Masukผู้นำบารัซตวัดสายตาเคียดแค้น จนแทบจะฆ่าคนได้กลับมามองท่านอาอีกครั้ง
“หยุดเถอะ! แล้วเรามาเจราจากัน” เขาบอกน้ำเสียงลอดไรฟัน
เสือเฒ่าผู้เจนสงครามยิ้มเยือกเย็น ยกมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องหยุด ไม่นานร่างเล็กบางที่เปียกชุ่มของพันไมล์ก็กลับมาลอยเด่นเหนืออ่างน้ำใหญ่นั้นอีกครั้ง
ฮาร์มาลหัวเราะสะใจ “ดี! แบบนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย”
“ท่านอาต้องการอะไร” เขาถามย้ำ
“สร้อย...และตำแหน่งผู้นำบารัซ”
“ท่านอาต้องการตำแหน่งนี้มาก จนถึงกับใช้วิธีสกปรกกับหลานชายของตัวเอง ตำแหน่งผู้นำบารัซมันมีความสำคัญสำหรับท่านอามากกว่าสายเลือดหรือครับ”
แม้น้ำเสียงของอัมรานยังคงราบเรียบ แต่ฮาร์มาลก็สามารถจับกระแสความเจ็บปวด ที่แฝงมากับคำพูดเหล่านั้นได้
“สายเลือดอย่างนั้นหรือ?” ฮาร์มาลยิ้มเยาะ ก่อนจะเดินตรงมายืนประจันหน้าอัมราน
“อย่ามาอ้างสายสัมพันธ์ห่วยๆ อะไรนั่น ทั้งที่เจ้าเองก็ไม่เคยเห็นอาคนนี้อยู่ในสายตา ถ้าไม่มีเจ้าสักคน ตำแหน่งผู้นำบารัซก็ต้องตกเป็นของข้า ของข้าคนเดียวเท่านั้น”
“ทุกวันนี้ท่านอาก็ดูแลงานด้านบริหาร มีอำนาจล้นเหลืออยู่แล้ว ยังจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีก....”
“ไอ้อำนาจปลอมๆ หลอกๆ พวกนั้นน่ะหรือ มันยังไม่พอหรอกอัมราน เพราะข้าไม่ต้องการเป็นเพียงเงาของเจ้า สิ่งที่ข้าต้องการคือการได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ชีคผู้นำบารัซโดยสมบูรณ์เท่านั้น”
“ท่านอาก็เลยใช้แผนสกปรกบีบบังคับผม”
“ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า ว่าเจ้าจะเลือกตำแหน่งผู้นำบารัซ หรือเลือกที่จะช่วยชีวิตผู้หญิงที่เจ้ารัก”
“แล้วผมต้องทำอะไร”
ฮาร์มาลจ้องมองหลานชายอย่างประเมินความคิด แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังนิ่งรอคำตอบอย่างอดทน เขาจึงพูดว่า
“ส่งสร้อยประจำตัวผู้นำเผ่ามาให้ข้า และในวันพรุ่งนี้เจ้าต้องประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่า เจ้าต้องการจะสละตำแหน่งผู้นำเพื่อไปใช้ชีวิตอิสระอยู่กับเมียของเจ้า เพื่อแลกกับชีวิตพันไมล์”
“จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมปฏิเสธ”
ฮาร์มาลไม่ตอบ เขาเพียงกระตุกยิ้มที่มุมปาก สายตาของเขาฉายแววเหี้ยมโหด ก่อนจะหันไปพยักหน้าเพื่อส่งสัญญาณบางอย่างกับคนของตน จากนั้นร่างของพันไมล์ก็ถูกหย่อนลงไปตู้กระจกใสขนาดใหญ่ ที่บรรจุน้ำไว้จนเกือบเต็มด้วยความรวดเร็วอีกครั้ง เธอพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะเอาชีวิตรอด แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะร่างกายถูกมัดเอาไว้อย่างแน่นหนา
ความทรมานที่พันไมล์ได้รับนั้นมันบีบคั้นหัวใจอัมรานอย่างรุนแรง นัยน์ตาของเขาแดงก่ำ แม้แต่สององครักษ์หนุ่มคนสนิทของท่านชีคเองก็ยังตกใจกับภาพที่เห็น พันไมล์ตะเกียกตะกายอยู่เช่นนั้นจนเกือบจะหมดลมหายใจ
“หยุด!...หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้นะท่านอา” อัมรานร้องสั่งพร้อมกับกำมือทั้งสองข้างไว้แน่น แต่ไม่มีใครสนใจคำสั่งเหล่านั้น พันไมล์ยังดิ้นรนอยู่ในน้ำเช่นเดิม
“นี่เพิ่งจะแค่เริ่มต้นเท่านั้นนะ ยังมีอะไรสนุกๆ ให้เจ้าดูอีกมาก”
ฮาร์มาลตอบพร้อมกับยืนดูพันไมล์ดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมานด้วยความสะใจ จากนั้นก็หันไปสั่งให้ดึงตัวเธอขึ้นด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะขาดใจตาย ก่อนที่เขาจะได้บรรลุถึงเป้าหมาย อัมรานสาวเท้าเข้าไปตรงจุดนั้นเพื่อจะเข้าไปช่วยพันไมล์ แต่ฮาร์มาลร้องห้าม
