เข้าสู่ระบบย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อน สาวน้อยที่กำลังหอบหนังสือในมืออย่างพะรุงพะรัง ในช่วงตอนเย็นของวันหลังจากที่เรียนพิเศษเสร็จแล้วก็กำลังจะเดินออกมารอรถจากที่บ้านมารับเหมือนดังเช่นทุกวัน กริ๊งงงง แล้วเสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กนั้นก็ดังขึ้นมา ข้าวฟ่างจึงหยิบมาดูแล้วก็พบว่าเป็นแม่ของเธอที่โทรเข้ามา ‘ค่ะแม่’ สาวน้อยกดรับ แล้วก็พูดสายกลับไปอย่างเสียงหวานและน่าฟัง [ข้าวลูก หนูเรียนเสร็จยัง] เสียงผู้เป็นแม่จากปลายสายถาม ‘เสร็จแล้ว ข้าวรอแม่อยู่ที่เดิมค่ะ’ สาวน้อยบอก ‘งั้นหนูรอสักพักนะ ตอนนี้รถติดมากเลย แม่น่าจะไปช้า’ เสียงร้อนรนตอบมา เมื่อวันนี้การจราจรนั้นดูหนาแน่นกว่าทุกวัน ที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าจะมีอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่เห็นทางสถานีวิทยุที่ฟังประจำจะแจ้งข่าวอะไร ‘อ่อ ได้ค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงเลย เดี๋ยวข้าวเดินเล่นรอได้ค่ะ’ หญิงสาวบอก จากนั้นก็วางสายไป จากนั้นก็เดินไปตลาดที่อยู่บริเวณโซนด้านหน้าของห้างดัง สาวน้อยเดินเล่นซื้อของอยู่สักพัก แล้วก็เผลอไปชนเข้ากับอุปกรณ์ประดับร้าน ล้มกระจายอยู่ที่พื้น ตุ๊บ ‘อุ๊ยย ข้าวขอโทษค่ะ’ เสียงใสร้องออกมาด้วยความตกใจ จากนั้นก็ยกมือขึ้นไหว้เพื่อขอโทษในความไม่ระวังนี้ของตัวเอง ‘ไม่เป็นไรค่ะ’ เสียงเจ้าของร้านนั้นบอกออกมา พร้อมกับก้มลงเก็บของที่หล่นนั้น ‘ขอโทษนะคะ ข้าวช่วยนะ’ ว่าแล้วร่างเล็กก็วางหนังสือของตัวเองลง จากนั้นก็เก็บของช่วยจนกระทั่งเสร็จ ‘ข้าวขอโทษนะคะ’ หลังจากที่เก็บของเสร็จข้าวฟ่างก็พูดขอโทษไปอีกรอบ ‘จ้า แต่เหมือนว่าของมันจะยังไม่ครบนะ สร้อยที่หุ่นใส่เหมือนว่าจะหายไป’ เจ้าของร้านบอกหลังจากที่สำรวจของทุกอย่างแล้ว ‘เอ้าเหรอคะ เดี๋ยวข้าวหาให้นะ’ จากนั้นข้าวฟ่างก็ก้มหน้าลงเพ่งสายตาเพื่อหาของที่หายนั้นอย่างตั้งใจ จากนั้นไม่นานร่างเล็กก็พบว่าสร้อยเส้นนั้นมันตกอยู่ที่พื้นห่างจากเดินไปแค่ไม่กี่ก้าว ‘เจอแล้ว’ เสียงร้องด้วยความดีใจนั้นดังนี้มาเมื่อเจอของที่หาอยู่ จากนั้นก็เดินไปหยิบโดยที่ไม่ได้ระวังอะไร บรี๊นนนนนนน ‘ว้ายยยยยย’ เสียงแตรรถยนต์ดังลั่นไปทั่วบริเวณ ทำให้ข้าวฟ่างตกใจจากนั้นก็เงยหน้ามองแล้วเธอก็พบกว่าตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่กลางถนน และมีรถยนต์ขึ้นคันกำลังจะพุ่งมาชน ร่างบางมองดูสิ่งนั้นด้วยความตกใจ พร้อมด้วยร่างกายสวยที่แข็งทื่อไม่สามารถขยับก้าวไปไหนได้ แต่แล้วก็มีมือแกร่งข้างหนึ่งยื่นเข้ามาขว้างที่มือเล็กของเธอเอาไว้ และก็ดึงเธอให้เข้ามา ก่อนที่รถยนต์นั้นจะพุ่งเข้ามาชนแค่เพียงนิดเดียว ตึกๆๆ ใจของข้าวฟ่างเต้นด้วยความตกใจกับเหตุการณ์เฉียดตายตรงหน้าที่เกิดขึ้น พร้อมด้วยร่างกายที่ยังแข็งทื่อและเย็บเฉียบอยู่ ‘น้องเป็นอะไรไหม’ เสียงเรียกนั้นทำให้ข้าวฟ่างกลับมามีสติ แล้วก็รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังล้มกองอยู่ที่พื้น ในอ้อมกอดของใครสักคนที่ช่วยเธอเอาไว้ ‘เป็นอะไรไหมน้อง’ เสียงเรียกนั้นดังมาอีก กำให้ข้าวฟ่างหันไปมองก็พบว่าคนที่เรียกเธอนั้นเป็นชายหนุ่มในชุดนักศึกษาที่ยื่นอยู่ที่พื้น และคนในบริเวณนั้นที่ต่างล้อมวงเป็น ไทมุง อยู่ ‘นี่ มีสติยัง มีสติแล้วก็ลุกสิว่ะ’ ข้าวฟ่างที่กำลังมองเหตุการณ์โดยรอนั้นอยู่ก็ต้องตกใจ เมื่อมีเสียงทุ้มติดหงุดหงิดนั้นดังขึ้นมาใกล้ๆ หูของเธอ แล้วพอคนตัวเล็กนั้นช้อนหน้าขึ้นมองก็พบชายคนหนึ่งที่กำเองกำลังนอนทับอยู่ ตึกๆๆ หัวใจของข้าวฟ่างกลับมาเสียงรัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะว่าตกใจ แต่เป็นเพราะดวงตากลมของเธอนั้นได้สบตากับคนที่ช่วยชีวิตของตัวเองเอาไว้ในระยะประชิด หญิงสาวเลื่อนสายตาสำรวจที่ใบหน้าหล่อคมแบบลูกครึ่ง ที่กำลังมองมาที่เธอด้วยตาคมที่ขมวดปลายคิ้วนิดๆ อย่างติดรำคาญ จมูกโด่งเป็นสันชัดเจน รวมทั้งริมฝีปากนั้น ‘ลุกได้ยัง’ เสียงทุ้มของคาร์ดังออกมาอีกรอบ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนี้ยังไม่คิดที่จะขยับหรือว่าลุกออกไปจากตัวเข้าเลย ‘ลุก’ ‘เอ่อ...’ ข้าวฟ่างที่ได้สติแล้วก็ค่อยๆ ลุกออกมา แล้วก็ยืนขึ้นโดยที่มีชายหนุ่มคนก่อนหน้าที่เรียกเธอนั้นมาพยุงเธอด้วย ‘น้องเป็นอะไรไหม’ เสียงของ ลี ไลอ้อน ถามหญิงสาวต่อ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนี้ยังไม่ตอบเข้ากลับมาเลย ‘เอ่อ..