เข้าสู่ระบบหนึ่งทุ่มในวันเดียวกัน กว่าครอบครัวของพี่สาวจะกลับไปเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงตอนบ่าย เพราะทั้งสองครอบครัวได้มีการจัดปาร์ตี้ย่อม ๆ กันตามประสาพี่ ๆ น้อง ๆ ส่วนฝั่งเขยก็ไม่ต้องเดาให้ยากว่าพวกเขาทำอะไรกัน เพราะแต่ไหนแต่ไรถ้าเจอหน้ากันพวกเขาก็มักจะพากันดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว "ลูกหลับแล้วเหรอ?" พอเควินเข้ามาได้ก็ถามไถ่เมียรัก เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จหลังจากไปออกกำลังเรียกเหงื่อมา "เพิ่งกินนมหลับไปค่ะ" วิลาสินีที่นอนตะแคงกกทารกน้อยตอบสามี หันไปมองก็เห็นว่าเขาใส่กางเกงนอนขาสั้นตัวเดียว ด้านบนนั้นไร้อาภรณ์คลุมกายกอวดซิกแพ็คให้เธอได้หัวใจแกว่งเล่น "มองจัง อยากเหรอ?" จู่ ๆ เควินก็ดึงเข้าเรื่องบนเตียงหน้าตาเฉย เห็นแก้มนวลแดง ๆ ของเมียรักก็อดที่จะกระเซ้าเธอไม่ได้ แต่พอได้พูดถึงเรื่องลามกก็เกิดมีอารมณ์ขึ้นมาเสียเอง จนลำเนื้อที่คอพับอยู่กลางหว่างขาเริ่มเงยหัวขึ้นมาดันกางเกง "หยะ..อยากอะไรคะ?" วิลาสินีถามกลับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แค่ลำพังเห็นกายแน่นหนั่นกึ่งเปลือยเธอก็ใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว ยังมาโดนจับได้ว่าแอบมองร่างกายสมบูรณ์แบบได้ ใครบ้างจะทำตัวให้เป็นปกติได้ "ก็เห็นมอง เฮียไม่ติดนะ ถึงจ
ณ ห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลในห้าชั่วโมงต่อมา คุณแม่ป้ายแดงที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยความอ่อนเพลือนอนพักอยู่บนเตียงพักฟื้นในห้องวีไอพี เธอนอนตะแคงหันหน้าไปหาลูกสาวตัวน้อยที่นอนอยู่บนเตียงทารก รอคอยให้เด็กหญิงวรัญญา หรือ เคร่า ตื่นมาร้องขอกินนม แววตาที่มองไปยังลูกสาวเต็มไปด้วยความรักเต็มเปี่ยม เข้าใจคำว่ารักสุดหัวใจก็ตอนนี้นี่เอง "หนูหิวไหม?" เควินเดินมาหยุดข้างเตียงแล้วถามเมียรักด้วยความเป็นห่วง เพราะตั้งแต่ที่เธอเจ็บท้องตอนมื้อกลางวันทำให้พลาดอาหารมื้อนั้นไป จนตอนนี้ล่วงเลยมาเป็นเวลาเย็นแล้วเธอก็ยังไม่รับประทานอะไรเลย มีแต่เพียงน้ำร้อนที่หมอบอกให้ดื่มเพื่อน้ำนมจะได้มาเร็ว "ไม่หิวเลยค่ะ แค่กินน้ำร้อนหนูอิ่มแล้ว" วิลาสินีตอบสามีพลางยิ้มเนือย ๆ ไปให้อย่างขอบคุณในความเป็นห่วงของเขา การที่เจ็บแผลคลอดและเสียเลือดไปเป็นจำนวนมากขณะที่คลอดทำเอาเธอไร้สิ้นความสดใส แต่กระนั้นความอิ่มเอมก็มีเต็มหัวใจเมื่อหันไปมองใบหน้ากลมแก้มป่องสีชมพู ที่กำลังหลับตาพริ้มในเปลนอนทารก ทุกครั้งที่มองหน้าลูกสาวความเจ็บแทบจะหายไปทั้งหมด "ไม่หิวก็ต้องกินหน่อย อีกเดี๋ยวเขาก็น่าจะเอาข้าวมาให้ เดี๋ยวหนูไม่แรงอุ้มลูกตอนให้น
