Share

เงารักกลางม่านเมฆา
เงารักกลางม่านเมฆา
Author: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

last update Last Updated: 2025-12-29 20:37:18

ขบวนรถม้าที่กำลังวิ่งอยู่บนอันแสนขรุขระอย่างรีบเร่ง ทำให้บรรดาสัตว์น้อยใหญ่แตกตื่นพร้อมวิ่งหนีอย่างลุกลี้ลุกลน เหล่านกน้อยบินหวือออกไปทุกทิศทางเพราะความหวาดหวั่น เช่นเดียวกันกับใบหน้าของผู้คนที่อยู่ในขบวนรถม้า พวกเขาทุกคนต่างมองไปรอบทิศอย่างหวาดระแวง

เสียงฝีเท้าม้าซึ่งตามหลังมาส่งผลให้ใบหน้าของพวกเขายิ่งเผือดสี คนบังคับรถม้าหวดแส้ไปยังม้าสองตัวที่ผูกยืดเข้ากับรถม้า พวกมันเร่งฝีเท้าขึ้นอีกตามแรงหวดกระนั้นกลับยังคงไม่เร็วดังใจ

เสียงตะโกนกู่ร้องด้านหลังทำให้คนในขบวนรถม้าแตกตื่น คนคุ้มกันส่วนหนึ่งหันหลังกลับไปยิงธนูอีกส่วนก็เตรียมพร้อมรับมือผู้ที่ไล่ตามมา

               รถม้าคันที่อยู่ด้านหลังสุดค่อยๆ ชะลอความเร็วกระทั่งจอดแน่นิ่ง ใบหน้านิ่งเฉยของบุรุษวัยกลางคนโผล่ออกมาจากม่านรถม้า ชะโงกออกไปมองไปยังรถม้าอีกคันข้างหน้า

“พวกเจ้าคุ้มเซวียนเอ๋อร์ด้วย ข้าขอฝากบุตรสาวของข้าด้วย”

               “ขอรับท่านอาจารย์โจว” ผู้คุ้มกันสามคนรับคำเสียงหนักแน่นก่อนควบม้าตามรถม้าอีกคันไป ส่วนที่เหลือหันกลับไปถ่วงเวลาเหล่ามือสังหารในชุดสีดำซึ่งกำลังใกล้เข้ามา

               “ท่านพ่อ!” เสียงสตรีนางหนึ่งร้องเรียก กระนั้นโจวอวี้กลับก้าวลงจากรถม้าช้าๆ ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง

               “ท่านต้องทำให้ยุ่งยากถึงเพียงนี้ด้วยหรือ ท่านเองตระหนักดีว่าจะอย่างไรก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือข้า เหตุใดต้องดิ้นรนจนสูญเสียเลือดเนื้อของผู้คน”

น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นทำให้โจวอวี้เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายช้าๆ “เหวินอู่โหว ข้าเกรงว่าประโยคนี้ท่านสมควรเก็บเอาไว้ใคร่ครวญเองเห็นจะถูก ท่านก่อกบฏทำให้ชาวบ้านมากมายต้องเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า เพียงเพื่อตอบสนองความมักใหญ่ใฝ่สูงของตนเอง คิดว่าการกระทำของท่านถูกต้องแล้วหรือ”

“ท่านอาจารย์โจว ลูกไม้ของท่านหาใช้ได้ผลกับข้าไม่ ท่านก็ตามข้ามาแต่โดยดีเถิด” เหวินอู่โหวส่งสัญญาณให้คนของตนติดตามรถม้าอีกคันไปเงียบๆ

“ได้ยินว่าบุตรสาวของท่านอายุสิบห้าก็เรียนรู้ทุกอย่างมาจากท่านจนหมด อีกทั้งยังเป็นโฉมสะคราญที่เพียบพร้อมในทุกด้าน นางยังไม่มีคู่หมายมิใช่หรือ ข้าเพียงใคร่จะเชิญท่านกับนางไปเป็นแขกเท่านั้น เหตุใดต้องทำให้เรื่องวุ่นวายถึงเพียงนี้”

น้ำเสียงอบอุ่นและสุภาพอ่อนโยนหาได้ทำให้โจวอวี้หลงเชื่อ ตรงกันข้ามเขากลับมองอีกฝ่ายด้วยดวงตารังเกียจ ความมักใหญ่ใฝ่สูงในยศและอำนาจในตัวของเหวินอู่โหวผู้นี้ เขาไหนเลยจะไม่อาจมองเห็น กระนั้นเขาก็ยังคงไว้ซึ่งท่าทีสุภาพ

