Share

6

last update Tanggal publikasi: 2025-09-04 15:38:58

คนที่ถูกเรียกว่าอาสวงคล้อยตามความเห็นของเพื่อน เขามองหน้าหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ รู้สึกเห็นใจนางมากเพราะเขาก็เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้

“ข้าอยากไปพบหมอด้วยตัวเองจะได้บอกอาการป่วยของนางได้ถูกต้อง ข้าไม่รบกวนพวกท่านก็ได้”

“ข้าบอกแล้วไงว่ามันอันตราย” เขาไม่อยากจะบอกกับนางว่าตอนนี้กำลังสืบจับไส้ศึกของวังหลวงกันอยู่ และถ้าปล่อยให้นางทำแบบนั้น นางอาจจะถูกเข้าใจผิดก็ได้ “เอาอย่างนี้นะ เจ้าเขียนอาการป่วยของนางลงในกระดาษแผ่นนี้ให้หมด ข้าสัญญาว่าจะหายาที่ตรงกับอาการป่วยไปมาให้เจ้าให้เร็วที่สุด” อาสวงแนะนำพร้อมกับจิ้มคบไฟที่ถือมากับพื้นเพื่อเอาถ่านของมันมาให้นางเขียน

“แต่”

“เชื่อข้านะแม่นาง ข้าพูดเพื่อความปลอดภัยของเจ้าและเห็นใจเจ้าจริง ๆ เพราะเราหัวอกเดียวกัน ข้าก็เคยมีน้องสาวที่ป่วยหนักกลางดึกแบบนี้ ข้าเข้าใจในความรู้สึกเจ้าดี”

“ก็ได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวจำยอมทำตามที่เขาแนะนำเมื่อเห็นสายตาที่จริงใจของเขา นางไม่มีความมั่นใจในการเขียนตัวหนังสือสักนิด แต่ก็เคยทดสอบมาแล้วว่าสามารถเขียนได้อย่างน่าอัศจรรย์พอ ๆ กับการพูด จึงเขียนอาการอย่างละเอียดลงบนชายเสื้อที่เขาฉีกมาให้.. “นี่เจ้าค่ะ”

อาสวงรับเศษผ้าจากนางมาอ่าน นึกแปลกใจว่านางเป็นแค่สตรีชาวบ้านหรือไส้ศึกกันแน่ เพียงแค่เศษถ่านทื่อ ๆ นางยังเขียนเป็นตัวหนังสือได้งดงามน่าทึ่ง

“ข้าจะรีบจัดการให้เจ้าให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้รีบกลับไปได้แล้ว เร็วสิ ข้าจะไปส่ง” เขาออกอุบายเพื่อไปดูสถานที่พักของนาง เพราะคิดเผื่อไว้ว่าเผื่อนางเป็นพวกไส้ศึก

“รีบเถอะแม่นาง พวกข้ามีงานใหญ่ต้องทำอีก” ทหารอีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

“เจ้าค่ะ”

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงที่พักขอนาง และออกอุบายขอเข้าไปดูอาการของคนป่วย

“อาการของนางหนักมากเลยนะแม่นาง เอาเป็นว่าพวกข้าจะรีบไปเอายามาให้ก็แล้วกัน” อาสวงบอกกับหญิงสาวเมื่อเห็นคนป่วยที่นอนขดตัวพร่ำเพ้ออยู่มุมห้อง

“ขอบคุณท่านทั้งสองมาก” ซูวี่กล่าวกับทหารหนุ่มวัยฉกรรจ์ ส่งพวกเขาถึงหน้าประตูห้องก็รีบกลับไปดูลี่ชุน “เจ้าก็กลับไปพักเถอะหลิวหลิว ข้ารบกวนเจ้ามากพอแล้ว”

“ถ้ามีอะไรก็เรียกข้าได้ตลอดนะ ไม่ต้องเกรงใจ”

“อือ ขอบใจมากนะ”

“ทหาร”

เสียงเรียกทุ้มกังวานที่ดังขึ้น ทำให้ทหารทั้งสองนายที่เดินอยู่ในตรอกไหมทองรีบหันไปมองอย่างระแวดระวัง

