Share

บทที่ 12

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:34:27

            “ครูเกือบลืมไปเลยว่ามีคนฝากของให้ญาณิน”

            “ของอะไรคะ!?”

            “นี่จ้ะ”

            อรอนงค์ยื่นตุ๊กตาไม้แกะสลักที่ดูละม้ายคล้ายอัศวินในชุดเกราะโบราณยืนถือดาบส่งให้ญาณิศา

            “ลุงของหนูฝากของสิ่งนี้ไว้กับครู เพื่อให้ครูนำมามอบให้หนู”

            “ขอบคุณค่ะ”

            ญาณิศายกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม จากนั้นก็ยื่นมือออกไปรับของชิ้นดังกล่าวพร้อมกับยิ้มไม่หุบ แววตาของเด็กหญิงตัวน้อยทอประกายแวววาวสดใส เมื่อรู้ว่าใครเป็นผู้มอบของชิ้นนี้ให้กับตนเอง

            “เขายังฝากบอกอีกว่าตุ๊กตาตัวนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของเขาที่จะคอยปกป้องพิทักษ์หนูตลอดไป”

            “แม่คะคุณลุงมอบตุ๊กตาผู้พิทักษ์ให้หนูด้วย หนูจะเก็บรักษาไว้อย่างดี” หนูน้อยญาญินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

            “ได้เวลากลับบ้านแล้วลูก” จากนั้นหญิงสาวก็หันไปเอ่ยลาครูประจำชั้นของบุตรสาว “กลับก่อนนะคะ”

            “เชิญค่ะ”

            ณชญาดาจูงมือลูกเดินตรงมาที่รถ ตลอดระยะเวลาที่ขับรถกลับบ้าน ญาณิศาลูบไล้ตุ๊กตาไม้แกะสลักตัวนั้นอย่างทนุถนอม และพูดถึงคุณลุงใจดีให้แม่ฟังไม่หยุดปาก เพราะรู้สึกถูกชะตากับลุงคนดังกล่าว

            จนณชญาดารู้สึกสงสัยว่าชายปริศนาที่ลูกเรียกว่าลุงนั้นคือใคร และทำไมเขาถึงเข้ามาตีสนิทกับบุตรสาวของเธอ

            “หนูรู้ชื่อของคุณลุงคนนั้นไหมคะ”

            “แย่ละ...หนูลืมสนิทเลย คราวหน้าถ้าได้เจอกันอีกหนูจะไม่ลืมถามชื่อของคุณลุง”

            ญาณิศายังหวังว่าตนเองจะมีโอกาสได้พบกับคุณลุงใจดีคนนั้นอีกสักครั้ง

            “คงจะไม่มีคราวหน้าหรอกลูก”

            “มีสิคะ...ต้องมี...หนูมั่นใจว่าหนูจะต้องได้พบกับคุณลุงใจดีคนนั้นอีกแน่”

            ณชญาดาได้แต่ส่ายหัวกับความคิดของบุตรสาว ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ลูกและบุรุษปริศนาคนนั้นจะหวนกลับมาพบเจอกันอีกครั้ง แต่หารู้ไม่ว่าถ้ามันเป็นพรหมลิขิต ให้หลีกเลี่ยงอย่างไรก็คงไม่มีทางหนีพ้น

            ในค่ำคืนนั้นหลังจากลูกหลับโทรศัพท์มือถือของณชญาดาก็ดังขึ้น หญิงสาวรีบกดรับสาย

            “ว่าไงคะพี่จี๊ด”

            “พี่จะโทรมาบอกว่าเขานัดให้ญาดาไปพบตอนสิบโมงเช้าวันพรุ่งนี้”

            “ให้ไปพบที่ล็อบบี้ของโรงแรมเหรอคะ”

            “เขาให้ขึ้นไปพบที่ห้อง...” จิรนันท์บอกเลขที่ห้องพักของธนวรรธน์

            “ทำไมต้องเป็นห้องพักของเขาด้วยคะ นัดที่อื่นไม่ได้เหรอคะ”

