Share

บทที่ 93

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:40:56

            ยิ่งนานวันเข้าความมั่นใจของชีคหนุ่มก็ยิ่งสั่นคลอน แม้จะรู้ว่าท่านอากำลังเล่นสงครามประสาทกับเขา แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของพันไมล์

            เขาเหมือนจะไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันอยู่เหนือความควบคุมของเขา

            อัมรานลุกขึ้น โบกมือไล่คนสนิท ทั้งสองคนรีรอ

            “พวกนายไปพักเถอะ”

            “ท่านชีคก็ควรนอนพักบ้างนะครับ” วาคิมบอก เพราะเขารู้ว่าตั้งแต่คุณพันไมล์ถูกจับตัวไป เจ้านายหนุ่มของเขาก็ไม่ยอมกลับไปพักผ่อนที่ห้อง ได้แต่นั่งรอฟังข่าวของภรรยาอยู่ภายในห้องทำงานทุกคืน

            “อย่าบอกให้เรานอนเลยวาคิม” เขาหันไปบอกคนสนิท

            “เรามิอาจจะข่มตาหลับได้ ตราบใดที่ยังไม่ได้รับข่าวคราวของพาย ความทรมานจากการอดนอนเพียงน้อยนิด มันทำให้ไฟที่สุมใจเราอยู่เบาบางลง ปล่อยให้เราทำเถอะ” เขาบอก

            วาคิมและยะห์ซินได้แต่มองหน้ากัน พวกเขารับรู้ได้ถึงความรักที่ท่านชีคมีต่อท่านชายา ที่ยังไม่รู้ชะตากรรมอยู่ในขณะนี้ สองหนุ่มจึงยอมถอยกลับไปแต่โดยดี

            อัมรานมิอาจข่มตาให้หลับลงได้ เขาเดินออกไปยืนมองจันทราที่หน้าระเบียงห้อง พร้อมกับวิงวอนต่อองค์เทพีรีฮานน่า ขอให้พระนางคุ้มครองหญิงอันเป็นที่รักของเขาให้ปลอดภัย ก่อนจะเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลียตอนใกล้รุ่ง

            และแล้วเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ยะห์ซินได้นำจดหมายฉบับหนึ่งซึ่งเสียบติดอยู่ที่หน้ารถประจำตำแหน่งของท่านชีค มามอบให้กับเจ้านายหนุ่ม อัมรานหยิบมาเปิดออกดู

            ‘ถ้าอยากให้พันไมล์ปลอดภัย หนึ่งทุ่มคืนนี้ให้นำสร้อยประจำตัวผู้นำเผ่าไปที่โกดังร้าง’

            สีหน้าอัมรานแม้จะดูอิดโรยซีดเซียว แต่ดวงตาที่หม่นหมองมาหลายวันกลับเปล่งประกายวาวโรจน์ กรามขบแน่น กระดาษในมือถูกขยำเป็นก้อน

            “ถึงเวลาแล้วยะห์ซิน” เขาพูดด้วยเสียงเหี้ยมเกรียมลอดไรฟัน

            “ครับ”

            “อย่าให้พวกมันรอดไปได้แม้แต่คนเดียว”

            คนสนิทพยักหน้า รีบรุดไปเตรียมการตามแผนที่วางไว้  อัมรานเปลี่ยนเป้าหมายในการเดินทาง โดยให้มุ่งตรงไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์แทนการไปทำงานตามปกติ เขาไปที่นั่นเพื่อพบกับแม่หมอประจำเผ่าเป็นการส่วนตัว

            ไม่มีใครรู้ว่าทั้งคู่พูดคุยอะไรกัน

            ผู้นำบารัซพูดคุยกับแม่หมอประมาณยี่สิบนาที จากนั้นก็ตรงกลับที่พักโดยไม่พูดไม่จา

            สายของฮาร์มาลได้ไปรายงานเรื่องนี้ให้เขาทราบ ก่อนจะหลบเลี่ยงกลับไปประจำที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ตามเดิม