“ใคร!” อาสวงตะคอกถามทั้งที่ไม่เห็นเจ้าของเสียง มือจับดาบไว้มั่น

“ข้าเอง” บุรุษที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเดินออกจากที่ซ่อน

“องค์รัชทายาท”

รัชทายาทหนุ่มรูปงามวัยยี่สิบแปดปีส่งสัญญาณให้ทหารทั้งสองลดเสียง

“พวกเจ้ามาตรวจเวรยามแถวนี้เหรอ” ถามสองทหารยามที่เขาแอบสะกดรอยตามมาตั้งแต่ยังไม่เดินเข้ามาในตรอกแห่งนี้ เพราะเห็นพวกเขาเดินกับสตรีนางหนึ่ง และเกิดความสงสัยว่ากำลังพานางไปไหน

“ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ พวกเรา..” อาสวงอ้ำอึ้งไม่กล้าตอบ เพราะเกรงว่าจะพาเพื่อนร่วมงานเดือดร้อนไปด้วยอีกคน

“พูดความจริงมา”

“คือพวกเราเจอสตรีนางหนึ่งกำลังเดินอยู่คนเดียว ก็เลยเป็นห่วงว่าจะเกิดอันตรายกับนาง”

“พวกเจ้าก็เลยพานางไปส่งที่บ้าน”

“พ่ะย่ะค่ะ แต่.. แต่น้องสาวของนางป่วยหนัก นางต้องการยารักษาพ่ะย่ะค่ะ พวกเราใกล้จะออกเวรแล้วเลยตั้งใจว่าจะไปขอยากับหัวหน้ามาให้นาง” อาสวงหยิบกระดาษที่สตรีผู้นั้นเขียนอาการป่วยให้องค์รัชทายาทดูเพื่อยืนยันคำพูด

พระองค์หยิบกระดาษมาคลี่อ่าน คิ้วพาดเฉียงขมวดเล็กน้อยกับลายมือที่สะดุดตา แม้จะเขียนจากของง่าย ๆ แต่ก็ยังงดงามมีเอกลักษณ์ได้ขนาดนี้

“อย่างนั้นก็รีบไปสิ บอกไปว่าเป็นคำสั่งของข้า”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เดี๋ยวก่อน เจ้าไปคนเดียวก็พอ ส่วนเจ้าพาข้าไปดูอาการของนาง.. รีบไปสิ”

“พ่ะย่ะค่ะ” อาสวงรับคำ ส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมงานเป็นคนพาองค์รัชทายาทไปที่บ้านของคนป่วย

ไม่นานพวกเขาก็ถึงบ้านของนาง

“ท่านชายนั่นเอง!”

“ท่านชาย!” ทหารหนุ่มอุทานตกใจ ทำหน้าตาเลิ่กลั่ก

“ไม่เป็นไรอาลั่ว ไม่เป็นไร” องค์รัชทายาทรีบยื่นมือไปตบหลังทหารเบา ๆ แล้วบีบไหล่ส่งสัญญาณเป็นการปรามว่าห้ามพูดอะไรออกไป “เจ้าออกไปรอข้างนอกไป”

“พ่ะ.. ขะ ๆ ขอรับ” อาลั่วรีบพลิกลิ้นเมื่อเจอฝ่ามือที่บีบไหล่แน่นขึ้นเตือนสติ

“ท่านชายรู้จักกับเขาได้อย่างไรเจ้าคะ เขาเป็นทหารนะ” ซูวี่ไม่เก็บงำความสงสัย

“รู้จักสิ เพราะงานของข้าต้องเกี่ยวพันกับพวกเขา แต่เจ้าอย่ารู้เลยนะว่างานอะไร” เขาทำหน้าเคร่งเครียดแล้วโน้มหน้าที่สูงกว่าลงไปใกล้หูนาง “ได้โปรดเก็บเป็นความลับระหว่างเราด้วยนะ” กระซิบเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงขอร้อง กระตุกยิ้มมุมปากอย่างคนเจ้าเล่ห์ก่อนจะยืดตัวตรงเต็มความสูงเจ็ดเซียะครึ่ง แล้วมองหน้านาง “ตกลงไหม”

