เข้าสู่ระบบ
ปิ่นปัทมา เขตโสภณ หญิงสาววัย 25 ปี เธอมีใบหน้าสวยหวาน เค้าโครงหน้ารูปไข่ ริมฝีปากอิ่มย้อยสีชมพูจัด ผิวพรรณนั้นขาวนวลเนียนสะอาดสะอ้านหมดจดเหมือนมารดาไม่มีผิดเพี้ยน คิ้วเรียวแม้ไม่ได้ผ่านการตกแต่งแต่กลับสวยน่ามอง ขนตางอนงามน่าชม แก้มแดงระเรื่อตามวัยสาว บ่งบอกถึงความมีสุขภาพดี เรือนร่างของเธออรชร อวบอิ่มในสัดส่วนความเป็นหญิง ทั้งอก เอว สะโพกรับกันอย่างเหมาะเจาะ หุ่นเหมือนนาฬิกาทราย นิ้วเท้าเล็กๆ กับเท้าบอบบางนั้นช่างน่าสัมผัส นิ้วมือเรียวสวยกับมือเล็กๆ ช่างเข้ากันเป็นอย่างดี ส่วนสูงของเธอเกือบหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ทำให้รูปร่างของเธอนั้นดูโดดเด่นสวยสง่า
คุณนวลแข โขมพัสตร์ เจ้าแม่เงินกู้รายใหญ่ของจังหวัด ซึ่งมีวัยล่วงเลยห้าสิบกว่าปีไปแล้วขยับกรอบแว่นตาเล็กน้อย เพื่อพิศมองคนตรงหน้า ยิ่งมองท่านก็ยิ่งนิยมชมชอบในตัวปิ่นปัทมายิ่งนัก
หญิงสาวตรงหน้าช่างมีคุณสมบัติครบทุกประการที่จะเป็นภรรยาที่ดี รูปร่างหน้าตาไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่สวยจับตาจับใจ หากมีลูกมีเต้าคงเกิดมาหน้าตาดีเหมือนมารยา กิริยามารยาทนั้นช่างเรียบร้อยอ่อนหวาน พูดจามีสัมมาคารวะ ลูกเต้าที่เกิดมาถ้าไม่ผ่าเล่าผ่ากอก็ต้องนิสัยเหมือนคนเป็นพ่อแม่
การเลี้ยงลูกนั้นสำคัญอยู่ที่การอบรมสั่งสอน เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่หากเราไม่ได้ปล่อยปละละเลยหรือตามใจจนเกินไป
คุณนวลแขยิ่งมองก็ยิ่งชอบ คิดหวังไปไกลถึงกับอยากได้ไปเป็นเมียของหลานชายคนเดียวที่ตอนนี้ยังครองตัวเป็นหม้ายไร้คู่เคียงข้าง แถมยังไร้ทายาทสืบสกุลอีกด้วย แม้ท่านอยากจะให้หลานชายเลือกผู้หญิงมาสักคน แต่ก็ยังไม่ถูกใจเท่าคนนี้
ปิ่นปัทมาคนนี้ ถูกใจท่านที่สุด...
เจ้าแม่เงินกู้รายใหญ่ของจังหวัดขยับแว่นสายตาไปมาอีกครั้ง เมื่อหญิงสาวตรงหน้า ค่อยๆ คลานเข่าเข้ามาเสิร์ฟน้ำให้ท่านอย่างนอบน้อม และเป็นปกติที่ลูกหนี้จริงๆ ของท่านจะส่งลูกเลี้ยงมารับหน้า แล้วตัวเองก็ไปหลบอยู่ตรงไหนสักแห่งในบ้านหรือหนีออกไปทางประตูหลัง
“แม่เลี้ยงเราไม่อยู่รึ” คุณนวลแขเอ่ยถามอย่างรู้ทัน ท่านรู้ดีว่ารัตนาพยายามหลีกเลี่ยงหนี้สินที่มีอยู่ และตอนนี้โฉนดที่ดินบ้านได้หลุดจำนองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในฐานะเจ้าหนี้ ท่านจึงต้องทำตามข้อตกลงที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรก เพราะนี่ก็ผัดผ่อนมานานมากโขแล้ว อาจเพราะท่านใจอ่อนกับคนตรงหน้าก็เป็นไปได้ จึงยังไม่เร่งรัดหนี้สินก้อนโตอย่างจริงจังนัก
