LOGIN“จริงค่ะ” รัตนปาตีไม่ใช่คนโง่ แต่เพราะเธอเลือกที่จะไม่มีปัญหากับใคร เรียกว่าไปตามน้ำ อรุณจันทร์ชอบให้ยกยอปอปั้น ชอบให้ชม เธอก็ชม แต่จริงๆ อรุณจันทร์ก็เป็นคนสวยมาก สวยโฉบเฉี่ยว ทันสมัย และรู้จักแต่งเนื้อแต่งตัว แต่รัตนปาตีคิดว่าการชมคนอื่นแล้วไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนก็ดีอยู่ เพราะถ้าทำให้โกรธ อรุณจันทร์มักจะหาเรื่องลงไม้ลงมือเอากับเธอได้ เธอถือคติที่ว่า รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
“แกเอาเศษผ้าขี้ริ้วของแกไปเก็บเลยนะ แล้วก็มาทำเล็บให้ฉันใหม่ด้วย” อรุณจันทร์มองเสื้อผ้าของรัตนปาตีอย่างรังเกียจ ทั้งเฉิ่มทั้งเชย แถมยังเก่าอีกด้วย แต่หารู้ไม่ว่าคนบางคนก็เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง...
“ค่ะ” รัตนปาตีรับคำ ก่อนจะมาทำเล็บให้อรุณจันทร์ นอกจากเป็นช่างเสริมสวยประจำตัวของสองแม่ลูกแล้ว เธอก็ยังทำอาหารได้ทุกอย่าง ทั้งคาวทั้งหวาน
บางทีถ้าเราคิดบวก มันก็ดีต่อชีวิต เพราะการรับใช้สองแม่ลูกตั้งแต่เด็ก ทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งความอดทนและหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอต้องทำให้ได้ อาหารการกินไม่ว่าจะชาติไหนๆ เมื่ออรุณจันทร์อยากกิน เธอก็ต้องไปสรรหามาจนได้ ทำให้เธอมีความรู้ติดตัว อนาคตหากเก็บเงินได้สักก้อน เธอก็จะหาลู่ทางประกอบกิจการเล็กๆ ของตัวเอง จะเป็นช่างเสริมสวยเธอก็ทำได้ทุกอย่าง จะเปิดร้านอาหารเธอก็ได้ เรื่องดูแลตกแต่งบ้านเธอก็ยังทำได้ เพราะอรุณจันทร์อยากเปลี่ยนสไตล์การแต่งบ้าน เธอก็เป็นคนจัดการทั้งหมด เฟอร์นิเจอร์เอย เครื่องเรือน ผ้าม่าน เรียกว่าเธอทำตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ
“เล็บสีนี้สวยมาก” อรุณจันทน์มองเล็บของตัวเองแล้วนึกชอบใจ
“ไม่มีใครทำได้สวยถูกใจเท่าข้าวหอมอีกแล้ว” ถ้าถูกใจก็เรียกข้าวหอม ถ้าโมโห ไม่พอใจก็เรียกแก เรียกนัง เรียกไอ้ตามอารมณ์ ซึ่งรัตนปาตีชินเสียแล้ว เพราะเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็ก
“อีตาคู่หมั้นบ้านนอกของฉัน เห็นฉันเข้าคงจะตกตะลึง อยากจะให้ฉันไปเป็นเมียมันเร็วๆ นี่ก็เห็นเพิ่งโทรมา พอตกเย็นก็จะให้ไปกินข้าวด้วย ดูไปดูมาจริงๆ ฉันน่าจะเล่นตัวกับมันสักหน่อยนะ” อรุณจันทร์พูดเหมือนปรึกษา ริมฝีปากเหยียดอย่างดูถูกเมื่อเอ่ยถึงคู่หมั้นของตัวเอง
“แกว่าไหม” เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบ อรุณจันทร์ก็คาดคั้นถาม
