Mag-log inมินทดา อัสมารักษ์ เริ่มคิดว่า ระหว่างเขากับเด็กผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันจริงๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอที่ร้านกาแฟ เขามองว่าผู้หญิงคนนี้หน้าตาสวย แต่นิ่งไปหน่อย แต่พอได้พูดคุยด้วยเขากลับไม่ชอบผู้หญิงลักษณะแบบนี้สักเท่าไหร่ เอื่อยเชื่อยน่ารำคาญ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกขวางหูขวางตานัก
วันที่เจอกันที่ร้านกาแฟ เขามองแล้วว่าไม่มีที่นั่งจริงๆ เห็นแล้วว่ามีของวางอยู่ที่โต๊ะ เจ้าตัวไม่อยู่ แต่เห็นแก่ตัวทำเหมือนกันที่ไว้ ไม่ให้คนอื่นนั่ง เขาไม่ชอบแบบนี้ แถมหน้านิ่งเดินหนีเขาออกไปจากร้านกาแฟ ทั้งที่ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง
จนเขาขับรถมาทันผู้หญิงคนนั้นเบรกกะทันหัน เขารู้ว่ามันเป็นอุบัตเหตุ แต่ก็อดหงุดหงิดไม่ได้ แถมอยู่ๆ เธอคนนั้นก็หนีเขาไปดื้อๆ ปล่อยให้เขานั่งงงอยู่ในรถตั้งนาน กว่าที่เขาจะเรียบเรียงความคิด และตัดสินใจขับรถกลับคอนโด
เพราะต้องรีบเดินทางไปเชียงใหม่ เขาตัดปัญหาเอารถเข้าอู่เอง ขี้เกียจโทรหาประกัน จริงๆ เป็นเรื่องเล็กน้อย เขามีเงินจ่าย ถือว่าฟาดเคราะห์ ไม่น่าเชื่อว่าภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ที่เขาต้องมาเจอกับคู่กรณีอยู่ที่สนามบิน สวรรค์คงไม่ใจร้ายให้เขา ต้องบินพร้อมผู้หญิงคนนั้นหรอกนะ
มินทดา อัสมารักษ์ หนุ่มโสดที่ไม่สด เขาเรียนและทำงานอยู่ที่อังกฤษ ครอบครัวเขาอยู่ที่นั่น เป็นลูกชายคนเดียว เริ่มเบื่ออังกฤษอยากกลับมาเมืองไทย ทำธุรกิจที่เมืองไทยเกี่ยวกับอสังหาที่เชียงใหม่ ธุรกิจของเขากำลังเจริญก้าวหน้า
ไม่น่าเชื่อว่า การที่เขาเดินทางกลับบ้านเกิดของพ่อกับแม่ จะทำให้เขาอารมณ์ไม่ดี แรกเลยเขาหาบ้านเก่าของพ่อกับแม่ไม่เจอ และท่านอยากให้เขามาทำความรู้จักกับเพื่อนสนิท หรือพ่อแม่ว่าที่เจ้าสาวของเขา เรื่องที่พ่อกับแม่ของเขาพร่ำบอกตั้งแต่เมื่อเขายังเด็ก สมัยยังเด็กคิดว่าพ่อกับแม่พูดเล่น แต่ยิ่งโตท่านยิ่งพูดบ่อย ถึงเขาจะคบผู้หญิงมาหลายคน ทั้งที่พาไปแนะนำที่บ้าน พ่อกับแม่ก็ยังคงพูดเรื่องนี้ไม่จบไม่สิ้น
มินทดา คิดว่าพ่อกับแม่จริงจังเกินไป และการที่เขากลับเมืองไทย ได้ทำตามที่พ่อกับแม่บอกแล้วว่าให้มาแวะทักทายเพื่อนสนิทของท่าน เพื่อที่ว่าเขาจะได้เจอหน้าว่าที่ภรรยาในอนาคตบ้าง แต่ไม่เจอเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจหา มาแค่ให้รู้ว่าอยู่จังหวัดนี้แล้วเท่านั้นก็พอ เขาไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น ไม่อยากจะเชื่อว่าการคลุมถุงชนจะมีในยุคนี้ อยากเห็นว่าผู้หญิงที่ยอมให้พ่อกับแม่หาคู่ให้ โดยที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน หน้าตาจะเป็นยังไง เขายอมรับเลยถ้าเธอคนนั้นยอม เป็นลูกที่กตัญูญูมาก
