Masukขณะที่ฟังวันวรุณขบกรามแน่น เพื่อระงับอารมณ์ปั่นป่วนที่กำลังพลุ่งพล่านไปด้วยความหึง
หญิงสาวโกรธมากกับเรื่องที่ได้ยินมา เขากล้าดียังไงถึงได้พาผู้หญิงอื่นไปเที่ยวโดยที่ไม่บอกเธอ ต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงที่ธนวรรธน์ควงไปเที่ยวด้วยนั้นเป็นใคร ความรู้สึกของวันวรุณเมื่อรับรู้เรื่องนี้ไม่ต่างจากการที่ถูกลากตัวไปตบที่สี่แยก เขากล้าทำแบบนี้กับเธอได้ยังไง ยิ่งเห็นสายตาสะใจของคู่สนทนาก็ยิ่งขุ่นเคือง ความแค้นมันแน่นอยู่ในอก
“สรุปว่าคุณวันก็ยังไม่ทราบว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
“ฉันหาคำตอบเรื่องนี้ได้ไม่ยากหรอก ขอบใจนะที่อุตส่าห์คาบข่าวมาบอก” หญิงสาวกัดฟันตอบ บ่งบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอกำลังโกรธมาก และไม่ควรไปซักถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ถ้ายังไม่อยากถูกแหกอก
วันวรุณตัดสินใจที่จะเดินทางไปที่ไร่ธนวรรธน์ในวันรุ่งขึ้น เพื่อสอบถามเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องรู้ให้ได้ว่าเขาพาผู้หญิงที่ไหนไปเที่ยว และถ้ารู้ว่าเป็นใครก็คงต้องประกาศความเป็นเจ้าของในตัวธนวรรธน์ เพื่อปรามไม่ให้แม่นั่นคิดการใหญ่แย่งเขาไปจากเธอ
ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิแย่งผู้ชายคนนี้ไปจากฉันได้ ไม่มีวัน
วันวรุณเดินทางมาที่ไร่ธนวรรธน์ในเช้าวันต่อมาด้วยความร้อนใจ เธอเดินตรงไปที่ห้องอาหารเพราะคิดว่าเวลานี้เขาจะต้องอยู่ที่นั่น แต่ผิดคาด เธอพบแต่เพียงจันทราที่อยู่ภายในห้องนั้น
“คุณวันมาแต่เช้าเลยนะคะ จะรับอาหารเช้าไหมคะ”
“ไม่ค่ะ พีทละคะ”
“คุณพีทกับคุณพอลเข้าไปที่โรงงานตั้งแต่เช้ามืดแล้วล่ะค่ะ เห็นว่ามีงานด่วนต้องรีบไปทำ นั่งก่อนสิคะ เดี๋ยวป้าจะจัดกาแฟให้”
“ไม่ต้องค่ะ วันจะไปหาพีทที่โรงงาน มีเรื่องสำคัญจะต้องคุยกับเขาด่วนมาก” พูดจบก็เดินจากไป
หญิงสาวรีบตรงไปที่โรงงานทันที ขณะที่กำลังเดินตามหาตัวคู่หมั้นอยู่นั้น ร่างของเธอก็ถูกใครบางคนฉุดไว้พร้อมกับลากตัวเธอไปในที่ลับตาคน และก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหัวหน้าคนงานของไร่นี้ ซึ่งมาติดพันเธอถึงขั้นลักลอบได้เสียกันมาแล้วหลายครั้ง หญิงสาวต่อว่าอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ เพราะเกรงว่าจะมีคนมาเห็นแล้วนำเรื่องนี้ไปบอกธนวรรธน์
“นายฉุดฉันมาที่นี่ทำไม บอกแล้วไงว่าเวลาอยู่ที่ไร่อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันไม่อยากให้เรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไป แล้วดึงตัวฉันมามีอะไร”
