Share

3

last update Tanggal publikasi: 2025-09-02 18:12:53

ด้วยสายตาที่เฉียบแหลมเพราะทำงานบริการมายี่สิบกว่าปี เจอลูกค้ามากหน้าหลายนิสัย ทำให้หลงจู๊เข้าใจความหมายข่มขู่กลาย ๆ ของอีกฝ่ายทันที และเพราะบุคลิกลักษณะที่ดูสูงส่งเกินอาจเอื้อมของบุรุษผู้นี้ ทำให้เขาไม่กล้าโต้แย้ง

“ท่านชายได้โปรดรอสักครู่ ข้าจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้”

หลงจู๊รับคำแล้วเดินกลับไปที่หลังร้านอีกครั้ง ไปถึงครัวโดยไม่ให้ซุ่มเสียงใด ๆ และความเงียบของเขาก็ทำให้เขาได้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้น

“แบบนี้นี่เอง”

“หลงจู๊!” เสี่ยวหมานตกใจ รีบลุกจากเก้าอี้แล้วผลักหญิงสาวที่กำลังถือตะหลิวอยู่หน้ากระทะจนเซไปอีกเตา

“โอ๊ย!”

“ซูวี่!” อาเกอรีบจับมือหญิงสาวที่นาบโดนกระทะร้อน ๆ ไปแช่ในถังน้ำเย็น

“เป็นอย่างไรบ้าง” หลงจู๊รีบเดินเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรมากเจ้าค่ะ” เธอรู้สึกปวดแสบปวดร้อนแต่ก็ไม่ได้มากมายเพราะชักมือออกได้ทันท่วงที

“ไม่เป็นได้อย่างไร ดูสิ มือเจ้าแดงเลย” อาเล้งจับมือของหญิงสาวแล้วเอายาที่พกติดตัวเอาไว้ตลอดทาลงบนฝ่ามือให้นาง

“ขอบใจนะอาเล้ง”

หลงจู๊มองหญิงสาวและเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่ท่าทางเข้ากันได้ดี แล้วมองไปที่หัวหน้าพ่อครัวที่ดูไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

“ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว แต่เจ้าช่วยตอบคำถามข้าอีกรอบสิเสี่ยวหมาน”

“ข้าไม่ผิดนะขอรับหลงจู๊ นางวุ่นวายไม่เข้าเรื่องเองที่มาเสนอหน้ายืนในที่ของข้า”

“อย่างนั้นเหรอ” หลงจู๊หันไปทางหญิงสาว มองอาการเม้มปากแน่นเหมือนอดกลั้นของนางก็พอจะเดาออก “ซูวี่ มือเจ้าพอทนเจ็บได้ไหม”

“ทำไมเหรอเจ้าคะ” หญิงสาวถามกลับด้วยความสงสัย

“ข้าหิวข้าวมาก ช่วยทำอะไรก็ได้ให้ข้าหนึ่งจาน และอีกจานขอเป็นผัดผักบุ้งจะได้ไหม”

“ข้าทำให้ก็ได้ขอรับหลงจู๊” เสี่ยวหมานรีบอาสา

“ข้ากินเองไม่ต้องให้ถึงมือเจ้าหรอก ฝีมืออย่างเจ้าเก็บเอาไว้ให้ลูกค้าของร้านกินดีกว่า” ตอบหัวหน้าพ่อครัวแล้วเลิกคิ้วขอคำตอบจากหญิงสาว “พอจะทำได้ไหม ถ้าไม่ไหวก็ไม่เป็นไรนะ”

“ทำได้เจ้าค่ะ” เธอทำงานอยู่กับครัว เจ็บแค่นี้ถือว่าเล็กน้อยมาก “หลงจู๊นั่งรอสักครู่นะเจ้าคะ” บอกกับเขาแล้วหาผ้าสะอาดผืนหนึ่งมาพันฝ่ามือที่ปวดแสบปวดร้อน เพื่อสะดวกในการจับกระทะ

