Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-09-08 15:32:36

            ทันใดนั้นเองก็มีเสียงของใครคนหนึ่งดังแทรกขึ้น

            “หยุดก่อน” แทนไทตะโกนห้ามเสียงดังพร้อมกับวิ่งถลาเข้ามาห้าม จาบรินและวาคิมก็รีบวิ่งตรงมาเช่นกัน

            “เกิดอะไรขึ้นหรือพันไมล์” แทนไทเอ่ยถามน้ำเสียงร้อนใจ เมื่อเห็นน้องสาวถูกทหารจับยึดไว้ทั้งสองข้าง

            “พี่แทน!” พันไมล์ตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยความดีใจ ที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ราวกับพระมาโปรด

            "ช่วยพายด้วย คนพวกนี้บ้ากันไปหมดแล้ว มาหาว่าพายเป็นขโมย พายบอกว่าไม่ใช่ ไม่ใช่ ก็ไม่เชื่อ พี่แทนช่วยจัดการคนพวกนี้ให้พายหน่อยสิ”

            แทนไทมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยความสับสน ก่อนจะถามย้ำอีกครั้งว่า “ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

            เมื่อยะห์ซินเห็นเพื่อนรักของตนเอง เขาจึงปลดผ้าคลุมหน้าออก “นายเองหรือแทน”

            แทนไทหันไปเห็นเพื่อนที่เคยเรียนที่อังกฤษมาด้วยกันก็โล่งใจ รีบเข้าไปถาม

            “น้องสาวฉันมาก่อเรื่องยุ่งอะไร พวกนายถึงได้จับตัวไว้แน่นหนาขนาดนี้”

            ยะห์ซินไม่ตอบ เหลือบมองหญิงสาวชาวไทยอีกครั้ง เห็นหน้าเรียวเล็กซีดเผือดก็นึกสงสาร เขามองเลยไปยังเจ้านายหนุ่มเหมือนจะถาม

            ชีคอัมรานพยักหน้าเล็กน้อย เป็นสัญญาณบอกให้ทุกคนปล่อยตัวหญิงสาว เมื่อเป็นอิสระพันไมล์ก็วิ่งตรงไปเกาะแขนพี่ชาย ปากก็รีบฟ้องต่อทันที

            “คนพวกนี้พากันกล่าวหาว่าพายเป็นขโมย”

            เธอพูดพร้อมกับค้อนทุกคนรอบตัวด้วยความเจ็บใจ ที่ถูกยัดข้อหาอย่างไม่เป็นธรรม

า"ใครจะไปอยากได้สร้อยสับปะรังเคเส้นนี้คะ"

            ว่าแล้วก็ยกสร้อยที่ข้อมือให้ทุกคนดู ก่อนจะชี้แจงให้พี่ชายฟัง

            "พายเห็นขโมยอุตส่าห์จะช่วยจับตัวให้ แต่พอดีมันดันหนีไปได้ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง พายเก็บของที่ขโมยมันทิ้งไว้มาส่งคืนให้พวกเขา แต่คนพวกนี้กลับมากล่าวหาว่าพายเป็นขโมย มีตาหามีแววไม่”

            พันไมล์แสร้งถอนหายใจอย่างแรง “ทำคุณบูชาโทษชัดๆ ถ้ารู้อย่างนี้ปล่อยให้ขโมยมันขนไปให้หมดซะก็ดี"

            แทนไทฟังน้องสาวเล่าแล้วก็ได้แต่แปลกใจ ทำไมทุกคนถึงพากันปักใจเชื่อว่าพันไมล์เป็นขโมย เขารู้จักนิสัยน้องสาวของตนเองเป็นอย่างดี พันไมล์ไม่มีวันที่จะทำเช่นนั้น เธอไม่เคยมีประวัติขโมยของใคร

            “ใจเย็นๆ นะพาย แล้วช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้พวกพี่ฟังก่อนดีกว่า”

