LOGINในค่ำคืนนั้นชายหนุ่มมอบความรักให้หญิงสาวหลายต่อหลายครั้งจนเขาเองหมดแรง เธอเองก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ บทรักของทั้งคู่เต็มไปด้วยความร้อนแรง และต่างฝ่ายต่างก็เรียกร้องการตอบสนองของกันและกันอยู่ตลอดเวลา ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมีเซ็กส์มาราธอนกับเธอได้ เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน ณชญาดาเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขาร่วมหลับนอนกับเธอหลายครั้งภายในคืนเดียว
ธนวรรธน์ผละกายจากร่างบาง พร้อมกับรวบตัวเธอเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะจรดจมูกโด่งลงข้างขมับที่ชื้นเหงื่อของอีกฝ่าย และซบหน้าลงกับเรือนผมหอมกรุ่นของเธอ หลังจากนั้นสองหนุ่มสาวต่างก็หลับไปในอ้อมกอดของกันและกันด้วยความอ่อนเพลีย
แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าที่ส่องผ่านม่านบางเข้ามา ทำให้ณชญาดาลืมตาตื่น เธอพบตัวเองนอนอยู่เพียงลำพังภายในห้องพักของธนวรรธน์ หญิงสาวนอนทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอเมื่อคืนที่ผ่านมา เธอยอมรับกับตนเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมิได้เกิดจากการฝืนใจแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเธอเป็นฝ่ายยินยอมพร้อมใจ ให้เขานำพาเธอไปสู่ความสุขที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ทั้งที่รู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรกระทำ
ที่ผ่านมาณชญาดาถูกสอนมาโดยตลอดว่าให้เป็นคนรักนวลสงวนตัว มิควรให้ชายใดล่วงเกินหรือชิงสุกก่อนห่าม จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควรแต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว แม้จะรู้สึกผิดที่กระทำการฝ่าฝืนสิ่งที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมา แต่ก็ไม่เสียใจ หญิงสาวลุกขึ้นแต่งตัวเพื่อกลับไปยังห้องพักของตนเอง
ในช่วงจังหวะที่เธอเดินออกมาจากห้องนอนของธนวรรธน์ เธอได้เผชิญหน้ากับหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง ที่เดินมาพร้อมกับน้อยสาวใช้ของไร่ธนวรรธน์
“เธอเป็นใคร เข้าไปทำอะไรในห้องนอนพีท”
เมื่อมีคนมาพบตนเองเดินออกมาจากห้องนอนส่วนตัวของธนวรรธน์ ณชญาดาก็ถึงกับอึ้งพูดไม่ออก
“เอ่อ...”
แม้จะไม่รู้ว่าหญิงสาวที่ตนเองกำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นเป็นใคร และมีความสำคัญอย่างไร แต่เมื่อฟังจากน้ำเสียงของเธอแล้วก็รับรู้ได้ถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
“คุณญาดาเป็นเพื่อนของคุณพีทค่ะคุณวัน” น้อยเป็นคนตอบคำถามนี้แทนณชญาดา ที่ยังคงยืนนิ่งเฉยเพราะยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
“เพื่อนของพีท! แล้วทำไมฉันถึงไม่รู้จัก” วันวรุณพูดด้วยน้ำเสียงสูง สายตามจ้องมองไปที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“เราสองคนเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานค่ะ”
“นั่นสินะ...ฉันถึงไม่คุ้นหน้าคุณ ปกติแล้วฉันจะรู้จักเพื่อนของพีทเกือบทุกคน” วันวรุณพูดกับณชญาดา
จากนั้นก็หันไปออกคำสั่งกับสาวใช้ เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของอีกฝ่าย
“น้อยเอาของที่ฉันเตรียมมาวางไว้ตรงนั้น แล้วจะไปทำอะไรก็ไป ตรงนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
น้อยจำต้องทำตามคำสั่งของวันวรุณแม้จะไม่อยากทำก็ตามที
เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง วันวรุณเดินไปนั่งไขว่ห้างที่โซฟาหรูที่ตั้งอยู่ภายในห้องนั้น ก่อนจะตวัดสายตามองไปที่ณชญาดา
“นั่งก่อนสิคะ เรามีเรื่องที่จะต้องคุยกันอีกยาว”
ณชญาดาเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวที่อยู่ติดกับโซฟาที่วันวรุณนั่ง
“ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ฉันชื่อวันวรุณ”
“ณชญาดาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักคุณวันวรุณ”
“เช่นกันค่ะ ฉันเป็นคู่หมั้นของพีท บอกไว้เผื่อว่าคุณจะยังไม่ทราบ” วันวรุณเอ่ยกับณชญาดาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มคล้ายจะเป็นมิตร แต่แววตากลับเป็นตรงกันข้าม
“คู่หมั้น!!” หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าของเธอซีดเผือด
“ใช่แล้วค่ะ ฉันกับพีทมีโครงการที่จะแต่งงานกันในเร็ว ๆ นี้”
คำตอบของวันวรุณยังคงดังก้องกลับไปกลับมา อยู่ในหัวของณชญาดาราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
สิ่งที่ณชญาดาเพิ่งจะได้รับรู้มานั้น มันทำให้เธอตกใจจนแทบสิ้นสติ เธอรู้แต่ว่าเขายังไม่ได้แต่งงานมีครอบครัว แต่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าธนวรรธน์มีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว เพราะความไม่รู้ทำให้เธอกลายเป็นมือที่สามในชีวิตรักของเขาโดยมิได้ตั้งใจ ความเสียใจและความรู้สึกผิดซัดโหมกระหน่ำเข้าสู่หัวใจดวงน้อยของเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“ฉันไม่โกรธคุณหรอกนะคะที่คุณมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพีท เพราะคุณดูไม่เหมือนพวกผู้หญิงใจง่ายที่ชอบลักกินขโมยกินของคนอื่น ก่อนหน้านี้คุณก็อาจจะยังไม่รู้ว่าเขามีเจ้าของอยู่แล้ว ก็เลยยอมทอดกายให้พีทเชยชม”
ณชญาดารู้สึกเหมือนตนเองถูกตบหน้าด้วยคำพูดของวันวรุณ
“ฉันไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว” หญิงสาวเอ่ยเสียงแหบพร่า แววตาเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ที่ตนเองได้สร้างรอยร้าวฉานให้กับชีวิตรักของธนวรรธน์โดยมิได้ตั้งใจ
“ไม่รู้ก็ถือว่าไม่ผิด แต่ในเมื่อคุณรู้แล้วว่าพีทเป็นของฉัน คุณคงจะไม่ทำผิดซ้ำซากหรอกจริงไหมคะ”
ประกายตาของวันวรุณในยามที่เอ่ยประโยคนี้ออกมามันเหมือนหยามเยาะเธอ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจาเชือดเฉือนอย่างต่อเนื่อง
“และก็ไม่ต้องเป็นกังวลว่าฉันกับพีทจะทะเลาะกัน เพียงเพราะความสัมพันธ์แค่ชั่วข้ามคืนระหว่างคุณกับเขา เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันจับได้ว่าพีทมีอะไรกับผู้หญิงอื่น และฉันก็ไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้ ตราบใดที่เขาไม่คิดที่จะจริงจังกับผู้หญิงที่เขามีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่เขาก็ไม่เคยปิดบังฉันนะคะ เขามักจะเล่าให้ฉันฟังทุกครั้งที่เขาหนีไปซุกซนกับคนอื่น”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







