางแล้ว เชิญตัวเพื่อนของพี่ออกไปจากคาเฟ่เถอะค่ะ พลีสสส!
“มึงแหกตามองดีๆ ไอ้เทมส์ คนไม่รู้จักที่ไหน นี่น้องฝันกับน้องพีชไงวะ”
เอ้า! ไหงพี่หล่ออีกคน (ที่ยังไม่รู้จักชื่อ) พูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียนล่ะคะ พี่ต้องลากเพื่อนออกจากคาเฟ่ถึงจะถูก!
ไลน์~
เสียงเตือนไลน์ของฉัน พีช เอมและแก้มยุ้ยดังพร้อมกัน พวกเรารีบหยิบมือถือขึ้นมาเช็คข้อความแล้วพบว่า...
“เอาไงดี ข้าวก็สั่งไปแล้ว” เอมถามอย่างปรึกษา
“นาทีนี้คงต้องใช้วิธีใส่กล่องหิ้วเข้า ม. ละแหละ” แก้มยุ้ยถอนหายใจทิ้งด้วยสีหน้าเสียดาย... ฉันก็ว่างั้นแหละ วิธีนี้น่าจะดีสุดละ
“แต่ถ้ามัวรอ อาจไม่ทันก็ได้นะ” พีชหยีตาพูดเสียงเบา
เออ! ก็จริง คาเฟ่คนเต็มเลย อาหารที่พวกเราสั่งไปไม่น่าได้เร็วๆ นี้... แล้วจะทำยังไงดีล่ะ!
“มีไรกันรึเปล่าครับน้องๆ ทำหน้าเหมือนคิดไม่ตกงั้นล่ะ” เสียงของพี่เดย์ทำให้พวกเรารู้สึกว่า ไม่ได้อยู่กันแค่สี่คน
“พี่ในเอกน่ะค่ะ ไลน์มาบอกว่าอาจารย์ประจำภาคอยากเจอปี 1 ภายในครึ่งชั่วโมง แต่ว่าพวกเราสี่คนเพิ่งสั่งข้าวไป” ฉันยิ้มเจื่อน ในใจก็ได้แต่หวังว่าพี่เดย์ที่กำลังมองกันด้วยรอยยิ้มจะไม่พูดเรื่องเมื่อคืนออกมา!
“งั้นไม่ต้องคิดมากครับ ไปหาอาจารย์เหอะ ถ้าข้าวมาเดี๋ยวพวกพี่กินแทน” เพื่อนที่มากับพี่เดย์บอกอย่างใจดี
“จะดีหรือคะ เมนูที่พวกหนูเลือก พี่ๆ อาจจะไม่ชอบ” พีชถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเกรงใจ
“พวกพี่กินง่ายอยู่ง่ายครับ น้องๆ รีบไปเถอะ ชักช้าระวังโดนลงโทษเอานะ” พี่เดย์พูดด้วยรอย ยิ้มโลกละลาย ใช้สายตาหวานระยับมองกันไม่หยุดทำเอาฉันรีบเฉไฉมองเพื่อนเหมือนปรึกษา
“เอาไงดี” พีชถามด้วยสีหน้าหวั่นเกรง
เอาตามตรงฉันก็กลัวเหมือนกันนะ ถึงรุ่นพี่จะใจดีแต่ถ้าต้องโดนลงโทษตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่เรื่องสวยงามนะคะ!
“ฉันว่าทำตามที่พี่เค้าบอกเหอะ นี่ยังไม่อยากโดนทำโทษตั้งแต่วันแรก” แก้มยุ้ยระรัวพยักหน้าชวน พวกเราที่เหลือต่างพยักหน้าเห็นด้วยไปในทางเดียวกัน
“งั้นพวกหนูฝากทานข้าวแทนด้วยนะคะ” เอมเป็นฝ่ายออกปากอย่างเกรงใจ ก่อนที่พวกเราสี่คนจะพากันขอบคุณรุ่นพี่วิศวะ จากนั้นก็พากันล้วงกระเป๋าตังค์เตรียมจ่ายเงิน
“ไม่ต้องครับ เดี๋ยวพวกพี่จัดการเอง” พี่เดย์ยกมือห้ามทัพเอาไว้
“แต่ว่า...” พีชกำลังจะแย้งด้วยสีหน้าเกรงใจ
“ไม่มีแต่ครับ ถือว่าพวกพี่เลี้ยงน้องใหม่ต่างคณะ ห้ามปฏิเสธความต้องการของรุ่นพี่สิครับ” หนึ่งในเพื่อนหน้าหล่อของพี่เดย์พูดอย่างใจดี พวกเราจะปฏิเสธก็ใช่ที่ เดี๋ยวพวกพี่เค้าคิดว่าหยิ่งทำไงเล่า เพราะงั้นเลยทำได้แค่เพียงยกไหว้ขอบคุณก่อนจะลุกจากโต๊ะ ระหว่างที่ฉันเดินออกเป็นคนสุดท้ายเพราะนั่งด้านในสุด พี่เดย์ก็กระแอมไอขึ้นมา ฉันมองหน้าหล่อโลกละลายโดยอัตโนมัติ เห็นริมฝีปากได้รูปสวยยกยิ้มแถมยังพูดโดยไม่ออกเสียงแต่อ่านปากได้ว่า
“พี่รอทานข้าวกับน้องฝันหวานสองคนอยู่นะครับ”
ตึกตัก! ตึกตัก! หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น ใบหน้าร้อนผะผ่าวราวกับโดนพระอาทิตย์เวลาเที่ยงตรงสาดส่องเข้าใส่ รีบก้มหน้าเดินประชิดตัวพีชโดยไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธพี่เดย์แต่อย่างใด ถือว่าโชคดีใช่มั้ยที่พี่เค้าไม่พูดความลับของเราสองคนออกมาต่อหน้าทุกคน
เพราะถ้าพูด... ฉันก็ไม่รู้จะปั้นหน้ายังไงเหมือนกัน!