            หญิงสาวถ่ายทอดเรื่องราวทุกอย่างให้ทุกคนฟัง พร้อมกับยืนยันว่าเธอไม่ได้เป็นขโมยอย่างที่ใครบางคนกล่าวหา พันไมล์พูดพร้อมกับตวัดสายตาคมค้อนชีคอัมรานด้วยความไม่พอใจอย่างแรง

            “ใครนะช่างกล้าเข้ามาขโมยของถึงในถิ่นของชีคอัมราน" ยะห์ซินพูดแทรกขึ้นหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด

            “ใครจะไปรู้ ปิดหน้าปิดตาแน่นหนาซะขนาดนั้น รู้ก็แปลก" พันไมล์กล่าวกวนๆ อย่างมีโทสะ

            "พันไมล์!" แทนไทดุขึ้น เขม่นมองน้องสาวด้วยสายตาไม่พอใจ นึกอยากเขกหัวอีกฝ่ายเต็มกำลัง ความตายจะมาเยือนอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก

            "โอเคๆ พูดดีๆ ก็ได้" หญิงสาวยกมือยอมแพ้ เมื่อเห็นว่าแทนไทค่อนข้างเครียด ใบหน้าคมคล้ำซีดขาวด้วยความเป็นห่วงเธอ

            “คุณเห็นหน้าของคนร้ายหรือเปล่า” ยะห์ซินเอ่ยถาม

            “ตอนแรกฉันก็ไม่เห็นหน้าเขาหรอก เห็นแค่นัยน์ตาของเขาเท่านั้น” พันไมล์เว้นระยะ ก่อนจะชี้นิ้วไปยังคู่แค้นที่ยืนทื่อเป็นเสาหิน แล้วก็สาธยายว่า

            “เขาใช้ผ้าปิดบังใบหน้าเหมือนนายคนนี้ แต่ช่วงที่ต่อสู้กันผ้าผืนนั้นก็หลุดออก ที่ตรงนั้นมันค่อนข้างมืด และทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นเร็วมาก...”

            “ตกลงเห็นหรือไม่เห็น” แทนไทถามแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงคล้ายจะหมดความอดทน เพราะเขารู้จักนิสัยของพันไมล์เป็นอย่างดี และรู้ด้วยว่าตอนนี้น้องสาวของเขากำลังแกล้งป่วนประสาทคนเล่น

            "ไม่เห็น" เธอตอบน้ำเสียงใสซื่อ

            "ไม่เห็นหน้าหรือว่าเห็นหน้าไม่ชัดกันแน่พาย" แทนไทถามย้ำขึ้นอีกครั้ง

            "พายบอกพี่แทนไปแล้วไงว่าที่ตรงนั้นมันมืด พายก็เลยเห็นหน้าเขาไม่ชัด พอใจหรือยัง" พันไมล์กระแทกเสียงตอบ นึกขุ่นใจพี่ชายที่มาคาดคั้นเธอ

            ตอนแรกกะจะตอบกำกวมให้คนพวกนี้ปวดหัวเล่น แต่พี่ชายตัวดีดันรู้ทันซะนี่ คิดอีกทีกวนประสาทพวกนั้นไปก็คงไม่ได้ผลอะไร ดูเหมือนว่าต่อมอารมณ์นายเสาหินจะเสื่อม เพราะดูเย็นชา ไร้อารมณ์ และความรู้สึก

            "แล้วนี่ท่านชีคของพวกนายหายไปไหน" แทนไทเอ่ยถาม เมื่อมองไปรอบๆ แต่กลับไม่พบชีคหนุ่มอยู่ในบริเวณนั้น

            ทหารทุกคนต่างก็พร้อมใจกันจ้องมองไปยัง ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนปะปนอยู่กับพวกเขา รวมทั้งพันไมล์ด้วย

            "เราอยู่นี่แทนไท" ชีคอัมรานเดินมาหยุดยืนตรงหน้าสองพี่น้อง

            พันไมล์เห็นศัตรูเดินเข้ามาแนะนำตัว ก็อ้าปากค้าง ยืนนิ่งเป็นหินไปอีกคน

            เมื่อแทนไททราบว่าชายหนุ่มที่มีผ้าปกคลุมใบหน้านั้นคือชีคอัมราน เขาก็ทำความเคารพตามแบบของบารัซ โดยไม่ลืมกดหัวน้องสาวให้ทำตามอย่างคนรู้มารยาท เพราะถึงแม้ว่าเขาสองคนจะสนิทกันขนาดตายแทนกันได้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ แทนไทก็ยังคงให้เกียรติเพื่อนในฐานะผู้นำบารัซ

