Masukจันทราเดินเข้ามาดูวิธีการทำอาหารของณชญาดา สำหรับเมนูโปรดของเด็กน้อยทั้งสองด้วยความสนใจ หญิงสาวจัดเตรียมทุกอย่างด้วยความชำนาญ ทันใดนั้นจันทราหันไปเห็นน้อยเดินเข้ามาในห้องครัว
“น้อยลงมาทำอะไรที่นี่ แล้วใครอยู่เป็นเพื่อนน้องซันกับญาณิน”
“คุณพอลอาสาจะอยู่เป็นเพื่อนน้อง ๆ เองค่ะคุณจันทร์ และบอกให้น้อยมาช่วยงานในครัว คุณญาดามีอะไรให้น้อยทำก็บอกมาได้เลยนะคะ”
“น้องตื่นหรือยังจ๊ะน้อย”
“ยังไม่ตื่นเลยค่ะคุณญาดา วันนี้นอนนานเป็นพิเศษ”
“เที่ยวซนกันมาทั้งวันจนเพลียก็เลยนอนนานกว่าปกติ"
“มีอะไรให้น้อยช่วยทำบ้างคะ”
“ช่วยหั่นผักให้ฉันก็แล้วกัน”
น้อยรับมาทำด้วยความเต็มใจก่อนจะเอ่ยถาม “น้อง ๆ สนุกกันมากไหมคะวันนี้”
“สนุกมากซนจนหมดฤทธิ์หลับตามกันไปอย่างที่น้อยเห็น”
“คุณญาดาได้ถ่ายรูปมาบ้างหรือเปล่าคะ”
“ถ่ายมาเยอะเลยล่ะ ทั้งรูป ทั้งคลิป อยากดูไหม”
“อยากดูค่ะ”
“ดูในมือถือนี่ไปก่อนละกัน มีแค่ไม่กี่ภาพถ้าอยากดูมากกว่านี้คงต้องขึ้นไปดูที่แล็ปท็อปของฉัน” ณชญาดาเปิดรูปถ่ายจากมือถือของตนเองส่งให้น้อยดู อีกฝ่ายรับมาดูด้วยความสนใจ
“ดูจากรูปถ่ายพวกนี้แล้วถ้าน้อยไม่รู้มาก่อน ต้องคิดว่าคุณพีทเป็นคุณพ่อของน้องญาณินแน่ ๆ เลยค่ะ หน้าเหมือนกันมากเลยโดยเฉพาะรูปนี้”
“ไม่ใช่” ณชญาดาเผลอขึ้นเสียงออกไปด้วยความลืมตัว
จันทราและน้อยพร้อมใจกันหันไปมองหน้าเธอ จันทราจับตาดูปฏิกิริยาของณชญาดาอย่างเงียบ ๆ โดยไม่กระโตกกระตากให้อีกฝ่ายไหวตัวทันว่ากำลังถูกจับตามอง
“น้อยทราบค่ะว่าไม่ใช่ ทำไมคุณญาดาต้องโกรธด้วยละคะ”
“มีแต่คนพูดแบบนี้ทั้งวันฉันก็เลยหงุดหงิดมากไปหน่อย ขอโทษนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ แต่คุณพีทกับน้องญาณินหน้าเหมือนกันมากจริง ๆ นะคะ เหมือนพ่อกับลูกเลย ถ้ามีคุณญาดารวมอยู่ในภาพนี้ด้วยล่ะก็คงจะดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากเลยล่ะค่ะ”
“มันเป็นไปไม่ได้หรอก ในเมื่อเจ้านายของน้อยเขามีคุณวันวรุณเป็นคู่หมั้นอยู่แล้วทั้งคน”
“คุณญาดาทราบเรื่องนี้ด้วยเหรอคะ” จันทราเป็นฝ่ายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ไม่ได้แสดงท่าทีให้อีกฝ่ายไหวตัวทันว่าเธอกำลังจับตามองอยู่
“นั่นสิคะ คุณญาดาทราบได้ยังไงคะว่าคุณพีทมีคู่หมั้นแล้ว ทั้งที่คุณก็ยังไม่เคยพบคุณวันเลยสักครั้ง” น้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่าเธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีใครเคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับเธอเลยสักคน
คำพูดของทั้งสองคนทำให้ณชญาดารู้ว่าตนเองทำพลาดไป พลางแก้ตัวไปด้วยน้ำขุ่น ๆ
“ฉันได้ยินเขาพูดกัน”
