Beranda / มาเฟีย / เด็กเลี้ยงซาตาน / บทที่7 การพบกันครั้งแรก

Share

บทที่7 การพบกันครั้งแรก

Penulis: Lovemotu2
last update Tanggal publikasi: 2026-06-15 00:06:25

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อน

สาวน้อยที่กำลังหอบหนังสือในมืออย่างพะรุงพะรัง ในช่วงตอนเย็นของวันหลังจากที่เรียนพิเศษเสร็จแล้วก็กำลังจะเดินออกมารอรถจากที่บ้านมารับเหมือนดังเช่นทุกวัน

กริ๊งงงง

แล้วเสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กนั้นก็ดังขึ้นมา ข้าวฟ่างจึงหยิบมาดูแล้วก็พบว่าเป็นแม่ของเธอที่โทรเข้ามา

‘ค่ะแม่’ สาวน้อยกดรับ แล้วก็พูดสายกลับไปอย่างเสียงหวานและน่าฟัง

[ข้าวลูก หนูเรียนเสร็จยัง] เสียงผู้เป็นแม่จากปลายสายถาม

‘เสร็จแล้ว ข้าวรอแม่อยู่ที่เดิมค่ะ’ สาวน้อยบอก

‘งั้นหนูรอสักพักนะ ตอนนี้รถติดมากเลย แม่น่าจะไปช้า’ เสียงร้อนรนตอบมา เมื่อวันนี้การจราจรนั้นดูหนาแน่นกว่าทุกวัน ที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าจะมีอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่เห็นทางสถานีวิทยุที่ฟังประจำจะแจ้งข่าวอะไร

‘อ่อ ได้ค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงเลย เดี๋ยวข้าวเดินเล่นรอได้ค่ะ’ หญิงสาวบอก จากนั้นก็วางสายไป จากนั้นก็เดินไปตลาดที่อยู่บริเวณโซนด้านหน้าของห้างดัง

สาวน้อยเดินเล่นซื้อของอยู่สักพัก แล้วก็เผลอไปชนเข้ากับอุปกรณ์ประดับร้าน ล้มกระจายอยู่ที่พื้น

 

ตุ๊บ

‘อุ๊ยย ข้าวขอโทษค่ะ’ เสียงใสร้องออกมาด้วยความตกใจ จากนั้นก็ยกมือขึ้นไหว้เพื่อขอโทษในความไม่ระวังนี้ของตัวเอง

‘ไม่เป็นไรค่ะ’ เสียงเจ้าของร้านนั้นบอกออกมา พร้อมกับก้มลงเก็บของที่หล่นนั้น

‘ขอโทษนะคะ ข้าวช่วยนะ’ ว่าแล้วร่างเล็กก็วางหนังสือของตัวเองลง จากนั้นก็เก็บของช่วยจนกระทั่งเสร็จ

‘ข้าวขอโทษนะคะ’ หลังจากที่เก็บของเสร็จข้าวฟ่างก็พูดขอโทษไปอีกรอบ

‘จ้า แต่เหมือนว่าของมันจะยังไม่ครบนะ สร้อยที่หุ่นใส่เหมือนว่าจะหายไป’ เจ้าของร้านบอกหลังจากที่สำรวจของทุกอย่างแล้ว

‘เอ้าเหรอคะ เดี๋ยวข้าวหาให้นะ’ จากนั้นข้าวฟ่างก็ก้มหน้าลงเพ่งสายตาเพื่อหาของที่หายนั้นอย่างตั้งใจ จากนั้นไม่นานร่างเล็กก็พบว่าสร้อยเส้นนั้นมันตกอยู่ที่พื้นห่างจากเดินไปแค่ไม่กี่ก้าว

‘เจอแล้ว’ เสียงร้องด้วยความดีใจนั้นดังนี้มาเมื่อเจอของที่หาอยู่ จากนั้นก็เดินไปหยิบโดยที่ไม่ได้ระวังอะไร

 

บรี๊นนนนนนน

‘ว้ายยยยยย’

เสียงแตรรถยนต์ดังลั่นไปทั่วบริเวณ ทำให้ข้าวฟ่างตกใจจากนั้นก็เงยหน้ามองแล้วเธอก็พบกว่าตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่กลางถนน และมีรถยนต์ขึ้นคันกำลังจะพุ่งมาชน