หลงจู๊มองท่าทางคล่องแคล่วว่องไวของหญิงสาวตั้งแต่เตรียมของสดจนถึงผัดลงกระทะ และยิ่งรู้สึกชื่นชมเมื่อได้กลิ่นอาหารที่โชยขึ้นมา

“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”

“หน้าตาน่ากินมาก กลิ่นก็หอมเตะจมูกดี พอจะบอกได้ไหมว่าจานนี้คืออะไร” เขาเห็นนางหยิบปีกไก่มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ผสมเกลือกับน้ำให้ละลายแล้วเอาไก่ลงไปหมักทิ้งไว้ สักพักก็เอาไก่มาสะเด็ดน้ำแล้วทอดในน้ำมันจนเหลืองกรอบ

“ไก่ทอดเกลือเจ้าค่ะ วันนี้ข้าทำอาหารแบบง่าย ๆ ให้ท่านกินก่อนเพราะเห็นบ่นว่าหิว ถ้าคราวหน้ามีโอกาสข้าจะทำซุปไก่ให้ท่านได้ลอง”

“ดี ดีมาก”

“ข้าตักข้าวสวยให้เจ้าค่ะ”

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวข้าจะกลับมาใหม่” เขาต้องกลับมาให้นางทำอาหารสองจานนี้ให้กินให้ได้ อยากรู้นักว่ารสชาติจะออกมาดีเหมือนกลิ่นและหน้าตาหรือไม่ “อาเว่ย ยกอาหารสองจานนี้ตามข้ามา”

“หลงจู๊จะเอาอาหารของเจ้าไปกินที่ไหน” อาเกอถามหญิงสาวด้วยความสงสัยใคร่รู้

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“เหมือนหลงจู๊กำลังทดสอบฝีมือของเจ้าอยู่นะ ไม่แน่ ถ้าอาหารสองจานนั้นถูกปากเขาขึ้นมา เจ้าอาจจะได้เลื่อนขั้นมาเป็นแม่ครัวก็ได้” อาหลงสรุปตามที่คิด

“ไร้สาระกันไปใหญ่แล้ว รีบทำงานกันสักที อยากโดนลูกค้าด่าหรือไง” เสี่ยวหมานโวยวายไม่พอใจเมื่อได้ยินดังนั้น เขาชำเลืองมองหญิงสาวด้วยสายตาเกลียดชัง “ไสหัวไปให้พ้น ๆ เลย เห็นแล้วรำคาญตานัก.. ทำไม อยากมีเรื่องกับข้าเหรอ ระวังจะตกงานนะ” เขาตะคอกใส่เมื่อเห็นนางเอาแต่จ้องหน้า สายตาไม่พอใจ

สุวิมลมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเกลียดชังไม่ต่างกัน “ไม่ต้องขู่ข้าหรอก ข้าไปแน่ แต่ถ้าข้าไปข้าก็ต้องเอาลี่ชุนไปด้วย ข้าไม่ให้นางทนทำงานกับคนใจแคบอย่างเจ้าหรอก” พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไป

“ซูวี่!”

“พี่เสี่ยวหมานรีบทำอาหารเถอะ ลูกค้ามาเพิ่มอีกหลายโต๊ะเลย” อาเกอรีบเรียกหัวหน้าพ่อครัวที่กำลังเดินตามหญิงสาวออกไป

“เร็วเข้าเถอะพี่เสี่ยวหมาน เดี๋ยวหลงจู๊ก็กลับมาเอาเรื่องอีกหรอก” อาหลงช่วยอาเกอพูดอีกคน เพราะไม่อยากให้เขาตามไปหาเรื่องซูวี่ที่แสนมีน้ำใจ

“ไก่ทอดเกลือ..” องค์รัชทายาทมองอาหารสีเหลืองทองดูน่ากินในจาน “เจ้าเอามาเพื่อไถ่โทษรึ” ถามเสียงสูง หน้าตามีความสงสัย

“อย่าได้คิดเช่นนั้นท่านชาย ข้าอยากให้ท่านลองชิมผัดผักบุ้งจานนี้ดูก่อน ใช่รสชาติอย่างที่ท่านชายต้องการหรือไม่ ส่วนจานนี้ข้าแค่อยากให้ท่านได้ลองชิมเพื่อติชม เพราะเป็นอาหารจานใหม่ของทางร้านเราขอรับ”