“..เจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบตะกุกตะกัก ทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว

“นางเป็นน้องสาวของเจ้าเหรอ”

“เจ้าค่ะ”

“ทำไมไม่เหมือนกันเลย ข้าคิดว่าเจ้าอพยพมาจากที่อื่นเสียอีก”

“..ข้าไม่ใช่คนที่นี่จริง ๆ เจ้าค่ะ แต่นางเคยช่วยเหลือข้าไว้ เราเลยกลายเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน” หญิงสาวตัดสินใจตอบไปตามตรง เพราะอาชีพที่เป็นความลับของเขา และเขายังรู้จักกับทหารแบบนี้ เธอคิดว่าเขาอาจจะเป็นสายลับหรืออะไรสักอย่างที่เกี่ยวพันกับความมั่นคงของประเทศนี้ ดังนั้นไม่ควรให้ลี่ชุนมามีเอี่ยว เพราะวันใดวันหนึ่งความลับของนางอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ก็ได้ใครจะรู้

“แล้วเจ้ามาจากที่ใดกัน”

“กรุงเทพเจ้าค่ะ ข้าอพยพมาอยู่ที่นี่ได้สามเดือนกว่าแล้ว ตั้งใจว่าจะมาตั้งรกรากที่นี่”

“กรุงเทพ.. อยู่ที่ใดกัน ทำไมข้าไม่เคยได้ยินเลย”

“ที่ที่ข้าจากมากันดารนัก ไม่แปลกที่ท่านจะไม่รู้จัก กว่าข้าจะมาถึงที่นี่ได้ก็เดินทางมาอย่างยากลำบาก ข้ามน้ำข้ามทะเลมานับไม่ถ้วน รอดตายมาได้ก็ถือว่าเป็นบุญมากแล้ว” นางเจตนาพูดถึงกรุงเทพเพื่อไม่ให้เขาติดใจสงสัยจนถึงขั้นสืบหา

“อ้อ” องค์รัชทายาทไม่ติดใจสงสัย เพราะในโลกกว้างใบนี้เขาก็ไม่ได้รู้จักทุกแคว้นแดนเมือง “ข้าดีใจนะที่เจ้ารอดมาได้ ถ้า”

“ร้อน ข้าร้อน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เจ้าสาวมังกร   63 ตอนจบ

    ความประหม่าของเขาทำให้นางหัวเราะก่อนจะทำหน้าตาจริงจัง“อือ ข้ากำลังตั้งใจฟังอยู่”“ข้าไม่ใช่ท่านชายต้าเสิน แต่ข้าเป็น..เป็นองค์รัชทายาทของอาณาจักรลั่วอานที่เจ้าอาศัยอยู่ตอนนี้..” ใจของเขาเต้นแรงราวกับจะปะทุออกมาจากอกเมื่อเห็นนางนิ่งเงียบ แม้แต่สีหน้าก็ไม่แสดงอาการใด ๆ มือที่กุมใบหน้าเขาค่อย ๆ ผละออก “ซูวี่” เขาเรียกนางเสียงแผ่วพอ ๆ กับใจหญิงสาวมองสีหน้าหวาดวิตกของคนรักแล้วค่อย ๆ คลี่ยิ้มกว้างขึ้น มือที่ผละจากหน้าเขาเปลี่ยนเป็นโอบกอดเขา ซบหน้ากับซอกคอแกร่ง“ในที่สุดท่านก็ยอมบอกกับข้าเสียทีนะต้าเสิน”มือใหญ่ที่กอดตอบทันทีในตอนแรกเปลี่ยนเป็นดันร่างบางออกห่าง มองใบหน้ายิ้มละมุนนั้นด้วยความแปลกใจ“เจ้ารู้อยู่แล้วเหรอ.. ตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาถามต่อเมื่อนางพยักหน้ารับ“ก่อนหน้าที่จะหนีท่านไปไม่นานนัก ข้าบังเอิญได้ยินแม่นางเถียนเถียนพูดกับท่านตอนยกน้ำชาไปให้ ตอนนั้นข้าตกใจมาก ทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว..” นางเริ่มเล่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นให้เขาฟัง ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่ง

