Masukขณะที่กำลังนั่งดูบล็อกของญาณินอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น สายตาของธนกฤตก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าเงินของพี่ชายตกอยู่ข้างเตียงญาณิศา อาจเป็นได้ว่าเมื่อคืนพี่ชายของเขาเข้ามาดูเด็กน้อยทั้งสองที่ห้องนี้ และเผลอทำตกไว้โดยไม่รู้ตัว
เขาจึงหยิบมันขึ้นมาดู ขณะที่เขาเอื้อมไปหยิบได้มีภาพถ่ายใบหนึ่งหล่นออกมาจากกระเป๋า เขาหยิบภาพใบนั้นขึ้นมาพิจารณาดู มันเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่ธนกฤตมักจะเห็นพี่ชายหยิบขึ้นมาดูอยู่เสมอ จุดเด่นของผู้หญิงในภาพอยู่ที่รอยยิ้มที่สดใส รอยยิ้มของเธอสามารถสะกดทุกสายตา ดวงตากลมโตของบุคคลในภาพคล้ายดวงตาของใครบางคน แต่เขาคิดว่ามันคงเป็นเรื่องบังเอิญ
ฑีฆายุเดินไปนั่งลงข้างตัวธนกฤต พร้อมกับมองไปที่ภาพถ่ายในมือของชายหนุ่ม
“นี่มันภาพของน้าดานี่ ใช่ไหมญาณิน”
แม่หนูน้อยวิ่งไปชะโงกดูภาพที่ธนกฤตถืออยู่ในมือ
“ภาพของแม่ดาจริง ๆ ด้วย ทำไมรูปของแม่ดาถึงมาอยู่ที่อาพอลได้”
“เด็ก ๆ แน่ใจนะว่านี่เป็นรูปของคุณญาดา”
เด็กน้อยทั้งสองพร้อมใจกันพยักหน้าเพื่อยืนยันคำตอบ
รูปของณชญาดา!!
หมายความว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เคยมาพักอยู่ที่ไร่แห่งนี้ และเคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพี่ชายของเขา ก่อนจะหายตัวไปโดยไม่เอ่ยคำลา ทุกคนรู้เหตุผลการจากไปของเธอจากการบอกเล่าของวันวรุณ หลังจากที่เธอมีอะไรกับพี่ชายเขา เธอก็เรียกร้องเงินค่าตัวเพื่อแลกกับการจากไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งวันวรุณก็ยอมจ่ายให้อีกฝ่ายตามที่เรียกร้อง จากนั้นก็ให้คนรถขับไปส่งเธอตามสถานที่ ๆ เธอบอก นั่นคือสิ่งที่ทุกคนรู้
เรื่องที่วันวรุณเล่าให้ทุกคนฟังนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็ไม่มีใครตอบได้ ยกเว้นตัววันวรุณและหญิงสาวที่เคยมาพักอยู่ที่นี่เมื่อหลายปีก่อน เขารู้แต่เพียงว่านับจากวันนั้นพี่ชายของเขาก็ไม่เคยเอ่ยถึงผู้หญิงคนนี้อีกเลย และได้สั่งห้ามไม่ให้ใครเอ่ยถึงเรื่องราวของเธอเช่นกัน
เมื่อธนกฤตหันมาเห็นแววตาสงสัยของสองพี่น้องวัยซนที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ ทำให้เขาเบี่ยงเบนความสนใจของเด็ก ๆ ด้วยการชวนเด็กน้อยทั้งสองดูการ์ตูนที่พวกเขาชื่นชอบ
“อย่าสนใจเรื่องนี้เลยนะ อาว่าเรามาดูการ์ตูนกันดีกว่า ดีไหม”
“ดีครับ”
“ดูเรื่องอะไรดีล่ะพี่ซัน”
“อาละดินกับตะเกียงวิเศษดีไหมญาณิน”
“โอเค”
