เข้าสู่ระบบแต่อธิปกลับเอ่ยออกเสียงเรียบ “ลูกผู้ชาย ทำผิดก็ต้องรับผิด” จากนั้นจึงถลาเข้าไปรับร่างภรรยาที่กำลังจะเป็นลม “คุณศิ” พร้อมกับประคองงร่างเธอไปนั่งบนโซฟา พลอยไพลินรีบบอกแม่บ้านให้นำยาดมมาให้ พอศศิธรได้สติก็พูดกับสามีอีก “คุณคะ ฉันเสียใจที่ฉันเลี้ยงลูกได้ไม่ดีพอ” “อย่าโทษตัวเองเลยนะ คุณไม่ผิดหรอก” ความจริงเรื่องนี้ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายของอธิปนัก เพราะที่ผ่านมาก็ใช่ว่าเขาจะมองลูกชายแต่ละคนไม่ออก แต่เพราะยังให้ทำงานในบริษัทก็เพราะอยากให้โอกาส และเขาก็รักภูวดลเหมือนลูกชายแท้ ๆ เช่นกัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เห็นใจ แต่เพราะสิ่งที่ภูวดลทำมันมากเกินที่เขาจะให้อภัยจริง ๆ “แม่อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพี่ภูเป็นคนเลือกเองทั้งนั้น” ภาคินเอ่ยปลอบโยนแม่ รักนรินทร์ก็เดินเข้าไปจับมือแม่อีกคน “แม่ทำดีที่สุดแล้วครับ” “แม่ฝากขอโทษหนูแก้มด้วยนะ” “แก้มไม่มีทางโกรธแม่หรอกครับ” ศศิธรพยักหน้าเบา ๆ นับจากวันที่เกิดเรื่องภาคินก็ไม่ได้เข้าไปทำงานในบริษัท ลูมิเน็กซ์ อินดัสทรี จำกัดอีก หุ้นที่ถืออยู่สิบเปอร์เซ็นต์
วันต่อมาทั้งภูวดลและราชันย์ก็ถูกประกันตัวออกมาแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็กลับบ้านไปเคลียร์กับทางบ้านของตนเอง คราวนี้คนที่ตบภูวดลกลับไม่ใช่อธิปอีกต่อไป แต่กลับเป็นศศิธรที่ฟาดฝ่ามือลงไปบนใบหน้าของลูกชายอย่างไม่ออมแรง กระทั่งเกิดเสียงดัง เพียะ! อย่างชัดเจน ภูวดลถึงกับหน้าหัน ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นต่างมองด้วยความตกใจที่เห็นศศิธรโกรธจนหน้าดำหน้าแดงเช่นนี้ อีกทั้งยังกล้าตบหน้าลูกชาย เว้นแต่รักนรินทร์เท่านั้นที่ยังมองพี่ชายต่างพ่ออย่างเฉยเมย และอยากให้เขาโดนมากกว่านั้นด้วยซ้ำ “แกทำอย่างนี้ได้ยังไง ที่ผ่านมาพ่อกับแม่ให้แกน้อยไปเหรอ” ศศิธรตวาดออกมาเสียงลั่นบ้าน เนื้อตัวสั่นเทาไปหมด ทั้งถามทั้งร้องไห้ไปด้วย แค่เธอได้ยินสิ่งที่ลูกชายทำลงไปเธอก็แทบล้มทั้งยืนแล้ว ก่อนไปโรงพักยังเป็นลมไปแล้วรอบหนึ่ง ภูวดลเงยหน้ามองแม่ด้วยสายตาตัดพ้อ “พ่อกับแม่ไม่รู้ตัวหรือไงว่ารักลูกไม่เท่ากัน” ภูวดลยังคิดว่าสิ่งที่เขาทำถูกเสมอ “ไม่เท่ากันตรงไหน สิ่งไหนที่แกอยากได้ฉันก็หามาให้ทุกอย่าง เรามีวันนี้ก็เพราะคุณอธิปทั้งนั้น หากไม่มีเขาเราสองแม่ลูกจะต้องลำบากแค่ไหน” ตอน