  • เจ้าสาวมังกร   62

    “เพราะเจ้าคนเดียวข้าถึงบ้าราคะเช่นนี้” เขาตอบนัยน์ตากรุ้มกริ่ม ปลดกางเกงลงไปกองที่ปลายเท้าแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ ดึงคนรักเข้ามาใกล้ หวังจะให้นั่งขึ้นคร่อมบนตักแกร่ง แต่นางกลับคุกเข่าแทรกตัวลงระหว่างขา แล้วเริ่มต้นมอบความสุขให้แก่เขาบ้างมือและปากเล็ก ๆ ของนางทำให้คนตัวใหญ่เช่นเขาถึงกับเกร็งและครางกระเส่า จิกนิ้วกับขอบเก้าอี้แน่นด้วยความเสียวสะท้าน“พอ..พอก่อนยอดรัก..” มือใหญ่ช้อนใต้วงแขนของคนรักแล้วดึงนางขึ้นมาคร่อมตัก “ถ้าเจ้ายังเล่นสนุกแบบนี้ คืนนี้เราคงไม่ได้คุยธุระกันแน่” เขาพูดยิ้ม ๆ พรมจูบลงบนปากเล็ก ๆ ของนางไปด้วย“ท่านต่างหากที่สนุก.. หรือไม่จริง” ถามคนรักเมื่อเขาเม้มปากและหรี่ตามองอย่างคาดโทษคนถูกถามพยักหน้ารับพร้อมกับอาการเม้มปากยิ้ม ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วจับนางหันหลังให้ เริ่มกระหน่ำความสุขที่ยังค้างคาอยู่ให้จบ“ต้าเสิน”“หือ”“ท่านบอกมีเรื่องจะคุยกับข้า” สุวิมลทวงถามคนรักที่นั่งกินโจ๊กกับผัดผักบุ้งที่เย็นชืด ทั้ง ๆ ที่เธอบอกว่าไม

  • เจ้าสาวมังกร   61

    ห้องทำงานต้าเสินมองคนรักที่ยกถาดอาหารเข้ามากลางดึกด้วยสายตามึนตึง“เพิ่งกลับมาถึงไม่ทันไรก็รีบวิ่งเข้าครัวแล้ว เจ้านี่รักอาหารมากกว่าข้าอีกนะซูวี่”คนถูกต่อว่ายิ้มกว้าง วางถาดอาหารลงบนโต๊ะแล้วเดินไปหาคนรักที่นั่งเขียนอะไรอยู่ กอดคอและหอมแก้มเขาหนึ่งทีอย่างเอาใจ“ข้ารักท่านมากกว่าอาหารนะเจ้าคะ ถึงได้รีบเข้าครัวไปเตรียมอาหารรอบดึกให้ท่านด้วยตัวเอง เพราะหลายวันมานี้ข้าเห็นท่านกินได้น้อย ร่างกายก็ดูซูบลง” เห็นเขาอมยิ้มก็รีบหยอดคำอ้อนอ่อนหวานรอยยิ้มบางเบาค่อย ๆ คลี่กว้างขึ้นจนสุดฝีปาก ดึงร่างระหงที่สวมกอดอยู่ด้านหลังให้มานั่งบนตัก หอมแก้มหลายทีด้วยกัน“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าซูบเพราะกินได้น้อย”“ก็ข้าเห็น”“ข้าก็กินได้เป็นปกติของข้านั่นแหละ อยู่กับเจ้านี่แหละที่ข้ากินมากเกินไป”“แต่ท่านผอมลงจริง ๆ นะ ข้า..ข้ากอดอยู่ทุกคืนข้ารู้สึกได้” เธอตอบอย่างขัดเขินแต่ก็กล้าสู้สายตาด้วย“หึ..” ต้าเสินส่งสายตาหยอกเย้า “ที่ข้าผอมเพราะข้ากินเจ้