ธนกฤตเดินไปเปิดการ์ตูนเรื่องที่เด็กน้อยทั้งสองอยากดู นับเป็นความชาญฉลาดที่เขาใช้การ์ตูนเรื่องโปรดมาเป็นตัวช่วยในการเบี่ยงเบนความสนใจของเด็ก ๆ ทำให้เขารอดพ้นจากการตอบข้อซักถามของญาณิศาไปได้อย่างหวุดหวิด
อันที่จริงเขาเองก็ไม่รู้จะตอบคำถามของญาณิศาอย่างไรเช่นกัน ว่าทำไมรูปของณชญาดาถึงมาอยู่ในกระเป๋าเงินของพี่ชายเขาได้ ดูเหมือนว่ามันน่าจะมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ เห็นทีเขาคงจะต้องลงมือสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ธนกฤตนำกระเป๋าใบนั้นมาคืนพี่ชายในเวลาต่อมา โดยที่แอบเก็บภาพถ่ายของหญิงสาวคนนั้นไว้โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้
เรื่องที่ธนวรรธน์พาสาวสวยปริศนาพร้อมกับเด็กน้อยทั้งสองไปเที่ยวนั้น กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ สาว ๆ ต่างก็เม้ามอยถึงเรื่องนี้กันอย่างสนุกปาก และเมื่อพวกเธอมีโอกาสได้พบกับวันวรุณที่ร้านทำผมชื่อดัง ซึ่งเป็นร้านประจำของหญิงสาว ก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยถามถึงเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นในการสนทนา
“สาวที่คุณธนวรรธน์ควงไปเที่ยวด้วยเมื่อสองวันก่อนเป็นใครเหรอคะคุณวัน”
หนึ่งในลูกค้าที่ค่อนข้างสนิทกับวันวรุณ ยอมเป็นหน่วยกล้าตายเอ่ยถามอย่างตรงประเด็นโดยไม่อ้อมค้อม
“หมายถึงใคร!” น้ำเสียงห้วนสั้นบ่งบอกถึงความไม่พอใจ
“นี่คุณวันยังไม่ทราบเรื่องอีกเหรอคะ เขาลือกันให้แซ่ดว่ามีคนเห็นคู่หมั้นของคุณ ควงสาวสวยกับเด็ก ๆ ไปเที่ยวด้วยกันตามลำพัง ดูแล้วเหมือนครอบครัวสุขสันต์ยังไงยังงั้นเลยค่ะ แล้วเขายังพูดกันอีกว่าคุณธนวรรธน์อาจจะแอบซุกซน ไปมีลูกกับบ้านเล็กบ้านน้อยโดยที่คุณวันไม่รู้”
“เป็นไปไม่ได้ พีทไม่มีวันทำแบบนั้นแน่ เขาไม่มีวันนอกใจฉันเด็ดขาด ใครหน้าไหนที่มันกล้าเอาเรื่องแบบนี้มาเม้าบอกมาฉันจะไปจัดการมันเอง” วันวรุณโต้ตอบกลับไปด้วยความฉุนเฉียว
คู่สนทนาแอบหันไปเบ้หน้า ของมันเห็นกันอยู่ทนโท่ แถมเด็กก็ยังหน้าตาเหมือนธนวรรธน์ แล้วยังจะบอกว่าไม่มีวันนอกใจ ไม่รู้ว่าโง่หรือบ้ากันแน่
“แล้วคุณวันทราบไหมคะว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นใคร หล่อนรู้อะไรมาก็รีบเล่าให้ฉันฟังสิ เล่ามาให้หมดเลยนะ”
หญิงสาวคู่สนทนาบอกเล่าเรื่องราวที่ได้ยินมาจากปากของพี่สาว ซึ่งเป็นคนไปเจอธนวรรธน์ควงสาวปริศนามาเที่ยวโดยบังเอิญให้วันวรุณฟังโดยไม่ปิดบัง ก่อนจะพูดสรุปปิดท้ายว่าพวกเขาดูเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน มองยังไงก็เหมือนพ่อกับแม่พาลูก ๆ มาเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)