            ทันทีที่ผู้นำเผ่าบารัซเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเธอและพี่ชาย หญิงสาวก็ประจักษ์ได้ถึงรอยแตกยับบนใบหน้า คำว่าหน้าแตกยับเยินเป็นอย่างไร พันไมล์เพิ่งได้ลิ้มรสชาติก็วันนี้เอง

            เธอสบประกายตาคมกล้าเหนือผ้าคลุมหน้าสีดำนั้น ดวงตาคู่นั้นวาววับดำสนิทราวกับนิลเนื้อดี แต่มันดูเย็นชาแฝงแววยโสปนเย้ยหยัน ไม่ยี่หระต่อสิ่งรอบกาย ทำให้เธอยิ่งเจ็บใจ เพราะรู้ว่าเขาเจตนาแกล้งเธอตั้งแต่แรก แต่ในเมื่อเขาเป็นถึงชีคและเป็นเพื่อนพี่ชาย เธอจำต้องกลืนก้อนเจ็บใจลงท้องไป

            "ท่านชีคครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นการเข้าใจผิดกันนะครับ ผมยืนยันได้ว่าพายไม่ใช่คนแบบนั้น น้องสาวของผมไม่เคยขโมยของใคร"

            พันไมล์รีบพยักหน้า ก่อนจะหลบสายตาคมกริบดุดันนั้น แต่ปากยังไม่วายพูดว่า "ใช่แล้วค่ะ แค่เรื่องเข้าใจผิดกัน"

            จากนั้นก็หันไปแอบบ่นพึมพำเบาๆ “ขโมยที่ไหนจะมายืนรอให้จับ บ้าไปแล้ว” ก่อนจะหันกลับมาพูดกับแทนไท

            “พายเห็นสร้อยเส้นนี้สวยแปลกตาดี ก็เลยหยิบมาลองทาบดู แต่แล้วจู่ๆ พายก็รู้สึกมึนงง พอทหารมาล้อมพายไว้ สร้อยมันก็สวมอยู่บนข้อมือพายแล้วค่ะ“ พันไมล์ย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง แขนเรียวยกขึ้นเพื่อยืนยัน

            “พายไม่ได้คิดที่จะยึดมันไว้เป็นสมบัติส่วนตัวหรอกนะคะ แต่คนของเพื่อนพี่แทนทำซะเป็นเรื่องราวใหญ่โต พายจะถอดสร้อยเส้นนี้คืนให้เขา จะได้หมดปัญหาคาใจกันซะที”

            พันไมล์พูดพร้อมกับพยายามถอดสร้อยเส้นนั้นออก

            “แย่ละ ทำไมมันถอดไม่ออก พี่แทนช่วยถอดให้พายหน่อยสิ” เธอร้องบอกน้ำเสียงร้อนใจ แทนไทรีบเข้ามาช่วยน้องสาว แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรมันก็ยังถอดไม่ออกอยู่ดี

            "แปลกจริง" แทนไทก้มมองสร้อยข้อมือของพันไมล์ "ถอดไม่ออกจริงๆ นั่นแหละ"

            ยะห์ซินและเหล่าทหารคนสนิทตรงเข้ามาช่วย แต่สร้อยเส้นนั้นกลับมีพลังมหาศาล ไม่มีใครสามารถถอดได้ หลังจากทุกคนช่วยกันทุกวิถีทางจนข้อมือขาวผ่องแดงก่ำ และเกิดรอยช้ำขึ้นมาทันตาเห็น แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถถอดสร้อยเส้นนั้นได้อยู่ดี

            “ ซวยแล้ว!” พันไมล์บ่นพึมพำเบาๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status