ร่างบางมองดูสิ่งนั้นด้วยความตกใจ พร้อมด้วยร่างกายสวยที่แข็งทื่อไม่สามารถขยับก้าวไปไหนได้ แต่แล้วก็มีมือแกร่งข้างหนึ่งยื่นเข้ามาขว้างที่มือเล็กของเธอเอาไว้ และก็ดึงเธอให้เข้ามา ก่อนที่รถยนต์นั้นจะพุ่งเข้ามาชนแค่เพียงนิดเดียว

ตึกๆๆ

ใจของข้าวฟ่างเต้นด้วยความตกใจกับเหตุการณ์เฉียดตายตรงหน้าที่เกิดขึ้น พร้อมด้วยร่างกายที่ยังแข็งทื่อและเย็บเฉียบอยู่

‘น้องเป็นอะไรไหม’ เสียงเรียกนั้นทำให้ข้าวฟ่างกลับมามีสติ แล้วก็รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังล้มกองอยู่ที่พื้น ในอ้อมกอดของใครสักคนที่ช่วยเธอเอาไว้

‘เป็นอะไรไหมน้อง’ เสียงเรียกนั้นดังมาอีก กำให้ข้าวฟ่างหันไปมองก็พบว่าคนที่เรียกเธอนั้นเป็นชายหนุ่มในชุดนักศึกษาที่ยื่นอยู่ที่พื้น และคนในบริเวณนั้นที่ต่างล้อมวงเป็น ไทมุง อยู่

‘นี่ มีสติยัง มีสติแล้วก็ลุกสิว่ะ’ ข้าวฟ่างที่กำลังมองเหตุการณ์โดยรอนั้นอยู่ก็ต้องตกใจ เมื่อมีเสียงทุ้มติดหงุดหงิดนั้นดังขึ้นมาใกล้ๆ หูของเธอ แล้วพอคนตัวเล็กนั้นช้อนหน้าขึ้นมองก็พบชายคนหนึ่งที่กำเองกำลังนอนทับอยู่

ตึกๆๆ

หัวใจของข้าวฟ่างกลับมาเสียงรัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะว่าตกใจ แต่เป็นเพราะดวงตากลมของเธอนั้นได้สบตากับคนที่ช่วยชีวิตของตัวเองเอาไว้ในระยะประชิด

หญิงสาวเลื่อนสายตาสำรวจที่ใบหน้าหล่อคมแบบลูกครึ่ง ที่กำลังมองมาที่เธอด้วยตาคมที่ขมวดปลายคิ้วนิดๆ อย่างติดรำคาญ จมูกโด่งเป็นสันชัดเจน รวมทั้งริมฝีปากนั้น

‘ลุกได้ยัง’ เสียงทุ้มของคาร์ดังออกมาอีกรอบ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนี้ยังไม่คิดที่จะขยับหรือว่าลุกออกไปจากตัวเข้าเลย

‘ลุก’

‘เอ่อ...’ ข้าวฟ่างที่ได้สติแล้วก็ค่อยๆ ลุกออกมา แล้วก็ยืนขึ้นโดยที่มีชายหนุ่มคนก่อนหน้าที่เรียกเธอนั้นมาพยุงเธอด้วย

‘น้องเป็นอะไรไหม’ เสียงของ ลี ไลอ้อน ถามหญิงสาวต่อ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนี้ยังไม่ตอบเข้ากลับมาเลย

‘เอ่อ..มะ ไม่เป็นไร’

‘อืม ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แล้วเมื่อกี้วิ่งออกไปถนนอย่างนั้นได้ยังไง’ เสียงของไลอ้อนยังถามต่อ พร้อมกับที่มองสำรวจหญิงสาวในชุดนักเรียนนี้ไปด้วย

‘คะ คือ ข้าว..’

‘สะเพร่า เหม่อแบบนี้ไง เมื่อกี้ถึงเกือบโดนรถชน’ แล้วเสียงของคาร์ก็แทรกขึ้นมาก่อนที่ข้าวฟ่างจะได้ตอบคำถาม

‘ไอ้คาร์ มึงก็พูดดีๆ กับน้องมันหน่อย น้องมันยังตกใจอยู่’ เสียงของ พยัคฆ์ หวัง ที่ยืนอยู่ข้างๆ คาร์เอ่ยบอกเพื่อนไป เมื่อเห็นว่าสาวน้อยนี้หลังจากที่คาร์พูดดุไปเมื่อกี้ก็เริ่มที่จะน้ำตาคลอเบ้าแล้ว