“จริงค่ะ” คร้านจะออกความคิดเห็น สรุปก็เออออไปเสียก็จบเรื่อง นั่นเป็นทางออกของรัตนปาตีที่ใช้ได้ดีเสมอกับเจ้านายทั้งสอง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูขัดจังหวะการสนทนาของสองสาว อรุณจันทร์เห็นมารดาเคาะประตู ก่อนจะเปิดประตูเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงตอบรับ
“มีอะไรคะคุณแม่”
“นำทัพจะส่งคนไปรับลูกอีกครึ่งชั่วโมงน่ะจ้ะ”
“อะไรกันคะ” อรุณจันทร์โวยวายเสียงดัง
“นี่ก็เย็นแล้วนะลูก” คุณนพมาศพูดกับบุตรสาวเหมือนเกรงใจ เพราะทุกวันนี้ก็ต้องพึ่งลูกสาวอยู่มาก แม้อรุณจันทร์จะทำตัวไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หรือเงินที่ได้แลกมากับอะไร ซึ่งเธอก็รู้ดี แต่นางก็ต้องหลับหูหลับตาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะอรุณจันทร์ไม่ชอบทำงานอะไรเหนื่อยๆ
“รำคาญจริงเชียว” แล้วอรุณจันทร์ก็บ่นอีกยาวยืด สุดท้ายก็ต้องยอมออกไปกับคนขับรถของนำทัพ รถที่มารับก็ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย นั่นยิ่งทำให้อรุณจันทร์คิดว่าเธอต้องรีบปฏิเสธการหมั้นหมายในทันทีที่เจอหน้าคู่หมั้นหนุ่ม จะได้ไม่มีพันธะต่อกัน แค่ยานพาหนะ ก็ทำให้เธอแทบกระอักตาย ทั้งเก่า ทั้งไร้รสนิยม บ่งบอกถึงความเป็นบ้านนอกคอนาที่มีรถขับก็ดีถมเถไปแล้ว
“เป็นยังไงบ้างลูก นำทัพเขารวยไหมลูก”
“โอ๊ย! คุณแม่อย่าพูดชื่ออีตานี่ให้หนูฟังอีกนะคะ” อรุณจันทร์กระแทกร่างลงบนโซฟาในห้องรับแขกที่มารดานั่งรออยู่ สีหน้าหงิกงอบ่งบอกถึงอารมณ์ไม่พอใจอย่างยิ่งยวด
“ทำไมล่ะลูก”
“จะทำไมอีกล่ะคะ ก็หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ ตัวก็ดำปี๋ คงจะทำงานตรากตรำอยู่ในทะเล หากุ้งหอยปูปลา ชื่อเสียงความร่ำรวยว่าเป็นนักธุรกิจก็ไม่มี มารยาทก็ไม่ดี แถมยังเด๋อๆ ด๋าๆ เหมือนพวกบ้านนอกเข้ากรุง แบบนี้คุณแม่จะให้หนูแต่งงานกับมันเหรอคะ หนูจะบ้าตาย แค่คิดว่าต้องไปหากุ้งหอยปูปลากินอยู่กลางทะเลก็อยากจะเอาหัวโขกพื้นตายไปซะให้พ้นๆ”
“ตายแล้ว นำทัพไม่ได้หล่อเหลาเหมือนพ่อของเขาหรอกรึ” นพมาศยกมือขึ้นทาบอก
“หล่อเหรอคะ อย่าเรียกว่าหล่อเลยค่ะ พอไปวัดไปวาได้ยังไม่ไหว หนูไม่เอาหรอกนะคะ” อรุณจันทร์ปฏิเสธเสียงดัง
“แต่เขารวยหรือเปล่าล่ะ”
“รวยบ้ารวยบออะไรคะ รถที่เอามารับก็รถธรรมดา พาไปกินอาหารร้านบ้านนอกคอกนา มีแต่อาหารไทยรสชาติไม่เอาไหน โอ๊ย! แค่นึกก็ขยะแขยงค่ะ หนูไม่ได้กินอะไรสักอย่าง แค่ไปบอกเลิกสัญญาหมั้นหมายก็แค่นั้น เชื่อไหมคะ นัง ข้าวหอมยังทำอาหารอร่อยกว่าร้านที่มันพาไปทานอีก”
“จริงเหรอนี่” คุณนพมาศรู้สึกผิดหวังอยู่มาก เพราะคิดว่านำทัพจะต้องหล่อเหลาสูงสง่าเหมือนบิดา และมาช่วย
กอบกู้ฐานะทางครอบครัว แต่ทุกอย่างก็เหลวอีกเช่นเคย