“น้ารัตเหรอคะ เอ่อ...” ปิ่นปัทมาอึกๆ อักๆ เพราะไม่ชอบโกหก แต่ถ้าพูดความจริงออกไป เธอก็คงจะโดนเล่นงานอีกเป็นแน่แท้ รู้แค่ว่าคุณนวลแขเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของครอบครัว ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ เนื่องจากไม่เคยกล้าที่จะเอ่ยถาม มีแต่พยายามหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัวเท่านั้นเอง
“คุณแม่น่ะเหรอคะคุณนาย” ปลายรุ้งซึ่งเป็นน้องสาวต่างมารดาของปิ่นปัทมาพรวดพลาดออกมาทำท่าทางลับๆ ล่อๆ ใบหน้าเหลอหลา ปิ่นปัทมารู้ได้ทันทีว่าน้องสาวกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง และไอ้อาการที่ทำเหมือนไม่รู้เรื่องราวนั้นก็เป็นการเสแสร้งแกล้งทำทั้งสิ้น เพราะเลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออก เหตุใดจะไม่รู้ว่าน้องสาวคนเดียวกำลังหาเรื่องให้แม่ตัวเองอับอายขายหน้า
“ใช่จ้ะ แม่เราน่ะไปไหน” คุณนวลแขเอ่ยถาม ในสายตาของท่านปลายรุ้งเหมือนม้าดีดกะโหลกดีๆ นี่เอง แตกต่างจากผู้เป็นพี่สาวเหมือนหน้ามือกับหลังมือ ปิ่นปัทมาพยายามมองตาน้องสาวเพื่อห้ามปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควรออกไป แต่ก็ดูจะไร้ผลเมื่อปลายรุ้งแทบไม่สนใจคำขอร้องทางสายตาของพี่สาวเลยแม้แต่น้อย แถมยังมีสีหน้าเจ้าเล่ห์จนน่าหมั่นไส้เสียอีกด้วย
“คุณแม่สั่งหนูกับพี่ปัทเอาไว้ค่ะคุณนาย ว่าไม่ให้บอกว่าคุณแม่หลบอยู่หลังบ้านน่ะค่ะ” นั่นปะไร!!! ความแสบเกินใครของน้องสาวเธอ ปิ่นปัทมาคิดเอาไว้ไม่มีผิด...
ปลายรุ้งทำท่ากระซิบกระซาบแววตาใสซื่อ ปิ่นปัทมารู้ดีว่าน้องสาวไม่ใช่คนซื่อบื้อเช่นนั้น แต่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ถึงเธอจะเป็นแค่พี่สาวต่างมารดา แต่ปลายรุ้งกลับรักเธอยิ่งกว่ารัตนาซึ่งเป็นมารดาแท้ๆ ถ้ารัตนาหาเรื่องใช้งานเธอหนักๆ หรือดุด่าว่ากล่าว ปลายรุ้งก็จะกระโดดเข้าช่วยเหลือตลอด เรียกว่าประทะฝีปากกับมารดาเพื่อปกป้องเธอ
อาจเป็นเพราะเธอเลี้ยงดูปลายรุ้งตั้งแต่เด็ก ในขณะที่รัตนาออกไปเที่ยวเตร่ไม่สนใจลูกเต้า พอบิดาของเธอเสียชีวิต ภาระทุกอย่างในบ้านจึงตกมาอยู่กับเธอทั้งหมด นอกจากต้องหาเลี้ยงปากท้องทุกคนแล้ว เธอยังต้องส่งเสียตัวเองเรียน โชคดีที่เธอหาเงินส่งตัวเองเรียนจนจบ แต่งานในต่างจังหวัดแบบนี้หายากนัก เงินเดือนก็ไม่เพียงพอเลี้ยงครอบครัว เธอจึงลาออกมาทำขนมส่งขาย ซึ่งขนมที่ทำนั้นเป็นขนมไทยโบราณ มีรสชาติหอมหวานอร่อย เป็นสูตรดั้งเดิมของคุณยายที่เธอได้รับการสืบทอดมาช้านาน ทำให้ขนมของเธอมีร้านค้าสั่งจองเข้ามาจนทำส่งขายแทบไม่ทัน ดีที่ปลายรุ้งคอยเป็นลูกมือคอยช่วย และเธอก็ได้ค่าขนมนี้ส่งเสียน้องเรียน เพิ่งจบระดับปริญญาตรีเมื่อไม่กี่เดือนมานี้