            “พี่ขอเปลี่ยนสถานที่นัดให้แล้วนะแต่เขาไม่ยอม”

            “จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะพี่จี๊ด ดาเป็นผู้หญิงนะคะ จะให้ขึ้นไปคุยกับผู้ชายสองต่อสองในที่ลับตาคนแบบนั้น ดาว่ามันไม่งามและออกจะมากเกินไปค่ะ”

            “เขายืนยันกับพี่ว่าเขาสะดวกที่จะให้ญาดาไปพบเขาที่ห้องพัก ตอนแรกพี่ก็ตั้งใจว่าจะไปด้วย แต่ลืมไปว่ามีนัดสำคัญเวลานั้นพอดี”

            “ถ้าอย่างนั้นดาขอพาชลไปด้วยนะคะ”

            “ได้สิ ดีเหมือนกันจะได้มีคนไปเป็นเพื่อน พี่ขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะญาดา”

            “ไม่ต้องห่วงนะคะพี่จี๊ด พรุ่งนี้ดากับชลจะไปพบเขาตามเวลานัดค่ะ แต่ดาไม่รับปากว่าจะทำงานนี้นะคะ ดาไปพบเขาเพื่อถ่วงเวลาให้พี่จี๊ดหานักเขียนใหม่ส่งไปร่วมงานกับเขาเท่านั้น”

            “ขอบใจนะที่ยอมไปพบเขาเพื่อพี่”

            “ขอวางสายก่อนนะคะพี่จี๊ด ดาจะโทรไปบอกให้ชลมารับดาพรุ่งนี้เช้า”

            “โอเค ไว้เราค่อยติดต่อกันอีกทีหลังจากที่ไปพบกับเขาแล้ว”

            เมื่อวางสายของจิรนันท์ ณชญาดาก็โทรศัพท์เข้ามือถือของชลธีเพื่อนัดให้เขามารับเธอในวันพรุ่งนี้

            ณชญาดาและชลธีมาถึงตามเวลานัดหมาย หญิงสาวเคาะประตูห้อง จากนั้นก็มีชายร่างสูงใหญ่ที่สวมใส่เพียงเสื้อคลุมสีขาวเดินมาเปิดประตูให้ ณชญาดาตกตะลึงเมื่อสบตากับชายหนุ่มที่เธอต้องมาพบในระยะประชิด ดวงตาของเธอวูบไหวก่อนจะชะงักค้างไปชั่วขณะ เมื่อได้สบกับดวงตาคมเข้มที่จ้องมองมา

            และเมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มผู้นั้นอย่างชัดเจน เธอรู้สึกชาไปทั่วร่าง ไร้ความรู้สึกไปชั่วขณะ มือของหญิงสาวเย็นเฉียบ ณชญาดาอยากที่จะกระโจนหนีแต่ติดที่รับปากกับจิรนันท์เอาไว้ ทำให้เธอไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจคิด หญิงสาวเผลอกำมือทั้งสองข้างของตนเองไว้แน่น ก่อนจะเค้นเสียงออกมาจากลำคอ เสียงของเธอเบาคล้ายเสียงกระซิบ

            “ฉันเป็นคนที่พี่จี๊ดส่งมา”

            “เข้ามาสิ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น

            ธนวรรธน์เดินนำเข้าไปในห้องโดยมีสองหนุ่มสาวเดินตามไป

            “ตามสบายนะ ขอตัวสักครู่”

            ชลธีเดินตามณชญาดามานั่งที่โซฟาก่อนจะเอ่ยถาม

            “เป็นอะไรไปทำไมหน้าถึงซีดแบบนี้”

            “จู่ ๆ ดาก็รู้สึกหน้ามืด สงสัยจะนอนน้อยเกินไป”

            หนุ่มมาดเซอร์เอื้อมไปกุมมือณชญาดาพร้อมถามด้วยความเป็นห่วง “ไหวไหม”

            “ดีขึ้นแล้วล่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 109

    ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 108

    “น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 107

    ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 106

    หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 105

    “จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 104

    ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status