มินทดา เกือบสำลักน้ำเขามองผ่านแว่นตรงไปข้างหน้า ผู้หญิงคนเดิมกำลังเดินหาที่นั่ง ห่างออกไปสี่แถว แถมได้ที่นั่งริมและเขาสามารถมองเห็น อะไรกันเนี้ย มันเป็นไปได้ยังไงเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ นี่พระเจ้าองค์ไหนจับเขาและผู้หญิงคนนั้นโยนมาให้เจอกัน ถ้าเป็นการเจอแบบดีๆ เขาจะไม่ติเลย แรกที่เจอก็ทำให้เขาไม่พอใจแล้ว แถมยังต้องมาเจออยู่เรื่อยๆ อีก นี่อย่าบอกนะว่าถ้าเขาอยู่ที่เชียงใหม่ หรือสักที่ในเชียงใหม่ เขาอาจต้องเจอผู้หญิงคนนี้ มินทดาถอนหายใจ เขาเพิ่งสังเกตุว่าที่หน้าผากของผู้หญิงคนนั้นติดพลาสเตอร์ยา เหมือนจะบวมๆ ด้วย หรือว่าเพราะอุบัติที่เขาชนท้าย
......................................................................................................................................................................
“พราว.....ทางนี้ๆ” เสียงพลอยไพลินตะโกนเรียกน้องสาว เธอมาพร้อมแฟนหนุ่ม กริชชัย
“สวัสดีค่ะพี่กริช พี่พลอย มารอนานไหมคะ”
“ไม่นานหรอก พอดีพี่กริชต้องเข้ามาดูงานในเมือง เป็นยังไงบ้างเดินทาง ไหนดูซินี่หัวแตกเลยเหรอ นี่มันเริ่มบวมแล้วนะพราว แล้วทำไมไม่ไปหาหมอ เอาพลาสเตอร์ยามาติดเองได้ยังไง” พลอยไพลินโวยวายเมื่อเห็นหน้าผากของน้องสาวบวม เจ้าตัวแค่เอาพลาสเตอร์ยามาปิดไว้ แถมท่าทางที่เดินก็ดูกระเผลกๆ ชอบกลเหมือนเจ็บขา
“ทีแรกเหมือนจะไม่เป็นอะไรมากค่ะพี่พลอย แต่ตอนนี้พราวเริ่มปวดระบบแล้ว เจ็บแขนแล้วก็เข่าด้วยค่ะ น่าจะตอนที่เหยียบเบรก หัวกระแทก เข่าก็กระแทกด้วย”
“ก็พี่เคยบอกแล้วรถเราน่ะ มันไม่ปลอดภัยเอาซะเลย บอกให้เปลี่ยนก็ไม่เปลี่ยน ไม่มีความนิ่มนวลเลย ไม่รู้ล่ะกลับไปนี่เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่ พี่กำลังอยากได้รถใหม่อยู่พอดีเลย หรือว่าจะเอารถเก่าพี่ไปใช้”
“ไม่เป็นไรหรอกพี่พลอย พราวไม่ได้ขับไปไหนไกล”
“กรุงเทพฯ-ปราจีนบุรีเนี้ยนะไม่ไกล”
“เราก็ไม่ได้กลับบ่อยนี่คะ เดี๋ยววันหลังพราวนั่งรถตู้กลับดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องขับเอง”
“พลอยพี่ว่าพาน้องไปคลินิกแถวนี้ก่อนดีกว่าไหม หน้าผากเริ่มบวมมากแล้ว ดูแขนซิช้ำแล้วนั้น “ก่อนที่สองพี่น้องจะคุยกันไปมากกว่านี้ กริชชัย ก็พูดขัดขึ้นมาก่อน