พรึ่บ! ฉันยกกระเป๋าขึ้นมาปิดหน้าแทบไม่ทัน หวังว่าพี่เดย์คงไม่เห็นฉันเข้าหรอกนะ!“เป็นไรรึเปล่าน้องฝันหวาน” หนึ่งในรุ่นพี่ถามฉันด้วยน้ำเสียงแปลกใจ“แฮร่!” ฉันหันมายิ้มแหยให้พวกรุ่นพี่ “ไม่มีไรค่ะ หนูแค่ร้อนนิดหน่อยเลยเอากระเป๋าขึ้นมาบัง”“พี่นึกว่าน้องฝันหวานหลบพี่ซะอีก”“เปล่าค่ะ หนูจะหลบพวกพี่ไปทำไมกัน” ฉันตอบโดยอัตโนมัติ เดี๋ยวนะ! รุ่นพี่ในเอกไม่มีใครขยับปากสักคน แล้วใครเป็นคนพูด?“ในเมื่อไม่หลบก็หันมาได้แล้วครับ” น้ำเสียงติดขำที่ดังจากด้านหลังทำให้ฉันตาโตในบัดดล อย่าบอกนะว่า...“มึงรู้จักน้องฝันหวานด้วยเหรอไอ้เดย์” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงแปลกใจของรุ่นพี่ในเอกที่ทักทายคนด้านหลังทำให้ฉันรู้ว่า... พี่เดย์มาถึงตัวฉันแล้ว! ฮือ! ให้ตายเถอะ คนอะไรตาไวชะมัด!“รู้จักดิพี่ นี่แฟนผมเอง”ขวับ! ฉันหันมองคนตัวสูงด้านหลังที่กำลังยิ้มมุมปาก บ้าไปแล้วเหรอ พี่เดย์ตอบรุ่นพี่ในเอกของฉันแบบนี้ได้ไง! เกิดรุ่นพี่เอาไปเม้าท์ต่อ... ได้ลือกันทั่วเอกว่าฉันมีแฟนเป็นพี่ว้ากคณะวิศวะน่ะสิ“กูถามจริง!”“ไม่จริงพี่” พี่เดย์พูดเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่พวกเรา “ผมกำลังช่วยน้องอยู่ พี่เห็นไอ้เด็กปี 1 ด้านหลังที่มองมาทางนี
“ฝัน” พีชเรียกฉันด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความงุนงง“แฮ่” ฉันยิ้มเจื่อนให้เพื่อนรัก สายตาบอกใบ้ว่าอย่าเพิ่งถาม พีชดูเหมือนจะเข้าใจดีเลยหันกลับไปด้านหน้าตามเดิมฟู่ว! ฉันเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองพี่เดย์อีกครั้ง“มีอะไรรึเปล่าคะพี่เดย์” ฉันยิ้มแหยถามออกไปเบาๆ“เดี๋ยวเลิกแถวอย่าเพิ่งกลับนะครับ อยู่คุยกันเรื่องร้านก่อน” พี่เดย์บอกด้วยรอยยิ้มหวานก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ฉันใจเต้นตึกตักเมื่อเห็นรอยยิ้มโลกละลายนั่นหนึ่งกรุบ พอเหลือบสายตามองรอบตัวอย่างนึกได้ก็เล่นเอาฝันหวานคนนี้สะดุ้งแทบไม่ทันเมื่อเห็นเพื่อนที่อยู่แถวนี้พากันมองมาด้วยแววตาอยากรู้ ฮือ!ดูทรงละรู้เลย...จบจากการรับน้องในวันนี้ ต้องมีข่าวลือกระจายออกไปแน่นอนว่าฉันรู้จักกับพี่พี่ว้ากคณะวิศวะถึงขั้นอีกฝ่ายเดินมานัดแนะในแถวแล้วไหนจะต้องตอบคำถามของเพื่อนรักอย่างพีชอีก... ฮือ! ไม่น่าเลย รู้งี้เล่าให้พีชฟังตั้งแต่แรกก็ดีหรอก เป็นไงล่ะ... มัวแต่อายมัวแต่กลัวดีนัก สรุปเรื่องแดงขึ้นมาจนตั้งรับไม่ทันอยากร้องไห้! จะหนีก็หนีไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงพี่ว้าก ขืนไม่ไปตามนัดก็อาจจะโดนทำโทษ สรุปฉันต้องไปทานข้าวกับพี่เดย์จนได้