รัชทายาทรับตะเกียบที่หลงจู๊ยื่นให้ คีบผัดผักบุ้งมาดมเอากลิ่นแล้วค่อยใส่ปาก

“อื้อ..” ส่งเสียงในลำคอด้วยความพึงพอใจ เคี้ยวผักบุ้งที่กรุบกรอบอย่างละเมียดละไมเพื่อซึมซับรสชาติที่ถูกใจ “รสชาตินี้แหละที่ข้าต้องการ สรุปใครเป็นคนทำกันแน่”

หลงจู๊วัยสี่สิบต้น ๆ ละอายแก่ใจจนยากที่จะเอ่ยออกมา และยังโมโหเสี่ยวหมานที่กล้าโกหกเขา

“คงไม่ใช่หัวหน้าพ่อครัวอย่างที่พูดสินะ” บุรุษรูปงามเอ่ยอย่างรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย หยิบไก่ทอดเกลือชิ้นหนึ่งมาลองกิน.. เพียงแค่เริ่มเคี้ยวเท่านั้นเขาก็ต้องเลิกคิ้วขึ้น “จานนี้ก็อร่อย เนื้อไก่รสชาติเค็มกำลังดีกรอบนอกนุ่มในถูกใจข้ามาก ใช่คนเดียวกับที่ทำผัดผักบุ้งหรือไม่”

“ใช่ขอรับท่านชาย”

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเสียเวลาเลย รีบตามคนผู้นั้นมาพบข้าทีเถอะ”

“ขอรับ” หลงจู๊รับคำแล้วหันไปกวักมือเรียกเสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด “ไปตามซูวี่มา”

“ซูวี่” ชื่อที่ได้ยินฟังดูแปลกหูแต่ก็เรียกร้องความสนใจอย่างบอกไม่ถูก “ชื่อนี้ไม่คุ้นหูเลย แปลว่าอะไรเหรอหลงจู๊”

“เอ่อ.. ข้าก็ไม่รู้ขอรับท่านชาย ลองถามกับนางเองจะดีกว่า” หลงจู๊ผู้ปราดเปรื่องจนปัญญา ตอนที่ลี่ชุนพานางมาของานทำเขาก็ยังงงกับชื่อของนางเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยคิดจะถาม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจ้าสาวมังกร   63 ตอนจบ

    ความประหม่าของเขาทำให้นางหัวเราะก่อนจะทำหน้าตาจริงจัง“อือ ข้ากำลังตั้งใจฟังอยู่”“ข้าไม่ใช่ท่านชายต้าเสิน แต่ข้าเป็น..เป็นองค์รัชทายาทของอาณาจักรลั่วอานที่เจ้าอาศัยอยู่ตอนนี้..” ใจของเขาเต้นแรงราวกับจะปะทุออกมาจากอกเมื่อเห็นนางนิ่งเงียบ แม้แต่สีหน้าก็ไม่แสดงอาการใด ๆ มือที่กุมใบหน้าเขาค่อย ๆ ผละออก “ซูวี่” เขาเรียกนางเสียงแผ่วพอ ๆ กับใจหญิงสาวมองสีหน้าหวาดวิตกของคนรักแล้วค่อย ๆ คลี่ยิ้มกว้างขึ้น มือที่ผละจากหน้าเขาเปลี่ยนเป็นโอบกอดเขา ซบหน้ากับซอกคอแกร่ง“ในที่สุดท่านก็ยอมบอกกับข้าเสียทีนะต้าเสิน”มือใหญ่ที่กอดตอบทันทีในตอนแรกเปลี่ยนเป็นดันร่างบางออกห่าง มองใบหน้ายิ้มละมุนนั้นด้วยความแปลกใจ“เจ้ารู้อยู่แล้วเหรอ.. ตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาถามต่อเมื่อนางพยักหน้ารับ“ก่อนหน้าที่จะหนีท่านไปไม่นานนัก ข้าบังเอิญได้ยินแม่นางเถียนเถียนพูดกับท่านตอนยกน้ำชาไปให้ ตอนนั้นข้าตกใจมาก ทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว..” นางเริ่มเล่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นให้เขาฟัง ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่ง