พลอยไพลินเข้ามาสำรวจทั่วร่างของน้องสาว ไม่เว้นแม้แต่หัวเข่าเธอดึงกระโปรงน้องสาวขึ้นมาดู พราวรัมภาก็ห้ามไม่ทัน
“พราวไม่ไหวแล้วนะ เข่าทั้งสองข้างเลย ไปๆ หาหมอก่อนนี่ดีนะที่ไม่เจ็บไข้หรือป่วยอะไร”
“แผลหน้าผากระบมตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว พราวกินยาแก้ไข้แก้ปวดถึงนอนได้ค่ะ แต่ตอนนี้คงหมดฤทธิ์ยาแล้ว” พราวรัมภากระชับผ้าคลุมไหล่ให้แน่นกว่าเดิม บนเครื่องอากาศเย็นมาก ลงมาที่พื้นล่างอากาศเย็นลมแรงอาจเป็นเพราะฝนเพิ่งตก
“เดี๋ยวคืนนี้เราไปนอนที่โรงแรมของพี่กริชก่อนนะ รอดูอาการของพราวก่อน ถ้ายังป่วยอยู่สงสัยจะไม่ได้เที่ยวแล้วล่ะ”
“ไม่เป็นไรพี่พลอย แค่พราวได้มาเชียงใหม่ก็ถือว่าได้เที่ยวแล้วไม่ต้องไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ค่ะ”
“พี่กับพี่กริชไปเที่ยวมาแล้ว แต่อยากพาน้องไปเที่ยวด้วย ไม่ใช่อุดอู้นอนอยู่แต่ในห้อง”
กริชชัยมีโรงแรมอยู่ที่เชียงราย และเขากำลังคุยกับพลอยไพลินอยากให้แฟนสาวมาทำงานที่โรงแรมของเขา หรือถ้าแต่งงานกัน เขาจะไม่กลับไปที่กรุงเทพฯแล้ว อยากใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่หรือเชียงรายมากกว่า
พราวรัมภารับกระเป๋าและขึ้นรถออกไปจากสนามบินแล้ว มินทดาได้ยินทุกอย่างที่ทั้งสามคนพูดคุยกัน เขาเองก็เพิ่งเห็นว่าเข่าและขาของผู้หญิงคนนั้น ช้ำและเขียวมาก ลำแขนและหน้าผากนั่นอีก เห็นแล้วว่ามีเลือดหยดลงที่เบาะรถของเขา แต่ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะเจ็บหลายที่ขนาดนี้
ผู้หญิงที่ชื่อพลอยคงเป็นพี่สาว ผู้ชายอีกคนน่าจะเป็นว่าที่พี่เขย ถ้าไม่สังเกตุดีๆ พี่กับน้องหน้าตาคล้ายกันมาก แต่คนพี่ดูคล่องแคล่วกว่า ท่าทางใจร้อนและเอาแต่ใจ
ด้วยความรีบกับงานเขาเลยไม่ได้โทรหา เพราะตั้งใจไว้ว่ารอราคาซ่อมรถให้เสร็จเรียบร้อยก่อนถึงจะโทรเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่าย จริงซิผู้หญิงคนนั้นจดเบอร์โทรและชื่อให้กับเขาไว้นี่นา มินทดาค้นหากระดาษที่เขายัดไว้ในกระเป๋าสะพาย
พราวรัมภา ก่อเกียรติอนันต์ พร้อมเบอร์โทรของเธอ
มินทดาเรียกรถมารับพาเขาไปที่โรงแรมที่จองไว้ เขารู้สึกชอบเชียงใหม่ ถ้าหากว่าเป็นไปได้อยากทำธุรกิจเพิ่ม แต่อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย กลับเมืองไทยครั้งนี้เขาอาจจะอยู่นานเพราะอะไรไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าอยากอยู่
“สวัสดีครับแม่ ผมเพิ่งถึงโรงแรมครับ มาดูงานที่เชียงใหม่”
“เป็นยังไงบ้างลูก เจอเพื่อนแม่ไหม แม่ก็ลืมโทรหาคุณน้า”
