แชร์

ลุงของเจ้าหล่อกว่า

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 13:47:13

“ข้าถามท่านหน่อย” นางจับมือเขา จ้องมองเข้าไปในดวงตาทั้งสองข้างของเขา “พี่ชายของท่านมีลักษณะเหมือนคนอายุสั้นหรือไม่?”

เขาอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะและส่ายหัว “แน่นอนว่าไม่ใช่”

“เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านก็อย่ากังวลไปเลย” นางตบมือเขา ใบหน้ากลมๆ ดูจริงจังมาก “ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และต้องเชื่อว่าคนดีสวรรค์คุ้มครอง”

วิธีปลอบใจคนแบบนี้ทำให้เขาพูดไม่ออก แต่เมื่อมองใบหน้าที่อวบอิ่มของนาง หัวใจของจางเจิ้งเหอก็สงบลงอย่างประหลาด ความกังวลในใจก็ลดลงไปมาก

“ใช่! ข้าเชื่อว่าพี่ชายของข้าจะต้องปลอดภัย เมื่อเขากลับมา เขาจะต้องดีใจมากที่ข้ามีภรรยาที่น่ารักอย่างเจ้า” จ้าวเยี่ยนเจียวยิ้มอย่างโง่ๆ นางคีบเนื้อปลาให้เขา จ้องมองอย่างบีบบังคับให้กินเข้าไป พลันถามเหมือนกับว่านึกอะไรได้ ท่านมีสายลับอยู่ในตระกูลจ้าวใช่หรือไม่?”

เขายิ้มบางๆ ใบหน้าดูอ่อนโยนเป็นพิเศษ “ใช่ เจ้าอยากทำอะไร?”

“ช่วยข้าสืบเรื่องหน่อย” ดวงตาของจ้าวเยี่ยนเจียวเป็นประกาย ขณะที่กำลังกิน นางก็คิดในหัวอย่างรวดเร็ว “ข้าอยากรู้ว่าฮูหยินเว่ยมีสินสอดเท่าไหร่?”

“เจ้าจะทำอะไร?”

จ้าวเยี่ยนเจียวโบกมือ “อย่าถามมาก เดี๋ยวพอถึงเวลาท่านก็จะรู้เอง”

จางเจิ้งเหอไม่รู้ว่าจ้าวเยี่ยนเจียวกำลังวางแผนอะไรอยู่ในใจ แต่เขารู้ว่านิสัยของนางนั้นไม่ใช่คนที่จะยอมให้คนอื่นควบคุมได้ง่ายๆ พูดตามตรงแล้วพวกเขาเป็นคนประเภทเดียวกัน ใช้ชีวิตอย่างอิสระ และแยกแยะความรักความแค้นได้ชัดเจน

“อีกไม่กี่วันจะส่งให้เจ้า แต่เจ้าไม่ต้องเก็บเรื่องของฮูหยินเว่ยมาใส่ใจ สิ่งที่พวกเขากระทำกับเราในวันนี้ วันหนึ่งจะต้องชดใช้”

จ้าวเยี่ยนเจียวไม่ได้หลีกเลี่ยงสายตาที่มองมาอย่างลึกซึ้งของเขา นางรู้สึกอยากรู้อยากเห็นถามอย่างใส่ใจ “หมายความว่าอย่างไร?”

จางเจิ้งเหอไม่ได้พูดอะไร แค่ยกแขนใช้มือเท้าคางมองดวงตากลมๆ ของนาง ใบหน้ากลมๆ ที่น่ารักและคราบน้ำมันที่มุมปาก นางช่างเป็นเด็กสาวที่น่ารักจริงๆ แค่มองนางกินอาหาร ก็ทำให้คนอื่นไม่อยากละสายตาไปจากนางแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างอ่อนโยน

จ้าวเยี่ยนเจียวถูกรอยยิ้มของเขาทำให้รู้สึกตาพร่ามัว จางเจิ้งเหอหน้าตาดีมาก นางไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะมาเป็นสามีของนาง

“อย่าขี้เหนียวไปเลย เรากำลังจะแต่งงานกันแล้ว อย่าปิดบังฮูหยินของตัวเองสิ”

ฮูหยินหรือ?! ได้ยินจ้าวเยี่ยนเจียวพูดอย่างเต็มปากเต็มคำด้วยความภาคภูมิใจ ดวงตาของเขาก็เป็นประกาย ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป โน้มตัวไปจูบนางเบาๆ ที่ริมฝีปาก