‘กูพูดความจริง’ คาร์ยังยืนยันในสิ่งที่พูดต่อ จากนั้นก็หันไปมองหญิงสาวก็พบว่าเป็นอย่างที่เพื่อนบอกจริง

ยัยเด็กนี่ ผิดเองแท้ๆ ดุนิดเดียวจะร้องไห้เลยเหรอ

‘ไอ้คาร์มึงหยุดเลย’ เสียงไลอ้อนดังขึ้นห้ามเพื่อน จากนั้นก็หันมามองข้าวฟ่าง แล้วก็พบว่าหญิงสาวนั้นมีแผลถลอกที่ฝ่ามือ และก็หัวเข่า

‘เห้ยยย น้องมีแผลนี่’ เสียงไลอ้อนยังพูดต่อ เมื่อเห็นว่าแผลถลอกนั้น เริ่มที่จะมีเลือดซึมออกมาแล้ว

‘กูว่าไม่ได้เพราะว่ากูดุหรอก แม่งเจ็บแผล’ คาร์พูด

‘กูว่าพาน้องมันไปทำแผลก่อนไหมว่ะ’ พยัคฆ์พูดเสนอขึ้นมา

‘เออ แต่ต้องห้ามเลือดก่อนไหมว่ะ มีใครมีผ้าหรือว่าอะไรไหม’ ไลอ้อนพูดขึ้น พร้อมกับมองหาสิ่งที่ต้องการไปด้วย แล้วก็พบว่าคาร์เพื่อนของตัวเองกำลังล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง และหยิบผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินออกมา เพื่อที่จะนำมาเช็ดฝุ่นที่ติดอยู่ตามร่างกายหลังจากที่ล้มไปเมื่อกี้

‘ไอ้คาร์มึงหยุด’ เสียงไลอ้อนร้องห้าม ก่อนที่ผ้าสะอาดนั้นจะโดนฝุ่น พร้อมกับที่เดินเข้าไปใกล้เพื่อนแล้วก็ดึงผ้านั้นมา

 

‘เอาผ้ากูมา กูจะเช็ดตัว’ คาร์บอก

‘มึงไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ฝุ่น กูยืมพันแผลให้น้องมันก่อน’ เสียงไลอ้อนบอก

‘ห๊ะ เรื่องดิ กูช่วยชีวิตเมื่อกี้ก็เกินพอแล้วไหม ห๊ะ’ เสียงคาร์ดังออกมา เมื่อรู้ว่าเพื่อนจะให้ตัวเองเสียสละเพื่อนช่วยเด็กบ้าที่ยืนเอ้อนี่อีกแล้ว

‘มึงช่วยน้องมันแล้ว ก็ช่วยให้สุด’ ไลอ้อนบอกไป จากนั้นก็นำผ้านั้นมาพันให้ที่เข่าของข้าวฟ่างที่กำลังยืนนิ่งมองสีหน้าหงุดหงิดของคาร์อยู่

‘สัด’ คาร์ด่าเพื่อนไป แล้วจากนั้นชายหนุ่มหล่อทั้งสามก็เดินพาสาวน้อยไปนั่งลงที่ม้านั่งตัวยาวที่อยู่หน้าร้านสะดวดซื้อชื่อดังแห่งหนึ่ง แล้วไลอ้อนกับพยัคฆ์ก็เดินเข้าไปซื้อของโดยทิ้งให้คาร์และข้าวฟ่างนั่งรออยู่ข้างนอก

 

‘พะ พี่..’ ข้าวฟ่างหลังจากที่นั่งรอมาได้สักพักแล้วก็เห็นว่าคาร์มองตัวเองด้วยความไม่พอใจ ก็เอ่ยเรียกชายหนุ่มไปด้วยเสียงที่สั่นๆ

‘...’ คาร์ยังคงเงียบ และไม่ได้สนใจอะไร โดยชายหนุ่มยังคงยืนห่าง และมองหน้าหญิงสาวนิ่ง

‘พี่คะ’ ข้าวฟ่างเรียกไปอีกรอบ

‘มีอะไร’ แล้วเสียงทุ้มที่ติดรำคาญนั้นในที่สุดก็เอ่ยกับข้าวฟ่าง

‘ขะ ขอบคุณนะคะ’ ร่างบางพูดออกไป พร้อมกับที่เงยหน้ามองคนที่ช่วยชีวิตของตัวเองเอาไว้ แล้วตอนนี้ก็ยังมาเป็นภาระให้อีกด้วย