“คุณแม่อย่าหวังอะไรกับเขาเลยค่ะ ตอนแรกจันทร์เจ้าก็คิดว่าถ้ารวยจริง ก็คงจะลองคบดู หลอกเล่นเอาเงินมันมา พวกบ้านนอกมันโง่จะตาย แต่นี่หน้าตาท่าทางแค่ควงก็อับอายขายหน้า เงินทองก็ไม่มี ตอนจ่ายค่าอาหารก็ควักเงินจากก้นกระเป๋า หนูนี่แทบมุดใต้โต๊ะ โอ๊ย...อยากจะบ้าตายจริงๆ”
“งั้นหนูก็ถอนหมั้นกับนำทัพแล้วใช่ไหม” คุณนพมาศถามไถ่ให้รู้ความ
“ก็ใช่น่ะสิคะ ใครจะไปแต่งงานกับไอ้บ้านนอกนั่น คุณพ่อนะคุณพ่อ จะหมั้นหมายกับใครทั้งที เอาให้หล่อๆ รวยๆ ไม่ได้หรือไง” อรุณจันทร์บ่นไม่หยุดปาก
“แม่ก็คิดว่านำทัพจะมาช่วยให้เราลืมตาอ้าปากได้เสียอีก”
“หนูว่าคุณแม่เลิกคิดไปได้แล้วค่ะ แล้วนี่นังข้าวหอมไปไหน ให้มาทำอะไรให้หนูกินหน่อยสิคะ หิวจนแสบท้องแสบไส้ไปหมดแล้ว”
“หนูยังไม่ได้กินอะไรหรอกหรือจ๊ะ”
“โอ๊ย! ก็เมื่อกี้บอกแล้วไงว่ากินไม่ลง แค่เห็นหน้าหมอนั่น หนูก็อยากจะมุดดินหนี” คุณนพมาศถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตะโกนเรียกรัตนปาตีมาสั่งความให้ไปทำอาหารให้บุตรสาวทาน เรียกว่าอาหารฝีมือของรัตนปาตี ถ้าใครได้ทานคงต้องติดใจ เพราะอร่อยเหลือเกิน
“ผู้หญิงอะไรนิสัยแย่จริงๆ เลยครับนายหัว ผมไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน” โกไข่วิจารณ์ด้วยใบหน้าเหยเก เขาต้องเป็นตัวแทนของเจ้านายหนุ่มไปแอบอ้างว่าเป็นคู่หมั้น ซึ่งนำทัพแค่อยากเห็นพฤติกรรมของอรุณจันทร์เท่านั้น ถ้าเธอไม่เหยียดคนอื่นและนิสัยดี ก็จะออกมาปรากฏตัว แต่พบว่าอรุณจันทร์นั้นทั้งพูดจา ดูถูกเหยียดหยาม ทั้งแสดงสีหน้าท่าทางว่าไม่อยากแต่งงานด้วยอย่างชัดเจน นำทัพเลยได้แต่มองอย่างระอา และไม่ปรากฏตัวให้เห็นในที่สุด
“ก็เจอเสียสิ”
“นายหัวจะเอายังไงต่อไปดีครับ”
“กลับภูเก็ต”
“แต่นายแม่”
“บอกแม่ไปว่าเธอไม่อยากแต่งงานกับฉันก็สิ้นเรื่อง”
“แต่เธอยังไม่ได้เจอกับนายหัวนะครับ บางทีเจอกับนายหัวอาจจะยอมตกลงปลงใจก็ได้”
“นิสัยแย่แบบนั้น ไม่ไหวหรอกนะ” นำทัพส่ายหน้าไปมา
“แต่นายหัวควรจะไปคุยกับผู้ใหญ่ทางโน้นก่อนดีไหมครับ” โกไข่แนะนำ
“คุยกับใครก็เหมือนกัน เขาไม่อยากแต่งงานกับฉัน...” นำทัพพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พอกดรับและคุยกับปลายสายสีหน้าก็เคร่งเครียดทันที
