Home / รักโบราณ / เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร / จัดการกับคนถือหางไก่เป็นดาบอาญาสิทธิ์

Share

จัดการกับคนถือหางไก่เป็นดาบอาญาสิทธิ์

last update Last Updated: 2026-01-27 10:56:53

จ้าวเยี่ยนเจียวมองท่านป้าของนางแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ในดวงตาของนางกลับเปล่งประกายแวววาว นางไม่เชื่อว่าจะมีใครว่างมากพอที่จะมาคุยเรื่องไร้สาระพวกนี้นอกลานเรือนเล็กๆ แห่งนี้ เห็นได้ชัดว่ามีคนจงใจจะให้ท่านป้าของนางรู้ ในใจก็อดเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้

จ้าวเยี่ยนเจียวสามารถใช้ชีวิตได้ตามใจอย่างที่นางต้องการ แต่ก็ต้องยอมรับว่าท่านป้าเป็นจุดอ่อนของนาง

หยินจื่อที่อายุน้อยที่สุด สิ่งที่นางคิดอยู่ในใจจึงแสดงออกมาบนใบหน้าทั้งหมด นางทำหน้าไม่พอใจ “หัวหน้าจูคนนี้ช่างน่ารำคาญจริงๆ สามวันดีสี่วันไข้ ถือหางไก่เป็นดาบอาญาสิทธิ์[1] ถ้าไม่ใช่เพราะผู้อาวุโสป่วย ใครจะไปสนใจเขา”

แม้ว่าจ้าวเยี่ยนเจียวจะไม่กลัวการล่วงเกินคนอื่น แต่สถานการณ์ตอนนี้ นางไม่อยากเพิ่มเรื่องวุ่นวาย “เรื่องนี้เราคุยกันแค่ในสวนก็พอ ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสหรือหัวหน้าจู ก็เป็นคนของคุณชายสามเยว่ทั้งนั้น คุณชายสามเยว่ต้องการให้ใครดูแลโรงงิ้วก็ให้คนนั้นดูแล ไม่ใช่เรื่องที่เราจะวิพากษ์วิจารณ์ได้”

คังหมัวมัวเดิมเป็นบ่าวรับใช้ของตระกูลคุณชายสามเยว่ ต่อมาก็ช่วยคุณชายสามเยว่ดูแลคณะงิ้วแห่งหนึ่งในหยางโจว ที่หยางโจวภูเขาดี น้ำดีให้กำเนิดคุณชายคุณหนูที่งดงามขึ้นมามากมาย ตราบใดที่มีพรสวรรค์ ฝึกฝนสักสองสามปี ก็มีโอกาสที่จะได้เข้าเมืองหลวง ไปยังโรงงิ้วหลี่เจิ้งที่คุณชายสามเยว่ดูแลด้วยตัวเอง

นักแสดงที่สามารถเข้าไปในโรงงิ้วหลี่เจิ้งได้ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์จากทั่วทุกสารทิศ ผู้ชมที่มาชมงิ้วล้วนเป็นขุนนางและผู้มีอิทธิพลทั้งนั้น หากมีเล่ห์เหลี่ยมบ้าง ก็อาจได้อำนาจและความร่ำรวยกลับมา เหมือนกับเหยียนหรง แต่ในจำนวนนั้นก็มีคนตาบอดที่ไม่รู้เรื่องอีกมากมาย เมื่อเข้าไปในโรงงิ้วหลี่เจิ้งแล้วก็ตายอย่างไม่ทราบสาเหตุ

เรื่องเหล่านี้จ้าวเยี่ยนเจียวได้ยินมาไม่น้อยจากการอยู่กับคังหมัวมัว ดังนั้นนางจึงไม่เคยใฝ่ฝันที่จะไปเมืองหลวง คนที่ฉลาดต้องรู้จักประมาณตน แม้ว่าตอนนี้นางจะมีฝีมือที่ได้รับการสั่งสอนจากคังหมัวมัว จนสามารถยืนหยัดได้ในทุกที่ แต่นางก็ไม่เคยโลภอยากได้อะไรเกินตัว แค่ปรารถนาที่จะดูแลท่านป้าและใช้ชีวิตอย่างอิสระ