มะ ไม่เป็นไร’ ‘อืม ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แล้วเมื่อกี้วิ่งออกไปถนนอย่างนั้นได้ยังไง’ เสียงของไลอ้อนยังถามต่อ พร้อมกับที่มองสำรวจหญิงสาวในชุดนักเรียนนี้ไปด้วย ‘คะ คือ ข้าว..’ ‘สะเพร่า เหม่อแบบนี้ไง เมื่อกี้ถึงเกือบโดนรถชน’ แล้วเสียงของคาร์ก็แทรกขึ้นมาก่อนที่ข้าวฟ่างจะได้ตอบคำถาม ‘ไอ้คาร์ มึงก็พูดดีๆ กับน้องมันหน่อย น้องมันยังตกใจอยู่’ เสียงของ พยัคฆ์ หวัง ที่ยืนอยู่ข้างๆ คาร์เอ่ยบอกเพื่อนไป เมื่อเห็นว่าสาวน้อยนี้หลังจากที่คาร์พูดดุไปเมื่อกี้ก็เริ่มที่จะน้ำตาคลอเบ้าแล้ว ‘กูพูดความจริง’ คาร์ยังยืนยันในสิ่งที่พูดต่อ จากนั้นก็หันไปมองหญิงสาวก็พบว่าเป็นอย่างที่เพื่อนบอกจริง ยัยเด็กนี่ ผิดเองแท้ๆ ดุนิดเดียวจะร้องไห้เลยเหรอ ‘ไอ้คาร์มึงหยุดเลย’ เสียงไลอ้อนดังขึ้นห้ามเพื่อน จากนั้นก็หันมามองข้าวฟ่าง แล้วก็พบว่าหญิงสาวนั้นมีแผลถลอกที่ฝ่ามือ และก็หัวเข่า ‘เห้ยยย น้องมีแผลนี่’ เสียงไลอ้อนยังพูดต่อ เมื่อเห็นว่าแผลถลอกนั้น เริ่มที่จะมีเลือดซึมออกมาแล้ว ‘กูว่าไม่ได้เพราะว่ากูดุหรอก แม่งเจ็บแผล’ คาร์พูด ‘กูว่าพาน้องมันไปทำแผลก่อนไหมว่ะ’ พยัคฆ์พูดเสนอขึ้นมา ‘เออ แต่ต้องห้ามเลือดก่อนไหมว่ะ มีใครมีผ้าหรือว่าอะไรไหม’ ไลอ้อนพูดขึ้น พร้อมกับมองหาสิ่งที่ต้องการไปด้วย แล้วก็พบว่าคาร์เพื่อนของตัวเองกำลังล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง และหยิบผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินออกมา เพื่อที่จะนำมาเช็ดฝุ่นที่ติดอยู่ตามร่างกายหลังจากที่ล้มไปเมื่อกี้ ‘ไอ้คาร์มึงหยุด’ เสียงไลอ้อนร้องห้าม ก่อนที่ผ้าสะอาดนั้นจะโดนฝุ่น พร้อมกับที่เดินเข้าไปใกล้เพื่อนแล้วก็ดึงผ้านั้นมา ‘เอาผ้ากูมา กูจะเช็ดตัว’ คาร์บอก ‘มึงไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ฝุ่น กูยืมพันแผลให้น้องมันก่อน’ เสียงไลอ้อนบอก ‘ห๊ะ เรื่องดิ กูช่วยชีวิตเมื่อกี้ก็เกินพอแล้วไหม ห๊ะ’ เสียงคาร์ดังออกมา เมื่อรู้ว่าเพื่อนจะให้ตัวเองเสียสละเพื่อนช่วยเด็กบ้าที่ยืนเอ้อนี่อีกแล้ว ‘มึงช่วยน้องมันแล้ว ก็ช่วยให้สุด’ ไลอ้อนบอกไป จากนั้นก็นำผ้านั้นมาพันให้ที่เข่าของข้าวฟ่างที่กำลังยืนนิ่งมองสีหน้าหงุดหงิดของคาร์อยู่ ‘สัด’ คาร์ด่าเพื่อนไป แล้วจากนั้นชายหนุ่มหล่อทั้งสามก็เดินพาสาวน้อยไปนั่งลงที่ม้านั่งตัวยาวที่อยู่หน้าร้านสะดวดซื้อชื่อดังแห่งหนึ่ง แล้วไลอ้อนกับพยัคฆ์ก็เดินเข้าไปซื้อของโดยทิ้งให้คาร์และข้าวฟ่างนั่งรออยู่ข้างนอก ‘พะ พี่..’ ข้าวฟ่างหลังจากที่นั่งรอมาได้สักพักแล้วก็เห็นว่าคาร์มองตัวเองด้วยความไม่พอใจ ก็เอ่ยเรียกชายหนุ่มไปด้วยเสียงที่สั่นๆ ‘...’ คาร์ยังคงเงียบ และไม่ได้สนใจอะไร โดยชายหนุ่มยังคงยืนห่าง และมองหน้าหญิงสาวนิ่ง ‘พี่คะ’ ข้าวฟ่างเรียกไปอีกรอบ ‘มีอะไร’ แล้วเสียงทุ้มที่ติดรำคาญนั้นในที่สุดก็เอ่ยกับข้าวฟ่าง ‘ขะ ขอบคุณนะคะ’ ร่างบางพูดออกไป พร้อมกับที่เงยหน้ามองคนที่ช่วยชีวิตของตัวเองเอาไว้ แล้วตอนนี้ก็ยังมาเป็นภาระให้อีกด้วย ‘คราวหน้าก็ระวังด้วย ถ้ายังไม่อยากตาย’ เสียงคาร์บอกไป พร้อมกับที่เพื่อนทั้งสองเดินซื้อของถุงใหญ่ออกมาแล้ว ‘เดี๋ยวน้องล้างแผลสักหน่อยละกัน’ แล้วค่อยไปหาหมออีกที พยัคฆ์บอกพร้อมกับที่หันหน้าไปมองคาร์ ‘อะไร’ คาร์ถามเพื่อน ‘มึงมาทำแผลให้น้องมันหน่อย’ พยัคฆ์พูด ‘พวกมึงก็ทำไปสิ ทำไมต้องกู’ คาร์เมื่อรู้ว่าเพื่อนบอกว่าให้ทำแผลให้เด็กตรงหน้าก็พูดสวนขึ้นทันที ‘มีแหละ กูกับไอ้ไลไปซื้อของมาแล้ว’ ‘ห่า คนช่วยก็กู แล้วทำไมกูต้องมาทำแผลให้ด้วยว่ะ’ คาร์บ่นออกมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าเพื่อนทั้งสองแค่ต้องการที่จะแกล้งเท่านั้น ‘ฮ่าๆๆ มึงนั่นแหละ หรือว่าไม่ทำก็ได้นะ เดี๋ยวรอให้น้องมันไปหาหมอเอง’ พยัคฆ์พูดต่อ ‘แม่ง’ คาร์ด่าเพื่อนเบาๆ จากนั้นก็เดินมานั่งลงข้างๆ พร้อมมือแกร่งที่แกะขวดน้ำเกลือออก จากนั้นก็ใช้สำลีชุบ แล้วนำมาเช็ดแผลทั้งสองที่ให้หญิงสาวอย่างที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนเลย ‘อ๊ะ’ ข้าวฟ่างร้องเบาๆ ด้วยความเจ็บ ‘เบาๆ หน่อยมึงอ่ะ’ ไลอ้อนพูดออกมาอย่างขำเพื่อน ที่ทำแผลไปหน้าบึ้งไป คาร์ไม่ได้สนใจ หลังจากที่เช็ดน้ำเกลือจนสะอาดแล้ว ชายหนุ่มก็ชุบแอลกอฮอล์มาเช็ดรอบๆ ให้ด้วยแรงที่เบาลง แล้วก็ต่อด้วยเบตาดีน จนเมื่อเสร็จแล้ว ก็ใช้ผ้าก๊อตสะอาดนั้นมาปิดแผล ‘ก็ทำได้นี่หว่า’ เสียงพยัคฆ์พูดแซวเพื่อน เมื่อเห็นว่าคนที่หน้าบึ้งนั้นทำให้สาวน้อยตรงหน้าเสร็จแล้ว ‘หยุดพูดเลยพวกมึง’ คาร์ว่าเพื่อนไป ‘พวกกูก็หวังดี อยากให้มึงช่วยจนเสร็จไงว่ะ ห่า ช่วยไม่สุดมันไม่ได้บุญนะโว้ย’ พยัคฑ์พูดบอกอย่างที่ใจคิด คาร์มองหน้าเพื่อนไป จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน พร้อมกับที่โทรศัพท์เครื่องเล็กของข้าวฟ่างก็มีสายโทรเข้ามา ‘ค่ะ แม่’ ข้าวฟ่างรับสาย [ข้าวแม่ถึงแล้ว อยู่ไหนลูก] ‘เอ่อ เดี๋ยวข้าวเดินไปหานะคะ’ ข้าวฟ่างวางสายจากแม่แล้วก็ลุกขึ้น แล้วก็พูดขอบคุณชายหนุ่มทั้งสามคนไป ‘ขอบคุณนะคะพี่’ เสียงใสนั้นบอก พร้อมกับมองหาทั้งสามคนไปด้วยโดนเฉพาะ คาร์ ‘ไม่เป็นไร แล้วนี่แม่มารับแล้วหรอ’ ไลอ้อนพร้อม พร้อมกับที่ข้าวฟ่างก็หอบของทุกอย่างของตัวเองขึ้นมาไว้แนบอก ‘ค่ะ แต่เดี๋ยวผ้านี้ข้าวจะซักมาคืนให้นะ’ สาวน้อยบอกพร้อมกับที่หยิบผ้าขึ้นมาถือไว้ ‘ไม่ต้อง ทิ้งไปเลย’ คาร์บอก จากนั้นก็เตรียมที่จะเดินออกไปจากตรงนี้เหมือนกัน เพราะว่าเสียเวลามาเยอะแล้ว ‘เอ่อ...’ ‘ทิ้งไปนั่นแหละ เจ้าตัวเขาบอกแบบนั้นหนิ’ พยัคฆ์พูด ‘ค่ะ’ ‘งั้นเราก็ไปหาแม่เถอะ’ พวกพี่ก็จะไปทำธุระเหมือนกัน แต่ก็เดินระวังด้วยนะ’ ไลอ้อนบอก จากนั้นทั้งหมดก็เดินออกไป สาวน้อยมองตามแผ่นหลังของคนนั้นไป พร้อมกับมือก็กำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไปด้วย ตึกๆๆ ไทเกอร์ คาร์ เสียงใสอ่านด้ายสีแดงที่ปักข้อความภาษาอังกฤษนั้นเบาๆ พร้อมด้วยหัวใจและสมองที่จดจำไว้อย่างขึ้นใจ
หญิงสาวจัดการตัวเองก่อนจะเดินตามคาร์มาอย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร ทุกการก้าวเดินของคาร์ไม่มีแม้แต่จะหันมามองเธอเลยด้วยซ้ำ“ผลัก” คาร์ผลักประตูคอนโด และเดินเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่นส่วนกลาง นัยตายังคงคอยจ้องมองว่าหญิงสาวตรงหน้าจะทำอย่างไรต่อ“คุณคาร์ ต้องการอาบน้ำมั้ยค่ะ เดี๋ยวหนูเตรียมน้ำอุ่นให้” หญิงสาวพูดออกไป เมื่อเธอเดินตามเข้ามาประชิดตัวคาร์“หึ เธอไม่ได้ฟังสิ่งที่ฉันพูดก่อนลงรถหรือไง” “ค่ะ ”หญิงสาวก้มหน้ารับคำและเดินเข้ามาหาชายหนุ่มอย่างเงียบ ๆ เธอเดินเข้ามาและนั่งคล่อมคาร์ไว้ มือบางสอดประสานที่ท้ายทอยของคาร์ และเค้นคลึงไปมา ด้านหลังท้ายของของเขา การกระทำของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างแปลกประหลาด เดิมที เขาคิดว่าจะแค่มาเอา มาปลดปล่อย