แม้ปลายรุ้งจะคอยเป็นลูกมือทำขนมหรืออาหารเล็กๆ น้อยให้เธอได้ แต่พอให้เข้าครัวเอง ทำอาหารเอง กลับไม่เอาไหนเสียเลย เรียกว่าไม่มีพรสวรรค์ทางเกี่ยวกับการทำอาหารเลยแม้แต่น้อย ดีไม่ดีจะเข้าไปเผาห้องครัวเสียให้วอดวาย ปลายรุ้งจึงมีหน้าที่ช่วยแพ็กขนมให้พี่สาวเสียมากกว่า
“งั้นก็ไปเรียกแม่เรามาสิ” คุณนวลแขเองก็ฉลาดรู้เท่าทันคนอื่น ไม่เช่นนั้นคงไม่ร่ำรวยเป็นเจ้าหนี้เงินกู้รายใหญ่ของจังหวัด และยังมีเส้นสายมากมายแบบนี้
รัตนาที่แอบฟังอยู่อีกด้านได้ยินเข้าก็อยากจะร้องกรี๊ดๆๆ ในคำพูดของบุตรสาว ปลายรุ้งเป็นเด็กฉลาดเธอรู้ แต่ลูกสาวของเธอกำลังหาเรื่องแกล้งเธอ อยากจะหยิกยายเด็กปากมอมนี้ให้เนื้อเขียวนัก ไม่รู้เกิดมาเป็นลูกเธอได้ยังไง ไม่เคยเข้าข้างเธอเลยสักครั้งเดียว
“แม่คะ คุณนายเรียกแม่น่ะ” ปลายรุ้งตะโกนเรียกมารดาเสียงดัง ปิ่นปัทมาจะหันไปปรามน้องสาวก็ไม่ทันเสียแล้ว ในขณะที่รัตนากระแทกเท้าออกมาจากที่ซ่อนตัว เชิดหน้าทรุดนั่งลงตรงข้ามกับคุณนวลแขที่ขยับแว่นสายตามองมาอย่างเอือมระอาเหลือเกิน
รัตนาหันมาถลึงตาใส่บุตรสาว ก่อนจะตวัดสายตาใส่ลูกเลี้ยงสาวที่ยืนสงบนิ่งอยู่อีกด้าน ปลายรุ้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะดึงมือพี่สาวไปหลังบ้านเพื่อทำขนมต่อ ปิ่นปัทมาถอนใจเฮือก อยากจะดุน้องแต่เห็นสีหน้าทะเล้นและท่าทีบีบนวดออดอ้อนก็ดุไม่ลง เธอรักปลายรุ้งยิ่งกว่าอะไร ไม่ว่าน้องจะทำอะไรก็ไม่เคยทุบตีหรือดุด่ารุนแรงให้ต้องเจ็บช้ำใจกันเลย
“ไม่เห็นต้องหลบเลยแม่รัต ฉันเองก็ไม่ใช่เจ้าหนี้หน้าเลือดนักหรอกนะ” คุณนวลแขพูดเสียงเนิบนาบไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง แต่รัตนารู้ดีว่านั่นคือประโยคเหน็บแนมเธอให้เจ็บใจเล่น
รัตนาแกล้งทำเป็นยิ้มหวานส่งไปให้ ก่อนจะก่นด่าในใจ ไม่ใช่เจ้าหนี้หน้าเลือดเลย แต่เค็มไปทั้งตัว เรียกว่าทวงหนี้ทุกวิถีทาง จนตอนนี้เธอรู้ดีว่าบ้านหลังนี้ ที่เธอกับลูกอาศัยอยู่หลุดจำนองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณนวลแขจะมายึดเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ จะยึดตอนนี้เลยก็ยังได้ จะไล่เธอกับลูกเหมือนหมูเหมือนหมา เธอก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมีสัญญาณที่ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเอาไว้ชัดเจน
“แหม... คุณนายก็อย่าเคี่ยวนักสิคะ” รัตนาจีบปากจีบคอพูด วางหน้าไม่ค่อยจะถูก เพราะดอกเบี้ยที่ลูกเลี้ยงให้มาจ่ายหนี้ เธอก็เอาไปเข้าบ่อนจนหมดตัวเสียแล้ว