‘คราวหน้าก็ระวังด้วย ถ้ายังไม่อยากตาย’ เสียงคาร์บอกไป พร้อมกับที่เพื่อนทั้งสองเดินซื้อของถุงใหญ่ออกมาแล้ว

‘เดี๋ยวน้องล้างแผลสักหน่อยละกัน’ แล้วค่อยไปหาหมออีกที พยัคฆ์บอกพร้อมกับที่หันหน้าไปมองคาร์

‘อะไร’ คาร์ถามเพื่อน

‘มึงมาทำแผลให้น้องมันหน่อย’ พยัคฆ์พูด

‘พวกมึงก็ทำไปสิ ทำไมต้องกู’ คาร์เมื่อรู้ว่าเพื่อนบอกว่าให้ทำแผลให้เด็กตรงหน้าก็พูดสวนขึ้นทันที

‘มีแหละ กูกับไอ้ไลไปซื้อของมาแล้ว’

‘ห่า คนช่วยก็กู แล้วทำไมกูต้องมาทำแผลให้ด้วยว่ะ’ คาร์บ่นออกมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าเพื่อนทั้งสองแค่ต้องการที่จะแกล้งเท่านั้น

‘ฮ่าๆๆ มึงนั่นแหละ หรือว่าไม่ทำก็ได้นะ เดี๋ยวรอให้น้องมันไปหาหมอเอง’ พยัคฆ์พูดต่อ

‘แม่ง’ คาร์ด่าเพื่อนเบาๆ จากนั้นก็เดินมานั่งลงข้างๆ พร้อมมือแกร่งที่แกะขวดน้ำเกลือออก จากนั้นก็ใช้สำลีชุบ แล้วนำมาเช็ดแผลทั้งสองที่ให้หญิงสาวอย่างที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนเลย

‘อ๊ะ’ ข้าวฟ่างร้องเบาๆ ด้วยความเจ็บ

‘เบาๆ หน่อยมึงอ่ะ’ ไลอ้อนพูดออกมาอย่างขำเพื่อน ที่ทำแผลไปหน้าบึ้งไป

คาร์ไม่ได้สนใจ หลังจากที่เช็ดน้ำเกลือจนสะอาดแล้ว ชายหนุ่มก็ชุบแอลกอฮอล์มาเช็ดรอบๆ ให้ด้วยแรงที่เบาลง แล้วก็ต่อด้วยเบตาดีน จนเมื่อเสร็จแล้ว ก็ใช้ผ้าก๊อตสะอาดนั้นมาปิดแผล

‘ก็ทำได้นี่หว่า’ เสียงพยัคฆ์พูดแซวเพื่อน เมื่อเห็นว่าคนที่หน้าบึ้งนั้นทำให้สาวน้อยตรงหน้าเสร็จแล้ว

‘หยุดพูดเลยพวกมึง’ คาร์ว่าเพื่อนไป

‘พวกกูก็หวังดี อยากให้มึงช่วยจนเสร็จไงว่ะ ห่า ช่วยไม่สุดมันไม่ได้บุญนะโว้ย’ พยัคฑ์พูดบอกอย่างที่ใจคิด

คาร์มองหน้าเพื่อนไป จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน พร้อมกับที่โทรศัพท์เครื่องเล็กของข้าวฟ่างก็มีสายโทรเข้ามา

‘ค่ะ แม่’ ข้าวฟ่างรับสาย

[ข้าวแม่ถึงแล้ว อยู่ไหนลูก]

‘เอ่อ เดี๋ยวข้าวเดินไปหานะคะ’ ข้าวฟ่างวางสายจากแม่แล้วก็ลุกขึ้น แล้วก็พูดขอบคุณชายหนุ่มทั้งสามคนไป

‘ขอบคุณนะคะพี่’ เสียงใสนั้นบอก พร้อมกับมองหาทั้งสามคนไปด้วยโดนเฉพาะ คาร์

‘ไม่เป็นไร แล้วนี่แม่มารับแล้วหรอ’ ไลอ้อนพร้อม พร้อมกับที่ข้าวฟ่างก็หอบของทุกอย่างของตัวเองขึ้นมาไว้แนบอก

‘ค่ะ แต่เดี๋ยวผ้านี้ข้าวจะซักมาคืนให้นะ’ สาวน้อยบอกพร้อมกับที่หยิบผ้าขึ้นมาถือไว้

‘ไม่ต้อง ทิ้งไปเลย’ คาร์บอก จากนั้นก็เตรียมที่จะเดินออกไปจากตรงนี้เหมือนกัน เพราะว่าเสียเวลามาเยอะแล้ว

‘เอ่อ...’