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละอัมราน ถ้าเจ้ายังก้าวเข้ามาข้าจะสั่งให้คนยิงนางทันที”
คำพูดของท่านอาทำให้ฝีเท้าของอัมรานหยุดชะงักลง เขาจ้องมองไปยังบุรุษผู้นั้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ฆ่านางมันง่ายนิดเดียว แต่จะสนุกอะไร สู้ค่อยๆ ทรมานนางต่อหน้าเจ้า โดยที่เจ้าไม่สามารถช่วยนางได้ แบบนี้สนุกกว่าหลายเท่าจริงไหม”
พันไมล์พยายามสูดหายใจเข้าปอด เธอมีอาการสำลักน้ำอย่างรุนแรง เนื้อตัวของเธอสั่นเทาด้วยความกลัวกับเหตุการณ์เฉียดตายที่เกิดขึ้นกับตนเอง นัยน์ตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นชายที่เธอรัก กำลังยืนประจันหน้าอยู่กับผู้สำเร็จราชการของบารัซท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฮาร์มาลกำลังใช้ชีวิตและความปลอดภัยของเธอข่มขู่ชายที่เธอรัก เพียงเพื่อให้เขายอมทำทุกอย่างตามที่ฮาร์มาลต้องการ
สองหนุ่มสาวสบตากัน สายตาของพวกเขาต่างฉายแววห่วงใยซึ่งกันและกัน พันไมล์ส่ายหัวเพื่อบอกเขาว่าไม่จำเป็นต้องห่วงเธอ และให้ทำในสิ่งที่ผู้นำบารัซควรทำ
“มาเริ่มต้นความสนุกกันต่อเลยดีกว่านะหลานชาย เผื่อว่ามันจะทำให้เจ้าตัดสินใจง่ายขึ้น”
ตอนแรกอัมรานไม่เข้าใจคำพูดของท่านอา แต่เมื่อเห็นดีนาสเดินตรงไปที่สวิชซึ่งต่อกับสายไฟ ทำให้เขารู้ว่าท่านอากำลังคิดที่จะใช้ไฟฟ้าช็อตไปที่ร่างของพันไมล์ ถ้าเขาปล่อยให้ท่านอาทำเช่นนั้นเธอคงไม่รอดชีวิต
พันไมล์ก็ดูเหมือนจะรู้ชะตาชีวิตของตนเอง แม้จะกลัวแต่ก็ยอมรับชะตากรรม ที่อาจจะเกิดขึ้นกับตนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ถ้าความตายของเธอจะช่วยค้ำจุนตำแหน่งผู้นำบารัซของเขาให้มั่นคงได้ เธอก็พร้อมที่จะรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น
“หยุด!” เสียงทุ้มต่ำคำรามสั่งอย่างเจ็บแค้นในลำคอ ชีคหนุ่มเดินมายืนประจันหน้ากับท่านอา และจ้องมองอีกฝ่ายด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ ความเจ็บแค้นฝังแน่นอยู่ในอก
“ต้องการสร้อยใช่ไหม” เขาหยิบสร้อยออกจากถุงผ้า “ท่านอาอยากได้สร้อยเส้นนี้ใช่ไหม เอาไปเลย แต่ต้องปล่อยเธอ”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลานชาย ฮาร์มาลหันไปยกมือห้ามคนของตนเองให้ยุติการกระทำดังกล่าว
“อย่าทำแบบนั้น คุณต้องไม่ตกลงไปในหลุมพรางของเขานะคะ อย่าเชื่อคำพูดของเขาและห้ามมอบสร้อยประจำตัวผู้นำเผ่าให้อาของคุณเด็ดขาด ถึงคุณมอบสร้อยให้เขา เขาก็คงไม่ปล่อยฉันไว้หรอกค่ะ ไม่ต้องห่วงฉัน ได้ยินไหมคะว่าไม่ต้องห่วง ฉันไม่มีค่ามากขนาดนั้นหรอก เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรโง่ๆ หรือเสียสละโดยไม่จำเป็น”
พันไมล์ร้องห้ามเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา สายตาของเธอมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
“คุณมีค่าและมีความหมายมากที่สุดสำหรับผม ผมจะอยู่ได้อย่างไรโดยไม่มีคุณอยู่เคียงข้าง”
“ต้องอยู่ได้สิคะ ก่อนที่คุณจะพบฉันคุณก็ใช้ชีวิตของคุณตามปกติ ในเมื่อไม่มีฉันคุณก็ต้องอยู่ให้ได้ อย่าทำให้การเสียสละของฉันต้องสูญเปล่า ใช้ความรักและความเจ็บปวดที่คุณได้รับในวันนี้ เป็นแรงผลักดันให้คุณนำพาบารัซไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในแบบที่คนอื่นไม่เคยทำได้มาก่อน”
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