แต่กลับกลายเป็นว่าหญิงสาวใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อย รวมถึงการสัมผัสจุดสำคัญ บนร่างกายของเขา ที่ไม่เคยมีใครทำการมาก่อน “อะ เอิ่ม คุณคาร์ต้องการให้หนูทำอะไรบอกมาได้เลยนะคะ” ข้างฟ่างลดมือลงปลดกระดุมของตัวเอง เผยให้เห็นบราลูกไม้สีแดงสด ที่เด่นสะดุดตา ภายนอกที่ดูเย้ายวน แล้ว เมื่อเห็นเจ้าบรานี่ ยิ่งทำให้คาร์มีอารมณ์
“กริช”เสียงเข้มเรียกเลขาคนสนิทให้เข้ามาหาในห้องทำงาน ตั้งแต่สองวันก่อนที่เขาได้จัดหนักกับเด็กสาวไป เขามีความรู้สึกว่าเขาต้องการเธอมากกกว่านี้อีก จนต้องเรียกเลขาคนสนิเข้ามาหา“ครับนาย” กริชตอบกลับและยืนอยู่เบื้องหน้าผู้เป็นนาย“เย็นนี้มีนัดอะไรหรือเปล่า”คาร์ถามเสียงเรียบ นัยตาของเขากำลังคิดถึงอะไรบางอย่างอยู่“ไม่มีครับ”“งั้นนายโทรตามให้ข้าวฟ่างไปรอฉันที่คอนโด ฉันอยากจะผ่อนคลายซะหน่อย” คาร์ขยับเน็คไทเล็กน้อย เพื่อผ่อนคลาย แค่พูดชื่อของเธอออกมา ก็ทำให้เขารู้สึกถึงอารมณ์ที่พุ่งพล่านอยู่ผ่านในตัวของเขาแล้ว“ได้ครับ นายจะสั่งไวน์ด้วยมั้ยครับ”กริชถามอย่างรู้ใจ“จัดมาให้เรียบร้อย และออกไปได้ละ” คาร์ยังคงนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานของเขาตลอดทั้งวัน โดยไม่ได้ออกไปหน เพื่อรีบเคลียงานให้เสร็จ“ตึ่ง” เสียงข้อความแจ้งเตื่อนดังขึ้นจากมือถือ เขาหยิงมันขึ้นมาดูเล็กน้อย เป็นการส่งข้อความจากกริชว่างานที่เขาสั่งเรียบร้อยดี“หึ ฉันอยาจะรู้จริง ๆ ว่าคืนนี้เธอจะมีอะไรเซอร์ไพรฉันอีก” คาร์พูดกับตัวเองอีกครั้ง ทางด้านขนมผิง ในขณะที่เธอกำลังนั่งเรียนอยู่เสียงมือถือ เครื่องที่คาร์มอบให้ก็ดังขึ้นเธอกดรับสายอย่าง
“รองเท้าไม่ต้องถอด”ชายหนุ่มสั่งเสียงเข้มไม่ให้หญิงสาวถอดและจับหญิงสาวให้หันหลังให้เขา และสั่งให้หญิงสาวเอาแขนข้างหนึ่งวางลงบนเคาน์เตอร์เพื่อทรงตัวและอีกข้างจับขอบบาร์ไว้ไม่ให้ล้มลงจากนั้น คาร์ก็ยกขาข้างหนึ่งของหญิงสาวที่ยังมีร้องเท้าอยู่ขึ้นพาดกับเคาน์เตอร์ เพื่อเปิดแหวกช่องรักให้เขาได้สอดใส่คาร์นำแท่งร้อนของตัวเองถูไถไปมาที่รองสวาทและกดมันเข้าไปอย่างเต็มแรง หญิงสาวทำหน้าเหยแกด้วยความเสียวซ่าน และเอนสะโพกรับแรงกระแทกจากชายหนุ่ม“ตับ ๆ ๆๆ”“โอ๊ะ โอวว อ๊ะ อ่า”“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”คาร์กระแทกต่อเนื่อง