“หากใคร่จะเชิญข้ากับบุตรสาวไปเป็นแขก เหตุใดต้องนำเหล่ามือสังหารมามากมายเพียงนี้เล่า การกระทำของท่านโหวช่างย้อนแย้งกันเหลือเกิน ช่างทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว”

“เชิญ!” เหวินอู่โหวดวงตาวาววับ เขาผายมือไปยังด้านหลังซึ่งมีรถม้าของเขาเพิ่งจะวิ่งมาจอด ท่าทีสุภาพของเขาหายวับกระทั่งเข้ามาแทนที่ด้วยท่าทีข่มขู่ ดวงตาเรียบเฉยของโจวอวี้ยิ่งทำให้เขาเดือดดาล กระนั้นก็ไม่อาจลงมือกับอีกฝ่ายได้

ในใจได้แต่ครุ่นคิด...หากเขาได้ในสิ่งที่ต้องการก็อย่าหวังว่าเขาจะปรานี!!!

               ในยามพลบค่ำชายป่าเมืองอันอี้ซึ่งติดกับเมืองลั่วหยาง เงาร่างเล็กของสตรีสองนางกำลังหลบเร้นไปตามแนวพุ่มไม้ เสื้อผ้าสีเทาตุ่นเนื้อผ้าหยาบกระด้างบนกายของทั้งสอง มองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาไม่กี่อีแปะ

               ตามเนื้อตัวมอมแมมสกปรกอีกทั้งผมเผ้ารุงรัง สายตาหวาดหวั่นและท่าทีหวาดระแวงราวกำลังหลบหนีบางสิ่ง ทั้งสองนางหลบเร้นเข้าไปในกลุ่มผู้คนที่กำลังอพยพหนีสงครามของแคว้นเว่ย ซึ่งเหวินอู่โหวเป็นผู้นำก่อกบฏ

แม้ในยามนี้องค์ชายห้าเว่ยหย่วนฉีและแม่ทัพมู่หรงเก๋อจะยกทัพมาปราบกบฏ แต่การปราบปรามกบฏในครั้งนี้ ชาวเมืองอันอี้มากมายต่างก็ได้รับความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า หลายครอบครัวต้องสูญเสีย หลายครอบครัวจำต้องย้ายถิ่นฐาน หลายครอบครัวต้องพลัดพราก

กระนั้นราวกับนี่ยังไม่เกิดความเสียหายมากพอ กลุ่มโจรที่หลบเร้นในป่ากลับรอซุ่มดักชิงปล้นฆ่า สตรีที่เดินทางเพียงลำพังถูกกระทำย่ำยี หลายคนถูกฆ่าแล้วทิ้งศพเอาไว้เป็นที่น่าเวทนา หลายคนแม้จะเดินทางมากับครอบครัวก็ยังไม่อาจปกป้องตัวเอง

อันว่าผู้อ่อนแอย่อมตกเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่งกว่าอยู่ร่ำไป ครั้งนี้โจวจินเซวียนตระหนักแล้วว่าเป็นความจริง

ในยามดึกของค่ำคืนที่ฝนเทกระหน่ำ กลุ่มชาวบ้านที่อพยพมากว่ายี่สิบคนต่างกรูกันเข้าไปยังศาลเจ้าร้างเพื่อหลบฝน ทุกคนต่างก็จับจองพื้นที่โดยรอบเพื่อหวังหลบลมฝนที่สาดซัด

หญิงสาวและปี้หรูสาวใช้คนสนิทในชุดมอซอซุกตัวอยู่มุมหนึ่งของศาลเจ้า ทั้งสองตัวสั่นงันงกมองไปรอบตัวด้วยความหวาดระแวง ใบหน้าที่ใช้ถ่านสีดำทาจนทั่วเริ่มถูกสายฝนชะล้าง ความหวาดกลัวเริ่มกัดกร่อนจิตใจเงียบๆ ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามเป็นระยะๆ

หลังจากรถม้าของนางแยกกับโจวอวี้ผู้เป็นบิดา ผู้คุ้มกันของนางให้นางกับปี้หรูลงจากรถม้า เพราะเห็นว่าพวกเขาคงไม่อาจหนีรอดไปได้ อุบายที่ล่อให้เหล่ามือสังหารติดตามรถม้าไปก็ดูเหมือนจะได้ผล หาไม่หลายวันมานี้นางกับปี้หรูไหนเลยจะหนีมาไกลจนถึงเขตเมืองลั่วหยางได้

