Share

บทที่ 26

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:35:00

            แม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่พันไมล์ก็ไม่บ่น ขอตัวไปดูแลความเรียบร้อยให้ชีคอัมรานตามปกติ แต่ครั้งนี้จาบรินตอบว่า

            "ท่านชีคเดินทางไปซาเนียกับยะห์ซินเมื่อครู่นี้เองครับ"

            "ไปซาเนีย!" พันไมล์ทวนคำเบาๆ คิ้วสวยขมวดยุ่ง "มีอะไรเร่งด่วนที่ซาเนียหรือคะคุณจาบริน"

            "คุณพายคงเหนื่อยแล้ว ไปพักก่อนดีไหมครับ เดี๋ยวผมจะให้เด็กยกน้ำไปให้ที่กระโจม" จาบรินเปลี่ยนเรื่อง แต่มีหรือคนอย่างพันไมล์จะหลงกล

            "คุณจาบริน!" พันไมล์เรียกเสียงต่ำ เธอจ้องมององครักษ์หนุ่มด้วยสายตาคาดคั้นคำตอบ

            "โธ่...คุณพาย...ผมพูดไม่ได้จริงๆ ครับ”

            จาบรินมีน้ำเสียงและสีหน้าลำบากใจ เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลพันไมล์อยู่ที่ค่าย ในขณะที่ชีคอัมรานและยะห์ซินออกเดินทางไปสมทบกับคณะของวาคิมที่ซาเนีย

            “พูดไม่ได้หรือมีใครสั่งห้ามไว้คะ”

            "เอ่อ..." จาบรินอึดอัด

            "โอเค คุณไม่ต้องพูดแล้ว ฉันเข้าใจ"

            จาบรินโล่งใจ "ขอบคุณครับ ที่คุณพายเข้าใจ"

            "เรื่องแบบนี้ใครเขาจะพูดกันล่ะคะ"

            จาบรินงงกับคำพูดของอาคันตุกะสาว

            "เอ่อ..." จาบรินเอ่ยขึ้น

            "ไม่ต้องปฏิเสธให้เสียเวลาหรอกค่ะคุณจาบริน ฉันเข้าใจจริงๆ" พันไมล์ย้ำน้ำเสียงมั่นใจ

            "คุณพายเข้าใจว่าไงครับ" จาบรินถามขึ้นอย่างอดไม่ไหว

            พันไมล์ย่นจมูกทำเสียงดูถูก "ชีคหื่นของคุณรีบร้อนซะขนาดนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องอย่างว่า”

            "คุณพายเข้าใจผิดใหญ่แล้วครับ" จาบรินหัวเราะขำ "ท่านชีคไม่มีวันทำแบบนั้นหรอกครับ"

          พันไมล์ทำหน้าไม่เชื่อ เพราะเธอเจอความหื่นกระหายของเขาด้วยตัวของเธอเองมาแล้ว

            "จริงๆ ครับ" จาบรินยืนยัน

            "ฉันไม่เชื่อหรอกค่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องอย่างว่าคุณจาบรินก็ต้องเล่าได้สิคะ ว่าทำไมท่านชีคถึงต้องเดินทางไปซาเนียด้วยความรีบร้อนแบบนั้น"

            จาบรินรู้สึกเสียหน้า ไม่คิดว่าตัวเองจะตกลงไปในหลุมพรางที่หญิงสาวดักล่อไว้ ทำให้เขาถูกไล่ต้อนจนต้องยอมพูดความจริง

            หลังจากได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากของจาบริน พันไมล์ก็มิอาจที่จะทนรออยู่ที่ค่ายได้ เธอขอร้องให้จาบรินช่วยพาเธอไปดูสถานการณ์ที่ซาเนีย เพราะบางทีเธอก็อาจจะพอช่วยอะไรพวกเขาได้บ้าง

            หญิงสาวรบเร้าจนองครักษ์หนุ่มใจอ่อน ยอมพาเธอเดินทางไปซาเนีย เพราะพันไมล์บอกว่าขอไปดูนิดเดียว และจะรีบกลับมาก่อนที่ท่านชีคจะรู้ตัว

            ในขณะที่คณะเดินทางของชีคอัมรานและยะห์ซินกำลังเดินทางไปซาเนีย ในช่วงสายของวันนั้น จู่ๆ ก็มีคลิปภาพที่ทำให้สะเทือนอารมณ์อย่างยิ่ง สองข้างทางเต็มไปด้วยศพที่นอนเกลื่อนกลาด หลายคนนั่งกอดศพลูกหรือบุคคลอันเป็นที่รัก

            ซึ่งถูกโรคร้ายพรากชีวิตของพวกเขาไป ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา และมีอีกหลายชีวิตที่ยังคงรอคอยความช่วยเหลือด้วยลมหายใจรวยริน ภาพเหล่านี้เป็นภาพที่น่าเศร้าสะเทือนใจของคนที่ได้พบเห็น

            ขณะที่ซาเนียกำลังเดือดร้อนอย่างหนักกับโรคระบาดที่ดูจะทวีความรุนแรงขึ้น แต่ดูเหมือนผู้นำคนใหม่ของบารัซจะละทิ้งหน้าที่การดูแลทุกข์สุขของประชาชน ไปสนุกสนานเริงร่าอยู่กับการไล่ล่าจิ้งจอกทะเลทรายพร้อมกับอาคันตุกะสาว