“พี่ใหญ่ อื้อ...” เธอครางเสียงพร่าสั่นสะท้าน จิกมือกับแผ่นหลังของเขาอย่างเสียวซ่าน เขากดกายมิดเม้นจนเธอเผยอริมฝีปากครวญครางแทบขาดใจ ร่องสาวอุ่นๆ รับการชำแรกที่แสนดุดัน แก่นกายชายถูกตอดรัดแน่นถนัดเหมือนซอกกายสาวของเธอจะดูดรัดแก่นกายของเขาให้จมหาย ยิ่งเขาขยับจังหวะเร็วรี่ เธอยิ่งครวญครางไม่หยุดปาก เสียงกึกๆ ของแรงกระแทกกระทั้นประสานเข้าหากันตลอดเวลา หยาดน้ำหวานของเธอไหลซึมออกมาชโลมกายชายให้การขับเคลื่อนคล่องตัวยิ่งขึ้นรัตนปาตีหวีดร้องเกร็งตัวสะท้านกอดรัดเขาแน่นเมื่อถึงจุดหมายปลายทางอย่างรุนแรง เธอหอบหายใจซบกับอกชื้นเหงื่อของเขา แอ่นกายท่อนล่างหยัดขึ้นรับแรงกดหนักหน่วงแล้วครางลั่นซอกสวาทตอดรัดกายชายตุบๆ ทุกทิศทาง เธอกอดเขาเอาไว้แน่นถนัด นำทัพเลื่อนใบหน้าลงไปขม้ำดูดปทุมถันอวบๆ ของภรรยาใต้ร่าง พอเธอเริ่มคลายจากความเสียวซ่าน นำทัพพลิกร่างเธอให้คุกเข่าหันหลังให้เขา นำทัพสอดกายเข้าหาเธออย่างลึกซึ้งจากทางด้านหลัง เธอแอ่นกายมาหาเขา ใบหน้าเริดขึ้นด้วยความเสียว มือหนาเลื่อนไปเคล้นคลึงทรวงอกอวบๆ ของเธอเบาๆ ก่อนจะเริ่มหนักหน่วงขึ้นตามแรงกระแทกจากส่วนล่างที่เชื่อมประสานกันอยู่นำทัพเริ่มซอยกายเข้
“พี่ว่าเราควรจะหาอะไรกินกันก่อนนะ” เขาลุกขึ้นก่อนจะดึงแขนเธอขึ้นจากเตียงนอนกว้าง รัตนปาตีให้เขาดึงขึ้นจากที่นอนแต่โดยดี“จะทำกินเองหรือสั่งดี แต่พี่ว่าท้องร้องขนาดนี้คงไม่ไหวแล้วล่ะ” เขายังล้อเลียน โยกศีรษะเธอไปมาอย่างรักใคร่ รัตนปาตีงับมือของเขาเล่น นำทัพพามือหนี ดึงเธอไปกอดรัดแรงๆ เหมือนแกล้ง“อื้อ...” คนโดนกอดรัดดิ้นรนไปมา ย่นจมูกใส่อย่างน่ารัก เลยโดนกัดปลายจมูกเบาๆ และหอมแก้มหนักๆ เป็นการหยอกเย้าไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟถึงที่ โกไข่เป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง อยู่ร่วมกันมานานแรมปี เธอนับถือโกไข่เหมือนพี่ชายคนหนึ่ง เขาเป็นคนซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ นำทัพนั้นยิ่งกว่าไว้ใจ เพราะแค่มองตาก็รู้ใจ โกไข่เป็นคนเงียบๆ และใจเย็น รับคำสั่งก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ขาดตกบกพร่อง คนดีๆ ซื่อสัตย์นั้นหายากยิ่ง นำทัพจึงตอบแทนน้ำใจในความซื่อสัตย์และจงรักภักดีอย่างคุ้มค่า แต่ดูเหมือนลูกน้องคนนี้จะมักน้อย ไม่เคยเรียกร้องอยากได้อะไรเลยแม้แต่ครั้งเดียว“อุ๊ย!” รัตนปาตีอุทานเมื่อถูกดึงไปนั่งบนตักของสามี นำทัพโอบเอวเธอเอาไว้หลวมๆ กลิ่นกายหอมกรุ่นทำให้อารมณ์พิศวาสคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง“ดูหนังไหม” เขาเอ่ยชวน เพราะ
