ANMELDEN“การแสดงชุดต่อไปเป็นการรำฉุยฉาย ขอเชิญทุกท่านพบกับการรำที่อ่อนช้อยของน้องญาณินหรือเด็กหญิงญาณิศา ตัวแทนจากชั้นอนุบาลสองค่ะ”
ธนวรรธน์หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาอัดวีดีโอการร่ายรำของญาญิศา ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นการรำที่อ่อนช้อยนั้น ท่วงท่าการร่ายรำและรอยยิ้มใสซื่อบริสุทธิ์ของญาณิศาสะกดทุกสายตา
แววตาของหนูน้อยญาณินในยามที่ชำเลืองมองมาที่เขานั้นมันทำให้เขานึกถึงใครบางคน มันช่างละม้ายคล้ายกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน แต่ชายหนุ่มรีบปัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไป
โดยปกติแล้วธนวรรธน์จะไม่ยอมให้เวลาของเขาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ในวันนี้กลับแตกต่างซึ่งเขาก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แม้จะรีบร้อนแค่ไหนแต่เขาก็รักษาสัญญา นั่งดูการรำฉุยฉายของแม่หนูน้อยจนจบ
เมื่อการแสดงจบลงญาณิศาก็รีบลงจากเวทีและวิ่งตรงไปหาธนวรรธน์ทันที แต่ไม่ทันเพราะอีกฝ่ายรีบร้อนจากไปหลังจากรับโทรศัพท์จากลูกน้องคนสนิท
ในเวลานั้นเองณชญาดาก็เดินทางมาถึงโรงเรียนของบุตรสาว แต่มาไม่ทันดูการแสดงของญาณิศา ทั้งที่รับปากไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมาดูการแสดงของลูกในวันนี้ เธอสอดส่ายสายตามองหาลูกแต่ก็ไม่พบ
“ครูคะเห็นญาณินไหมคะ”
“เมื่อกี้ยังเห็นอยู่แถวนี้นะคะ สงสัยว่าจะอยู่กับคุณลุง”
“อยู่กับใครนะคะ!” คิ้วเรียวสวยขมวดยุ่ง
“ญาณินเรียกเขาว่าลุงค่ะ ดิฉันยังเชิญให้เขามาดูการแสดงของญาณินด้วยค่ะ”
คำตอบของครูอรอนงค์ซึ่งเป็นครูประจำชั้นของบุตรสาว สร้างความประหลาดใจแก่ณชญาดาไม่น้อย เธอสงสัยว่าใครคือชายปริศนาคนนั้น เห็นทีคงต้องหาคำตอบจากลูก แต่คงต้องตามหาตัวให้พบก่อน ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเรียกของลูก
“แม่คะ” ญาณิศาวิ่งตรงเข้าไปกอดมารดา
“หายไปไหนมาญาณิน รู้ไหมว่าแม่ตามหาหนูอยู่ตั้งนาน”
“หนูวิ่งไปหาคุณลุงมาค่ะแต่ไม่ทัน เพราะคุณลุงรีบกลับไปก่อน”
“ลูกหมายถึงใคร!?” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอีกครั้งเมื่อเอ่ยถาม
“ก็คุณลุงที่มานั่งดูการแสดงของหนูแทนแม่ไงคะ”
คำพูดของญาณิศาทำให้ณชญาดารู้สึกผิดที่เธอไม่สามารถรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับลูกได้
“ขอโทษนะที่แม่มาดูการรำฉุยฉายของลูกไม่ทันทั้งที่แม่รับปากลูกไว้”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณลุงเข้ามานั่งดูการแสดงของหนูแทนแม่แล้ว”
คำตอบของบุตรสาวทำให้ณชญาดาเริ่มรู้สึกเป็นกังวล ที่ลูกสาวของตนดูจะไว้เนื้อเชื่อใจชายแปลกหน้าง่าย ๆ จนต้องเอ่ยถาม
“หนูไปเจอคุณลุงคนนั้นที่ไหนคะ”
“หน้าประตูโรงเรียนค่ะ หนูออกไปรอแม่ที่นั่น”
“แล้วก็เลยชวนเขามาดูการแสดงของหนู” ณชญาดาคาดเดา
“เปล่าค่ะ แต่คุณลุงใจดีที่สุดเลยค่ะแม่ พอรู้ว่าแม่อาจจะมาไม่ทันคุณลุงก็เลยเข้ามานั่งดูหนูรำฉุยฉาย”
ท่าทาง สีหน้า และน้ำเสียงของลูกสาวที่ออกอาการปลื้มสุด ๆ เมื่อเอ่ยถึงลุงใจดีคนดังกล่าว บ่งบอกให้ณชญาดารู้ว่าลูกไว้ใจชายแปลกหน้าคนนั้นมากทั้งที่เพิ่งจะพบกันไม่นาน
‘เด็กหนอเด็ก...ช่างไม่รู้เลยว่าอันตรายอยู่ใกล้ตัว’
“แม่เคยบอกญาณินหลายครั้งแล้วนะลูกว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เกิดเขาลักพาตัวหนูไปจะทำยังไง”
“หนูว่าคุณลุงไม่ใช่คนร้ายหรอกค่ะ”
ณชญาดาคุกเข่าลงตรงหน้าลูก
“ถึงอย่างนั้นก็ต้องระวัง ถ้าหนูเป็นอะไรไปหรือเกิดอะไรขึ้นกับหนู แม่คงทนไม่ได้แน่ รู้ใช่ไหมว่าลูกเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตแม่”
หนูน้อยญาณินพยักหน้าพร้อมกับโน้มตัวไปกอดมารดา พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูของผู้เป็นแม่ “หนูรักแม่ค่ะ”
ณชญาดากระชับอ้อมแขน “แม่ก็รักลูกจ้ะ”
“ต่อไปหนูจะระวังให้มากกว่านี้”
แม่หนูน้อยให้คำมั่นสัญญาก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดอันอบอุ่นของมารดา
“วันนี้นางฟ้าตัวน้อยของแม่สวยมากเลย เรามาถ่ายรูปส่งไปให้ป้าพัดกับพี่ซันดูกันดีกว่า”
ณชญาดาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายรูปของตนเองและบุตรสาว ก่อนจะพาลูกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากนั้นไม่นานเธอก็พาลูกกลับบ้าน ช่วงจังหวะที่กำลังจะเดินออกจากงานก็ได้ยินเสียงครูประจำชั้นของบุตรสาวดังขึ้น
“จะกลับกันแล้วหรือคะ”
“ใช่ค่ะ”
ณชญาดาตอบก่อนจะหันไปพูดกับลูก
“ญาณินลาคุณครูด้วยลูก”
ญาณิศารีบยกมือไหว้คุณครูอย่างอ่อนช้อยโดยที่ไม่ต้องรอให้แม่เอ่ยซ้ำ
“สวัสดีค่ะครูอร”
อรองนงค์รับไหว้ลูกศิษย์ตัวน้อยก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







