LOGINในค่ำคืนนั้นณชญาดาพาเด็ก ๆ เข้านอน หลังจากเล่านิทานเรื่องโปรดให้ฟัง พวกเขาหลับไปอย่างง่ายดาย เพราะเล่นซนกันมาทั้งวันจนเหนื่อย
หญิงสาวนำโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานอยู่ภายในห้องนั้น และเผลอฟุบหลับไปโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาในห้องนั้น ที่จริงธนวรรธน์จะเข้ามาดูแลเรื่องห่มผ้าให้เด็ก ๆ ก่อนไปนอน เพราะพวกเขานอนดิ้นจนบางทีผ้าห่มก็หลุดออกจากตัว
แต่ความตั้งใจเหล่านั้นเลือนหายไปเมื่อเขามองเห็นณชญาดา ผู้หญิงหนึ่งเดียวที่ติดอยู่ในหัวใจเขาตลอดมาฟุบหลับอยู่ข้างเตียงญาณิศา
เขาเดินไปนั่งลงข้างตัวเธอพร้อมกับปัดผมที่ปรกหน้าเธอไปเหน็บไว้ที่ใบหู ก่อนจะลูบไล้แก้มเนียนใสอย่างเผลอไผล กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของแป้งเด็กจากตัวเธอทำให้เขาอดใจไม่ไหว โน้มตัวลงไปจูบแก้มนวลของเธอบางเบา
ถึงกระนั้นก็ปลุกให้ณชญาดาตื่นจากนิทรา ด้วยความตกใจที่เห็นใบหน้าของเขาอยู่ในระยะประชิด ใกล้จนได้กลิ่นหอมสดชื่นจากโคโลญที่เขาใช้จึงรีบผละออกห่าง
ความรีบร้อนทำให้เสียหลักจนเผลอคว้าคอเสื้อของเขาเอาไว้เป็นหลักยึด ทำให้เขาล้มลงมาทาบทับตัวเธอโดยไม่ได้ตั้งใจแต่เข้าทาง หญิงสาวพยายามผลักไสทั้งทุบ หยิก ข่วนเพื่อให้เขาปล่อยตัวเธอ แต่เขากลับไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิด
“ปล่อยฉันนะ ฉันบอกให้ปล่อย”
ธนวรรธน์ไม่ใส่ใจที่จะทำตามคำร้องขอนั่น นาทีนี้เขาไม่คิดที่จะยับยั้งชั่งใจอะไรทั้งนั้น รู้อย่างเดียวว่าจะต้องทำในสิ่งที่เขาปรารถนามานาน ริมฝีปากของเขาฉกวูบลงบนริมฝีปากอ่อนนุ่มโดยไม่สนใจเสียงทัดทาน และไม่แยแสเมื่ออีกฝ่ายพยายามเบี่ยงหน้าหนี แม้จะพลาดเป้าแต่ก็ได้จรดปลายจมูกลงบนพวงแก้มเนียนนุ่มของอีกฝ่ายตามที่ใจปรารถนา
“หยุด...หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
“อยู่ใกล้กันแค่นี้จะตะโกนทำไม หรืออยากให้เด็ก ๆ ตื่นมาดูเราก็ตามใจ”
“งั้นคุณก็ปล่อยฉันสิ”
“สายไปแล้ว” เขาตอบกลับเสียงพร่าต่ำ
เพราะความปรารถนาที่อัดแน่นเต็มหัวใจจนไม่ฟังเสียงประท้วงของเธอ ความโหยหาทำให้ธนวรรธน์หมดความอดทน และเลิกคิดที่จะยับยั้งชั่งใจ เขาจูบละไล้ไปทั่วใบหน้าเธอ ก่อนจะวกกลับมาที่เรียวปากนุ่ม เขามอบจูบที่ดูดดื่มให้เธอ ส่วนลิ้นอุ่นก็ทำหน้าที่หยอกเอินกับลิ้นนุ่มอย่างอุกอาจ โดยไม่แยแสแรงหยิกข่วนที่อีกฝ่ายประเคนมาให้
เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานจนพอใจจึงยอมถอนริมฝีปากเพื่อหาเป้าหมายใหม่ จูบละไปเรื่อยตั้งแต่แก้มนวล เลื่อนไปที่ติ่งหู ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้ากับซอกคอหอมกรุ่น น่าประหลาดที่กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากแป้งเด็กที่เธอใช้ กลับช่วยกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้กระพือโหม
ณชญาดารู้ดีว่าถ้าเธอไม่หยุดเขาในตอนนี้ เธอจะต้องพ่ายแพ้ให้แก่เขาและพ่ายแพ้ต่อความต้องการของตัวเอง ฉะนั้นเธอต้องหยุดมันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
“ได้โปรดอย่าทำกับฉันแบบนี้เลยนะคะพีท” เธออ้อนวอนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เพื่อขอให้เขาหยุดการกระทำก่อนที่มันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้
คำพูดอ้อนวอนปนเสียงสะอื้นของณชญาดาทำให้ธนวรรธน์หยุดชะงัก เขาจ้องมองหน้าเธอ ทันทีที่เห็นน้ำตาของเธอไหลรินลงมาไม่ขาดสาย ทำให้เขาต้องสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองไว้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากหักหาญน้ำใจ แม้จะรู้ดีว่าถ้าเขาเดินหน้าต่อที่สุดแล้วเธอต้องโอนอ่อนผ่อนตามความต้องการของเขาอยู่ดี แต่เขาก็เลือกที่จะหยุดมันไว้แค่ไหน เขาเช็ดน้ำตาให้เธอ
“โอเค ผมจะหยุด แต่คุณต้องเลิกร้องไห้ตกลงไหม”
หญิงสาวพยักหน้าแทนคำตอบ ธนวรรธน์ผละออกจากร่างบางลงไปนอนเคียงข้างเธอ
“ให้ตายสิ! คุณทำเหมือนผมเป็นผู้ชายหื่นกามที่กำลังจะข่มขืนคุณอย่างนั้นแหละ”
ณชญาดาไม่ได้พูดโต้ตอบเพราะเกรงว่าจะเข้าเนื้อ และเกรงว่าถ้าเขาเปิดเกมรุกขึ้นมาอีกครั้ง เธอจะต้านทานเสน่ห์ที่ดึงดูดเพศตรงข้ามของเขาไม่ไหว ไม่ว่าเขาจะเคลื่อนไหวหรือหยิบจับอะไรก็ล้วนแล้วแต่น่ามอง และเต็มไปด้วยความเย้ายวนใจ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตาคม ๆ คู่นั้น หรือริมฝีปากอิ่มเต็มน่าจูบของเขากันแน่ ที่ทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว
“เราแยกย้ายกันกลับไปนอนที่ห้องกันดีกว่า” เขาลุกขึ้นพร้อมกับฉุดตัวเธอให้เดินตามเขาไป
ธนวรรธน์มาส่งเธอที่ห้องและบังคับให้เธอนอน เขาห่มผ้าให้และจ้องมองใบหน้าอ่อนใสของเธอนิ่งนาน มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้ม ก่อนจะยกมือลูบผมสลวยเบา ๆ เขาโน้มตัวไปจูบหน้าผากหญิงสาวอย่างตัดใจ
“นอนซะก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจ” พูดจบก็เดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง
ใบหน้าของณชญาดาแดงก่ำ เขาจะรู้ตัวไหมว่าการกระทำที่อ่อนโยนของเขานั้นทำให้ใจของเธอเต้นแรง
“ฉันคงต้องอยู่ให้ห่างจากคุณ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