            ทันทีที่อัมรานกลับมาถึงจัสตินพาเลซ เขาก็รีบเดินตรงไปที่ห้อง และต่อโทรศัพท์ถึงหัวหน้าเผ่าเฮฌามาเพื่อแจ้งให้อีกฝ่ายทราบถึงการนัดพบในค่ำคืนนี้ จากนั้นก็โทรไปสั่งให้จาบรินรีบนำกำลังกลับมาที่บารัซโดยด่วน หลังจากวางสายอัมรานหันกลับไปมองยะห์ซินด้วยสีหน้าหมองเศร้า

            “นายเองก็คิดว่าเราเป็นคนเห็นแก่ตัวใช่ไหมยะห์ซิน ที่ยอมสละแม้แต่ตำแหน่งผู้นำบารัซ เพื่อแลกกับความปลอดภัยของผู้หญิงเพียงคนเดียว เพื่อพายแล้วเรายอมแลกทุกอย่าง อย่าว่าแต่ว่าสละตำแหน่งเลย แม้แต่ชีวิตของเราก็สามารถสละได้เพื่อนาง”

            แววตาที่มุ่งมั่นรวมถึงคำพูดจริงจัง ที่หลุดออกจากปากของเจ้านายหนุ่ม ทำให้ยะห์ซินรู้ว่าเจ้านายอันเป็นที่รักของเขาตัดสินใจแน่นอนแล้วว่า จะยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับความปลอดภัยของชายา

            ถึงยะห์ซินจะเข้าใจความรู้สึกของผู้เป็นนาย แต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่ท่านชีคได้ตัดสินใจทำลงไปนั้นมันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง กระนั้นเขาก็พร้อมที่จะยืนอยู่เคียงข้างเจ้านายทั้งสองของเขา และสละได้แม้กระทั่งชีวิตของตนเองเพื่อปกป้องนายอันเป็นที่รัก

            ที่ผ่านมาไม่ว่าผู้นำบารัซจะทำงานหนักและเหนื่อยแค่ไหน แต่สีหน้าและแววตาของท่านชีคก็ไม่เคยหมองเศร้ามากเท่านี้มาก่อน เพียงแค่ท่านชีคได้เห็นรอยยิ้มที่สดใส หรือได้ยินคำพูดที่แสดงถึงความห่วงใยของคุณพันไมล์ ใบหน้าที่แสดงถึงความเหนื่อยล้าก็จะมลายหายไปจนหมดสิ้น มีก็แต่รอยยิ้มที่สดใสมาแทนที่

            “เตรียมคนของเราให้พร้อมนะยะห์ซิน จำไว้ว่าก่อนจะลงมือทำอะไร อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัยของพายให้มากที่สุด เข้าใจนะ”

            “ครับท่านชีค”

            ชีคอัมรานเดินทางไปตามสถานที่ดังกล่าวตามเวลานัด พร้อมกับยะห์ซินและวาคิม โดยได้จัดเตรียมกำลังทหารบางส่วนดักซุ่มอยู่ด้านนอก เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น เมื่อเดินทางไปถึง ฮาร์มาลสั่งให้ทหารปลดอาวุธพวกเขา และนำตัวเขาเข้าไปด้านใน  โดยมีผู้ติดตามได้เพียงแค่สองคนเท่านั้น นอกนั้นถูกกันตัวให้อยู่ด้านนอก ซึ่งทหารของทั้งสองฝ่ายต่างก็ยืนคุมเชิงอยู่ในท่าที่เตรียมพร้อม

            ทันทีที่อัมรานก้าวเท้าเข้าไปภายในโกดังก็พบว่า ท่านอาและดีนาสทหารคนสนิทกำลังยืนรอต้อนรับเขาพร้อมกับกองกำลังติดอาวุธ