รอบข้างดูเหมือนจะเงียบสงบลงในทันที

ตะเกียบในมือของจ้าวเยี่ยนเจียวสั่น นางตกใจจนไม่อยากเชื่อ เมื่อรู้ตัวว่าเขาจูบปากนาง ใบหน้าพลันแดงก่ำขึ้นมาในทันที

“กินเถอะ!” จางเจิ้งเหอยิ้มให้นาง “ถ้าไม่พอ ให้ต้าจ้วงไปสั่งที่เป่าชิ่งโหลวได้อีก”

“พอแล้ว พอแล้ว” ในที่สุดนางก็มีความเขินอายแบบผู้หญิงคนหนึ่ง ใบหน้าของนางแทบจะมุดลงไปในชามแล้ว

นอกหน้าต่าง ไกลออกไป จันทร์เสี้ยวลอยเด่นท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาล

ฉินเยว่ก้มหน้าลงหยิบกล่องไม้จากใต้เตียงออกมา แล้วค่อยๆ นับเงินในนั้น นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่นางต้องทำทุกคืนก่อนนอน ถึงแม้จะนับอย่างไรเงินก็ไม่เพิ่มขึ้น แต่ก็ทำให้หัวใจของนางสงบและรู้สึกมั่นคง

จ้าวเยี่ยนเจียวคุ้นชินกับเรื่องนี้นานแล้ว ปกตินางจะนั่งมองอย่างเงียบๆ อยู่ข้างๆ แต่วันนี้นางรู้สึกกระสับกระส่ายเล็กน้อย

ฉินเยว่ตั้งใจนับเงินมากจนไม่ได้สังเกตเห็นว่านางมีอะไรผิดปกติ

ในที่สุดจ้าวเยี่ยนเจียวก็ทนไม่ไหวพูดขึ้นว่า “ท่านป้า ท่านยังจำได้ไหมว่าทำไมตอนนั้นข้าถึงถูกขังเอาไว้ในศาลบรรพชน?”

ฉินเยว่กำลังนับเงินอยู่ ได้ยินคำพูดของจ้าวเยี่ยนเจียวนางก็ลืมว่านับไปถึงไหนแล้ว นางเงยหน้าขึ้นมองอย่างมึนงง กะพริบตอบอย่างรวดเร็ว “จำได้สิ เขาบอกว่าเจ้าเกือบจะทำร้ายคนใหญ่คนโตจากเมืองหลวง ก็คือคุณชายรองที่หล่อเหลาคนนั้น เขาหล่อจริงๆ” เมื่อนึกถึงการพบกันเพียงครั้งเดียวที่หงเสีย นางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “แต่เทียบกับลุงเขยของเจ้าแล้ว ก็ยังด้อยอยู่บ้าง”

จ้าวเยี่ยนเจียวอดไม่ได้ที่จะจิ๊ปาก “จะเป็นไปได้อย่างไรที่ท่านลุงจะหล่อกว่าคุณชายรอง”

“จริงๆ นะ ลุงของเจ้าหล่อกว่า” ฉินเยว่สามารถไม่สนใจเรื่องอื่นได้ แต่เรื่องที่สามีของนางหล่อมากเป็นเรื่องที่นางยืนกรานไม่ยอมแพ้

จ้าวเยี่ยนเจียวอยากจะเถียง แต่เมื่อคิดว่าไม่ใช่เวลาที่จะมาเถียงกันเรื่องความหล่อ นางก็พูดว่า “ก็ได้เจ้าค่ะ ท่านหล่อที่สุด ส่วนข้าก็กำลังจะแต่งงานแล้ว”

ฉินเยว่ไม่สนใจเงินในมือของตัวเองแล้ว นางมองหลานสาวด้วยความตื่นเต้น “เจียวเจียวชอบคุณชายจากตระกูลไหน? นิสัยดีไหม? ครอบครัวมีใครบ้าง? ข้าจะไปหาผู้อาวุโสให้ช่วย! ไม่! หาคุณชายสามดีกว่า คุณชายสามยังไม่กลับเมืองหลวง ให้เขาช่วยดูให้หน่อยก็ดี แต่เจียวเจียวของป้ามีสายตาที่ดีอยู่แล้ว ต้องเลือกคนดีแน่นอน เจียวเจียวเป็นเด็กดี สมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status