LOGINที่สำคัญไปกว่านั้นเขารู้ดีว่าเขาเป็นผู้ชายคนแรก ที่สอนประสบการณ์แปลกใหม่นี้ให้กับเธอ และเพราะความใสซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของเธอทำให้เขาตกหลุมรักเธอ อย่างที่ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมาก่อน ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะตกหลุมรักเธอได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เขาและเธออยู่ร่วมกัน มันไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว
เธอเป็นรักแรกและรักเดียวของเขา เขาคิดที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเธอ แต่แล้วเธอก็ทำลายความฝันของเขา ด้วยการจากไปโดยไม่บอกลา เหลือไว้แต่ปริศนาที่ไม่มีคำตอบ ว่าเหตุใดเธอจึงทิ้งเขาไปอย่างไม่มีเยื่อใยเช่นนี้
ธนวรรธน์เชื่อมั่นในความคิดของตนเองว่า ผู้หญิงอย่างณชญาดาไม่มีวันที่จะมาเรียกร้องเงินค่าตัว เพราะเธอมิใช่ผู้หญิงที่หิวเงินที่จะยอมทอดกายให้กับผู้ชาย เพื่อแลกกับเศษเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ แน่ มันต้องมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่ทำให้ณชญาดาตัดสินใจรีบร้อนจากไปโดยไม่บอกลา เพียงแต่เขามิได้เอ่ยถ้อยคำใดออกมา แต่เลือกที่จะกลับเข้าไปทำงานในไร่แทน ในเมื่อเธอเลือกที่จะยุติความสัมพันธ์ด้วยการทิ้งเขาไป ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปตามหาเธอ
“จะรีบไปไหนคะพีท เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย พีท พีทคะ”
วันวรุณตะโกนก้อง พร้อมกับวิ่งตามไปแต่ไม่ทัน เพราะธนวรรธน์ขับรถออกไปก่อนที่เธอจะวิ่งไปถึงตัวเขา เธอจึงได้แต่กระทืบเท้าด้วยความขัดใจ
“ฝากไว้ก่อนเถอะ แต่งงานกันเมื่อไร เราจะได้เห็นดีกัน”
หลายปีต่อมา...
“ห่วยแตก!”
สิ้นเสียงคำรามทุ้มต่ำ แฟ้มเอกสารบนโต๊ะก็ปลิวว่อนใส่หน้าบรรณาธิการบริหารของสำนักพิมพ์แสงตะวัน ดีนะที่หลบทันมิฉะนั้นคงได้บาดแผลไปอวดใครต่อใคร ใบหน้าของจิรนันท์ในเวลานั้นซีดเผือดแต่ยังไม่วายใจดีสู้เสือ
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะคุณธนวรรธน์”
“ใจเย็นงั้นเหรอ ช่วยแหกตาดูผลงานทุเรศ ๆ จากคนที่คุณส่งไปทำงานให้ผมก่อนที่จะพูด” เขาโยนผลงานปึกใหญ่ไปตรงหน้าเธอ
“เชิญนั่งก่อนค่ะ ฟังจี๊ดอธิบายสักนิดนะคะ”
ธนวรรธน์กระแทกร่างนั่งลงบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของอีกฝ่าย สีหน้าบึ้งตึงบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์ แววตาที่เขามองมาที่เธอนั้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แค่เห็นสายตาที่พร้อมจะมีเรื่องได้ตลอดเวลาของเขาจิรนันท์ก็รู้สึกสยองแล้ว ถ้าเธอพูดอะไรผิดหูเพียงนิดเดียวมีหวังได้เจอพายุอารมณ์ชุดใหญ่ของเขาแน่ หรือไม่เขาก็อาจจะถล่มออฟฟิศของเธอให้ราบเป็นหน้ากลอง จิรนันท์จึงเลือกที่จะอธิบายให้เขาฟังด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อมิให้ไปกระตุ้นอารมณ์โกรธของเขาให้พุ่งพล่านมากไปกว่านี้
“คนที่จี๊ดส่งไปร่วมงานกับคุณล้วนแล้วแต่เป็นนักเขียนมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ทางด้านงานเขียนมาอย่างโชกโชนทั้งนั้นเลยนะคะ ทุกคนมีผลงานการันตีค่ะ”
“ถ้าคุณมีความสามารถในการทำงานเพียงแค่นี้ ผมคงต้องพิจารณาเรื่องการร่วมทุนกับสำนักพิมพ์แสงตะวันใหม่อีกครั้ง”
“อย่าให้ถึงขนาดนั้นเลยค่ะ เดี๋ยวจี๊ดจะ...”
