LOGIN“ดูเหมือนคุณวันวรุณจะเป็นคนใจกว้างมากเลยนะคะ”
“ไม่หรอกค่ะ อาจเป็นเพราะฉันยังไม่ได้แต่งงานกับเขาก็เลยต้องยอมให้เขาซุกซนบ้าง แต่ถ้าเราแต่งงานกันเมื่อไร ฉันคงไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอกค่ะ จะว่าไปสันดานดิบของผู้ชายมักจะเผยออกมา เมื่อเวลาที่เขาเจอผู้หญิงสวย ๆ และพีทเองก็เป็นแบบนั้นค่ะ แต่ของแบบนี้ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง คุณว่าจริงไหมคะ”
ณชญาดาพูดแก้ตัวไม่ออก เพราะสิ่งที่คู่หมั้นของธนวรรธน์พูดมานั้นมันเป็นความจริง ถ้าเมื่อคืนเธอไม่สมยอมเรื่องแบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น เธอเชื่อว่าผู้ชายอย่างธนวรรธน์จะไม่ข่มเหงผู้หญิงที่ไม่เต็มใจเด็ดขาด ตรงจุดนี้ณชญาดาคิดว่าตนเองดูไม่ผิด
ธนวรรธน์มิใช้ผู้ชายที่สิ้นไร้ไม้ตอกจนถึงขนาดต้องลงมือขืนใจเธอ ทั้งที่มีผู้หญิงอีกมากมายพร้อมที่จะเสนอตัวให้เขา
แม้จะไม่ได้ตั้งใจเป็นมือที่สามของใคร แต่ความยินยอมพร้อมใจเมื่อคืน ก็ทำให้ณชญาดาไม่ได้แตกต่างไปจากผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตเขา ไม่มีการผูกมัด จบแล้วก็ต่างคนต่างไปทางใครทางมัน
“ฉันต้องขอโทษคุณวันวรุณด้วยนะคะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันไม่เคยทราบมาก่อนจริง ๆ ว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว แต่คุณไม่ต้องกังวลนะคะ ฉันจะไม่อยู่สร้างปัญหาในชีวิตรักระหว่างคุณกับเขา และจะไปจากที่นี่ทันทีที่เก็บข้าวของเสร็จ”
“แล้วจะรออะไรอยู่อีกคะ” แม้ว่าริมฝีปากของวันวรุณจะแย้มยิ้ม แต่ก็จ้องมองเธอด้วยแววตาเกลียดชัง แม้จะเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีแต่ณชญาดาก็ยังสังเกตเห็นแววตานั้น
ณชญาดารีบกลับเข้าไปเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว และตัดสินใจเดินทางจากไปทันทีโดยไม่รอเอ่ยคำลาธนวรรธน์ แต่ได้เขียนจดหมายถึงเขาโดยฝากไว้กับวันวรุณหนึ่งฉบับ เธอไม่มีโอกาสรู้เลยว่าวันวรุณที่ภายนอกดูจะไร้พิษสง
แต่ที่จริงแล้วเป็นคนหน้าซื่อใจคด และเป็นจอมทำลายล้าง สามารถทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองโดยไม่เกี่ยงวิธี ได้พูดจาใส่ร้ายอะไรเธอกับธนวรรธน์ไว้บ้าง
“ไม่ต้องห่วงนะคะฉันจะบอกพีทเองว่าคุณมีความจำเป็นต้องรีบกลับ และฉันจะให้คนขับรถไปส่งคุณ จะให้ไปส่งที่ไหนดีคะ”
“ไปตรงถนนใหญ่ก็พอค่ะ ที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“ตกลงค่ะ”
หญิงสาวสั่งให้คนขับรถของตนเองขับรถไปส่งณชญาดาที่ถนนใหญ่ตามที่อีกฝ่ายต้องการ และยืนดูจนอีกฝ่ายลับตาไป จากนั้นก็กลับเข้ามานั่งรอธนวรรธน์เพื่อที่จะบอกเรื่องนี้กับเขา
วันวรุณรู้สึกเสียหน้าอย่างแรงที่ธนวรรธน์หิ้วผู้หญิงมานอนค้างที่ไร่ แถมยังพาเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวซึ่งเป็นพื้นที่หวงห้ามของเขาอีกด้วย แม้จะรู้ว่าที่ผ่านมาคู่หมั้นของตนเองมักจะปลีกเวลาไปหาความสำราญในเรื่องนี้บ้างเป็นครั้งคราว แต่ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่เขาจะหิ้วผู้หญิงกลับมานอนที่ไร่
ณชญาดาเป็นผู้หญิงคนแรกที่ธนวรรธน์มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งในสถานที่หวงห้ามของเขา นั่นหมายความว่าเขาอาจมีความรู้สึกพิเศษกับเธอ และมันทำให้วันวรุณต้องรีบกำจัดหญิงสาวนางนั้นออกไปให้พ้นทาง ยังดีที่ณชญาดามิได้ดื้อด้านเหมือนผู้หญิงบางจำพวก หล่อนยังเป็นคนที่มียางอายว่ากำลังล้ำเส้นคนอื่น ทำให้เธอสามารถกำจัดคู่ขาคนใหม่ของคู่หมั้นตนเองได้ไม่ยาก
ธนวรรธน์เดินกลับเข้ามาในบ้านเมื่อใกล้เวลาเที่ยงตรง เขาเห็นวันวรุณนั่งไขว่ห้างอ่านนิตยสารอยู่ภายในห้องรับแขกด้วยความสบายใจอยู่เพียงลำพัง เมื่ออีกฝ่ายเหลือบมาเห็นเขาก็รีบเดินตรงเข้ามาสวมกอด โดยมิสนใจท่าทีนิ่งเฉยของคู่หมั้นหนุ่ม
“ดีจังที่คุณกลับมา วันตั้งใจว่าอีกสักครู่จะสั่งให้คนไปตามพีท มากินกลางวันด้วยกันอยู่พอดีเลยค่ะ”
เจ้าของไร่หนุ่มปลดมือของวันวรุณที่สวมกอดเขาออก พร้อมกับสอดส่ายสายตามองหาใครบางคน
“พีทมองหาใครอยู่หรือคะ ถ้ากำลังมองหาเพื่อนนอนคนใหม่ของคุณอยู่ละก็เสียเวลาเปล่า เขาเก็บข้าวของออกไปจากไร่นี้ตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ”
“ไปไหน!” ธนวรรธน์กระชากเสียงถาม
เขาสังหรณ์ใจว่าอาจจะมีเรื่องราวอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในช่วงจังหวะที่เขาไม่อยู่
“เรื่องนี้วันก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะหล่อนไม่ได้บอกไว้ว่าจะไปไหน ตอบได้แต่ว่าแม่คู่ขาคนใหม่ของคุณมาเรียกร้องเงินค่าตัวที่บริการคุณอย่างถึงอกถึงใจตลอดทั้งคืน เพื่อตัดปัญหาวันก็เลยยอมจ่ายเงินให้เธอตามคำเรียกร้อง”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