กลุ่มผู้อพยพที่พวกนางขอร่วมทางมีทั้งเด็ก คนแก่ และสตรีอ่อนแอหลายคน เหล่าบุรุษที่ทำหน้าที่คุ้มกันเมื่อเห็นพวกนางไร้ที่พึ่ง ทั้งยังมีจุดหมายเดียวกันนั่นคือต้าเหลียงเมืองหลวงของแคว้นเว่ย

พวกเขาจึงยินดีให้พวกนางทั้งสองร่วมทางมาด้วย กระทั่งในที่สุดต้องเข้ามาหลบฝนในศาลเจ้าร้างแห่งนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 71 จบ

    มือเล็กยกขึ้นลูบใบหน้าของเบาแผ่วเบา ยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตสันจมูกได้รูปก่อนผละออก เขายังคงหลับสนิทแต่มือทั้งสองข้างกลับยังคงกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน“เซวียนเอ๋อร์ ...ตัดเล็บ ข้าต้องตัดเล็บ”นางหลุดหัวเราะออกมาเสียงเบาเมื่อได้ยินเสียงเขาละเมอออกมา เพราะมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งเกรงว่าเล็บของตนจะครูดผิวของลูกๆ ดังนั้นเขาจึงย้ำแล้วย้ำอีกว่าต้องตัดเล็บให้สั้นกุด อีกทั้งต้องล้างมือให้สะอาดก่อนอุ้มเสียงเอ๋อร์และอวี้เอ๋อร์เมื่อเห็นใบหน้าที่หลับอย่างเป็นสุขนั้น หญิงสาวพลันนึกถึงใบหน้าเจ็บปวดของเขาในอดีต ทุกวันนี้ดวงตาของเขาไม่เคยปรากฏแววตาเช่นนั้นอีก เขาแทบจะหายใจเข้าออกเป็นนางและบุตรทั้งสองรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของนางและบุตร คือสิ่งที่เขาปรารถนาที่จะได้เห็นทุกวัน เขาต้องการมีส่วนร่วมในทุกๆ โอกาส เป็นบิดาที่รักใคร่และทำทุกอย่างเต็มความสามารถ เป็นสามีที่ให้เกียรติฮูหยินของตนอย่างที่นางไม่คาดว่าเขาจะทำความสุขทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา นางกับบุตรคืออันดับหนึ่ง ความทุกข์หรือเรื่องร้อนใจทุกเรื่องเขาเป็นคนแบกรับ และไม่ยอมให้ภัยใดเข้ามาแพ้วพานรอยยิ้มอ่อนโยนของโจวจินเซวียนคือสิ่งแรกที่มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งลืมตาขึ้นมาเห็น

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 70

    “ท่าน...เหตุใดแต่งตัวเช่นนี้เล่า”“ข้าไปแจ้งข่าวพี่ใหญ่ที่ตระกูลมู่หรง คนของซู่เฟยพยายามรวบรวมขุนนางเพื่อกล่าวหาองค์ชายห้าว่าลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ พี่ใหญ่คือหนึ่งในขุนนางที่มีผู้พยายามดึงเข้าร่วม เขาจะช่วยข้ากับองค์ชายห้ารวบรวมรายชื่อคนเหล่านั้นเงียบๆ”“เรื่องนี้...อันตรายหรือไม่” นางเงยหน้าขึ้นมองเขาทั้งยังถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งเดินกลับมานั่งที่เตียง อ้อมแขนอบอุ่นยังคงตวัดนางเข้าสู่อ้อมกอด “ข้าจะดูแลตัวเองดีๆ ไม่ทำอันใดเสี่ยงอันตรายเป็นอันขาด เจ้าวางใจได้”“ข้ารู้ว่าท่านจะทำตามที่รับปากข้า” นางเอ่ยจบก็ยกมือขึ้นวางบนครรภ์ของตัวเอง ตอนนั้นเองที่มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งก้มลงไปมอง มือใหญ่วางทาบลงไปยังหลังมือของนางบนครรภ์นูนป่อง รอยยิ้มอ่อนโยนของเขากว้างขึ้นในยามที่กระซิบกับบุตรในครรภ์ของนาง“เจ้าเป็นเด็กดีห้ามกวนมารดาของเจ้าเป็นอันขาด เข้าใจหรือไม่”โจวจินเซวียนหัวเราะคิกกับกิริยานั้น มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งมองนางนิ่ง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขที่เห็นรอยยิ้มของนาง ทั้งยังได้ยินเสียงหัวเราะสดใสนั้น“ข้ามีความสุขมาก”ไม่ต้องเอ่ยอะไรมาก เพราะนางเองก็เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการบอก“เรื่อง