“หุบปากแล้วฟังสิ่งที่ผมพูด” ธนวรรธน์สั่งเสียงเข้ม
จิรนันท์พยักหน้าพร้อมกับหุบปากลงทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำในตอนนี้คือทำอย่างไรก็ได้ให้เขาใจเย็นลงก่อน
“นักเขียนที่คุณส่งไปที่ไร่ผมมันไม่ได้เรื่องสักคน คนแรกไม่ใส่ใจกับงาน แต่ใส่ใจที่จะเขยิบฐานะขึ้นมาเป็นเมียผม ส่วนคนที่สองก็นั่งเทียนเขียนข้อมูลมั่วไปหมดแล้วบอกว่าเป็นมืออาชีพ คนสุดท้ายนี่ยิ่งแล้วใหญ่...”
“คนสุดท้ายก็ยังมีปัญหาหรือคะ จี๊ดตั้งใจส่งเขาไปร่วมงานกับคุณ เพราะจะหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องชู้สาว”
“ถามแบบนี้แสดงว่าคุณเองก็ไม่รู้ว่าไอ้หมอนั่นมันเป็นเกย์”
“เป็นเกย์!” จิรนันท์อุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความตกใจ
“จี๊ดไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าเขามีรสนิยมแบบนั้น”
“ผมจะไม่สนใจเรื่องนี้เลย ถ้ามันไม่ลองดีคิดที่จะปล้ำผม หึ!! ผมก็เลยอัดมันซะสะบักสะบอมก่อนจะถีบส่งออกไปนอกไร่”
ปัง!! เสียงตบโต๊ะดังกล่าวทำให้จิรนันท์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอรู้สึกหวาดหวั่นเมื่อเห็นสีหน้าดุดันของเขา
“ก็ถ้าคุณทำงานมีประสิทธิภาพเรื่องแบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้นจริงไหม”
แม้จะเคยได้ยินมาบ้างว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นคนอารมณ์ร้อนและโมโหร้าย แต่จิรนันท์ก็ยังไม่เคยเจอกับตัวมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่ต้องเจอกับพายุอารมณ์ของธนวรรธน์ด้วยตัวเอง
“จี๊ดขอโอกาสแก้ตัวอีกครั้งนะคะ”
“ผมให้โอกาสคุณมาหลายครั้งแล้วนะ และนี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายของคุณ ถ้าภายในสามวันนี้คุณยังหานักเขียนที่ถูกใจผมไม่ได้ล่ะก็ ลืมเรื่องการร่วมทุนของเราไปได้เลย ที่เคยตกลงกันไว้ถือเป็นโมฆะ”
“จี๊ดจะคัดสรรนักเขียนที่ดีมีคุณภาพส่งไปร่วมงานกับคุณ รับรองว่าครั้งนี้จะไม่มีปัญหาเหมือนที่แล้วมาแน่นอน”
“ผมจะพักอยู่กรุงเทพฯ สามวัน ภายในสามวันนี้คุณทำให้ได้อย่างที่พูดแล้วกัน ผมต้องการให้เขาเดินทางไปที่ไร่พร้อมกับผม เข้าใจนะ”
“ทุกอย่างจะเป็นไปตามความต้องการของคุณ” จิรนันท์รับปากแข็งขันทั้งที่ยังมืดแปดด้าน
ธนวรรธน์ลุกเดินจากไปโดยไม่ร่ำลา ทันทีที่เขาเดินออกจากห้องไปนั้นจิรนันท์ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมกับเอามือกุมขมับ
จิรนันท์ยิ้มแหย ๆ “ไม่โหดไปหน่อยหรือคะคุณธนวรรธน์”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