หลังเลิกเรียนกิจกรรมของเด็กปี 1 อย่างฉันรวมถึงเพื่อนในเอกที่ไม่ได้ลงแข่งดาวเดือน ไม่ได้ลงแข่งกีฬาหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นให้คณะต้องเข้ารับน้องและซ้อมเชียร์ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก แต่ทำไงได้... ในเมื่อเราอยู่ปี 1 จะให้ปีกกล้าขาแข็งไม่เข้าร่วมกิจกรรมของทางมหาลัยก็ใช่เรื่อง เพราะงั้นถ้ารุ่นพี่สั่งให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุน่ะนะพอเฟรชชี่เดย์เฟรชชี่ไนท์จบลงก็หลุดพ้น ไม่ต้องมาฟังรุ่นพี่บ่นหรือว้ากโน่นนี่นั่น รวมถึงปรบ มือร้องเพลงที่น่าเบื่อกันละ“ฟังทางนี้หน่อยค่ะ พี่มีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ปี 1 ทุกคนทราบ!” พี่เบียร์ ประธานคณะมนุษย์ศาสตร์ปี 2 ยกมือป้องปากประกาศเสียงดังกว่าปกติ พวกเราปี 1 ที่นั่งรวมตัวใต้ตึกกลางของคณะเงียบลง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คณะของเราจะรับน้องพร้อมคณะวิศวะ หลังเลิกเรียนน้องๆ ต้องไปรวมตัวกันที่ลานเกียร์ ส่วนซ้อมเชียร์ยังเป็นของคณะใครคณะมันเหมือนเดิม”ขวับ! ฉันตาเหลือกพร้อมกับหันหน้าเข้าหาพีช เอมและแก้มยุ้ยทันควัน! เพื่อนสนิททั้งสามอาจจะกลัวพี่ว้ากคณะวิศวะถึงพากันตกใจที่ต้องรับน้องรวม ส่วนฝันหวานคนนี้มีอะไรมากกว่านั้น...ตั้งแต่พี่เดย์ช่วยฉันด
น่าเบื่อชิบหาย!ไอ้เด็กปี 1 โดดรับน้องช่วงกลางวัน สมัยอยู่ปี 1 ถึงพวกผมจะทั้งเบื่อทั้งเซ็งที่รุ่นพี่เรียกพบแค่ไหน แต่ทั้งผม ไอ้เทมส์ ไอ้เจมส์ ไอ้กัสต่างไปตามนัดให้มันจบๆ เพราะไม่อยากเห็นเพื่อนคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องต้องลำบาก ละดูรุ่นน้องมันทำ... โคตรเห็นแก่ตัว ไม่คิดถึงใจใคร มันไม่คิดเลยว่าเพื่อนในรุ่นจะเดือดร้อน แค่อยู่ในระเบียบช่วงรับน้องมันจะตายรึไงวะ พอได้รุ่นแล้วก็ไม่มีใครบัง คับมันละ!แล้วโดดทั้งทีดันเสือกโดดมาห้องสมุดกลาง ผมที่เป็นหนึ่งในพี่ว้ากก็ต้องมาลากคอมันกลับคณะอีก... เสียเวลาโคตร!! เดินหาตามโต๊ะไม่เจอเด็กวิศวะสักราย หรือมันจะกลับคณะแล้ว!“แล้วเย็นนี้เอาไง” เสียงเด็กผู้หญิงที่นั่งคุยกันเบาๆ ทำให้ผมเดินย้อนกลับมาเมื่อรู้สึกเหมือนเห็นอะไรแว๊บๆ“ฉันไลน์บอกคุณแม่ละว่าเย็นนี้จะไปดูหนังแล้วกลับพร้อมแก ท่านก็ไม่ว่าอะไร” ผมยิ้มทันทีเมื่อเห็นน้องฝันหวานกำลังคุยกับเพื่อนที่หน้าเหมือนตุ๊กตา ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ คนที่ผมอยากเจอมาตลอดทั้งอาทิตย์อยู่ห่างไม่ถึงห้าก้าว หึ! อย่างน้อยมาห้องสมุดกลางก็มีเรื่องดีบ้างล่ะวะ!“แล้วแกล่ะพีช ขอที่บ้านยัง” น้องผู้หญิงอีกคนที่นั่งตรงข้ามน้องตุ๊กตาถาม