“เงินทองไม่ใช่ของหากันง่ายๆ นะแม่รัต ฉันก็ทำไปตามที่ตกลงกันเอาไว้”
“ป้าเลี้ยงเขมมาตั้งแต่เด็ก เขาเป็นคนจิตใจดี ไม่ใช่คนร้ายกาจหรือเลวร้ายอะไร อะไรที่เคยผ่านไปแล้วก็ขอให้ผ่านไปนะลูก ให้อภัยพี่เขาได้ไหม”“ค่ะคุณป้า” ปิ่นปัทมากราบท่าน“เขมเองก็เหมือนกัน รักและดูแลน้องให้ดีนะลูก เราเป็นผู้ชาย เป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องดูแลภรรยากับลูกให้ดี”“ครับคุณป้า” เขมชาติกราบคนเป็นป้า และกอดท่านอีก“น้าฝากน้องด้วยนะคุณเขม และต้องขอโทษกับเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้น”“ไม่เป็นครับคุณน้า ผมรับปากว่าจะดูแลปิ่นปัทมาให้ดี”“น้าขอโทษนะปัท ขอโทษกับทุกเรื่อง น้ารักหนูนะลูก ขอให้หนูมีความสุขมากๆ หมั่นแวะไปเยี่ยมน้าบ้างนะ บางทีได้เห็นลูกๆ หลานๆ แล้วรู้สึกมีความสุขเหลือเกิน”“ค่ะน้ารัต หนูจะพาเด็กๆ ไปเยี่ยมน้านะคะ”“ความดีของหนูจะทำให้หนูเจริญก้าวหน้า ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ และหนูจะเจอแต่คนที่คอยช่วยเหลือ น้าเชื่อแบบนั้นจ้ะ” รัตนากอดลูกเลี้ยงแนบอก“มีความสุขมากๆ นะเขม”“ขอบใจนะเพื่อน” เขมชาติขอบใจชานนท์ เขาเป็นเพื่อนรักที่เข้าใจและคบกันมานานตั้งแต่เด็ก“ขอให้คุณปัทมีความสุขมากๆ นะครับ ฝากเพื่อนผมด้วย เลี้ยงให้เหมือนเลี้ยงยายหนูเลยครับ ไอ้เขมมันชอบ” ชานนท์พูดติดตลก ปิ่นปัทมายิ้มขำ
“ดีแล้วจ้ะ พี่เห็นปลายมีความสุข พี่ก็มีความสุขมากนะรู้ไหม” ปิ่นปัทมาลูบศีรษะของน้องสาวไปมา“ปลายเองก็อยากเห็นพี่ปัทมีความสุขค่ะ แล้วคุณเขมเขาดีกับพี่ปัทหรือเปล่าคะ”“คุณเขมเขาน่ารักมากค่ะ ดูแลพี่อย่างดี เขารักลูกมาก กอดหอม อุ้ม อาบน้ำ” คนเล่าอมยิ้มจนแก้มปริ“ดีจังเลยค่ะ แรกๆ ที่ปลายเห็นคุณเขม ปลายไม่ชอบหน้าเลย” ปลายรุ้งย่นจมูก“พี่ก็กลัวคุณเขมจะแย่ ชอบทำหน้าดุเหมือยักษ์” คำพูดของพี่สาวทำให้ปลายรุ้งหัวเราะคิกๆ“จริงเหรอคะ แต่พี่ปัทเป็นคนมีความอดทนมากๆ เลยนะคะ แถมยังสามารถเปลี่ยนคุณเขมให้เป็นคนละคนได้ พี่นนท์เคยเล่าว่าคุณเขมนี่เย็นชากับทุกคนนะคะ โดยเฉพาะผู้หญิง แต่กับพี่ปัทดูเหมือนจะไม่ใช่ทั้งหมด”“ตอนแรกที่พี่ไปอยู่กับคุณเขม เขาก็ไม่ค่อยพูดกับพี่นะ ทำอย่างเดียว” ปิ่นปัทมาพูดแล้วหน้าแดง ไม่น่าเล่าเลย เพราะยายน้องสาวตัวแสบตาวาวขึ้นมาทันที“ทำอย่างเดียวนี่ทำอะไรคะ”“ก็กินอย่างเดียวไม่พูดไม่จา จะไปก็ไปน่ะ ไม่ได้บอกอะไรพี่ ให้เข้าใจเลย”“กินอะไรคะ กินอย่างเดียว กินพี่ปัทหรือเปล่า”“พอเลยเรา คิดอะไรทะลึ่ง เดี๋ยวหยิกให้เนื้อเขียวเลย”“คิกๆ พี่ปัทเขินด้วย” ปลายรุ้งหนีมือเล็กๆ ของพี่สาวด้านที่แ