  • เจ้าสาวมังกร   60

    “หรือเจ้าจะให้ข้ากลับไปกับจี้เฟิงก่อนล่ะ แล้วเจ้าค่อยตามกลับไปพร้อมกับซูวี่ทีหลัง”เจอคำถามนี้เข้าไปอวี่กงถึงกับพูดไม่ออก นึกโมโหใส่คนตัวใหญ่ที่ยืนนิ่งเหมือนกลายเป็นรูปปั้นหินไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเขา มันก็คงไม่อึดอัดแบบนี้ตู้จี้เฟิงสบตาสู้กับสายตาเอาเรื่องที่เจตนามองมาที่ตนเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่องในคืนนั้น คิ้วเข้มข้างขวาค่อย ๆ เลิกสูงขึ้น“ถ้าเจ้าไม่อยากไป ข้าไปคนเดียวก็ได้”“พูดแบบนี้อยากจะเอาหน้าคนเดียวเหรอ!”“ก็เจ้าไม่อยากไปเอง”“ไม่ต้องมาพูดให้ดูดีเลยนะ!”“อวี่กง”“พ่ะย่ะ..ขอรับท่านชาย”“จี้เฟิงเขาทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจหรือเปล่า” เขาสังหรณ์ใจว่าระหว่างสองคนนี้ต้องมีปัญหาอะไรกันแน่ ๆ แม้ปกติจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด แต่เขาก็ไม่เคยมีอาการแบบนี้ให้เห็น“ปะ ๆ เปล่านี่ท่านชาย ทำ ๆ ไมถึงถามอย่างนั้นล่ะขอรับ” บุรุษร่างเล็กกว่าใครเพื่อนไม่กล้าสู้สายตาหลักแหลมของผู้เป็นนาย“ถ้าจี้เฟิงแกล้งเจ้า

  • เจ้าสาวมังกร   59

    “หวังว่าข้าจะไม่ได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากของท่านอีก.. ส่วนเจ้า” ฮองเฮาหันไปทางหลานสาว มองนางด้วยสายตาจริงจัง “ข้าก็จะบอกเจ้าด้วยความหวังดีเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนกัน เจ้าคิดว่าฝ่าบาทปล่อยให้องค์รัชทายาทไปอยู่นอกวังนานหลายเดือน จะไม่ส่งคนไปสืบดูเลยอย่างนั้นเหรอ”“ฝ่าบาททรงทราบเหรอเพคะ”“ใช่ ฝ่าบาททรงรู้เรื่องนี้ดี แต่พระองค์ก็ไม่ว่าอะไร ขอแค่นางเป็นคนที่องค์รัชทายาทรัก พระองค์ก็จะยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข ด้วยเหตุนี้ข้าจึงบอกให้เจ้าออกมาจากตำหนักนั้นซะ เพราะฝ่าบาทมีคำสั่งให้องค์รัชทายาทกลับมาพร้อมกับคนรักของพระองค์แล้ว เข้าใจที่ข้าพูดไหม”“เพคะฮองเฮา” เถียนเถียนยอมรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ไม่ได้เสียใจ แต่อับอายจนไม่รู้จะทำหน้าอย่างไร นางพยายามดิ้นรนหาทางที่จะได้เป็นองค์หญิงรัชทายาท แต่ทุกคนกลับไม่ช่วยเพราะรู้เรื่องของสตรีต่างแคว้นผู้นั้นดี แบบนี้นางก็คงไม่ต่างกับตัวตลกในคณะละครเร่คฤหาสน์ชิวเทียน“อวี่กง”เสียงเรียกคุ้นหูทำให้คนที่ถูกเรียกไม่ได้หันไปมอง แต่รีบสาว