“เชรด! แต่ละคณะ แม่งงานดีๆ ทั้งนั้น”“น้องคนนี้กูให้เต็มร้อย ขาวมากกก”“เด็กสมัยนี้ทำไมมันน่ารักขนาดนี้วะ”“มึงดูน้องคนนี้ก่อน ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่”“ทำไมคณะเราไม่มีแบบนี้บ้างวะ” เสียงไอ้แจ็คกับเพื่อนร่วมคลาสอีกหลายคนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ปี 1 เรียกสายตาผมให้หันไปมองพวกมัน ก่อนจะเดินมานั่งที่ประจำเพียงลำพัง... ไอ้กัสยังตามง้อลิลลี่ที่คณะบริหาร ไอ้เจมส์รถติดบนถนน ไอ้เทมส์กำลังวนหาที่จอดรถ ส่วนผมทนอากาศร้อนไม่ไหวเลยเข้ามาตากแอร์ในห้องเรียนก่อน“พวกมึงทำไรกันน่ะ เสียงนี่ลอดออกไปนอกห้องเลย” เสียงตะโกนถามดังมาจากหลังห้อง ผมเหลือบมองนิดนึงเห็นเพื่อนผู้หญิงที่มีน้อยนิดในคลาส มันสี่คนไปไหนด้วยกันตลอดแถมเรียนร่วมกับผู้ชายซะส่วนใหญ่ก็เลยห้าวอย่างที่เห็น“พวกกูกำลังเล็งน้องปี 1 อยู่ สาวน้อยแต่ละคนที่ถูกคัดสรรมาลงแฟนเพจ ม. งานดีๆ ทั้งนั้น” ไอ้แจ็คตะโกนตอบ... พวกผมก็งี้ เด็กวิศวะส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย อยู่ต่อหน้าเพื่อนเลยกล้าพูดตรงๆ แต่ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยก็เก็บอาการเป็นนะเว้ย พวกเรายังรักษามารยาทอยู่“แล้วมึงอ่ะเดย์ วันนี้ฉายเดี่ยว” ไอ้แจงที่เข้ามานั่งด้านหน้าหันมาถามผมด้วยสีหน้าแปลกใจ“เปล่า! เดี๋ยว
พวกเราสี่คนรีบเดินมาหารุ่นพี่ตามที่นัดหมายทางไลน์ ปรากฏว่าอาจารย์ภาควิชาภาษาญี่ปุ่นสั่งโอเบนโตะจากร้านดังมาเลี้ยงนักศึกษาปี 1 เป็นอาหารกลางวันแล้ว... ดีใจน้ำตาไหลพราก ใจดีอะไรขนาดนี้ ขอบคุณค่ะเซนเซย์ฉัน พีช แก้มยุ้ยและเอม เดินเข้าไปรับโอเบนโตะจากรุ่นพี่ปี 2 ระหว่างทานข้าวก็ได้ทำความรู้จักกับพวกเพื่อนๆ ในเอกคนอื่นไปด้วย แล้วคือแต่ละคนเป็นกันเองมาก โดยเฉพาะเอมี่และลิซ่า... เพื่อนเก้งที่เรียกเสียงฮาจากทุกคนได้เป็นอย่างดี ฉันกับพีชทานข้าวไปหัวเราะสองคนนี้ไปไม่หยุด คือขำมาก ขำจริง จัง!หลังทานข้าวเรียบร้อย เซนเซย์ทุกท่านก็มาให้โอวาทเด็กปี 1 อย่างใจดี จากนั้นรุ่นพี่ปี 2 ก็ให้พวกเราเฟรชชี่แนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ แถมตอนนี้ยังใจดีพาน้องๆ อย่างพวกเรามาเปิดโลกด้วยการแนะนำคณะต่างๆ ใน ม. ให้รู้จักโดยที่เอม แก้มยุ้ยรวมถึงเพื่อนเก้งรวมตัวอยู่ที่หัวแถวกับพวกพี่เอซึ่งเป็นประธานปี 2 หนำซ้ำพวกนั้นยังซักไซร้รุ่นพี่เรื่องหนุ่มฮ็อตใน ม. ไม่หยุด พวกรุ่นพี่ก็ยินดีเม้าท์มอยให้ฟังอย่างออกรส ส่วนฉันกับพีชเดินอยู่กลางแถว ทำความรู้จักเพื่อนกลุ่มอื่นอะไรไปตามประสาคนไม่สนใจหนุ่มๆ เท่าไหร่ แฮร่!จนกระทั่งถึงคณะ