  • เจ้าสาวมังกร   62

    “เพราะเจ้าคนเดียวข้าถึงบ้าราคะเช่นนี้” เขาตอบนัยน์ตากรุ้มกริ่ม ปลดกางเกงลงไปกองที่ปลายเท้าแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ ดึงคนรักเข้ามาใกล้ หวังจะให้นั่งขึ้นคร่อมบนตักแกร่ง แต่นางกลับคุกเข่าแทรกตัวลงระหว่างขา แล้วเริ่มต้นมอบความสุขให้แก่เขาบ้างมือและปากเล็ก ๆ ของนางทำให้คนตัวใหญ่เช่นเขาถึงกับเกร็งและครางกระเส่า จิกนิ้วกับขอบเก้าอี้แน่นด้วยความเสียวสะท้าน“พอ..พอก่อนยอดรัก..” มือใหญ่ช้อนใต้วงแขนของคนรักแล้วดึงนางขึ้นมาคร่อมตัก “ถ้าเจ้ายังเล่นสนุกแบบนี้ คืนนี้เราคงไม่ได้คุยธุระกันแน่” เขาพูดยิ้ม ๆ พรมจูบลงบนปากเล็ก ๆ ของนางไปด้วย“ท่านต่างหากที่สนุก.. หรือไม่จริง” ถามคนรักเมื่อเขาเม้มปากและหรี่ตามองอย่างคาดโทษคนถูกถามพยักหน้ารับพร้อมกับอาการเม้มปากยิ้ม ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วจับนางหันหลังให้ เริ่มกระหน่ำความสุขที่ยังค้างคาอยู่ให้จบ“ต้าเสิน”“หือ”“ท่านบอกมีเรื่องจะคุยกับข้า” สุวิมลทวงถามคนรักที่นั่งกินโจ๊กกับผัดผักบุ้งที่เย็นชืด ทั้ง ๆ ที่เธอบอกว่าไม

  • เจ้าสาวมังกร   61

    ห้องทำงานต้าเสินมองคนรักที่ยกถาดอาหารเข้ามากลางดึกด้วยสายตามึนตึง“เพิ่งกลับมาถึงไม่ทันไรก็รีบวิ่งเข้าครัวแล้ว เจ้านี่รักอาหารมากกว่าข้าอีกนะซูวี่”คนถูกต่อว่ายิ้มกว้าง วางถาดอาหารลงบนโต๊ะแล้วเดินไปหาคนรักที่นั่งเขียนอะไรอยู่ กอดคอและหอมแก้มเขาหนึ่งทีอย่างเอาใจ“ข้ารักท่านมากกว่าอาหารนะเจ้าคะ ถึงได้รีบเข้าครัวไปเตรียมอาหารรอบดึกให้ท่านด้วยตัวเอง เพราะหลายวันมานี้ข้าเห็นท่านกินได้น้อย ร่างกายก็ดูซูบลง” เห็นเขาอมยิ้มก็รีบหยอดคำอ้อนอ่อนหวานรอยยิ้มบางเบาค่อย ๆ คลี่กว้างขึ้นจนสุดฝีปาก ดึงร่างระหงที่สวมกอดอยู่ด้านหลังให้มานั่งบนตัก หอมแก้มหลายทีด้วยกัน“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าซูบเพราะกินได้น้อย”“ก็ข้าเห็น”“ข้าก็กินได้เป็นปกติของข้านั่นแหละ อยู่กับเจ้านี่แหละที่ข้ากินมากเกินไป”“แต่ท่านผอมลงจริง ๆ นะ ข้า..ข้ากอดอยู่ทุกคืนข้ารู้สึกได้” เธอตอบอย่างขัดเขินแต่ก็กล้าสู้สายตาด้วย“หึ..” ต้าเสินส่งสายตาหยอกเย้า “ที่ข้าผอมเพราะข้ากินเจ้