“ใครเหรอคะที่พูดเรื่องนี้ให้คุณญาดาฟัง” จันทราซักถามต่อด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับพูดคุยกันเรื่องทั่วไป หาใช่เรื่องสำคัญเช่นนี้
“ต้องเป็นป้าช้อยแน่เลยค่ะคุณจันทร์ ใช่ไหมคะคุณญาดา” น้อยคาดคะเน
ณชญาดาจำต้องโกหกด้วยการพยักหน้า
“ที่แท้ก็ป้าช้อยสายของคุณวันนี่เองที่เป็นคนบอกเรื่องนี้กับคุณญาดา ไม่ยอมพลาดโอกาสเลยนะ”
ณชญาดาฝืนยิ้มโดยไม่พูดอะไร ปฏิกิริยาของหญิงสาวอยู่ในสายตาของจันทราตลอดเวลา ณชญาดาไม่กล้าสบตาจันทรา ด้วยเกรงว่าจะแสดงพิรุธอะไรออกมาให้อีกฝ่ายสงสัยไปมากกว่านี้ เธอหันไปให้ความสนใจกับเมนูอาหารที่ทำค้างไว้ เพื่อยุติการสนทนาในประเด็นดังกล่าว
ค่ำวันเดียวกันนั้นเอง ธนกฤตสังเกตเห็นฑีฆายุและญาณิศากำลังนั่งดูอะไรบางอย่าง จากโน้ตบุ๊กส่วนตัวของณชญาดาอย่างใจจดใจจ่ออยู่ภายในห้องนอนของพวกเขา ด้วยความสงสัยทำให้เขาเอ่ยถาม
“กำลังดูอะไรกันอยู่ครับเด็ก ๆ”
“เรากำลังดูรูปและคลิปที่น้าดาอัพบล็อกให้ญาณินครับ”
ธนกฤตเกิดความสนใจ “ให้อาพอลดูด้วยคนได้ไหมครับ”
“ได้ค่ะ อาพอลมานั่งตรงนี้สิคะ” ญาณิศาตอบพร้อมกับชี้ให้เขามานั่งลงข้างตัวเธอ
ธนกฤตดูภาพและคลิปสั้น ๆ ที่เด็ก ๆ ไปเที่ยวกันมาในวันนี้ พร้อมกับอ่านเรื่องราวความแสบซ่าของสองพี่น้องวัยซนที่ณชญาดาทำขึ้นมาด้วยความสนใจ ก่อนจะมาเปิดดูจากมือถือของตนเอง ทำให้รู้ว่าณชญาดาสร้างบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อลูกสาว เธอลงภาพและบอกเล่าเรื่องราวของแม่หนูน้อยตั้งแต่อยู่ในท้องจนถึงปัจจุบัน
ธนกฤตนั่งอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ของญาณิศาด้วยความสนใจ และเห็นถึงพัฒนาการและการเจริญเติบโตของญาณิศาผ่านเรื่องเล่าดังกล่าว ณชญาดาเขียนเล่าเรื่องราวได้น่าติดตามมาก ธนกฤตไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีคนติดตามอ่านบล็อกของญาณินเป็นจำนวนมาก เขาเองก็ไม่พลาดที่จะกดติดตามบล็อกนั้นเช่นกัน
น่าแปลกที่บล็อกนี้มีแต่เรื่องราวของณชญาดาและญาณิศาเท่านั้น ไร้เงาของผู้เป็นบิดาของแม่หนูน้อย เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น นั่นเป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของธนกฤต ปกติแล้วก็น่าจะมีภาพของคนเป็นพ่อบ้าง นี่มีแต่ภาพของณชญาดาตอนอุ้มท้องเท่านั้น นอกนั้นก็มีแต่รูปของญาณิศา ไร้ภาพของบิดาซึ่งมันไม่น่าจะเป็นแบบนั้น
หลายคนที่ติดตามบล็อกนี้เคยสงสัยในประเด็นเดียวกันนี้ และถามเธอว่าเธอเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวใช่หรือไม่ แต่ณชญาดาก็ไม่ได้ตอบข้อซักถามเหล่านั้น ยังคงปล่อยให้เป็นปริศนาค้างคาใจไว้เช่นนั้น
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