หลังจากพิธีการต่างๆ ก็เป็นการเลี้ยงแขกเหรื่อ จริงๆ ก็เลี้ยงตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ซึ่งนำทัพลงความเห็นว่าควรเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์รับประทานได้ตลอดวัน มีพนักงานคอยดูแลจัดเลี้ยงบริการอย่างเต็มที่และแล้วพิธีส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอก็มาถึง แม้จะผ่านการใช้ชีวิตครอบครัวมาแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการผูกไม้ผูกมือเป็นคู่ผัวตัวเมียกัน จัดพิธีอย่างสมเกียรติ ประกาศให้ทุกคนรับรู้เพื่อให้เกียรติกันและกัน และให้ญาติๆ ได้รับรัตนปาตีเข้ามาในครอบครัวอย่างเป็นทางการ ญาติๆ ของนำทัพน่ารักเสมอ รัตนปาตีรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่กับครอบครัวของสามี ลูกน้องกลอยใจนั้นละมุดคอยช่วยดูแล พาเข้าห้องนอนเรียบร้อยแล้วแม่สามีและญาติๆ ต่างอวยพรให้เธอกับสามีอยู่กันอย่างมีความสุข หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน อยู่กันไปจนแก่เฒ่า ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ส่วนใหญ่ก็จะอวยพรให้มีความสุข นำทัพและรัตนปาตีกราบบุพการีและญาติทุกคนที่เข้ามาในห้องหอ ก่อนที่พวกท่านจะปล่อยให้คู่บ่าวสาวอยู่ด้วยกันตามลำพังนำทัพค่อยๆ โอบกอดประคองร่างน้อยขึ้นมาหา เขามองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง ก่อนจะจุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยง และกอดเธอไว้ด
“หยุดแหกปากเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวก็ยิงเลยแม่ง” เขตรัฐตะคอกคนที่เขาล็อกตัวเอาไว้ อรุณจันทร์ปิดปากฉับ“แกส่งคนเข้าไปฉันก็รู้แล้ว แต่ที่รับเอาไว้ก็เพราะว่าอยากรู้ว่าแกจะทำอะไรต่อ ตอนที่อรุณจันทร์ให้คนของแกไปซุกซ่อนของกลางเอาไว้ ฉันก็แอบติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ บันทึกภาพเอาไว้ได้ทั้งหมด”“เธอนี่มันหน้าโง่จริงๆ บอกแล้วว่าให้ตรวจดูกล้องวงจรปิดให้ดี” เขตรัฐตวาดอรุณจันทร์เสียงดังลั่น“ฉันเช็กแล้ว มันไม่มีนี่นา”“มันตบตาเธอน่ะสิ”“เรื่องน้องสาวของนาย ฉันขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยล่วงเกินหรือทำอะไรเธอเลย”“หุบปากซะ” เขตรัฐเหมือนขาดสติเมื่อได้ยินนำทัพเอ่ยถึงน้องสาวที่ฆ่าตัวตายทิ้งเขาไปอย่างเลือดเย็น“นายควรยอมรับความจริง”“แกนั่นแหละหลอกน้องสาวฉัน” เขตรัฐตวาดกลับ เพราะรักน้องสาวคนนี้มาก ตามใจทุกอย่าง เขาไม่คิดมาก่อนว่าขัตติยาจะคิดสั้นฆ่าตัวตายเพียงเพราะผู้ชายคนเดียว“พี่ใหญ่ช่วยจันทร์เจ้าด้วย”“หุบปาก ถ้ายังไม่อยากตาย” เขตรัฐเริ่มลากร่างอรุณจันทร์เดินหนี ตำรวจก็เดินตาม“ห้ามตามมา ไม่งั้นอีนี่ตาย ฉันยิงมันแน่ๆ”“พี่ใหญ่ช่วยจันทร์เจ้าด้วย”“มันไม่ช่วยเธอหรอก มันรักเมียของมันจะตายไป”“ใครบอก พวกเขากำลังทะเลา
