Share

ชื่อเสียงนางเลื่องลือ

last update Tanggal publikasi: 2026-01-27 10:54:21

จ้าวเยี่ยนเจียวเดินกลับเรือนเหมยหลินอย่างร่าเริง ทิ้งความวุ่นวายเบื้องหน้าไว้เบื้องหลัง

ปกติแล้วนางจะพักอยู่กับท่านป้า พี่น้องจินจื่อหยินจื่อและคังหมัวมัวในเรือนเหมยหลินที่อยู่ด้านหลังโรงงิ้ว ชื่อเรือนนี้ท่านป้าเป็นคนตั้งให้ ท่านป้าและท่านแม่ที่ล่วงลับไปแล้วของนางชอบดอกเหมย[1] เพราะนอกหมู่บ้านเล็กๆ ที่พวกนางเติบโตมา มีป่าดอกเหมยอยู่ พอท่านแม่แต่งเข้าตระกูลจ้าว นางก็ตั้งชื่อเรือนที่อาศัยอยู่ว่าเรือนเหมยหลินเช่นกัน

ในเรือนเหมยหลินของตระกูลจ้าวมีป่าเหมยจริงๆ แต่ในเรือนเหมยหลินของหงเสียมีต้นเหมยเพียงสองสามต้นที่ฉินเยว่ปลูกเองกับมือ ทุกปีเมื่อดอกเหมยบาน ฉินเยว่ก็จะบ่นพึมพำว่าถ้ามีผลแล้วจะนำไปดองและหมักสุรา

เหตุผลที่เครื่องสำอางของคังหมัวมัวดีนั้น เป็นเพราะนางเป็นหมอมาก่อน จึงมีความรู้ด้านสมุนไพรเป็นอย่างดี ทำให้รู้จักวิธีใช้สมุนไพรในเครื่องสำอาง เรือนเหมยหลินปลูกสมุนไพรมากมาย ซึ่งคังหมัวมัวนำไปใช้ในการทำเครื่องสำอางและอวี้หรงส่าน ทำให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับของบรรณาการในวัง

เป็นเพราะคังหมัวมัวเห็นว่าจ้าวเยี่ยนเจียวฉลาดหัวไว จึงสอนทุกอย่างให้ ดังนั้นเมื่อมีฝีมือแล้ว จ้าวเยี่ยนเจียวจึงใช้ชีวิตได้อย่างตามใจและสบายใจ ถึงแม้แม่เฒ่าจะรักนางมาก แต่ก็ต้องควบคุมนาง สั่งให้นางสาบานว่าหากเป็นเครื่องสำอางทั่วไปนั้นไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นอวี้หรงส่านที่เป็นสูตรลับของคังหมัวมัว นางจะทำและขายให้คนอื่นตามอำเภอใจไม่ได้หากไม่ได้รับอนุญาต จ้าวเยี่ยนเจียวเข้าใจข้อเรียกร้องนี้ ถึงอย่างไรเหนือผู้อาวุโสก็ยังมีคุณชายสามเยว่ที่ต้องรายงาน

จ้าวเยี่ยนเจียวถือขนมแล้ววิ่งเข้าสู่ลานเล็กๆ เพิ่งจะก้าวเข้ามาในเรือนเหมยหลินอย่างมีความสุข นางก็ได้ยินเสียงร้องเตือน

“ระวัง! อย่าวิ่งเร็วขนาดนั้น”

เมื่อได้ยินเสียง จ้าวเยี่ยนเจียวก็หันไปมอง “ท่านป้า!”

ฉินเยว่เอียงศีรษะมองหลานสาว จ้าวเยี่ยนเจียวมีผิวขาว วิ่งมาสักพัก แก้มก็แดงปลั่ง ดูน่ารักมาก

ดอกโม่ลี่[2]ในปีนี้บานสะพรั่งพอดี เช้านี้จ้าวเยี่ยนเจียวบอกว่าจะเก็บดอกไม้ให้มากขึ้นเพื่อทำเครื่องหอม แต่หลังจากเก็บได้ไม่นานนางก็หายตัวไป ฉินเยว่ไม่ได้ถามว่านางจะไปไหน เพราะในสายตาของนาง หลานสาวคนนี้นั้นดีพร้อมทุกอย่าง จะไม่ก่อเรื่องเดือดร้อนอย่างแน่นอน

ตอนนี้เห็นนางกลับมา พร้อมกับถือกล่องไม้ที่ส่งกลิ่นหอมของขนมหวาน ก็เข้าใจได้ทันทีว่านางไปหาของกินมาอีกแล้ว

นางยิ้มถาม “คุณหนูหร่านให้มาอีกแล้วหรือ?”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” จ้าวเยี่ยนเจียวชูกล่องขนมในมือให้ฉินเยว่ดู “ท่านป้าดูสิ”

