Partager

หลานสาวที่ดี

last update Date de publication: 2026-01-27 10:56:26

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ” พูดแบบนั้น แต่ทันทีที่จินจื่อกับหยินจื่อกลับมา สาวน้อยทั้งสามคนก็เริ่มกินกันอย่างสนุกสนาน

เห็นพวกนางกินกันอย่างมีความสุข ฉินเยว่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก แค่รินน้ำชาให้พวกนางทั้งสามคน เพื่อให้พวกนางกินช้าๆ

ฉินเยว่มองดูเด็กสาวทั้งสามคนก็ยิ้มอย่างมีความสุข ในวัยเด็ก ครอบครัวของนางฐานะยากจน การได้กินอิ่มนับว่าเป็นเรื่องยาก ตอนนี้เมื่อเห็นจ้าวเยี่ยนเจียวได้กินอิ่ม ใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น ในใจก็เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

แม้ว่าบางครั้งจ้าวเยี่ยนเจียวจะกินมากจนเกินไป นางอยากจะบอกให้หลานสาวลดการกินลงบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นดวงตากลมโตเป็นประกายของนางมองมาที่ตน หัวใจก็อ่อนยวบยาบ ปล่อยให้กินตามใจครั้งแล้วครั้งเล่า

ตั้งแต่นางยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ก็ชอบกิน ชอบกินของอร่อยๆ เรื่องอื่นๆ ไม่ใส่ใจ ตอนเด็กๆ อ้วนกลมเหมือนไหใบย่อมๆ ตอนนี้... ตอนนี้เป็นไหที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเหมือนน้องสาวของนางที่อ่อนกว่าหนึ่งปี แต่รูปร่างนั้น... เอาเถอะนางก็ไม่ถึงกับอ้วนพุงพลุ้ย แค่เอวตันไปหน่อยเท่านั้น แต่ผิวพรรณของนางไม่มีใครเทียบได้ อ่อนนุ่มเหมือนผิวทารก ไม่ว่าใครเห็นก็นึกอยากสัมผัส

ฉินเยว่ส่ายหน้า ไม่อยากคิดแล้ว การกินได้ถือเป็นลาภอันประเสริฐ ขอแค่เจียวเจียวของนางเป็นเด็กที่มีความสุขก็พอแล้ว

“ใช่แล้วเจ้าค่ะคุณหนู” จินจื่อพูดขึ้น “เมื่อเช้าข้าได้ยินป้าหลันที่ห้องครัวบอกว่า เพราะคุณหนูหร่านมีชื่อเสียงโด่งดัง คณะงิ้วของเราเลยมีผู้ชมเต็มทุกรอบ ดังนั้นตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปจะมีการแสดงเพิ่มอีกหนึ่งรอบต่อวัน เพราะงานเพิ่มขึ้น หัวหน้าจูเลยบอกว่าจะเพิ่มเมนูอาหาร วันนี้ยังสั่งให้คนเอาเนื้อหมูมาครึ่งตัวเลยนะเจ้าคะ คืนนี้มีของอร่อยกินแล้ว”

ปากของจ้าวเยี่ยนเจียวยังคงเคี้ยวขนมอยู่ แต่เมื่อได้ยินว่าจะมีเนื้อกิน ดวงตาของนางก็เป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

เมื่อหนึ่งปีก่อน จินจื่อถูกนางส่งไปทำงานทำความสะอาดที่ด้านหน้า แม้จะมีตำแหน่งเป็นสาวใช้ แต่จริงๆ แล้วเป็นสายลับที่คอยรวบรวมข่าวสารและจะนำข่าวมาบอกจ้าวเยี่ยนเจียวให้ได้รู้เป็นคนแรก ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงข่าวเรื่องของกินด้วย

“ถึงหัวหน้าจูจะน่ารังเกียจ แต่เรื่องนี้ข้าต้องชมเขาสักหน่อย”

คำพูดของจ้าวเยี่ยนเจียวทำให้พี่สองน้องจินจื่อกับหยินจื่อมองตากันแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้

“เจียวเจียว หัวหน้าจูช่วยดูแลคณะงิ้วกับผู้อาวุโส ห้ามเสียมารยาท”

ได้ยินที่ฉินเยว่พูด จ้าวเยี่ยนเจียวก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง นางเป็นเด็กดีต่อหน้าท่านป้า

“ท่านป้า ข้าทราบเจ้าค่ะ ข้าเคารพหัวหน้าจูจากใจจริง ยังจำได้ว่าตอนเขาเพิ่งมาได้ไม่กี่วันก็ฆ่าเสี่ยวชิงของข้าตาย ข้ากลัวเขาแทบแย่ แล้วจะกล้าเสียมารยาทกับเขาได้อย่างไร?”