“ยังไม่เจอครับแม่ พอดีผมจำบ้านแม่ไม่ได้ มีอุบัติเหตุนิดหน่อยด้วยครับ เลยไม่ได้สืบหาไว้เดี๋ยวผมว่างจะไปดูอีกรอบนะครับแม่”
มินทดาวางสายจากมารดาแล้ว เนื่องจากเวลาที่ต่างกันมาก ทำให้คุยกันได้ไม่นานพอนางพรนภาถามซักไซ้หนักเข้า เขาก็อ้างว่าสัญญาณไม่ค่อยดี
ชายหนุ่มคิดว่าดีเหมือนกันเขาอยู่เมืองไทย ไม่ต้องเจอกับแม่และพ่อ เพราะไม่งั้นทั้งสองคนก็จะคอยพูดเรื่องให้เขาแต่งงานกับสาวชาวไทยลูกของเพื่อนสนิทของท่านอยู่ตลอดเวลา
คืนนี้เป็นคืนที่สองที่เขาพักที่เชียงใหม่ สองทุ่มเขามีนัดกับลูกค้าที่ร้านอาหารของโรงแรมหรูในเมือง เขามาก่อนเวลานิดหน่อย เขาเลือกมุมค่อนข้างส่วนตัว เขาชอบบรรยากาศแบบนี้ โรงแรมเปิดเพลงบรรเลง ดนดนตรีพื้นเมืองของทางเหนือมีความอ่อนหวานมาก ทำให้ผ่อนคลาย เมืองไทยชีวิตของผู้คนไม่เร่งรีบนัก ไปตรงไหนก็มีแต่รอยยิ้ม เขาไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกมานาน แต่ไม่เคยลืมกลิ่นอายของเมืองไทย
ระหว่างที่นั่งรอลูกค้า มินทดามองตรงไปที่ประตูห้องอาหาร ตลกอีกแล้ว พี่สาวกับพี่เขยของพราวรัมภาควงแขนกันเข้ามาภายในห้องอาหาร เขาพยายามมองว่าพราวรัมภาจะมาด้วยไหม แปลกใจตัวเองว่าจะไปมองหาผู้หญิงคนนั้นทำไม อาจเป็นเพราะว่าช่วงหลังๆ มาเขาเจอบ่อย เห็นพี่สาวและพี่เขยของผู้หญิงคนนั้น เลยคิดว่าจะต้องเจอ หรือว่าผู้หญิงคนนั้นไม่สบายจริงๆ
คู่รักสองคนเข้าไปนั่งในห้องส่วนตัว มินทดาไม่ได้สนใจสองคนนั่น แต่เขาอยากรู้ว่าพราวรัมภาไปไหน ทำไมไม่มากับสองคนนี้ แต่เมื่อกลางวันเขาก็ได้ยินว่าเธอไม่สบายนี่นา
ที่โรงแรม พราวรัมภาอ้างว่าปวดหัว เธอไม่อยากออกไปข้างนอก อยากนอนพักมากกว่า อยากให้พี่กริชกับพี่พลอยมีโอกาสอยู่ด้วยกัน
หญิงสาวกินข้าวต้ม และกินยา ไม่คิดว่าตัวเองเจ็บระบมตามร่างกายมากขนาดนี้ อาจเป็นเพราะร่างกายบอบช้ำ และตากฝนวันที่เกิดอุบัติเหตุทำให้ป่วย พี่กริชกับพี่พลอย ชวนเธอออกไปกินข้าว แต่หญิงสาวปฏิเสธ พรุ่งนี้เธอต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯช่วงสายๆ คืนนี้เลยอยากพักผ่อน กลัวว่าถ้าไม่หายป่วย มีหวังเธอต้องลางานยาวแน่ๆ
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้น เบอร์ไม่คุ้นเลย
“สวัสดีคุณพราวรัมภา ก่อเกียรติอนันต์ ผมเป็นเจ้าของรถที่ชนท้ายคุณ”
“อ่อ....ค่ะ จำได้แล้ว คุณจะคุยเรื่องรถใช่ไหมคะ”
“ใช่หรือคุณมีปัญหางอแงไม่อยากจ่ายค่าเสียหาย”
“มีค่ะ ฉันมีปัญหา พอดีฉันเพิ่งกินยาแก้แพ้และง่วงมาก พรุ่งนี้ค่อยคุยได้ไหมคะ ฉันกลัว่ว่าจะคุยกับคุณไม่รู้เรื่อง”
“แน่ใจนะ ไม่ใช่จะหนีไม่จ่ายเหรอ”