‘ทิ้งไปนั่นแหละ เจ้าตัวเขาบอกแบบนั้นหนิ’ พยัคฆ์พูด

‘ค่ะ’

‘งั้นเราก็ไปหาแม่เถอะ’ พวกพี่ก็จะไปทำธุระเหมือนกัน แต่ก็เดินระวังด้วยนะ’ ไลอ้อนบอก จากนั้นทั้งหมดก็เดินออกไป สาวน้อยมองตามแผ่นหลังของคนนั้นไป พร้อมกับมือก็กำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไปด้วย

ตึกๆๆ

ไทเกอร์ คาร์

เสียงใสอ่านด้ายสีแดงที่ปักข้อความภาษาอังกฤษนั้นเบาๆ พร้อมด้วยหัวใจและสมองที่จดจำไว้อย่างขึ้นใจ

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เด็กเลี้ยงซาตาน   บทที่ 12 กินจนอิ่ม NC18+

    หญิงสาวจัดการตัวเองก่อนจะเดินตามคาร์มาอย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร ทุกการก้าวเดินของคาร์ไม่มีแม้แต่จะหันมามองเธอเลยด้วยซ้ำ“ผลัก” คาร์ผลักประตูคอนโด และเดินเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่นส่วนกลาง นัยตายังคงคอยจ้องมองว่าหญิงสาวตรงหน้าจะทำอย่างไรต่อ“คุณคาร์ ต้องการอาบน้ำมั้ยค่ะ เดี๋ยวหนูเตรียมน้ำอุ่นให้” หญิงสาวพูดออกไป เมื่อเธอเดินตามเข้ามาประชิดตัวคาร์“หึ เธอไม่ได้ฟังสิ่งที่ฉันพูดก่อนลงรถหรือไง” “ค่ะ ”หญิงสาวก้มหน้ารับคำและเดินเข้ามาหาชายหนุ่มอย่างเงียบ ๆ เธอเดินเข้ามาและนั่งคล่อมคาร์ไว้ มือบางสอดประสานที่ท้ายทอยของคาร์ และเค้นคลึงไปมา ด้านหลังท้ายของของเขา การกระทำของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างแปลกประหลาด เดิมที เขาคิดว่าจะแค่มาเอา มาปลดปล่อย แต่กลับกลายเป็นว่าหญิงสาวใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อย รวมถึงการสัมผัสจุดสำคัญ บนร่างกายของเขา ที่ไม่เคยมีใครทำการมาก่อน “อะ เอิ่ม คุณคาร์ต้องการให้หนูทำอะไรบอกมาได้เลยนะคะ” ข้างฟ่างลดมือลงปลดกระดุมของตัวเอง เผยให้เห็นบราลูกไม้สีแดงสด ที่เด่นสะดุดตา ภายนอกที่ดูเย้ายวน แล้ว เมื่อเห็นเจ้าบรานี่ ยิ่งทำให้คาร์มีอารมณ์

  • เด็กเลี้ยงซาตาน   บทที่ 11 คนติดเด็ก NC

    “กริช”เสียงเข้มเรียกเลขาคนสนิทให้เข้ามาหาในห้องทำงาน ตั้งแต่สองวันก่อนที่เขาได้จัดหนักกับเด็กสาวไป เขามีความรู้สึกว่าเขาต้องการเธอมากกกว่านี้อีก จนต้องเรียกเลขาคนสนิเข้ามาหา“ครับนาย” กริชตอบกลับและยืนอยู่เบื้องหน้าผู้เป็นนาย“เย็นนี้มีนัดอะไรหรือเปล่า”คาร์ถามเสียงเรียบ นัยตาของเขากำลังคิดถึงอะไรบางอย่างอยู่“ไม่มีครับ”“งั้นนายโทรตามให้ข้าวฟ่างไปรอฉันที่คอนโด ฉันอยากจะผ่อนคลายซะหน่อย” คาร์ขยับเน็คไทเล็กน้อย เพื่อผ่อนคลาย แค่พูดชื่อของเธอออกมา ก็ทำให้เขารู้สึกถึงอารมณ์ที่พุ่งพล่านอยู่ผ่านในตัวของเขาแล้ว“ได้ครับ นายจะสั่งไวน์ด้วยมั้ยครับ”กริชถามอย่างรู้ใจ“จัดมาให้เรียบร้อย และออกไปได้ละ” คาร์ยังคงนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานของเขาตลอดทั้งวัน โดยไม่ได้ออกไปหน เพื่อรีบเคลียงานให้เสร็จ“ตึ่ง” เสียงข้อความแจ้งเตื่อนดังขึ้นจากมือถือ เขาหยิงมันขึ้นมาดูเล็กน้อย เป็นการส่งข้อความจากกริชว่างานที่เขาสั่งเรียบร้อยดี“หึ ฉันอยาจะรู้จริง ๆ ว่าคืนนี้เธอจะมีอะไรเซอร์ไพรฉันอีก” คาร์พูดกับตัวเองอีกครั้ง ทางด้านขนมผิง ในขณะที่เธอกำลังนั่งเรียนอยู่เสียงมือถือ เครื่องที่คาร์มอบให้ก็ดังขึ้นเธอกดรับสายอย่าง