“ผมคิดถึงคุณวัน โทรไปคุณก็ไม่ค่อยจะรับสาย”
“ฉันเคยบอกแล้วว่าฉันจะเป็นฝ่ายติดต่อนายเองจำไม่ได้หรือไง ถ้าฉันไม่ติดต่อไปก็อย่าเสนอหน้ามาให้เห็น”
“แต่ผมอยากเจอคุณวันนี่ครับ ใจมันเรียกร้อง นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ได้มีความสุขร่วมกัน”
“ไม่ใช่ตอนนี้”
“ก็แล้วเมื่อไรเราถึงจะมีความสุขร่วมกันอีกครั้ง”
“ไว้ฉันจะติดต่อไป แต่ตอนนี้ฉันต้องไปหาคู่หมั้นของฉันก่อน รู้ไหมว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”
“อยู่ที่โกดังเก็บสินค้าครับ”
“ไปทำอะไรที่นั่น ร้อนก็ร้อน นายยังไม่ต้องตามฉันมาล่ะ ถ้าเดินออกไปพร้อมกันคนอื่นจะสงสัยได้” พูดจบก็เดินจากไป
หญิงสาวเดินตามหาธนวรรธน์มาที่โกดังเก็บสินค้า และก็พบว่าเขากับธนกฤตกำลังตรวจดูความเรียบร้อยของการจัดเตรียมสินค้าล็อตใหญ่ ที่จะต้องจัดส่งให้ลูกค้าในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า
ลูกค้ารายนี้เป็นลูกค้าใหม่ สั่งสินค้าครั้งแรกก็สั่งล็อตใหญ่มาก จะให้มีอะไรผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด ทำให้ธนวรรธน์และธนกฤตต้องลงมาควบคุมดูแล และสั่งการด้วยตัวเอง
เมื่อมองเห็นเป้าหมายที่กำลังตามหา วันวรุณรีบเดินตรงเข้าไปแสดงตัวต่อหน้าทุกคน พร้อมกับควงแขนคู่หมั้นไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
“อยู่นี่เองเหรอคะพีท วันเดินตามหาคุณตั้งนาน”
ธนวรรธน์ชักสีหน้าเบื่อหน่าย เมื่อเห็นอีกฝ่ายตามมายุ่งวุ่นวายกับเขาถึงที่นี่ พร้อมเอ่ยถามตรง ๆ ตามนิสัย
“มีธุระอะไร ถ้าไม่มีเรื่องอะไรที่สำคัญก็ไว้ไปคุยกันที่บ้าน ตอนนี้ผมไม่ว่าง งานยุ่งมาก คงจะไม่มีเวลามาพูดคุยด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ วันรอได้ วันมีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกับคุณ”
“กลับไปรอที่บ้าน เสร็จธุระทางนี้เมื่อไรแล้วจะตามไป” เขาเอ่ยเสียงเข้ม
แต่วันวรุณยืนยันว่าจะรอกลับบ้านพร้อมกับเขา
“ตามใจ แต่อย่ามาสร้างปัญหาตอนผมทำงาน เข้าใจนะ”
จากนั้นก็หันไปสนใจกับการสั่งให้ลูกน้อง ตรวจดูความเรียบร้อยของสินค้าบางส่วนที่จัดเตรียมไว้ พร้อมกับให้นับจำนวนสินค้าว่ายังขาดอยู่อีกเท่าไร จะได้นำมาเตรียมให้ครบตามจำนวนที่ลูกค้าสั่ง เพื่อที่จะได้จัดส่งได้ทันตามกำหนดที่เคยรับปากลูกค้าไว้
“ดูให้ดี สินค้ากล่องไหนที่มีตำหนิหรือกล่องบุบก็คัดแยกไว้ อย่าลืมนับจำนวนสินค้าด้วย”
“วันมาทำอะไรที่นี่ครับพี่พีท” ธนกฤตหันไปกระซิบถามพี่ชาย
“ไม่รู้เหมือนกัน พี่ไม่เวลาใส่ใจ”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