“แต่ตำรวจเจอของกลางนะคะคุณป้า” อรุณจันทร์แสดงความคิดเห็น“ต้องมีคนใส่ร้ายแน่ๆ” คุณจรรยาเป็นลมไปหลายตลบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้“ใครจะใส่ร้ายล่ะคะ นั่นมันฟาร์มมุกของพี่ใหญ่นะคะ คนนอกใช่ว่าจะมีใครเข้าออกได้” อรุณจันทร์ท้วงติง“ป้าก็คิดว่ามันต้องมีหนอนบ่อนไส้ คนในนี่แหละที่ใส่ร้ายตาใหญ่”“แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกน้องพี่ใหญ่นะคะ” อรุณจันทร์แอบเบะปาก สะใจเป็นบ้าที่เห็นคนบ้านนี้อยู่ไม่เป็นสุข“ใช่ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ” เสียงเข้มของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทุกคนหันไปมองก่อนจะอุทานพร้อมกัน“พี่ใหญ่/ตาใหญ่!!!”“ครับผมเอง”“พี่ใหญ่ไม่ได้โดนจับขังหรือคะ” อรุณจันทร์หน้าซีดเผือด เมื่อเห็นตำรวจเดินตามนำทัพเข้ามาหลายคน รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี และลางสังหรณ์บางอย่างบอกให้เธอเตรียมหนี“พี่พ้นผิดแล้ว เพราะมีคนแอบเอาของพวกนั้นไปซุกซ่อนเอาไว้”“ใครคะ ไม่ใช่จันทร์เจ้านะ” อรุณจันทร์สะดุ้งรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน“แล้วใครบอกว่าเธอกันล่ะอรุณจันทร์” นำทัพพูดเสียงเย็น“จันทร์เจ้าก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองนะคะ แค่พะ... พูดไปแบบนั้นเอง” อรุณจันทร์มีท่าทีหลุกหลิกอย่างมีพิรุธ“คนที่เอาของไปซุกซ่อนรับสารภาพแล้วครับคุ
อรุณจันทร์รีบแต่งตัวก่อนจะไปหารัตนปาตีเพื่ออธิบายเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายฟัง พอเจออีกฝ่ายกำลังนั่งเล่นกับลูกอยู่ ก็ขอเข้าไปคุยด้วย“ข้าวหอมจ๊ะ มันเป็นแค่อุบัติเหตุนะ ฉันจะไม่ทำให้ครอบครัวของข้าวหอมต้องแตกแยกเด็ดขาดนะจ๊ะ”“คุณจันทร์เจ้าเสียหายนะคะ พี่ใหญ่ต้องรับผิดชอบ” รัตนปาตีพูดอย่างโกรธๆ“ช่างเถอะ ฉันไม่ถือ”“ไม่ถือไม่ได้หรอก”“ฉันยอมเป็นคนไปเอง เพื่อให้เธอกับพี่ใหญ่สบายใจ”“ข้าวหอมไม่ยอมหรอกค่ะ ยังไงพี่ใหญ่ก็ต้องรับผิดชอบ”“แล้วเธอจะให้พี่ใหญ่รับผิดชอบยังไงล่ะ” อรุณจันทร์เอ่ยถาม“แล้วแต่คุณจันทร์เจ้าเรียกร้องเลยค่ะ”“จะให้เป็นเมียอีกคนคงไม่ไหวหรอกนะ ฉันไม่อยากเป็นเมียน้อย” อรุณจันทร์เปรยขึ้น“ข้าวหอมจะยอมถอยให้คุณจันทร์เจ้าค่ะ ข้าวหอมจะหย่าให้พี่ใหญ่”“พี่ไม่ยอมนะข้าวหอม หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอม”“แต่พี่ใหญ่ล่วงเกินคุณจันทร์เจ้านะคะ”“เธอจะเอาเงินเท่าไหร่” นำทัพหันไปถามอรุณจันทร์“จันทร์เจ้าไม่เอาเงินค่ะ ไม่เอาอะไรทั้งนั้น” อรุณจันทร์พูดแล้วก้มหน้าก้มตาทำท่าจะร้องไห้“พี่ใหญ่ไม่เป็นลูกผู้ชาย ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย เอาเงินฟาดหัวผู้หญิงได้ยังไง ถ้าคุณจันทร์เจ้าท้องขึ้นมาจะทำยังไงคะ”“พี่สาบานไ