  • เด็กเลี้ยงซาตาน   บทที่ 10 ข้อต่อรอง

    “รองเท้าไม่ต้องถอด”ชายหนุ่มสั่งเสียงเข้มไม่ให้หญิงสาวถอดและจับหญิงสาวให้หันหลังให้เขา และสั่งให้หญิงสาวเอาแขนข้างหนึ่งวางลงบนเคาน์เตอร์เพื่อทรงตัวและอีกข้างจับขอบบาร์ไว้ไม่ให้ล้มลงจากนั้น คาร์ก็ยกขาข้างหนึ่งของหญิงสาวที่ยังมีร้องเท้าอยู่ขึ้นพาดกับเคาน์เตอร์ เพื่อเปิดแหวกช่องรักให้เขาได้สอดใส่คาร์นำแท่งร้อนของตัวเองถูไถไปมาที่รองสวาทและกดมันเข้าไปอย่างเต็มแรง หญิงสาวทำหน้าเหยแกด้วยความเสียวซ่าน และเอนสะโพกรับแรงกระแทกจากชายหนุ่ม“ตับ ๆ ๆๆ”“โอ๊ะ โอวว อ๊ะ อ่า”“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”คาร์กระแทกต่อเนื่อง อย่างไม่หยุดพัด เขาเอามือจับต้นคอหญิงสาวและบังคับให้เธอหันหน้ามามองขเขา จากนั้นขอเขาก็ทำให้สอดนิ้วชี้เข้าไปยังปากยักได้รูป เขาสั่งเธอด้วยเสียงเข้มอีกครั้ง“ดูดนิ้วฉันเข้าไป”“อาร์”“อย่างนั้นละ เก่งมากสาวน้อย”ข้าวฟ่างทำตามอย่างว่าง่ายเธอเอามือน้อยจับมือของชายหนุ่มที่สอดนิ้วเขามาในปากของเธอและดูดกลื่นตามคำสั่งของชายหนุ่ม และหลังจากนั้นชายหนุ่มก็ถอนมือออกจากปากหวานและเอามือทั้งของข้างของเขาจับสะโพกมนไว้ อัดกระแทกสาวน้อยที่เคาน์เตอร์ด้วยความรุนแรง“ตับๆ”“ตับ ๆ”“อะ บะ เบา เบาหน่อยหนูเจ็บ”“ชิ เรื