แต่พอเวลาย่างเข้าตีหนึ่งรักนรินทร์จึงกลับมาหาเธออีกครั้ง “มาทำไมอีกคะ” ถึงจะถามเช่นนั้นแต่ก็ยังเดินออกมาเปิดประตูให้เขาอยู่ดี “เรายังมีเรื่องต้องคุยกัน” ใบหน้าของเขาดูบึ้งตึง “แต่นี่มันดึกมากแล้วนะคะ เอาไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ก็ได้” “ได้ งั้นก็นอนกันดีกว่า” ว่าแล้วก็ทิ้งกายลงนอนบนที่นอนของเธอย่างหน้าตาเฉย “พี่รัก ทำไมไม่กลับไปนอนบ้านตัวเองล่ะคะ” “นี่มันก็ตีหนึ่งแล้วนะแก้มอ้วน ยังจะไล่พี่กลับไปอีกเหรอ มานอนเถอะพี่ง่วงแล้ว” คนตัวใหญ่ลุกขึ้นไปดึงเธอขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกัน ร่างของกัลยากรล้มทับลงบนตัวเขา สองแขนแข็งแรงกอดร่างเธอไว้แน่น ทันใดนั้นเธอก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ดุนดันกางเกงเขาขึ้นมา อีกทั้งเขายังผงกหัวมันหยอกเย้าเธออีก “ไหนบอกว่าง่วงไงคะ” “หลายวันแล้วนะที่แก้มอ้วนไม่ได้ทำหน้าที่” “แก้มก็ไม่ได้ห้ามพี่รักนี่คะ” “แต่แก้มอ้วนทำตัวเฉยชากับพี่” “แล้วทำไมคะ” “ก็ไม่ทำไมหรอก” เขาอุตส่าห์รอให้เธอมาง้อก่อน แต่เธอกลับทำตัวเหมือนไม่สนใจเขาสักนิด เป็นเขาเองท
สายตาของกัลยากรเหลือบมองไปเห็นรักนรินทร์ก็ตกใจเป็นอย่างมาก “บอสมาได้ยังไงคะ” เขาเดินเข้าไปสวมกอดเธอโดยไม่ได้ตอบคำถาม “กลัวมากไหม” กัลยากรส่ายหน้าเบา ๆ ภาคินกับกานต์พิชชาเดินเข้ามาหา กานต์พิชชายื่นมือไปจับมือกัลยากรไว้ “ปลอดภัยแล้วนะแก้ม”กัลยากรพยักหน้าพลางยิ้มให้ “ขอบคุณคุณกานต์กับพี่คินมากนะคะ”“พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษแก้ม” ภาคินเอ่ยอย่างรู้สึกผิด กานต์พิชชากอดปลอบกัลยากรอีกครั้ง รักนรินทร์ที่ปลีกตัวออกมาจากกัลยากรก็ปล่อยหมัดเข้าใส่ภูวดลกับราชันย์คนละหนึ่งที กระนั้นก็ยังทำให้ทั้งสองถึงกับหน้าหงาย ถ้าตำรวจไม่ห้ามไว้ก่อนเขาคงทำมากกว่านั้น “ไอ้สารเลว ไอ้ชาติชั่ว มึงมันเป็นเดรัจฉานมาเกิด” รักนรินทร์ก่นด่าภูวดลด้วยความโกรธจัด ฝ่ายภูวดลใช้มือเช็ดเลือดที่ซึมออกมาจากปากตนแล้วยิ้มหยัน เพราะยังคิดว่าความผิดครั้งนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ตำรวจพาทั้งสองไปที่รถ หลังจากนั้นทุกคนจึงตามไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ กัลยากรและภาคินบันทึกเสียงการสนทากันไว้ทั้งคู่ นี่จึงเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งให้กับตำรวจ มิหนำซ้ำภาคินยังฉวยโอกาสนี้ในการแจ้งจับภาคินและราชั