  • เจ้าสาวมังกร   58

    “ออกมาจากที่นั่นเถอะเถียนเถียน คนอย่างองค์รัชทายาทไม่ใช่คนที่ข้าสามารถต่อกรได้ด้วยหรอกนะ เพราะแม้แต่ฝ่าบาทยังไม่กล้ายุ่งเรื่องส่วนตัวของพระองค์”“ถ้าเราเอาความมั่นคงของบัลลังก์มาอ้าง บางทีพระองค์”“อย่าพูดคำนั้นในตำหนักของข้านะใต้เท้ากวง” ฮองเฮารีบปรามก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ แม้นางจะเป็นพี่น้องกับเขา แต่ตอนนี้คนที่สำคัญกับนางที่สุดก็คือฮ่องเต้ และองค์รัชทายาทก็คือพระโอรสเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องปกป้อง“พระองค์เปลี่ยนไปมากนะพ่ะย่ะค่ะ ถ้าท่านพ่อรู้”“เลิกเอาท่านพ่อมาอ้างสักทีเถอะใต้เท้า” พระนางขึ้นเสียงใส่พี่ชายที่เคยเดียดฉันท์นาง “ข้าจะบอกอะไรให้นะ เผื่อบางทีท่านอาจจะลืมไปแล้ว ไม่ว่าท่านพ่อจะมีอำนาจมากเพียงใด เราก็คานอำนาจของตระกูลหรงไม่ได้หรอก เห็นเขานิ่ง ๆ อย่าคิดว่าเขาหมดเขี้ยวเล็บ เขาก็แค่รักความสงบเท่านั้น แต่ถ้าเราไปสะกิดโดนแผลเขาเมื่อไหร่ คนที่เดือดร้อนไม่ใช่พวกเขาแน่ ดังนั้นอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ รักษาชีวิตเอาไว้ดูหน้าหลานจะดีกว่า”&ldqu

  • เจ้าสาวมังกร   15

    หญิงสาวเจ็บช้ำกับคำถามไร้เยื่อใยของเขานัก “หม่อม.. ข้าน้อยมาหานายท่าน จำเป็นต้องมาเพราะมีธุระด้วยหรือเจ้าคะ”หึ! ต้าเสินสบถในใจขณะมองหญิงสาวที่แสร้งถามเสียงนุ่มนวล ทำหน้าอ่อนหวาน ไม่แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา กำลังจะพูดต่อแต่เห็นซูวี่เดินมา จึงปิดปากเงียบไม่พูดอะไร&l

  • เจ้าสาวมังกร   14

    สุวิมลอ้าปากหาวด้วยความง่วงงุนขณะที่มือกำลังถือเบ็ดตกปลา เธอหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งห่างออกไปประมาณห้าวาทางขวามือ เขาดูมีความสุขแม้ปลาจะไม่กินเบ็ดที่หย่อนอยู่ในน้ำประมาณครึ่งชั่วโมงแล้ว ผิดกับเธอที่รู้สึกเบื่อและง่วงมาก“ถ้าเจ้าง่วงก็นอนไปเลยสิ”เธอตกใจเล็กน้อยที่เขาพูดออ

  • เจ้าสาวมังกร   13

    “อาหารกลางวันวันนี้มีปลานึ่ง กุ้งต้มหวาน ซุปเยื่อไผ่และผัดผักบุ้งเจ้าค่ะ” เธอเริ่มทำงานที่นี่ได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว และทั้งหนึ่งอาทิตย์นี้เธอถูกสั่งให้ทำผัดผักบุ้งทุกวัน วันละหนึ่งมื้อแล้วแต่เขาจะสั่งมา “นายท่านเจ้าคะ” เรียกเขาอีกครั้งเมื่อเขายังก้มหน้าก้มตาอยู่

  • เจ้าสาวมังกร   12

    “พี่ซูวี่” นางจับมือนุ่มมาบีบ “ข้าซาบซึ้งใจมากนะที่พี่เป็นห่วงเป็นใยข้าแบบนี้ แต่ข้าโตจนออกเรือนได้แล้ว เชื่อเถอะว่าข้าดูแลตัวเองได้ และข้าก็ไม่อยากออกจากงานด้วย.. ตั้งแต่พ่อแม่ข้าตายข้าก็ทำงานที่ร้านอาหารไหมทองมาตลอด ตอนนั้นข้ายังเด็กนัก แต่หลงจู๊ก็ใจดีรับข้าเอาไว้ ตลอดเวลาหกปี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status