"มา ๆ เฮียช่วยกินก็ได้" รู้ตัวว่าทำพลาดเควินจึงได้ง้อทันที ร่างกำยำขยับเข้าไปหาร่างอวบพลางยื่นมือไปจับมือน้อยที่มีช้อนเล็กตักไอศกรีมขึ้นมาเต็มช้อนแล้วก้มลงไปรับอ้าปากรับ ทำให้เหมือนกับว่าเธอป้อนเขาเหมือนที่เธอตั้งใจจะทำเมื่อครู่ แม้ว่าจะขนลุกเกลียวกับของหวานเย็นในปากเพียงใดก็นิ่งเข้าไว้ ไม่อยากจะสร้างงานให้ตัวเองไปมากกว่านี้ เห็นแบบนั้นคุณแม่พุงกลมก็ยิ้มออก ตักไอศกรีมเข้าปากบ้าง คำต่อไปก็หันไปป้อนสามี สลับกันไปแบบนี้จนใกล้จะหมดกล่องอยู่แล้ว แต่เธอก็ต้องเป็นอันต้องชะงักมือเมื่อรู้สึกเจ็บจี้ดที่ท้อง เธอเคยเจ็บแบบนี้มา 3-4 ได้แล้ว เห็นหมอบอกว่าเป็นการเจ็บเตือน แต่ครั้งนี้ให้ความรู้สึกเจ็บมากกว่าการเจ็บเตือนมากนัก "อูย.." วิลาสินีครางเสียงเบา ยกมือมาลูบหน้าท้องหวังจะให้การสัมผัสนี้ทุเลาความเจ็บลงบ้าง "หนูเป็นอะไร?" เควินถามเสียงตกใจ จากเดิมที่เขานั่งพิงพนักโซฟารีบดีดตัวขึ้นนั่งหลังตรงทันที ทำให้แขนแกร่งที่ให้เธอพิงอยู่พ้นออกมาจากท้ายทอยเล็ก ปล่อยให้เมียสาวเอนพิงไปยังพนักเต็มที่ "หนูเจ็บท้องจัง.." วิลาสินีตอบสามี เป็นเพราะเป็นช่วงที่มดลูกคลายตัวเลยทำให้เธอตอบออกไปได้ ไม่เช่นนั้นเธอก็ค
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้วิลาสินีอุ้มท้องลูกน้อยของเธอและสามีได้จนถึงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์แล้ว อาการอาเจียนเนื่องจากแพ้ท้องของเธอหายไปในตอนที่อายุครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว แต่หากอาการน้อยใจสามีกลับไม่หายไปด้วย เธอพยายามจะหักห้ามใจแล้วที่จะไม่ทำตัวไร้เหตุผล แต่ก็ไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เลย จนฝ่ายรับบทหนักอย่างสามีตัวโตต้องคอยเอาใจซึ่งไม่เรื่องที่ยากลำบากกับผู้บริหารหนุ่มมากนัก เพราะที่ผ่านมาเขาก็ชอบตามใจเธออยู่แล้ว ช่วงที่ภรรยาท้องแก่ใกล้คลอดนี้ เควินได้ย้ายออฟฟิศมาอยู่ที่บ้านชั่วคราวเพื่อที่จะอยู่เป็นเพื่อนเมียรักและดูแลเธอไปด้วย แม้จะมีแม่บ้านอยู่เป็นเพื่อนแล้วแต่เขาก็เป็นห่วงสุดที่รักของเขาอยู่ดี หลังอาหารมื้อเช้า วิลาสินีพาร่างกายอุ้ยอ้ายของตนเดินไปหาสามีที่นั่งดูข่าวในห้องนั่งเล่น ในมือของเธอมีไอศกรีมรสช็อกโกแลตชิพขนาดกล่องสามร้อยกรัมจากร้านไอศครีมชื่อดังติดมือไปด้วย ถึงตอนนี้จะยังเป็นช่วงเช้าแต่เธอก็สามารถรับประทานของเย็นได้โดยไร้ความหนาวเย็น คุณแม่ร่างอวบค่อย ๆ หย่อนกายนั่งข้าง ๆ สามีโดยมีหนาคอยประคองเอวระวังไม่ให้เธอทิ้งตัวลงนั่งแรงเกินไปเดี๋ยวลูกสาวที่อยู่ในท้อ