รถยนต์ของภูวดลเลี้ยวเข้ามาในบ้านชั้นเดียวหลังหนึ่งซึ่งมีรถคันหนึ่งจอดรออยู่แล้ว ราชันย์เดินออกมาจากข้างในแล้วกล่าว “ยินดีต้อนรับครับคุณแก้ม” “นี่พวกคุณคิดจะทำอะไรคะ” ดวงตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย และภาวนาให้ภาคินตามมาช่วยเธอได้ทันเวลา “เข้าไปข้างในเดี๋ยวคุณแก้มก็รู้เองครับ” “ฉันจะกลับบ้าน” กัลยากรกำลังจะหมุนกายออกไปจากตรงนั้น แต่ภูวดลกลับเดินเข้ามาจับแขนเธอแล้วลากเข้าไปในบ้าน “ปล่อยฉันนะ” “อย่าสะบัดสะบิ้งไปหน่อยเลยน่า ถ้าเธอได้ลองมีอะไรกับผู้ชายสองคนพร้อมกัน ฉันรับรองได้ว่าเธอจะต้องติดใจอย่างแน่นอน” เพราะที่ผ่านมาเขาก็ชอบทำแบบนั้น นั่นคือเหตุผลว่าจนป่านนี้แล้วทำไมเขายังไม่แต่งงาน “ไอ้คนทุเรศ ถุย!” กัลยากรพูดพลางถ่มน้ำลายใส่ภูวดล “โธ่เว้ย! พูดดี ๆ ไม่ชอบอยากโดนตบมากใช่ไหม” ภูวดลง้างฝ่ามือขึ้นเตรียมตบหน้าอีกฝ่าย “อย่า! เดี๋ยวเสียของน่ะคุณภู ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ” ราชันย์พูดอย่างใจเย็น เพราะเขาชอบผู้หญิงที่ผิวพรรณขาวผุดผ่อง จึงไม่อยากเห็นรอยช้ำบนใบหน้าขณะที่มีอะไรกันกับเธอ ภูวดลจึงยั้งมือไว้ได้ทัน
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมงภูวดลจึงพากัลยากรเดินออกมาจากผับ กานต์พิชชาจึงโทร. รายงานแฟนหนุ่มและเดินตามออกไป รักนรินทร์ที่เฝ้ามองอยู่ชั้นสองก็รีบผละจากเพื่อนและตามกัลยากรไปเช่นกัน “ให้ผมไปส่งนะครับ” ภูวดลเอ่ยกับกัลยากร “อย่าเลยค่ะ ฉันกลับเองดีกว่า” “ให้ผมไปส่งเถอะนะครับ หรือว่าคุณกำลังกลัวผม” “ทำไมต้องกลัวคะ หรือว่าคุณภูคิดจะทำอะไรฉันอย่างนั้นเหรอคะ” “ใครจะกล้าคิดอย่างนั้นกับคุณแก้มล่ะครับ ถ้าคุณแก้มไม่กลัวก็เชิญครับ” ภูวดลผายมือแล้วเดินนำหน้า ในจังหวะนั้นกัลยากรก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทร. หาภาคินทันที โดยที่ภูวดลไม่ทันสังเกต จากนั้นก็วางโทรศัพท์ลงในกระเป่าถือของตนคล้ายไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น กานต์พิชชายังคงสายกับกัลยากรอยู่เช่นนั้น ภาคินกับแฟนสาวจึงขับรถตามรถของภูวดลไป และยังมีลูกน้องของภาคินอีกสองคนขับรถตามไปเช่นกัน “คุณภูกับคุณราชันย์ดูไม่น่าไว้ใจเลยนะคะ” กานต์พิชชาพูดกับภาคิน “เดี๋ยววันนี้ก็รู้เอง” “คุณไม่น่าให้แก้มมาทำงานเสี่ยงแบบนี้เลยค่ะ มันอันตรายเกินไป” “ค