“เหรอคะ” ปิ่นปัทมาไม่แน่ใจนัก“ไปด้วยกันสิคะ แพรวก็จะหาเพื่อนไปช่วยเด็ด คิดว่าจะเอาไปทำแกงส้มเหมือนกันค่ะ” รอยยิ้มอ่อนหวานของแพรวพรรณทำให้ปิ่นปัทมายิ้มรับ เธอเดินตามแพรวพรรณไปยังเขตรอยต่อระหว่างไร่“ที่นี่ดูรกจังนะคะ” ปิ่นปัทมาเอ่ยถาม สายลมที่พัดมาวูบหนึ่งทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้านจนต้องยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองไปมา“คุณแพรวคะ” ปิ่นปัทมาหันมาแพรวพรรณ แต่เธอก็โดนอีกฝ่ายใช้ไม้แข็งๆ ฟาดเข้าให้จนสติดับวูบลงไป“นังหน้าด้าน ถ้าไม่มีแก พี่เขมก็ต้องรักฉัน นังพี่สาวหน้าโง่มันตายไปแล้ว คนต่อไปก็คือแก ตายด้วยกันที่นี่แหละ ฮ่าๆๆ” แพรวพรรณหัวเราะเหมือนคนสติไม่ปกติ ก่อนจะลากร่างที่หมดสติไปยังพุ่มไม้อีกด้าน“แกได้ตายสมใจแน่ แล้วสุดท้ายคนที่ได้ครอบครองพี่เขมก็คือฉัน รอหน่อยนะพี่พิมพ์ ฉันจะส่งเพื่อนไปอยู่กับพี่”แพรวพรรณพูดเสียงเหี้ยม ในเมื่อเธอเคยฆ่าพี่สาวตัวเองตายมาแล้ว แถมยังไม่มีใครล่วงรู้ ตำรวจก็แค่มาสอบปากคำตามหน้าที่ แล้วเรื่องก็เงียบหายไป แล้วทำไมเธอจะฆ่าอีกสักคนไม่ได้ เพราะมันคือเซี้ยนหนามตำใจของเธอฆ่าศพแรกได้ ศพที่สองก็ต้องได้ ในเมื่อตำรวจหน้าโง่ยังสืบไม่รู้เลยว่าเธอเป็นคนฆ่า แพรวพรรณก็เหมือนมนุษ
ไหล่ของเธอหู่ลงในท่านอนตะแคง ก่อนที่เสียงสะอื้นจะหลุดออกมา“ฉันไม่ได้...” เหมือนก้อนอะไรสักอย่างแล่นมาจุกที่ลำคอของเขา เขมชาติไม่เคยรู้ตัวว่าละเมอถึงพิมพ์อร เขาแค่ฝันร้ายถึงเธอในระยะหลังๆ นี้เท่านั้น“ถ้าคุณเขมยังลืมเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมาบอกรักปัท ปัทคงจะเจ็บน้อยกว่าที่รู้ว่าคุณเขมรักผู้หญิงคนอื่น ดีกว่าพูดจาหลอกลวงให้ปัทเข้าข้างตัวเองไปวันๆ ว่าคุณรักปัท”“ปัท คือว่าฉัน...” เขาวางมือบนไหล่บอบบางของเธอ ปิ่นปัทมาปัดมันออกไปเสีย“ปัทรู้ดีว่าเรื่องที่คุณพิมพ์อรหายไป ทำให้คุณเป็นห่วงเธอ ถ้าคุณเป็นห่วงเธอก็ออกไปตามหาเธอสิคะ อย่ามัวมานอนละเมอพร่ำเพ้อถึงเธออยู่เลย”“ปิ่นปัทมา เธอกำลังเข้าใจผิด” เขมชาติพยายามใจเย็นให้มากที่สุด“คุณไม่ต้องพูดให้ปัทรู้สึกดีๆ หรอกค่ะ ถ้ามันไม่ได้มาจากใจของคุณจริงๆ ส่วนเรื่องลูก คุณไม่ต้องกังวลว่าปัทจะพรากยายหนูไปจากคุณ”“ฟังฉันให้ดีนะปิ่นปัทมา ฉันอยากให้เธอฟังฉันสักนิด แล้วหยุดร้องไห้ได้แล้ว” เขาดึงไหล่ดื้อดึงของเธอมาหา ก่อนจะเชยคางมนให้เงยขึ้นสบ แล้วปาดน้ำตาให้“ฉันไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ฉันรักเธอ ส่วนเรื่องที่ฉันนอนละเมอถึงเค้า ฉันไม่รู้จริงๆ แต่ถ้าฉันละเม