ท้องฟ้าข้างนอกเริ่มมืดลง ฉินเยว่รีบลุกขึ้นเพราะกลัวว่าอากาศจะเปลี่ยน “พวกเจ้ากินกันเถอะ ป้าจะไปเก็บสมุนไพรที่ตากไว้ตอนเช้าก่อน”

จ้าวเยี่ยนเจียวใช้สายตาบอกให้สาวใช้ทั้งสองคนปล่อยให้ฉินเยว่ไป อย่าขัดขวาง

“คุณหนูเจ้าคะ ป้าฉินใจดีเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” จินจื่อลดเสียงลงซ่อนความกังวลไว้บนใบหน้าไม่ได้ “ตอนนี้ผู้อาวุโสไม่สบาย หัวหน้าจูอยากได้เครื่องสำอางดีๆ ก็ต้องมาอ้อนวอนคุณหนู ดังนั้นเขาเลยไม่กล้าทำอะไรป้าฉินมากนัก แต่ถ้าคุณหนูไม่อยู่ เกรงว่าเขาจะหาทางกลั่นแกล้งป้าฉินแน่ๆ เลยเจ้าค่ะ”

จ้าวเยี่ยนเจียวเข้าใจเหตุผลนี้ดี นิสัยท่านป้าของนางนั้นอ่อนโยนจนเกือบจะอ่อนแอ จ้าวเยี่ยนเจียวไม่ได้ลงนามในสัญญาขายตัวใดๆ กับโรงงิ้ว แต่ฉินเยว่ไม่เหมือนกัน พูดง่ายๆ ก็คือป้าของนางโง่

เพราะปานบนหน้าผาก ตั้งแต่เด็กก็รู้สึกต่ำต้อย ซึ่งแตกต่างจากมารดาของนางที่มีนิสัยห้าวหาญอย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นมารดาของนางตกหลุมรักบิดาของนางตั้งแต่แรกเห็น ท่านยายที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นหญิงหม้าย ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ก็เป็นคนใจเด็ด ยืนกรานว่าเป็นฮูหยินใหญ่ดีกว่าเป็นอนุ เลยทุบตีบุตรสาวคนรองที่รีบเร่งจะไปเป็นอนุและดูถูกตัวเอง แต่มารดาของนางก็ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น สุดท้ายก็ยินยอมให้คนหามเข้าไปในจวนสกุลจ้าว

เมื่อเสียบุตรสาวไปคนหนึ่งแล้ว ท่านยายจึงกังวลเรื่องบุตรสาวอีกคน ฉินเยว่มีนิสัยอ่อนโยน ท่านยายกลัวว่านางจะถูกรังแก จึงรีบหาคู่ครองให้นาง หาผู้ชายที่จะแต่งเข้ามาในบ้าน

แต่สถานะของครอบครัวฉินก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว ครอบครัวที่ดีก็ไม่สนใจเพราะให้ไปเป็นอนุ ส่วนครอบครัวที่ไม่ดี ท่านยายก็กลัวว่าบุตรสาวจะลำบาก สุดท้ายก็บอกให้รอไปอีกพักหนึ่ง ต่อมาท่านยายล้มป่วยลง ครอบครัวยากจน แทบจะไม่มีข้าวกิน ในที่สุดก็จำใจรับผู้ชายที่ไม่มีบิดามารดาคนหนึ่งเข้ามาในบ้าน เขามีเงินติดตัวอยู่บ้าง แม้จะไม่มาก แต่ก็ยินดีที่จะเอาออกมาช่วยให้ครอบครัวฉินได้ผ่านพ้นความยากลำบาก ผู้ชายคนนี้หน้าตาดี พูดจาไพเราะ แต่มีข้อเสียอยู่อย่างเดียวคือเขาตาบอด