"ฝากครรภ์เลยนะคะ เดี๋ยววันนี้หมอจะจ่ายยาบำรุงและยาแก้แพ้ไปให้ คุณแม่จะได้ไม่เพลียจากอาการแพ้ท้องมาก" คุณหมอพูดขึ้นหลังจากที่นั่งดูความดีใจของสองหนุ่มสาวหน้าตาดี พลางคิดในใจว่าลูกของพวกเขาจะต้องหน้าตาดีแน่ ๆ "ครับฝากเลย ว่าแต่ภรรยาผมจะแพ้ท้องแบบนี้นานไหมครับ?" เควินถามคุณหมอเพื่อเป็นความรู้และเตรียมตัวรับมืออาการของเมียรัก แค่เห็นเธออาเจียนตอนอยู่บ้านภูผา แค่นั้นใจของเขาก็แป้วไปเสียแล้ว รู้สึกสงสารสุดที่รักเหลือกำลังแต่ก็ไม่อาจจะช่วยอะไรเธอได้เลย "แล้วแต่คนค่ะ บางคนก็แพ้จนถึงตอนคลอด บางคนก็แพ้แค่ช่วงแรก ถ้าคุณแม่แพ้ท้องหนักจนร่างกายรับไม่ไหวให้รีบพาโรงพยาบาลเลยนะคะ แต่หมอคิดว่ากรณีของคุณแม่น่าจะแพ้ไม่มาก" คุณหมออธิบายอย่างใจดี เป็นปกติอยู่แล้วที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ "ครับ" ได้ยินแบบนั้นทั้งเควินและวิลาสินีก็รู้สึกเบาใจ หลังจากที่ทำเรื่องฝากครรภ์และรับยาบำรุงเสร็จแล้ว เควินก็ขับรถพาเมียรักตรงกลับบ้านทันที เห็นหน้าซีด ๆ ของเธอก็รู้สึกสงสาร อยากจะให้เธอไปนอนพักที่บ้านให้สบาย ๆ "เฮียคะ หนูอยากกินน้ำพริกปลาทู" รถคันหรูแล่นจวนจะถึงบ้านอยู่แล้ว จู่ ๆ วิลาสินีก็
"เป็นไงบ้างวิว?" วิรัศยาเดินมาหยุดที่ประตูห้องน้ำแล้วเอ่ยถามเข้าไปด้านใน ที่มีน้องสาวโก่งตัวอาเจียนโอ้กอ้ากที่ชักโครกและได้น้องเขยตัวโตช่วยลูบหลังให้ พี่สาวอย่างเธอจึงทำได้แต่ส่งกำลังใจอยู่ที่หน้าประตู "พอจะรู้ไหมว่าวิวอะไร ไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้มาก่อนเลย" เควินหันไปถามพี่เมียที่อายุน้อยกว่าเขาเป็นสิบปี มือหนาก็ช่วยจับผมหางม้าให้เมียสาวเพื่อที่จะได้ไม่เลอะคราบอาเจียน อีกมือก็คอยลูบแผ่นหลังบางไม่หยุด ใบหน้าหล่อเต็มไปด้วยแววกังวลที่เขาไม่อาจช่วยเมียรักหายจากการอาเจียนได้ "วิวได้กินยาคุมหรือเปล่าคะ?" วิรัศยาไม่ได้ตอบน้องเขยแต่เธอถามเขากลับ ที่ถามเพราะวิรัศยาไม่รู้ว่าครอบครัวของน้องสาวนั้นจะปล่อยให้มีทายาทหลังแต่งงาน หรือว่าพวกเขาจะคุมกำเนิดต่อไป "หยุดกินตั้งแต่เดือนที่แต่งงานแล้ว" เควินตอบเสียงเรียบไม่ได้เอะใจกับคำถามพี่เมีย เพราะกะจิตกะใจของเขาสนใจแต่อาการป่วยของเมียรักอย่างเดียว มือหนาหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กส่งให้เธอเพื่อให้เธอเช็ดปากตอนที่เธอบ้วนปากล้างความคาวในโพรงปากแล้ว"นี่อย่าบอกนะว่าวิวท้อง!" ก่อนเควินจะรีบหันขวับไปถามวิรัศยาเสียงดังลั่นห้องน้ำ เมื่อเขาเข้าใจแล้วว่าเรื่องที่พี่