ฉินเยว่ก้มหน้าลง บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ลุกขึ้นยืน เดินไปที่สระข้างๆ เพื่อล้างดินบนมือ

นางมาจากครอบครัวชาวนา ในหงเสียนอกจากจะคอยปรนนิบัติคังหมัวมัวแล้ว หน้าที่หลักของนางก็คือการดูแลสมุนไพรในเรือนเหมยหลิน

จ้าวเยี่ยนเจียวมองท่านป้าที่ก้มหน้าล้างมือ ผ่านไปหลายปีแล้ว ท่านป้าของนางยังคงผอมบางราวกับว่าแค่มีลมพัดมาก็จะปลิวได้ คนอื่นบอกว่าท่านป้าของนางโง่เขลา แต่นางรู้ว่าท่านป้าไม่ได้โง่ เพียงแต่มีนิสัยเป็นคนซื่อๆ และเพราะปานบนหน้าผากทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ จึงมักจะก้มหน้าอยู่เสมอ ไม่ค่อยพูดจากับใคร

“คุณหนูหร่านเป็นคนดี” ฉินเยว่เป็นคนใจดีและรู้จักบุญคุณ นางอยู่แต่ในสวนแห่งนี้แทบจะไม่ได้ออกไปไหน ไป๋เสี่ยวหร่านก็แค่เคยเจอสองสามครั้งตอนที่มากินอาหารรวมญาติกับผู้อาวุโสในช่วงปีใหม่ ทุกครั้งที่เจอกัน นางรู้สึกว่าเด็กคนนี้งดงามขึ้นเรื่อยๆ นางไม่รู้เรื่องการต่อสู้แย่งชิงกันหน้าเวที แต่รู้ว่าไป๋เสี่ยวหร่านส่งอาหารให้จ้าวเยี่ยนเจียวอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นนางจึงมีความรู้สึกที่ดีต่อไป๋เสี่ยวหร่าน

นางชอบความเงียบสงบและมักจะขลุกอยู่ในสวนเล็กๆ แห่งนี้ แม้ว่าในคณะงิ้วจะมีคนนับร้อย แต่นางก็ไม่เคยออกไปไหน และไม่เก่งในการเข้าสังคมกับคนอื่นๆ นางรู้จักคนไม่มาก แต่รู้สึกโชคดีที่จ้าวเยี่ยนเจียวมีนิสัยร่าเริงและเข้ากับคนอื่นได้ดี ทำให้นางวางใจลงได้

ส่วนเรื่องชื่อเสียงความ ‘เก่งกาจ’ ของจ้าวเยี่ยนเจียวข้างนอกเรือนนั้น นางไม่เคยได้ยินเลยสักครั้ง

“แดดวันนี้แรงไปหน่อย รีบเอาเข้าไปกินเถอะ เดี๋ยวป้าจะเอาดอกโม่ลี่ที่เก็บเมื่อเช้าไปเก็บก่อน”

“อย่าเพิ่งรีบเลยเจ้าค่ะ” จ้าวเยี่ยนเจียวดึงฉินเยว่เข้าไปในเรือนอย่างดื้อดึง เมื่อเปิดกล่องอาหารออก ก็เห็นขนมดอกบัวที่ละเอียดอ่อน

จ้าวเยี่ยนเจียวร้องอุทาน “ท่านป้าดูสิ งดงามมากเลยเจ้าค่ะ”

ฉินเยว่ถูกน้ำเสียงของจ้าวเยี่ยนเจียวดึงดูด ก้มหน้ามองแวบหนึ่ง ดวงตาก็เป็นประกาย “งดงามจริงๆ อย่าลืมไปขอบคุณคุณหนูหร่านด้วยเล่า”

“พรุ่งนี้ข้าจะเอาอวี้หรงส่านที่ทำไปให้นางเป็นของตอบแทนเจ้าค่ะ ไว้สำหรับใช้หน้าหนาวจะได้ชุ่มชื้นทำให้ดูงดงามมากขึ้นไปอีก”

“เจียวเจียวเป็นเด็กดีมาก” ฉินเยว่พูดด้วยความรู้สึกปลื้มใจ “รู้จักตอบแทนบุญคุณ”

“แน่นอนเจ้าค่ะ เพราะท่านป้าสอนข้าเป็นอย่างดี” จ้าวเยี่ยนเจียวทำตัวเหมือนเด็กไร้เดียงสาต่อหน้าฉินเยว่ “นี่คือลูกชิ้นแปดเซียนของเป่าชิ่งโหลวที่ท่านป้าชอบที่สุด ท่านกินเลยเจ้าค่ะ”

“ยังไม่กินหรอก รอให้ป้าทำงานเสร็จก่อน” น้ำเสียงของฉินเยว่ยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม “ของพวกนี้มีพิษร้อนใน เจ้าควรกินให้น้อยๆ หน่อย”

[1] ดอกบ๊วย

[2] ดอกมะลิ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status