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 69

    ใบหน้างงงันของนางทำให้เขายิ้มออกมาด้วยความกระอักกระอ่วน “ตอนแรกข้าคงถูกย้ายออกไปแล้ว หากไม่ได้ท่านแม่ทัพทำให้ข้าได้ย้ายเข้าไปในกรมพิธีการ ข้าไหนเลยจะยังมีจุดยืนในราชสำนักอีกเล่า”นี่คงเป็นสาเหตุของชุดขุนนางที่ต่างไปจากเดิมกระมังโจวจินเซวียนพยักหน้ารับรู้ เรื่องราวของบุรุษและเหล่าขุนนาง นางเพียงรับฟังเงียบๆ ไม่อยากออกความเห็น แต่การที่พี่ชายของสามีเอาแต่เรียกน้องชายว่าแม่ทัพ ทำให้นางรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง“ใต้เท้าเกรงใจไปแล้ว เราหาใช่คนอื่นไกล อย่างไรเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ท่านแม่ทัพเองก็คงตระหนักถึงเรื่องนี้ดี ดังนั้นจึงช่วยให้ท่านยังคงรั้งตำแหน่งในเมืองหลวง ตระกูลมู่หรงไม่อาจขาดผู้นำ วันหน้ายังคงต้องไปมาหาสู่”มู่หรงเฟยอวี่ได้ยินดังนั้นแม้คาดไม่ถึงอยู่บ้างแต่ก็มองนางด้วยความซาบซึ้งใจ เขาไม่คิดว่ามู่หรงอวิ๋นเฟิ่งจะปิดบังฮูหยินของตน เรื่องที่คนตระกูลมู่หรงพยายามยัดเยียดบุตรีของมหาเสนาบดีคนใหม่ให้แต่งกับผู้เป็นน้องชาย ทั้งนี้เพื่อให้ฐานอำนาจของตระกูลมู่หรงแข็งแกร่งขึ้นตระกูลมู่หรงกำลังเสื่อมโทรมเพราะทายาทอย่างสายบู๊อย่างมู่หรงซานซื่อ นำพาคนออกมาเข้ากับจวนหย่งเซวียน ตัวเขาเองก็ไม่อาจส่งเสริ

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 68

    “ข้ารู้ว่าเจ้าเข้าใจ ไม่ต้องกังวลกับสิ่งใด วันนี้ข้าจะปล่อยให้ทรงรั้งอยู่นอกวังนานสักหน่อย เพราะอีกไม่นานคงยากที่จะให้องค์ชายทรงออกมางานมงคลด้วยพระองค์เองเช่นนี้”“ข้าเห็นใจพระองค์ยิ่ง” นางพยักหน้าก่อนเงยหน้ามองเขา “เช่นนี้ยิ่งไม่ต้องอยู่กับพระองค์ให้นานอีกหน่อยหรือเหตุใดจึงหนีเข้ามาเสียแล้ว ข้าไม่หนีไปไหนเสียหน่อ”มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งหัวเราะ นิ้วชี้ยื่นมาเคาะหัวคิ้วที่กำลังมุ่นของนางเบาๆ “เจ้าช่างใจร้ายกับข้าเสียจริง ข้าหรืออุตส่าห์เป็นห่วงว่าเจ้าจะเหนื่อยล้าจึงเข้ามาดูแล...”พูดยังไม่ทันจบเสียงฝีเท้าของคนหลายคนหน้าประตูกลับทำให้มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งขมวดคิ้ว เขารั้งหญิงสาวให้ยืนขึ้นก่อนดันตัวนางให้ไปยืนด้านหลังอย่างเบามือ“เกิดอะไรขึ้น” โจวจินเซวียนชะโงกหน้าไปมองประตูห้องหอที่ถูกผลักเข้ามาอย่างเร่งร้อน“ท่านแม่ทัพ” เป็นจื่อซานนั่นเอง“เกิดอะไรขึ้นหรือ”“มีข่าวไม่สู้ดีจากวังหลวงขอรับ ตอนนี้คนของเราอารักขาองค์ชายห้ากลับวังหลวงแล้ว”“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ เจ้ารั้งอยู่ที่นี่กับฮูหยิน”“ขอรับ”โจวจินเซวียนรั้งมือใหญ่เอาไว้ด้วยความกังวล “พาเขาไปกับท่าน ข้าไม่เป็นไร”“เซวียนเอ๋อร์ ข้าไม่ไว้ใจผู้อื่น”“พี