            อัมรานกวาดสายตาสำรวจไปรอบบริเวณ เพื่อเก็บข้อมูลและหาทางหนีทีไล่ เขาเหลือบไปเห็นพันไมล์ซึ่งอยู่ในสภาพหมดสติ ถูกมัดตัวอย่างแน่นหนาลอยอยู่เหนือตู้กระจกใสขนาดใหญ่ที่บรรจุน้ำไว้จนเกือบเต็ม ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันบีบคั้นหัวใจและสร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้นำบารัซยิ่งนัก

            “มาตรงเวลาดีนี่” ฮาร์มาลทักทายหลานชายอย่างคนอารมณ์ดี เพราะว่าอีกไม่นานสิ่งที่เขาเคยวาดหวังไว้ก็จะเป็นความจริง

            ชีคหนุ่มยืนนิ่ง กรามใหญ่แข็งแรงขบแน่นอย่างพยายามระงับอารมณ์ อัมรานรู้ว่าหากเขาเผลอแสดงความรู้สึกห่วงใยให้ฮาร์มาลจับได้ ชีวิตพันไมล์ต้องตกอยู่ในอันตรายมากกว่านี้  ใบหน้าคมเข้มเครียดขรึมยิ่งกว่าเดิม และยากที่จะคาดเดาอารมณ์ความรู้สึกของเขาได้ แต่คำตอบที่เอ่ยออกไปนั้นกลับฟังดูสบายๆ เหมือนชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไปแทนที่จะเป็นชีวิตคน

            “ท่านอาไม่ทำให้ผมแปลกใจเลย...เป็นฝีมือของท่านจริงๆ”

            “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนโง่....เพราะฉะนั้นเลิกตีหน้าซื่อได้แล้วอัมราน” ฮาร์มาลคำรามอย่างมีโมโห

            ที่ผ่านมาเขาเสียทีหลานชายคนนี้มาหลายต่อหลายครั้ง ไม่ใช่เพราะสีหน้านิ่งๆ ที่ดูราวกับไร้พิษสงแบบนี้ล่ะหรือที่ทำให้เขาตายใจ

            อัมรานหัวเราะเยาะ ใบหน้าคมยังดูเรียบเรื่อยไร้ความกังวล ผิดกับใจที่ร้อนรุ่มราวกับตกอยู่ในกองเพลิง เมื่อเห็นสภาพของพันไมล์ในเวลานี้

            “ดีครับ เพราะผมเองก็เบื่อท่าทีที่เสแสร้าง แกล้งทำเป็นคนดีของท่านอาเหมือนกัน มาพูดกันตรงๆ ดีกว่าว่าท่านอาต้องการอะไรถึงได้ทำแบบนี้”

            ฮาร์มาลหัวเราะเสียงดังกึกก้อง เขานับถือท่าทีเด็ดเดี่ยว และจิตใจที่เข้มแข็งของหลานชาย แม้จะอยู่ในสภาพเสียเปรียบแต่อัมรานก็ยังไม่มีท่าทางหวาดกลัว และนั่นก็ทำให้เขายิ่งเกลียดชังหลานชายมากขึ้นกว่าเดิม

            “ปากดีไม่เคยเปลี่ยนเลยนะอัมราน ไม่เห็นกับตาคงไม่สำนึก” เขาคำรามเสียงต่ำ ก่อนจะส่งสัญญาณให้ลูกน้อง ไม่นานร่างของพันไมล์ก็ค่อยจมลงสู่อ่างน้ำขนาดใหญ่ ร่างเล็กบางดิ้นรนขัดขืน ดวงตาที่ปิดสนิทเบิกกว้าง ส่ายสะบัดไปมา

            อัมรานเผลอขยับตัวโดยมิได้ระวังท่าที ปฏิกิริยาของชีคหนุ่มไม่อาจรอดพันสายตาของฮาร์มาลไปได้ รอยยิ้มเยาะหยันสะใจประดับบนเรียวปาก

            “เป็นห่วงหรือ!?” เขาถามเสียงสูง “ปล่อยให้ชายาสุดที่รักของเจ้า ว่ายน้ำเล่นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะขาดใจตายดีไหม”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status