Masukกลุ่มนักเลงโตหยุดชะงัก ขณะนั้นเองลัยลาได้เดินตามมาสมทบ เธอเดินไปยืนแทรกกลางระหว่างสองหนุ่มสาว พร้อมกับเกิดอาการหมั่นไส้พันไมล์ที่จู่ๆ ก็เรียกร้องความสนใจจากท่านชีค ด้วยการเดินหายตัวไปโดยไม่บอกกล่าว ทำให้ท่านชีคและเธอต้องเสียเวลาออกเดินตามหาซะทั่ว
‘ที่แท้ก็มาทำอวดเก่งอยู่ตรงนี้เอง’
ลัยลาแอบนินทาอีกฝ่ายในใจ พร้อมกับเบ้หน้าแสดงถึงความรังเกียจ สองแม่ลูกเจ้าปัญหาที่แต่งตัวซอมซ่อ
อัมรานเดินไปหยุดใกล้พวกนั้นยิ่งขึ้น เขาถามพร้อมกับมองไปที่พันไมล์ "ใครที่เป็นคนลงมือทำร้ายผู้หญิงคนนี้"
พวกมันต่างมองหน้ากัน และพร้อมใจกันชี้มือไปทางหัวหน้าใหญ่ราวกับได้รับการนัดหมาย
"พวกเจ้าไปได้แล้ว"
คราวนี้พวกนั้นไม่รอฟังซ้ำสอง ต่างก็วิ่งโกยอ้าวจากไปทันทีโดยไม่เหลียวหลัง
"ทำไมท่านชีคถึงยอมปล่อยพวกมันไปง่ายๆ คะ" ลัยลาเอ่ยขึ้น
เธอเดินมาเกาะแขนชายหนุ่มอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
อัมรานถอนหายใจอย่างหงุดหงิด หันหลังเดินกลับมาช่วยประคองหญิงวัยกลางคน ที่ล้มอยู่กับพื้นโดยมิได้รังเกียจ ปากก็ตอบลัยลาว่า
"คุณจะให้ผมทำร้ายชาวบ้านอย่างนั้นเหรอ"
"เชอะ! พวกขยะ...ท่านชีคน่าจะสั่งสอนให้พวกมันรู้สำนึกบ้างนะคะ"
คราวนี้อัมรานหันกลับมาจ้องหญิงสาวลูกหัวหน้าเผ่าเฮฌามาอย่างไม่คิดจะเก็บอารมณ์
"คุณคิดว่าคนที่เป็นผู้นำ...ควรทำร้ายประชาชนของเขา เพียงเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าผมเป็นใครอย่างนั้นหรือ"
ลัยลาเริ่มผิดสังเกต ใบหน้าสาวแย้มยิ้ม เดินเข้าไปเกาะแขนชีคหนุ่มอีกครั้ง เหมือนไมรู้อารมณ์ของอีกฝ่าย
"ลัยลาไม่ได้หมายความอย่างนั้น ท่านชีคอย่าเพิ่งโกรธสิคะ" เธอพูดจาออดอ้อนเสียงหวาน
อัมรานปลดแขนหญิงสาวออก และเดินไปพูดกับวาคิม
"นายไปดูซิว่าสองคนแม่ลูกนั่นบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
แต่เหมือนลัยลาจะไมยอมจบ ยังเซ้าซี้ไม่หยุด
“ท่านชีคจะไปเสียเงินเสียทองให้พวกมันทำไมคะ คนพวกนี้อาจจะเป็นพวกเดียวกัน และรวมหัวกันมาแสดงละครตบตาพวกเราก็ได้นะคะ พวกมันไว้ใจไม่ได้หรอกค่ะท่านชีค”
“เหม็นสาบคนจน” ลัยลาเธอบิดริมฝีปากพูดอย่างดูแคลน และก็ตั้งใจพูดให้สองแม่ลูกก็ยังได้ยิน
คิ้วของอัมรานขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินคำพูดของลัยลา ที่ผ่านมาเขาพยายามอดทนจนถึงที่สุด แต่ครั้งเห็นจะทนต่อไปไม่ไหวจนต้องเอ่ยออกมา
"คนเราทุกคนต่างก็เท่าเทียมกัน ไม่มีแบ่งแยกหรอก"
เมื่อบุตรสาวหัวหน้าเผ่าเฮฌามาได้ยินเช่นนั้นก็รีบกลับลำทันที โดยการหันมาพูดประจบเอาใจชีคหนุ่ม
"ท่านชีคพูดถูกค่ะ...จะมีหรือจนก็คนเหมือนกัน ลัยลาไม่เคยนึกรังเกียจเลยนะคะ"
สองแม่ลูกเบดูอินต่างก็รู้ดีว่า ผู้หญิงที่แสดงความรังเกียจพวกตนนั้น เป็นบุตรสาวของท่านหัวหน้าเผ่าเฮฌามาและถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ ก็เลยไม่โต้ตอบอะไรและไม่ได้ให้ความสนใจกับเธอมากนัก สองแม่ลูกหันไปกล่าวขอบคุณผู้นำบารัซและพันไมล์ด้วยความซาบซึ้งใจ ที่บุคคลทั้งสองยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกตน
“ข้ากับลูกขอขอบคุณท่านทั้งสองที่ช่วยเหลือพวกเราเอาไว้ ถ้าไม่ได้ท่านและคุณผู้หญิงมาช่วยไว้ละก็ ป่านนี้ลูกของข้าก็คงจะถูกพวกมันจับตัวไปขายที่ตลาดค้าทาส เราสองคนแม่ลูกจะไม่มีวันลืมบุญคุณของพวกท่านในครั้งนี้เลย”
“ทำไมถึงไปกู้ยืมเงินจากคนพวกนั้นคะ” พันไมล์เอ่ยถาม
หญิงวัยกลางคนเล่าให้สองหนุ่มสาวฟังว่าเพราะสามีของเธอเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ทำให้เธอต้องไปกู้เงินมาทำศพของเขารวมถึงนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะมีอีกหลายชีวิตที่เธอจะต้องรับผิดชอบ แต่เป็นเพราะเธอหาเงินมาคืนพวกมันไม่ได้ตามกำหนดจึงได้ขอผ่อนผัน แต่พวกมันไม่ยอมและคิดจะจับตัวลูกสาวของเธอไปขายที่ตลาดค้าทาส
เธอจึงพาลูกสาวหลบหนีมาก่อนที่พวกมันจะลงมือ พวกมันไหวตัวทันจึงตามมาจับตัวกลับไป โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากสองหนุ่มสาวไว้ได้ทันท่วงที ทำให้เธอและบุตรสาวรอดพ้นเงื้อมือของพวกมันมาได้อย่างหวุดหวิด
อัมรานบอกให้วาคิมมอบเงินจำนวนหนึ่งให้แก่สองแม่ลูก ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากพอที่จะประทังชีวิตรวมถืงนำไปลงทุนเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและคนในปกครอง
"เอาเงินนี้ไปสร้างตัว ทำมาค้าขายเลี้ยงครอบครัว จะได้ไม่ต้องไปยืมเงินจากคนพวกนั้นอีก"
ตอนแรกสองแม่ลูกปฏิเสธที่จะรับปัจจัยเหล่านั้น แต่สุดท้ายก็ยอมจำนนด้วยเหตุผลของพันไมล์ พร้อมกับขอบคุณชีคหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ และยังได้อวยพรให้เขาและพันไมล์มีความสุขเช่นนี้ตลอดไป
ลัยลารู้สึกโกรธที่ตนเองดูเหมือนว่าจะถูกมองข้ามความสำคัญ จนอาจกล่าวได้ว่าถูกละเลย ทำให้หญิงสาวเอ่ยชักชวนชีคอัมรานให้เดินทางกลับ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเขา
“หมดเรื่องแล้ว เราไปทางด้านโน้นกันดีกว่านะคะ ข้าอยากจะดูของอีกนิดหน่อยก่อนจะกลับที่พัก”
"เมื่อครู่คุณยังบอกว่าเหม็นเหงื่อตัวเองอยู่เลย เรากลับที่พักกันดีกว่า คุณจะได้รีบไปอาบน้ำ เพื่อสลัดกลิ่นสาบของคุณ เพราะดูท่าว่าจะกลิ่นแรง" อัมรานพูดหน้าตาเฉยพร้อมกับออกเดินนำหน้าไป
ลัยลาหน้าบูดบึ้ง ขยี้ปลายเท้าอย่างนึกเจ็บใจที่ถูกว่ากระทบ แต่ก็รีบวิ่งตามไปเกาะแขนเขาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของจนออกนอกหน้า
พันไมล์หันไปเอ่ยลาสองแม่ลูกผู้เคราะห์ร้ายด้วยความเป็นมิตร
“เดี๋ยวค่ะ...เราขอทราบชื่อของท่านได้ไหมคะ”
“พันไมล์ค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินจากตามสองหนุ่มสาวไป โดยมีวาคิมเดินเคียงข้าง
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