“แล้วแต่คุณจะคิดเลยค่ะ แค่นี้นะคะพรุ่งนี้ฉันจะโทรหา”
“เดี๋ยวนี่คุณ เป็นอะไรไม่สบายเหรอเสียงเหมือนเป็นหวัด”
“ค่ะเป็นหวัดแค่นี้นะคะฉันจะนอนพักผ่อนแล้ว”
ปลายสายวางไปแล้ว ผู้หญิงคนนี้บทจะวางก็วาง เหมือนเขาไม่มีตัวตน จะเฉยชากับเขามากไปแล้ว เขาเองไม่ใช่คนที่ขี้ริ้วขี้เหร่สักหน่อย นี่แสดงอาการว่าไม่อยากคุยกับเขาขนาดนี้เลยเหรอ อยู่ๆ มินทดาก็หงุดหงิดขึ้นมา ก่อนที่จะอารมณ์เสียไปมากกว่านั้น ลูกค้าที่นัดไว้มาถึงพอดี งานทำให้เขาอารมณ์ดี
หลังจากที่จดทะเบียนสมรสแล้ว สองสามีภรรยามีกำหนดที่จะไปกราบพ่อและแม่ของพราวรัมภาที่ต่างจังหวัด ในใจอยากที่จะลองโทรหาพี่สาว พอเธอได้อยู่ร่วมกับมินทดาฉันท์สามีภรรยาแล้ว ทำให้คิดถึงพี่สาวกับพี่เขย เธอเชื่อว่าพลอยไพลินอยากทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามประเพณีพราวรัมภากลับมาใช้ซิมเดิมเมื่อสมัยที่ยังไม่ได้แต่งงาน หญิงสาวลองโทรหาพลอยไพลินเบอร์เดิม แปลกมากที่มีสัญญาณ หญิงสาวใจเต้นแรงลุ้นว่าจะเป็นพี่สาวหรือเปล่า“พี่พลอยหรือเปล่าคะ ใช่ไหม”“พราว ใช่จริงๆ ด้วยเป็นพราวจริงๆ เป็นยังไงบ้างตอนนี้พราวอยู่ไหน อยู่กับใครสบายดีไหม ได้กลับบ้านบ้างหรือเปล่า พ่อกับแม่เป็นยังไงบ้าง” พลอยไพลินยิงคำถามรัวๆ“พี่พลอยใจเย็นๆ ค่ะ พราวสบายดีตอนนี้พราวอยู่กับพี่มินทดา เพิ่งไปจดทะเบียนสมรสมาและเร็วๆ นี้เราจะไปกราบพ่อกับแม่ที่บ้าน เรื่องต่างๆ ไม่ต้องสงสัยนะคะ ไว้เจอกันพราวจะเล่าให้ฟัง”พลอยไพลินกรี๊ดลั่นจนพราวรัมภาต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู“นี่พราวพี่ดีใจด้วยนะ พี่ไม่ห่วงแล้ว ตกลงพรุ่งนี้เจอกันที่บ้านพ่อนะ พี่เพิ่งกลับจากต่างประเทศได้สอ
มินทดาพักอาศัยอยู่กับพราวรัมภาที่ฟลอริด้า แบบสามีภรรยาอย่างมีความสุข เขาดูแลเอาใจใส่ภรรยาอย่างดี ยอมรับว่าทั้งรักทั้งหลงภรรยามาก ไม่ได้เพิ่งมารักมาหลง แต่เขาทั้งรักทั้งหลงพราวรัมภามานานแลัว เขาไม่ให้หญิงสาวทำอะไรเลย นอกจากทำอาหารไทยให้กิน ทั้งคู่ท่องเที่ยวไปตามเมืองต่างๆ ย้ายรัฐย้ายประเทศเที่ยวไปเรื่อย ใช้ชีวิตร่วมกัน มินทดามอบเรื่องธุรกรรมการเงินทุกอย่างให้ภรรยาดูแลพราวรัมภาพยายามติดต่อหาพลอยไพลิน พี่สาวเธอหายเงียบไปเลย สอบถามไปทางญาติของกริชชัย ญาติพี่น้องของเขาอยู่ที่เชียงใหม่บอกเพียงแต่ว่า กริชชัยอยู่ต่างประเทศ พราวรัมภาเข้าใจพี่สาว ไม่ได้โกรธหรือน้อยใจอะไรแล้ว เธอเข้าใจว่าพลอยไพลินรู้สึกผิดต่อพ่อแม่และเธอ ไม่กล้าติดต่อกลับ แต่ที่พี่สาวเธอยังคงทำเหมือนเดิมคือ ส่งเงินให้พ่อกับแม่ทุกเดือน มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ พราวรัมภาคุยกับพ่อและแม่มากขึ้น เวลานี้เธอไม่มีความโกรธหรือน้อยใจใครแล้วเธอกับมินทดาเป็นคู่กัน เพียงแต่ผู้ใหญ่เลือกให้ผิดคนตั้งแต่แรกแค่นั้นเอง หญิงสาวถือว่าเป็นบุญคุณ ที่พ่อกับแม่ทำให้เธอได้มาแต่งงาน มินทดาให้ภรรยาเพิ่มเงินเดือนให้พ่อกับแม่ที่เมืองไทย พ่อแม่ลูก