ท่านป้าไม่รังเกียจ นางไม่คิดว่าวันหนึ่งตนเองจะได้แต่งงานกับผู้ชายที่หน้าตาดีขนาดนี้ หลังจากแต่งงานแล้วก็ปฏิบัติต่อสามีด้วยความจริงใจ

จ้าวเยี่ยนเจียวรู้ว่าท่านป้าไม่ได้ใฝ่ฝันที่จะใช้ชีวิตอย่างร่ำรวยตั้งแต่แรก เป็นแค่คนหัวทื่อที่เชื่อว่าถึงแม้ชีวิตจะลำบาก ตราบใดที่สามีภรรยาสามัคคีกัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่า ก็คือความสุข แต่ชีวิตที่มีความสุขกลับไม่ยืนยาว หลังจากแต่งงานได้เพียงปีเดียว ท่านยายก็เสียชีวิต ต่อมาไม่นาน สามีของนางก็หายตัวไปอย่างลึกลับอีกคน

เดิมทีท่านป้าของนางคิดว่าชีวิตนี้จะอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ตลอดไป แต่เพื่อตามหาสามี จึงต้องออกจากบ้าน แต่เงินติดตัวมีไม่มากนัก หลังจากเงินหมด ร่างกายก็อ่อนแอลง ป่วยไปครั้งหนึ่ง โชคดีที่คังหมัวมัวมาพบเข้า จึงถูกพาตัวกลับมาที่หงเสีย

สุดท้ายท่านป้าก็ฟังคำแนะนำของคังหมัวมัว ยอมอยู่ที่นี่เพื่อดูแลสวนสมุนไพร จากนั้นก็กลับไปขายที่ดินและบ้านในหมู่บ้าน ฝากบอกชาวบ้านว่าถ้าเห็นสามีกลับมาก็ให้เขาไปที่หงเสีย ส่วนเงินที่ได้มาทั้งหมด นางมอบให้คังหมัวมัวเพื่อช่วยตามหาคน

สองปีผ่านไป นางยังรู้สึกว่าไม่พอ จึงยอมเซ็นสัญญาขายตัว เงินที่ได้มาก็ยังคงใช้ในการตามหาคนอยู่ดี

แต่หลายปีผ่านไป ท่านป้าใช้เงินไปไม่น้อย ก็ยังไม่มีข่าวคราวสามีที่ตาบอดคนนั้น

จ้าวเยี่ยนเจียวรู้สึกเกลียดชังลุงเขยที่นางไม่เคยเจอหน้าคนนี้มาก ถ้าคนคนนี้ตายไปแล้วก็แล้วไป แต่ถ้ายังมีชีวิตอยู่แล้วหายไปหลายปีโดยไม่มีข่าวคราว ในสายตาของนาง เขาถือว่าเป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ

เมื่อเห็นท่านป้าตามหาคน เงินที่หามาได้เหมือนถูกโยนทิ้งลงน้ำ นางจึงเริ่มพูดกับท่านป้าว่าตัวเองโตแล้ว อีกไม่นานจะต้องแต่งงาน ต้องมีสินสอดติดตัวบ้าง เพื่อไม่ให้ครอบครัวของสามีดูถูก ท่านป้าที่แสนซื่อของนางจึงเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน เริ่มเก็บเงินไว้บ้าง ไม่ได้ใช้เงินทั้งหมดเพื่อตามหาคนอีกแล้ว

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จ้าวเยี่ยนเจียวรู้สึกแค้นใจ ไม่ว่าคังหมัวมัวจะดีกับพวกนางแค่ไหน สุดท้ายแล้วท่านป้าก็เป็นแค่บ่าวรับใช้ของหงเสีย

เรื่องนี้จึงกลายเป็นจุดอ่อนของจ้าวเยี่ยนเจียวหากต้องการจะควบคุมนาง ก็แค่จัดการกับฉินเยว่เท่านั้น

[1] หมายถึง การนำเรื่องเล็กน้อยหรือไม่สำคัญมาอ้างเป็นคำสั่งสำคัญหรือเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่ เพื่อสั่งการผู้อื่น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status