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 67

    ขอบตาของนางร้อนผ่าวยามที่มองมือใหญ่ของเขาคว้ามือนางไปกุมไว้ด้วยความลังเล ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบไล้เบาๆ ลงไปยังหลังมือเนียนนุ่ม นางก้มลงมองเงียบๆ ซึมซับความหวาดหวั่นของเขาผ่านปลายนิ้วที่สั่นเทาจนแทบไม่อาจสัมผัสได้“อวิ๋น” โจวจินเซวียนเรียกเขาเสียงเบาครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่นางเรียกชื่อเขาตรงๆ ต่อหน้า ทั้งยังเงยหน้าขึ้นสบตาดุดันที่ฉายแววหวั่นใจจนไม่อาจปิดบัง “ข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน” ทุกประโยคนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สบตากับเขาเพื่อมอบความมั่นใจ“ไม่ว่าก่อนหน้านี้เพราะความบังเอิญหรือโชคชะตาทำให้ข้ากับท่านได้พบกัน แต่นับจากนี้ข้าจะพยายามเพื่อให้เราได้อยู่ร่วมกัน ข้าจะไม่ทอดทิ้งท่านให้โดดเดี่ยว ไม่หวั่นไหวเพียงเพราะใครก็ตามที่ต้องการแยกเราออกจากกัน หากสิ่งใดที่สามารถทำให้ท่านมั่นใจว่าข้าจะมั่นคง หนักแน่น และทำทุกอย่างให้คู่ควรยืนอยู่ข้างท่าน ข้าจะทำ”มู่หรงอวิ๋นเฟิ่งจ้องลึกลงไปในดวงตาของนางโจวจินเซวียนไม่หลบ กระทั่งรอยยิ้มของเขาปรากฏแต่นางทันได้เห็นครู่เดียวเพราะโดนคนตัวโตรั้งเข้าไปกอด หญิงสาวสัมผัสได้ว่าเขาตัวสั่นเล็กน้อยจึงยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังแกร่งนั้น คางเล็กเกยลงบนไหล่ของ

  • เงารักกลางม่านเมฆา   บทที่ 66

    ใกล้จะถึงบ้านแล้วโจวจินเซวียนยกมือรั้งม่านรถม้าขึ้น ยามที่มองออกไปนอกม่านรถม้าไปยังบ้านหลังเล็ก ร่างสูงซึ่งยืนหันหลังอยู่ที่รั้วด้านนอกนั้นหญิงสาวจดจำได้ในทันทีว่านั่นคือมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งเขาอยู่ในชุดผ้าไหมเนื้อดีสีเขียวเข้ม ผมยาวรวบมวยทรงสูงยึดเอาไว้ด้วยเกี้ยวหยกสีขาว อาจเพราะเสียงตะโกนของเสี่ยวไป๋ ทำให้เขาค่อยๆ หันมายังทิศทางที่รถม้ากำลังจอดลงใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงมีเค้าดุดันหันกลับมาช้าๆ ทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นตึกตัก รอยยิ้มและสายตาอ่อนโยนเผยออกมา ทันทีที่มองมายังหน้าต่างรถม้าโจวจินเซวียนมองสบตากับมู่หรงอวิ๋นเฟิ่งอย่างเหม่อลอย หัวใจที่คล้ายเพิ่งจะได้รับการปลดปล่อยจากความกังวลเต็มตื้นขึ้นครั้งนี้นางรู้สึกเหมือนตัวเองมองเขาได้ชัดเจนกว่าทุกครั้ง ก่อนหน้านี้เคยมองเขาผ่านม่านหมอกแห่งความสับสน ความกังวล และความหวาดระแวง แต่ทุกสิ่งนั้นพลันถูกปลดเปลื้อง หลังจากการกระทำของเขาที่ทำให้หลายๆ เริ่มชัดเจนขึ้นใบหน้าที่ฉายแววห่วงหาอาทรของเขา ทำให้ดวงตาของนางเปล่งประกายแห่งความยินดีไม่ว่าจะเพราะสิ่งใดที่นำพาให้นางกับเขามาพบกัน จะโชคชะตาหรือเหตุบังเอิญ แต่นับจากวันนี้ไปนางจะประคับประคองให้ทั้ง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status