พราวรัมภาหาผ้าห่มมาห่มให้มินทดาอีกผืน เมื่อเห็นว่าเขายังหนาวสั่น ถอดถุงมืออกและบีบนวดมือทั้งสองข้างของเขาไปมา มือที่เย็นจนซีดเริ่มอุ่น ดูเขาโทรมมาก หนวดเครายาวรุงรัง ตาโรยลึก ผอมจนแก้มตอบ แขนเล็กขาเล็ก หน้าคล้ำ หญิงสาวลืมหมดแล้วว่าเขาทำอะไรกับเธอไว้บ้าง ตอนนี้เธอเป็นห่วงเขามากชายหนุ่มรั้งร่างบางของหญิงสาวมากอดไว้แน่น หน้าเขาซุกอยู่แถวซอกคอของเธอ ลมหายใจร้อนของเขาเป่ารดอยู่รอบซอกคอขาว กอดรัดร่างของพราวรัมภาไว้แน่น เหมือนกลัวว่าหญิงสาวจะหายไปอีก"คุณเป็นอะไรคะ ร้องไห้ทำไม เป็นอะไรคะ"พราวรัมภาใช้สองมือประคองแก้มของเขาทั้งสองข้างเอาไว้ หน้าตาเศร้าหมอง หนวดเคราขึ้นเต็มหน้า มินทดาร้องไห้ หญิงสาวใช้นิ้วเรียวยาวปาดน้ำตาให้เขา รู้ว่าอารมณ์เขาประมาณไหน"ร้องไห้ทำไมคะ เสียใจเรื่องอะไร ไม่ร้องนะคะ" หญิงสาวใจไม่ดีไม่เคยเห็นผู้ชายร้องไห้แบบนี้มินทดากุมมือทั้งสองข้างของหญิงสาวเอาไว้แน่น"พี่กลัวว่ามันจะเป็นความฝัน กลัวพราวไม่ต้อนรับพี่ กลัวว่าจะไล่พี่หนี""หยุดร้องไห้เถอะพราวใจไม่ดีเลย ไม่หนีไปไหนแล้วค่ะไม่หนีแล้วจริงๆ"มินทดาประคองหน้าสวยของหญิงส
พราวรัมภาเดินทางถึงอเมริกาอย่างปลอดภัย ก่อนหน้าที่เธอจะเขียนใบลาออกจากงาน หญิงสาวได้ติดต่อกับเพื่อนสมัยเรียนมัธยม พ่อกับแม่เพื่อนมาเปิดร้านอาหารอยู่ที่ฟรอริด้า หญิงสาวบอกกับเพื่อนเพียงแค่ว่าอยากมาทำงานหาประสบการณ์ มีฝีมือในการทำอาหารไทย ริสาตอบรับเพื่อนสาวทันที พ่อกับแม่ของเธออยากได้คนไทย ที่คุยกันรู้เรื่อง อาหารไทยใช่ว่าใครจะทำได้อร่อยเหมือนคนไทยทำ“พราวทางนี้ๆ” เสียงแหลมเล็กที่เรียกชื่อของเธอเป็นภาษาไทยดังมาก พราวรัมภาจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของเพื่อนสนิท“เป็นยังไงบ้างการเดินทาง เหนื่อยไหม นี่พราวรู้ไหมว่าพ่อกับแม่ของริสาดีใจมากที่รู้ว่าพราวจะมาช่วย”“พราวก็ดีใจนะสา นี่มาคนเดียวเหรอ”“ใช่ วันนี้หยุดร้านเปิดพรุ่งนี้ พ่อกับแม่เหนื่อยต้องเข้าไปช่วยงานในครัว พี่คนไทยเขากลับบ้านหกเดือน ช่วงนี้ร้านเราเลยต้องหาคนทำแทน”“อ้าวเหรอ พราวมาได้จังหวะพอดีเลยเนอะ”“ใช่ไง พ่อกับแม่แก่แล้วริสาไม่อยากให้เข้าครัว เดี๋ยวเดินสะดุดหกล้มล่ะแย่เลย”“ไม่เป็นไร พราวมาแล้วรับรองอาหาร