  • เด็กเลี้ยงซาตาน   บทที่ 09 ถ้าขนาดนี้ เปิดห้องไหม? NC 18+

    “หึ หมาที่ดีแต่เห่า กูไม่ได้สนใจอยู่แล้ว” คาร์บอก พร้อมกับที่ริมเหล้ามาดื่ม ในขณะที่บนกายก็มีสาวน้อยที่ตอนนี้จูบที่แผ่นอกของตัวเอง“แต่มึงจะประมาทมันไม่ได้นะคาร์ อีกไม่นานมึงก็จะมีงานใหญ่อีก” ไลอ้อนพูดเสริม“กูไม่ได้ประมาณมันอยู่แล้ว อย่างเมื่อเดือนก่อน ก็สร้างเรื่องแกล้งกู ว่ารถกูที่กำลังจะนำเข้ามาขายหนีภาษี กูก็จัดให้ซ่ะ ปานนี้ยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเลยมั่ง” คาร์บอก พร้อมกับยกมือลูบขาเรียวสวยนั้นไปด้วย“เอ่อ ดีแล้วที่มึงจัดการได้ แล้วสนามมันยังส่งคนมาป่วนทุกวันไหมว่ะ” พยัคฆ์ถามเพื่อนต่อ“ส่งมาทุกวัน แต่เป็นแค่นักเลงธรรมดา กูก็ส่งกลับให้ไปบอกมันทุกครั้ง เด็กน้อยอย่างมัน พอทำธุรกิจสู้กูไม่ได้ก็มาใช้วิธีควายๆ ลอบกัด น่ารำคาญฉิบหาย” คาร์บ่นออกมาพร้อมกับที่ข้าวฟ่างก็เลียลงไปจนถึงหน้าท้องแกร่งนั้นแล้ว“เออ จะให้กูกับไอ้พยัคฆ์ช่วยอะไรก็บอกละกัน” ไลอ้อนบอกเพื่อน จากนั้นก็จับสาวข้างกายขึ้นมานั่งตักแล้วเมื่อเห็นว่าทุกคู่ตอนนี้นัวเนียกันไม่หยุด“อาร์” เสียงคาร์ร้องออกมาเบาๆ จากนั้นก็ยกร่างของข้าวฟ่างขึ้นมานั่งตามเดิมแควกกกคนตัวโตฉีกกระดุมเสื้อนั้นออกอย่างร้อนใจ แล้วเต้าสวยที่มีบราสีขาวหุ้ม

  • เด็กเลี้ยงซาตาน   บทที่ 8 เด็กเลี้ยง เกือบ 18+

    ข้าวฟ่างนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่ชายหนุ่มได้ช่วยชีวิตไว้ จากนั้นเธอก็เอาชื่อของเขามาค้นหา ก็พบว่าชายหนุ่มเป็นลูกเจ้าของกิจการรถหรู ที่กำลังจะเรียนจบมหาลัย เธอที่ตอนนั้นอายุแค่ 13 ปี ก็พยายามติดตามข่าวของชายหนุ่มอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งตอนนี้ที่เธอคิดว่าตัวเองพร้อมแล้วที่จะบอกชอบเขา บอกว่าเธอชอบเขามาตั้งแต่วันนั้น แต่กลายเป็นว่าชายหนุ่มไม่เปิดโอกาสให้เลย จนเธอต้องเลือกวิธีนี้ จากนั้นร่างบางก็ล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนเพลีย พร้อมกับที่มือสวยที่กอดผ้าผืนนั้นไว้แนบอกหญิงสาวตื่นขึ้นมาในเช้าของวันใหม่ ร่างบางหลังจากที่ได้นอนยาวแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย จากนั้นก็อาบน้ำเพื่อเตรียมตัวที่จะไปเรียนสาวสวยทั้งสามคนที่เดินมาด้วยกันนั้นเรียกสายตาของทุกคนในบริเวณนั้นให้หันมองได้ไม่อยาก ด้วยเพราะทั้งสามที่นอกจากฐานะทางบ้านที่ดีแล้ว หน้าตาก็สวยไม่แพ้กัน อีกทั้งเนื่องจาก เรียนคณะบริหารฯ ด้วยทำให้การแต่งตัวมาเรียนนั้นเป็นชุดเฉพาะของทางคณะที่ช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพของพวกเธอให้ยิ่งสวยและดูดีขึ้นไปอีกด้วยทั้งสามคนเข้าเรียนเหมือนเช่นทุกวัน และก็มีหนุ่มหล่อที่ตามจีบข้าวฟ่างอยู่ ก็เข้ามาทักเหมือนเช่นทุกวัน“ข้าว