  • เจ้าสาวมังกร   60

    “หรือเจ้าจะให้ข้ากลับไปกับจี้เฟิงก่อนล่ะ แล้วเจ้าค่อยตามกลับไปพร้อมกับซูวี่ทีหลัง”เจอคำถามนี้เข้าไปอวี่กงถึงกับพูดไม่ออก นึกโมโหใส่คนตัวใหญ่ที่ยืนนิ่งเหมือนกลายเป็นรูปปั้นหินไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเขา มันก็คงไม่อึดอัดแบบนี้ตู้จี้เฟิงสบตาสู้กับสายตาเอาเรื่องที่เจตนามองมาที่ตนเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่องในคืนนั้น คิ้วเข้มข้างขวาค่อย ๆ เลิกสูงขึ้น“ถ้าเจ้าไม่อยากไป ข้าไปคนเดียวก็ได้”“พูดแบบนี้อยากจะเอาหน้าคนเดียวเหรอ!”“ก็เจ้าไม่อยากไปเอง”“ไม่ต้องมาพูดให้ดูดีเลยนะ!”“อวี่กง”“พ่ะย่ะ..ขอรับท่านชาย”“จี้เฟิงเขาทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจหรือเปล่า” เขาสังหรณ์ใจว่าระหว่างสองคนนี้ต้องมีปัญหาอะไรกันแน่ ๆ แม้ปกติจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด แต่เขาก็ไม่เคยมีอาการแบบนี้ให้เห็น“ปะ ๆ เปล่านี่ท่านชาย ทำ ๆ ไมถึงถามอย่างนั้นล่ะขอรับ” บุรุษร่างเล็กกว่าใครเพื่อนไม่กล้าสู้สายตาหลักแหลมของผู้เป็นนาย“ถ้าจี้เฟิงแกล้งเจ้า

  • เจ้าสาวมังกร   59

    “หวังว่าข้าจะไม่ได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากของท่านอีก.. ส่วนเจ้า” ฮองเฮาหันไปทางหลานสาว มองนางด้วยสายตาจริงจัง “ข้าก็จะบอกเจ้าด้วยความหวังดีเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนกัน เจ้าคิดว่าฝ่าบาทปล่อยให้องค์รัชทายาทไปอยู่นอกวังนานหลายเดือน จะไม่ส่งคนไปสืบดูเลยอย่างนั้นเหรอ”“ฝ่าบาททรงทราบเหรอเพคะ”“ใช่ ฝ่าบาททรงรู้เรื่องนี้ดี แต่พระองค์ก็ไม่ว่าอะไร ขอแค่นางเป็นคนที่องค์รัชทายาทรัก พระองค์ก็จะยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข ด้วยเหตุนี้ข้าจึงบอกให้เจ้าออกมาจากตำหนักนั้นซะ เพราะฝ่าบาทมีคำสั่งให้องค์รัชทายาทกลับมาพร้อมกับคนรักของพระองค์แล้ว เข้าใจที่ข้าพูดไหม”“เพคะฮองเฮา” เถียนเถียนยอมรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ไม่ได้เสียใจ แต่อับอายจนไม่รู้จะทำหน้าอย่างไร นางพยายามดิ้นรนหาทางที่จะได้เป็นองค์หญิงรัชทายาท แต่ทุกคนกลับไม่ช่วยเพราะรู้เรื่องของสตรีต่างแคว้นผู้นั้นดี แบบนี้นางก็คงไม่ต่างกับตัวตลกในคณะละครเร่คฤหาสน์ชิวเทียน“อวี่กง”เสียงเรียกคุ้นหูทำให้คนที่ถูกเรียกไม่ได้หันไปมอง แต่รีบสาว