            คลิปดังกล่าวถูกแพร่แพร่กระจายไปทั่วบารัซและเผ่าต่างๆ นักข่าวต่างก็ติดตามหาตัวท่านผู้นำ เพื่อให้มาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลิปดังกล่าว แต่ก็ไม่มีใครพบชีคอัมราน พวกเขาจึงพร้อมใจกันมาทำข่าวโรคระบาดที่กำลังรุมเร้าเผ่าซาเนียอยู่ในขณะนี้

            วาคิมเดินออกมาต้อนรับเจ้านายหนุ่ม พร้อมกับรายงานความคืบหน้า

            "หลังจากคลิปและข่าวแพร่ออกไป ตอนนี้ชาวบ้านออกมาประท้วง พร้อมกับนำรูปของท่านชีคมาเผาทำลายใหญ่เลยครับ"

            "เราเห็นแล้ว..." อัมรานตอบ ใบหน้าคมคร่ำเคร่ง กังวลใจ

          "ครั้งนี้พวกมันเล่นปลุกระดมคน ตั้งใจใช้สถานการณ์นี้สร้างความวุ่นวาย ก่อให้เกิดความเกลียดชัง ไม่นานซาเนียต้องนองเลือดแน่” วาคิมกล่าว

            อัมรานนิ่ง แววตาครุ่นคิด

            "อย่ากังวลไปเลยวาคิม เราสั่งให้ยะห์ซินไปสังเกตการณ์แล้วอีกสักครู่คงได้เรื่อง"

            วาคิมมีสีหน้าหนักใจ แม้เขาจะไม่ได้ออกไปเห็นความวุ่นวายข้างนอกด้วยตัวเอง แต่จากภาพข่าวก็พอจะเดาเรื่องราวต่างๆ ได้

            ผู้นำบารัซเห็นหมอหนุ่มมีสีหน้าลำบากใจ จึงถามขึ้นว่า "มีอะไรก็ว่ามา มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้"

            วาคิมไม่รอช้ารีบพาเจ้านายหนุ่มไปยังกระโจมอำนวยการทันที่ "เชิญท่านชีคทางนี้ครับ"

            ชีคอัมรานเดินไปที่กระโจมอำนวยการใหญ่ ที่ใช้สำหรับเป็นที่ประชุมคณะแพทย์และบุคคลทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแทนไทก็ได้นั่งอยู่ภายในกระโจมนั้นด้วย ทั้งสองฝ่ายทักทายกันอยู่สักพัก วาคิมแจ้งให้ชีคหนุ่มทราบว่าก่อนที่เขาจะออกเดินทางมาที่นี่

            แทนไทกลับมาที่จัสตินพาเลซพอดี เมื่อทราบข่าวจึงขอเดินทางติดตามมาด้วย ได้เปิดโทรทัศน์ให้ชีคอัมรานดูการนำเสนอข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ที่นอกจากจะรายงานข่าวเรื่องโรคระบาดที่เกิดขึ้นที่ซาเนียแล้ว ยังมีการนำเสนอคลิปที่ถูกแพร่ออกไปเมื่อตอนสายวันนี้ด้วย

            “การนำเสนอข่าวแบบนี้ เจตนาที่จะลดความน่าเชื่อถือของท่านชีคชัดๆ” แทนไทกล่าวด้วยความไม่พอใจ

            อัมรานมองภาพข่าวและคลิปต่างๆ นิ่ง แววตาครุ่นคิด

            “คลิปเหล่านี้ถูกแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดวิกฤติศรัทธาในตัวผู้นำเผ่า เราจะแก้ปัญหาตรงจุดนี้อย่างไรดีครับท่านชีค” วาคิมเอ่ยถาม

            "ช่างหัวคลิป! ช่างหัวศัรทธา! ใครไม่อยากจะนับถือเราก็ช่างหัวมัน" อัมรานตอบ

            "มาเข้าเรื่องของเราดีกว่า"

            น้ำเสียงเคร่งขรึมเยือกเย็น และท่าทีที่ไม่หวั่นไหวของผู้นำหนุ่ม ทำให้หมอหนุ่มและเพื่อนชาวไทยได้แต่นิ่งงัน เพราะเดาความคิดของอีกฝ่ายไม่ออก

            "ท่านลุง รัฐมนตรีสาธารณะสุข และทีมงานนายอยู่ไหนมาช่วยรักษาชาวบ้านกันดีกว่า"

            วาคิมโค้งคำนับ พร้อมกับรับคำ ก่อนจะเดินนำพาผู้นำหนุ่มยังห้องประชุมที่จัดเตรียมไว้

            โดยมีรถกระจายเสียงประกาศให้ประชาชนชาวซาเนียทุกคนออกมารับวัคซีนป้องกันโรคระบาดฟรี พร้อมกับรับอาหารที่ทางการแจกให้

            ไม่นานข่าวการออกตรวจคนไข้ พร้อมรับวัคซีนป้องกันโรค ก็แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว

            หน่วยแพทย์เคลื่อนที่หลายจุดที่ตั้งไว้ ก็เริ่มมีประชาชนทยอยกันมาเข้าแถวรอยาวเหยียด

            ภาพข่าวที่เริ่มแพร่ออกไป จึงเป็นการออกไปช่วยเหลือและป้องกันไปในคราวเดียวกัน

            เมื่ออาหาร ยา และน้ำถูกแจกออกไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มผู้ต่อต้านเริ่มลดน้อยลง แม้จะมีคนยุยงปลุกปั่นแต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ ทุกต่างคิดที่จะไปรับวัคซีนพร้อมกับรับอาหารที่ทางการแจกให้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status