พราวรัมทั้งงงและตกใจ ที่อยู่ๆ มินทดาก็ลากตัวเธอลงจากแท็กซี่แล้วพาตัวเธอมาที่รถของเขา นี่เขาจะมาทำแบบนี้กับเธอไม่ได้หรอกนะ อะไรของเขา แล้วดูหน้าตาซิเอาเรื่องมาก น่ากลัวอีกแล้ว นี่เขาเห็นเธอได้ยังไง ตามเจอได้ยังไง“หายไปไหนมาตั้งนานสามเดือนเลยนะ ทำไมต้องเปลี่ยนเบอร์ ทำไมไม่กลับห้อง นี่อย่าบอกนะว่าหนีไปอยู่กับผู้ชายมา”“ห่ะ....” พราวรัมภาตกใจไม่คิดว่ามินทดาจะพูดแบบนี้ เขาเป็นบ้าไปแล้ว“อะไรของคุณ พูดอะไรให้เกียรติกันบ้างนะ”“ทำไม ก็เล่นหายไปตั้งหลายเดือน ไปอยู่กับใครมาล่ะ”“นี่คุณ อย่ามาพูดแบบนี้นะ ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้เลย”“ขอโทษ เรื่องอะไร ถ้าไม่จริงแล้วจะเถียงทำไม”“พราวรัมภา เงียบทำไมล่ะ พูดออกมาซิเธอมีอะไรจะแก้ตัว พูดมาเลยอยู่ๆ หนีหายหน้าไปตั้งเกือบสามสี่เดือน จะเหลืออะไรกลับมาบ้างล่ะ อย่างเธอใครเห็นก็คงอดใจไว้ไม่ได้หรอก”“นี่หยุดพูดเลยนะ คุณดูถูกฉันมากไปแล้ว ทำไมต้องมาว่าฉันด้วย จอดรถเดี๋ยวนี้นะ บอกให้จอด” พราวรัมภาโมโหหัวหูร้อนไปหมดเสียงสั่นใจเต้นแรง“หยุดให้โง่เหรอ กว่าที่ฉันจะเจอเธอ รู้ไหมว่าฉันหมดเงินไปเท่าไหร่ อย่าคิ
พราวรัมภาเลือกขึ้นเขาใหญ่ฝั่งปากช่อง แปลก นักท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ยังเยอะมาก อาจเป็นเพราะว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดอีกวันก็เป็นได้ หญิงสาวรู้สึกเงียบและเหงาเหมือนกัน มินทดาไม่ติดต่อมา เขาเองก็คงเบื่อเธอ ความจริงแล้วบางทีเขาอาจอยากใช้ชีวิตตามปกติของเขาก็ได้ ก็ดีเมื่อก่อนเธอก็ใช้ชีวิตคนเดียวแบบนี้ ไม่เห็นเป็นไรเลย หญิงสาวปล่อยความคิดไปเรื่อยเปื่อย สมัยก่อนเธอกับกลุ่มเพื่อนของพี่สาวมาเที่ยวเขาใหญ่กันเป็นประจำ แต่วันนี้เวลานี้เธอมาคนเดียวพราวรัมภาเข้าไปติดต่อขอกุญแจที่ประชาสัมพันธ์ แวะซื้อกาแฟร้านใกล้ๆ กัน จากน้้นเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อซื้ออาหารไปไว้กินที่บ้านพัก ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ออกมาข้างนอกอีกแล้ว เช้าค่อยว่ากัน เธอได้บ้านหลังใหญ่ขนาดสามห้องนอน จำได้ว่าในห้องมีน้ำและกาน้ำร้อนแก้วและช้อนกาแฟ เธออยู่ได้ ร้านค้าอยู่ใกล้ที่ทำการ ไม่ยากสำหรับการอยู่คนเดียวบ้านไม้หลังใหญ่อยู่ใกล้ศูนย์อาหาร ภายในบ้านมีสามห้องนอน บริเวณเดียวกันมีบ้านพักปลูกเรียงราย อยู่ใกล้ๆ กัน บรรยากาศไม่น่ากลัว ไกลออกไปมีบ้านของเจ้าหน้าที่ บรรยากาศดีมาก เธอเลือกห้องที่อยู่ติดกับบ้านพักของเจ้าหน้าที่ ภายในห้องมี