  • เด็กเลี้ยงซาตาน   บทที่7 การพบกันครั้งแรก

    ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อนสาวน้อยที่กำลังหอบหนังสือในมืออย่างพะรุงพะรัง ในช่วงตอนเย็นของวันหลังจากที่เรียนพิเศษเสร็จแล้วก็กำลังจะเดินออกมารอรถจากที่บ้านมารับเหมือนดังเช่นทุกวันกริ๊งงงงแล้วเสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กนั้นก็ดังขึ้นมา ข้าวฟ่างจึงหยิบมาดูแล้วก็พบว่าเป็นแม่ของเธอที่โทรเข้ามา‘ค่ะแม่’ สาวน้อยกดรับ แล้วก็พูดสายกลับไปอย่างเสียงหวานและน่าฟัง[ข้าวลูก หนูเรียนเสร็จยัง] เสียงผู้เป็นแม่จากปลายสายถาม‘เสร็จแล้ว ข้าวรอแม่อยู่ที่เดิมค่ะ’ สาวน้อยบอก‘งั้นหนูรอสักพักนะ ตอนนี้รถติดมากเลย แม่น่าจะไปช้า’ เสียงร้อนรนตอบมา เมื่อวันนี้การจราจรนั้นดูหนาแน่นกว่าทุกวัน ที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าจะมีอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่เห็นทางสถานีวิทยุที่ฟังประจำจะแจ้งข่าวอะไร‘อ่อ ได้ค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงเลย เดี๋ยวข้าวเดินเล่นรอได้ค่ะ’ หญิงสาวบอก จากนั้นก็วางสายไป จากนั้นก็เดินไปตลาดที่อยู่บริเวณโซนด้านหน้าของห้างดังสาวน้อยเดินเล่นซื้อของอยู่สักพัก แล้วก็เผลอไปชนเข้ากับอุปกรณ์ประดับร้าน ล้มกระจายอยู่ที่พื้นตุ๊บ‘อุ๊ยย ข้าวขอโทษค่ะ’ เสียงใสร้องออกมาด้วยความตกใจ จากนั้นก็ยกมือขึ้นไหว้เพื่อขอโทษในควา

  • เด็กเลี้ยงซาตาน   บทที่ 6 สัญญาของเพื่อนที่ทำไม่ได้

    หลังที่แยกตัวกับสวย คนของคาร์ก็ได้ขับรถมาเธอมาส่งยังจุดแรกที่รับเธอไป เมื่อข้าวฟ่างหลังจากที่ลงจากรถแล้ว ก็เดินขึ้นไปที่ห้องพักของตัวเอง แต่พอเธอเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบว่า เพื่อนรักทั้งสองนั่งรอเธออยู่ในห้อง“ข้าว!!/ข้าว” และทันทีที่หญิงสาวเปิดประตูห้องเสียงเรียกพร้อมกันด้วยความดีใจก็ดังขึ้น พร้อมก

  • เด็กเลี้ยงซาตาน   บทที่ 5 สัญญาปรนนิบัติ

    “สวัสดีค่ะ” หญิงสาวรับโทรศัพท์นั้นแล้วก็พูดสายกลับไป“สวัสดีครับ ผมกริชเลขาคุณคาร์นะครับ” เสียงทุ้มจากปลายสายบอกมา“ค่ะ”“คุณข้าวฟ่างตื่นแล้วใช่ไหมครับ” กริชถาม“ค่ะ”“ครับ งั้นอีกครึ่ง ชม. เตรียมตัวไว้เลยนะครับจะมีบอดี้การ์ดพาคุณมาที่ชั้น 40 ครับ”“ไปทำไมคะ” ร่างบางถามออกมาด้วยความสงสัย“คุณจะต้อง

  • เด็กเลี้ยงซาตาน   บทที่ 4 เป็นเด็กฉันไหม ?

    “หนูตกลง” ข้าวฟ่างบอกออกไป ในเมื่อโอกาสนี้มาถึงแล้ว เธอก็จะขอเก็บเกี่ยวความโชคดีที่ได้อยู่กับชายคนที่เธอรักออกไปให้นานกว่านี้หน่อย ถึงแม้ว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไงเธอก็พร้อมยอมรับมัน“หึ ดีมากเด็กน้อย งั้นเรามาทำความรู้จักกันให้ดีกว่านี้กันไหม” คาร์พูดออกมา จากนั้นก็ดึงร่างบางให้ลุกขึ้นนั่งลงที่ตักแกร

  • เด็กเลี้ยงซาตาน   บทที่ 3 พรากความบริสุทธิ์

    “สัดเอ๊ย!! บริสุทธิ์เหรอว่ะ” คาร์สบถออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อหญิงสาวที่ดูเหมือนจะมีประสบการณ์ตรงหน้ากลับบริสุทธิ์ขึ้นมาซะงั้น โดยที่ร่างกายส่วนนั้นของเขามันรู้ได้เลยทันที เพราะว่าเขาพึ่งจะทำให้มันขาดไปงั้นที่ผ่านมาคือการแสดงเหรอ ถึงว่าแสดงได้ดีมาก“ฮือออ จะ เจ็บ” ไอ้รักที่เหมือนโดนความเจ็บเล่นงานอย่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status