แชร์

เดือนประดับทราย
เดือนประดับทราย
ผู้แต่ง: ศรีปุรัม มณีปุรัม

บทที่ 1

last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-02 12:34:47

            “โอมายก๊อด! ยังมีรถจิ๊ปบุโรทั่งรุ่นนี้อยู่อีกหรือ”

            พันไมล์อุทานพร้อมกับกวาดสายตา มองไปรอบยานพาหนะสีดำคันเก่าๆ ที่ผู้นำบารัซคนใหม่ส่งมารับเธอและพี่ชายที่สนามบิน 

            “รถจิ๊ปรุ่นซุปเปอร์ลายครามนี่หรือที่เพื่อนของพี่แทนส่งมารับเรา”  

            หญิงสาวเหลือบมองพี่ชายด้วยสีหน้าประหลาดใจ เมื่อเห็นรถที่ส่งมารับตนเองและพี่ชาย ซึ่งบินจากเมืองไทยเพื่อเดินทางมาที่บารัซ ในฐานะแขกคนสำคัญของชีคอัมราน ว่าที่ผู้นำเผ่าคนใหม่ของที่นี่

            แทนไทยิ้มเมื่อจับน้ำเสียงผิดหวังนั้นได้

            “มันจะรอดไหม!” พันไมล์บ่นพึมพำกับตัวเอง ขณะใช้สายตาสำรวจสภาพรถจิ๊ปรุ่นเก่าสนิมจับคันดังกล่าว

            “ผิดหวังมากหรือพาย” 

            พันไมล์ยักไหล่ก่อนจะพูดสวนกลับไป “ใครว่า...ประทับใจสุดๆ ต่างหาก”

            ปากบอกว่าประทับใจ แต่น้ำเสียงที่พูดออกมานั้น ฟังดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายประชดประชัน

            แทนไทส่ายหัวทำสีหน้าอ่อนใจ “เรื่องมาก...ทำตัวเป็นคุณหนูไปได้”

            เธอชี้ที่ตัวเอง “อย่างพันไมล์น่ะหรือคุณหนู พูดผิดพูดใหม่ได้นะ”  

            “ก็พี่แทนเคยคุยไว้เองไม่ใช่หรือว่ามีเพื่อนเป็นชีค พายเพิ่งจะรู้นะว่าคนระดับท่านชีคเขาส่งรถแบบนี้มารับแขก สงสัยคงคิดจะต้อนรับเราแบบเจาะลึกให้ถึงแก่น จัดเต็มชนิดว่าให้เรานอนกลางดินกินกลางทราย พักอาศัยอยู่แต่ในกระโจมแบบพวกเบดูอินแน่เลย”

            หญิงสาวค่อนขอดเพื่อนพี่ชายด้วยความหมั่นไส้ทั้งที่ยังไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน

            แทนไทส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มขำพันไมล์

            “จะบ่นทำไม ก็เราเป็นคนร้องขอตามมาเอง” พร้อมกับบ่นยืดยาวว่า “เรียนจบ แทนที่จะรีบหางานทำ กลับมาเที่ยวเถลไถลไปเรื่อยเปื่อย”

            พันไมล์แกล้งทำหน้าตูม ตัดกับดวงตาเป็นประกายพราวระยิบด้วยความตื่นเต้น ไร้วี่แววรู้สึกผิด  “บ่นเรื่องนี้อีกละ พายแค่มาหาประสบการณ์แปลกใหม่ กลับจากบารัซเมื่อไรก็ตั้งใจว่าจะไปลุยหางานต่อแล้วค่ะคุณพี่ชาย”

            แทนไทเห็นสีหน้าระรื่นก็ได้แต่ส่ายหน้า

            “พี่จะคอยดูว่าเมื่อกลับไปพายจะทำจริงอย่างที่ปากพูดไหม”

            ก่อนจะพูดดักคอน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาว่า

            “ถึงปากจะบ่น แต่จริงๆ แล้วถูกใจละซิ”

            พันไมล์ยักคิ้ว ฉีกยิ้มกว้าง “ช่างเป็นพี่ชายที่รู้ใจน้องคนนี้ที่สุด”

            แม้ปากจะค่อนคอด แต่เจ้าตัวกลับกระโดดขึ้นรถเป็นคนแรก อย่างไม่อาจระงับใจไว้ได้อีก จิตวิญาณของนักผจญภัยเดือดพล่าน อยากจะออกไปโลดแล่นไปในดินแดนทะเลทรายเต็มแก่ เมื่อเห็นแทนไทชักช้าก็อดไม่ได้ต้องหันมาเร่ง

            “เร็วๆ ซิคะพี่แทน ชักช้าเป็นคนแก่ไปได้”

            “ทีอย่างนี้ละมาเร่ง” ปากบ่นว่าแต่ขายาวๆ ของแทนไท ก็ก้าวขึ้นมานั่งบนรถตามน้องสาวมาติดๆ

แทนไทหัวเราะส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ กับนิสัยการพูดจาโผงผาง แก่นแก้ว แสนซน ชื่นชอบการผจญภัย และโปรดปรานการต่อสู้ทุกรูปแบบของน้องสาว ซึ่งเป็นนิสัยที่หนุ่มๆ ต่างก็พากันเข็ดขยาดจนไม่มีใครกล้ามาจีบ ทำให้พันไมล์ต้องครองตัวเป็นโสดเกาะติดพี่ชายมาจนถึงทุกวันนี้