“ตำรวจก็ตั้งข้อสงสัยไป เรื่องชู้สาว ขัดผลประโยชน์ หรือเคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร เราไม่ได้ทำเราบริสุทธิ์ใจซะอย่าง ไม่เห็นต้องกลัวอะไร”“หลายคืนมานี้ฉันฝันไม่ดีเลยว่ะแก” เขมชาติวางมือจากอาหารตรงหน้า เขาหันหน้าไปหาเพื่อนที่หย่อนหมูใส่กระทะและกระโดดไปอยู่อีกฟากหนึ่ง สะโพกแกร่งพิงไปกับโต๊ะที่วางอุปกรณ์ทำครัว“แกฝันไม่ดียังไง”“ฉันฝันถึงพิมพ์อร เห็นเขามายืนอยู่ตรงหน้า เลือดท่วมไปหมด”“เฮ้ย! แกคิดมากไปหรือเปล่า ฝันร้ายอาจจะกลายเป็นดีก็ได้” ชานนท์ปลอบใจเพื่อน แต่เขาก็สังหรณ์ใจแปลกๆ การหายตัวไปของพิมพ์อรไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมถึงฝันแบบนั้น”“แกเล่าให้คุณปัทฟังหรือเปล่าวะ”“ไม่ได้เล่า ฉันไม่อยากให้เขาไม่สบายใจน่ะ”“เออๆๆ แกคิดมากไปแหละฉันว่า ทำกับข้าวต่อดีกว่า เดี๋ยวเมียหิว” ชานนท์ตบไหล่เพื่อนไปมา เขาเองก็รู้สึกไม่สบายใจเรื่องพิมพ์อรอาหารเย็นผ่านพ้นไปอย่างอบอุ่น วันนี้คุณนวลแขมาทานอาหารกับลูกๆ หลานๆ เช่นกัน ท่านดูมีความสุขที่ได้อุ้มหลานสักที และดูเหมือนจะรักเด็กหญิงเขมจิราเหลือเกิน ได้อุ้มได้กอดได้หอมก็ไม่ยอมวาง ส่งเข้านอนโน้นแหละถึงจะกลับบ้านไปได้ แถมยังอมยิ้มทั้งวั
“แกเบื่อเหรอวะ” ชานนท์เอ่ยถาม“เปล่า ฉันอยากให้เขาอยู่กับฉันแล้วยิ้ม สุขภาพจิตดี มีความสุข” พูดถึงภรรยาแล้วเขมชาติก็เผลอยิ้ม ชานนท์ชะโงกหน้ามองเพื่อน อีกฝ่ายถลึงตาใส่ ชานนท์ถึงกับหัวเราะอย่างขบขัน“แหม... ไอ้เขม น้อยๆ หน่อยแก”“จริงๆ นะโว้ย! หรือแกอยากให้ปลายรุ้งหน้าหงิกใส่แกทุกวัน”“ไม่อยากให้หน้าหงิกหรอก ต้องออกแรงปล้ำเหนื่อยว่ะกว่าจะได้นอน ปาเข้าไปตีสาม”“แกทำอะไร”“วิ่งไล่จับ”“บ้ารึ วิ่งไล่จับตีสามไม่ได้นอน”“ฉันไม่ได้กลัวเมียจริงๆ นะโว้ย ตัวเท่าลูก... หมา” คำหลังเบาแสนเบา“ปลายได้ยินแล้วใช่ไหม ไอ้นนท์บอกว่าเราเป็นหมา”“เฮ้ย! ไม่ใช่ ไอ้เขมบ้า พี่นนท์ล้อเล่น ใครบอกกันล่ะ ปลายตัวเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้กอดแล้วอุ๊นอุ่น” ชานนท์หันไปที่ประตูหลับหูหลับตายกมือไหว้ท่วมหัว ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง“ไอ้เขมบ้า ไหนปลายไม่มีสักหน่อย แกหลอกฉัน แกล้งให้ฉันหน้าแตกเหรอวะ” ชานนท์หน้าบึ้ง เขาเผลอแสดงความเกรงใจเมียออกมาเต็มๆ“ไหนแกบอกไม่กลัวเมีย ยกมือไหว้ท่วมหัวนะแก”“ฝากไว้ก่อน อย่าให้ถึงทีฉันบ้างล่ะ” ชานนท์คาดโทษเพื่อนเอาไว้“ไม่รับฝาก อยากเอาคืนก็เอาเลย”“ดี คืนนี้ฉันจะฟ้องคุณปัทให้ไล่แกออกมานอนนอกห้อ