  • เจ้าสาวมังกร   58

    “ออกมาจากที่นั่นเถอะเถียนเถียน คนอย่างองค์รัชทายาทไม่ใช่คนที่ข้าสามารถต่อกรได้ด้วยหรอกนะ เพราะแม้แต่ฝ่าบาทยังไม่กล้ายุ่งเรื่องส่วนตัวของพระองค์”“ถ้าเราเอาความมั่นคงของบัลลังก์มาอ้าง บางทีพระองค์”“อย่าพูดคำนั้นในตำหนักของข้านะใต้เท้ากวง” ฮองเฮารีบปรามก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ แม้นางจะเป็นพี่น้องกับเขา แต่ตอนนี้คนที่สำคัญกับนางที่สุดก็คือฮ่องเต้ และองค์รัชทายาทก็คือพระโอรสเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องปกป้อง“พระองค์เปลี่ยนไปมากนะพ่ะย่ะค่ะ ถ้าท่านพ่อรู้”“เลิกเอาท่านพ่อมาอ้างสักทีเถอะใต้เท้า” พระนางขึ้นเสียงใส่พี่ชายที่เคยเดียดฉันท์นาง “ข้าจะบอกอะไรให้นะ เผื่อบางทีท่านอาจจะลืมไปแล้ว ไม่ว่าท่านพ่อจะมีอำนาจมากเพียงใด เราก็คานอำนาจของตระกูลหรงไม่ได้หรอก เห็นเขานิ่ง ๆ อย่าคิดว่าเขาหมดเขี้ยวเล็บ เขาก็แค่รักความสงบเท่านั้น แต่ถ้าเราไปสะกิดโดนแผลเขาเมื่อไหร่ คนที่เดือดร้อนไม่ใช่พวกเขาแน่ ดังนั้นอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ รักษาชีวิตเอาไว้ดูหน้าหลานจะดีกว่า”&ldqu

  • เจ้าสาวมังกร   50

    “ท่านพ่อ!” ลู่ลู่กระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมาก มองบิดาที่เดินจากไปด้วยความน้อยใจ “อย่างน้อยข้าก็เป็นลูกสาวของท่านนะ ท่านจะยกย่องข้าหน่อยไม่ได้เหรอ”“ข้าแค่พูดตามที่สายตาของข้าเห็นเท่านั้น เลิกฟุ้งซ่านแล้วนอนพักเสีย อย่าโผล่มาให้ข้าเห็นหน้าอีก” เถ

  • เจ้าสาวมังกร   48

    สุวิมลเหลืออดกับนิสัยเอาแต่ใจของหญิงสาวเต็มกลืน จึงดันนางให้พ้นทางแล้วเดินไปตรงระเบียงหน้าห้อง มองลงไปที่ชั้นล่างของโรงเตี๊ยม“เถ้าแก่” เรียกบุรุษวัยกลางคนที่กำลังเดินกลับไปที่โต๊ะเก็บเงินพอดี“เจ้า!” ลู่ลู่อุทานด้วยความตกใจพร้อม ๆ กับได้ยินเสียงขานรับของบิดา

  • เจ้าสาวมังกร   46

    ต้าเสินยกมือบอกลา กระตุกบังเหียนม้าให้มันวิ่งเร็วขึ้น.. ระหว่างทางก็คิดไปต่าง ๆ นานา ทั้งเป็นห่วงและโมโหนางผู้เป็นที่รัก และนึกไปถึงคำพูดสุดท้ายของหลงจู๊‘ถ้าเจอนางแล้วข้าอยากให้ท่านใจเย็น ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากับนาง อย่าให้อารมณ์และความหึงหวงมาบังตา เพราะอาจจะทำให้เรื่องราวมันแย่

  • เจ้าสาวมังกร   45

    “นางกลับไปพร้อมกับคนของข้าใช่ไหม” ได้โปรดให้มันเป็นอย่างที่เขาถามด้วยเถอะ.. แต่ความหวังก็พังทลายลงในพริบตา เมื่อเห็นหลงจู๊ส่ายหน้า ก่อนที่จะล้วงเข้าไปในอกเสื้อและยื่นซองจดหมายมาให้เขารีบรับมาเปิดอ่าน‘ต้าเสิน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จะใกล้หรือไกล จงรู้ไว้ว่าข้ารักท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status