            “หันรีหันขวางซนเป็นลิงเลยนะเรา” แทนไทเอ่ยคล้ายจะตำหนิน้องสาวกลายๆ

            “ก็มันตื่นเต้นนี่พี่แทน” พันไมล์หันมากระซิบตอบพี่ชาย เมื่อเขาขึ้นมานั่งบนรถจิ๊ป พร้อมกับทำคอยืดยาวเพื่อสำรวจดินแดนแห่งใหม่ด้วยความสนใจ

            ชายหนุ่มสายเลือดไทยยิ้มด้วยความเอ็นดู การที่เขาเดินทางมาที่บารัซในครั้งนี้ เพราะทราบว่าบิดาของเพื่อนรักซึ่งเป็นผู้นำเผ่าเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจอย่างกะทันหัน

            เขาจึงตั้งใจเดินทางมาแสดงความเสียใจ และดูงานเกี่ยวกับธุรกิจการทำเหมืองซึ่งบารัซค่อนข้างมีความเชี่ยวชาญ เมื่อพันไมล์รู้เรื่องนี้ก็เลยขอตามมาด้วย

            “ตกลงเราต้องพักอาศัยอยู่ในกระโจมอย่างพวกเบดูอินหรือเปล่าคะพี่แทน” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

            “เสียใจด้วยนะยัยตัวแสบ” แทนไทหัวเราะ “จริงอยู่ที่ในอดีตเผ่าบารัซใช้ชีวิตแบบเร่ร่อน รอนแรมอยู่กลางทะเลยทรายไร้ถิ่นฐาน แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว”

            “ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าพายจะต้องไปเจอคฤหาสน์ จาน ช้อน ชาม ทุกสิ่งอย่างที่ทำด้วยทองคำอันมีมูลค่ามหาศาล ชีคที่เอาแต่ใจและรวยล้นฟ้า ชัวร์เลย” พันไมล์คาดเดา เธอค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งที่เอ่ยมานั้นถูกต้อง

            คราวนี้แทนไทหัวเราะเสียงดังอย่างอดไม่ได้ จิ้มนิ้วไปยังหน้าผากมนของน้องสาวเบาๆ

            “เรานี่!...”

            พันไมล์หน้างอ ลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ ปากก็ไม่วายบ่นอุบอิบในลำคอ “ถือว่าเกิดก่อนหน่อย...จิ้มเอาๆ”

            “บ่นอะไร...” แทนไทแกล้งว่า พอเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าทำดื้อตาใสเข้าใส่  เขาจึงพูดต่อว่า

            “ที่นี่ไม่เหมือนบ้านเรา จะพูดจะจาอะไรก็ระวังปากไว้บ้าง ดีไม่ดีเดี๋ยวได้ตายกันหมด”

            พันไมล์แกล้งทำตาโต ยกมือปิดปาก ส่ายหน้าดิกๆ ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ

            “อะไร!”

            แทนไทถามทั้งขำทั้งฉุนน้องสาวตัวดี ที่ทั้งดื้อและล้นจนทุกคนในบ้านต่างก็ส่ายหน้า แต่ด้วยเป็นลูกสาวคนเล็กนิสัยช่างออดอ้อนฉอเลาะ พ่อและแม่รวมทั้งตัวเขาจึงทั้งรักทั้งหลง และตามใจกันมาตั้งแต่เด็ก ทำให้พันไมล์เติบโตมาแบบคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่กลัวเกรงอะไร หรือใครหน้าไหน ตัวเขาเองได้เคยเอ่ยเตือนหลายต่อหลายครั้ง น้องสาวตัวแสบก็รับปากทุกครั้ง แต่ก็ยังไม่วายไปก่อเรื่องยุ่งๆ ไม่เคยหยุดเช่นกัน จนตัวเขาเองก็ระอา แต่ด้วยความรักก็ต้องรั้งบ้างดึงบ้างตามประสาพี่น้อง

            “พูดไม่ได้ เดี๋ยวตาย” พันไมล์อดแหย่แทนไทไม่ได้

            แทนไทฟังแม่ตัวป่วนพูดแล้วก็แจกมะเหงกไปหนึ่งที พันไมล์หน้ามุ่ยลูบหัวเบาๆ

            “รังแกน้องอีกแล้วนะ” เธอตวัดตาคมค้อนพี่ชาย “สงสัยว่าเพื่อนพี่แทนจะไม่ได้รวยจริงละซิ พูดนิดพูดหน่อยก็ทำร้ายร่างกายน้องตลอด”

            “รวยหรือเปล่า! ไว้ไปดูให้เห็นกับตาก่อนค่อยตัดสินดีไหม”

            “มีให้ลุ้นด้วย” พันไมล์อดเหน็บพี่ชายด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ไม่ได้

            แทนไทหัวเราะขบขันกับท่าทีของน้องสาว ที่ยังไม่ยอมอ่อนข้อเพราะเชื่อมั่นในความคิดตัวเอง

            “พูดเหมือนเราจะไม่ชอบและมีอคติกับพวกชีคอยู่นะ”

            “พายเคยอ่านเจอข้อมูลที่เกี่ยวกับทะเลทรายจากในหนังสือค่ะพี่แทน ชีคพวกนี้รวยตายชัก ไม่ต้องทำงานทำการ เอาแต่หื่นไปวันๆ เห็นผู้หญิงสวยเป็นไม่ได้จ้องแต่จะฟัน ล่าแต้มเพื่อเก็บเป็นสถิติ และคิดว่าเงินคือพระเจ้า”

            พันไมล์เล่าให้พี่ชายฟังถึงแหล่งที่มาของข้อมูล ที่เธอได้รับด้วยสีหน้าและท่าทางจริงจัง 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status