ได้ยินคำว่าเสี่ยวชิง สายตาของฉินเยว่ก็หมองลง  ตบไหล่หลานสาวที่ดีของตนเองอย่างปลอบโยน

จินจื่อและหยินจื่อทำหน้าอิหลักอิเหลื่อ จูเหวินเหอเพิ่งมาได้ไม่กี่วัน เพื่อวางอำนาจ เขาเรียกทุกคนมารวมกันและตำหนิฉินเยว่ต่อหน้าคนอื่น ดูเหมือนเขาจะรู้มาก่อนแล้วว่าฉินเยว่เป็นที่โปรดปรานของคังหมัวมัว ดังนั้นจึงจงใจเล่นงาน

โดยปกติแล้วจ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนที่มีใบหน้ายิ้มแย้ม ดูเหมือนจะไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่ถ้าใครรังแกฉินเยว่ ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับนาง

ในคืนนั้นนางก็จับงูเขียวไปปล่อยไว้ในห้องของจูเหวินเหอ เขาตกใจจนกลิ้งตกเตียง ตะโกนร้องโหยหวนให้คนมาตีงูจนตาย

พอหายตกใจลง จูเหวินเหอก็โกรธจนไม่สนใจว่าเป็นเวลาดึกดื่นแล้ว เขาสั่งให้ทุกคนลุกขึ้นมาแล้วไปสืบหา

จ้าวเยี่ยนเจียวเดินออกมาอย่างว่าง่าย ยอมรับว่านั่นเป็นงูของตัวเอง เขาโกรธมากจนอยากจะลงมือสั่งสอนนาง แต่จ้าวเยี่ยนเจียวกลับใส่ร้ายเขา

ต่อหน้าทุกคน จ้าวเยี่ยนเจียวร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล พูดด้วยความเจ็บปวดหัวใจว่าหัวหน้าจูใจร้าย ตีเสี่ยวชิงที่นางเลี้ยงจนตาย

คนอื่นไม่รู้ แต่พี่น้องจินจื่อและหยินจื่อรู้ดีว่าจ้าวเยี่ยนเจียวไม่ได้เลี้ยงงูเลยสักตัว งูตัวนั้นเป็นงูที่พวกนางไปซื้อมาจากคนเลี้ยงงูในตลาด เพื่อจะเอามาทำน้ำแกงงูให้เขาดื่มในเช้าวันนั้นต่างหาก

แต่พี่น้องทั้งสองคนอยู่ข้างจ้าวเยี่ยนเจียวเมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวเริ่มเรื่อง พวกนางก็เริ่มร้องไห้ตามไปด้วยทันที เด็กสาวทั้งสามคนร่วมกันเล่นละครงิ้วเรื่องหนึ่ง บอกว่าเจ้างูตัวนั้นทั้งบนสวรรค์และบนดินถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่หาได้ยากยิ่ง ด้วยความที่อยู่ในคณะงิ้วมานาน การแสดงจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกนาง ทำให้สีหน้าของจูเหวินเหอเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดงเดี๋ยวขาว ทำอะไรพวกนางไม่ได้

หลังเผชิญหน้ากันหลายครั้ง จูเหวินเหอก็ได้รับบทเรียน ในที่สุดก็ทำตัวสงบเสงี่ยมขึ้นมาบ้าง เขารู้ว่าเด็กคนนี้ไม่ควรรังแก จึงไม่กล้าหาเรื่องอย่างโจ่งแจ้ง

“เมื่อสองวันก่อนป้าเพิ่งได้ยินมาว่า หัวหน้าจูเป็นคนสนิทของคุณชายสามเยว่ ในอนาคตหงเสียทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การดูแลของเขา”

จ้าวเยี่ยนเจียวเลิกคิ้วขึ้นถามอย่างไม่ตั้งใจว่า “ท่านป้าดูแลผู้อาวุโสและสมุนไพรในสวนไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอก แล้วได้ยินเรื่องพวกนี้มาจากไหนเจ้าคะ?”

“ตอนที่กำลังดูแลต้นหงหลาน[1] บังเอิญได้ยินคนคุยกันนอกสวนก็เลย...” หลังจากฉินเยว่พูดจบก็หน้าแดงเล็กน้อย การแอบฟังคนอื่นคุยกันเป็นสิ่งไม่ดี นางมักจะสอนจ้าวเยี่ยนเจียวแบบนี้ แต่ตัวเองกลับทำตัวอย่างไม่ดี “นี่... เป็นสิ่งที่ป้าได้ยินมาโดยไม่ได้ตั้งใจ”

จ้าวเยี่ยนเจียวพูดอย่างเอาใจใส่ว่า “ข้ารู้เจ้าค่ะ พวกเขาคงจะพูดเสียงดังเกินไปก็เลยได้ยินเข้ามาในหูของท่านป้า ท่านไม่อยากฟังก็ไม่ได้”

ฉินเยว่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา แล้วพยักหน้าอย่างแรง “ใช่แล้ว เป็นแบบนั้นเลย”

[1] ดอกกล้วยไม้ดินสีม่วง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status