อย่างไม่หยุดพัด เขาเอามือจับต้นคอหญิงสาวและบังคับให้เธอหันหน้ามามองขเขา จากนั้นขอเขาก็ทำให้สอดนิ้วชี้เข้าไปยังปากยักได้รูป เขาสั่งเธอด้วยเสียงเข้มอีกครั้ง“ดูดนิ้วฉันเข้าไป”“อาร์”“อย่างนั้นละ เก่งมากสาวน้อย”ข้าวฟ่างทำตามอย่างว่าง่ายเธอเอามือน้อยจับมือของชายหนุ่มที่สอดนิ้วเขามาในปากของเธอและดูดกลื่นตามคำสั่งของชายหนุ่ม และหลังจากนั้นชายหนุ่มก็ถอนมือออกจากปากหวานและเอามือทั้งของข้างของเขาจับสะโพกมนไว้ อัดกระแทกสาวน้อยที่เคาน์เตอร์ด้วยความรุนแรง“ตับๆ”“ตับ ๆ”“อะ บะ เบา เบาหน่อยหนูเจ็บ”“ชิ เรื
“หึ หมาที่ดีแต่เห่า กูไม่ได้สนใจอยู่แล้ว” คาร์บอก พร้อมกับที่ริมเหล้ามาดื่ม ในขณะที่บนกายก็มีสาวน้อยที่ตอนนี้จูบที่แผ่นอกของตัวเอง“แต่มึงจะประมาทมันไม่ได้นะคาร์ อีกไม่นานมึงก็จะมีงานใหญ่อีก” ไลอ้อนพูดเสริม“กูไม่ได้ประมาณมันอยู่แล้ว อย่างเมื่อเดือนก่อน ก็สร้างเรื่องแกล้งกู ว่ารถกูที่กำลังจะนำเข้ามาขายหนีภาษี กูก็จัดให้ซ่ะ ปานนี้ยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเลยมั่ง” คาร์บอก พร้อมกับยกมือลูบขาเรียวสวยนั้นไปด้วย“เอ่อ ดีแล้วที่มึงจัดการได้ แล้วสนามมันยังส่งคนมาป่วนทุกวันไหมว่ะ” พยัคฆ์ถามเพื่อนต่อ“ส่งมาทุกวัน แต่เป็นแค่นักเลงธรรมดา กูก็ส่งกลับให้ไปบอกมันทุกครั้ง เด็กน้อยอย่างมัน พอทำธุรกิจสู้กูไม่ได้ก็มาใช้วิธีควายๆ ลอบกัด น่ารำคาญฉิบหาย” คาร์บ่นออกมาพร้อมกับที่ข้าวฟ่างก็เลียลงไปจนถึงหน้าท้องแกร่งนั้นแล้ว“เออ จะให้กูกับไอ้พยัคฆ์ช่วยอะไรก็บอกละกัน” ไลอ้อนบอกเพื่อน จากนั้นก็จับสาวข้างกายขึ้นมานั่งตักแล้วเมื่อเห็นว่าทุกคู่ตอนนี้นัวเนียกันไม่หยุด“อาร์” เสียงคาร์ร้องออกมาเบาๆ จากนั้นก็ยกร่างของข้าวฟ่างขึ้นมานั่งตามเดิมแควกกกคนตัวโตฉีกกระดุมเสื้อนั้นออกอย่างร้อนใจ แล้วเต้าสวยที่มีบราสีขาวหุ้ม
ข้าวฟ่างนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่ชายหนุ่มได้ช่วยชีวิตไว้ จากนั้นเธอก็เอาชื่อของเขามาค้นหา ก็พบว่าชายหนุ่มเป็นลูกเจ้าของกิจการรถหรู ที่กำลังจะเรียนจบมหาลัย เธอที่ตอนนั้นอายุแค่ 13 ปี ก็พยายามติดตามข่าวของชายหนุ่มอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งตอนนี้ที่เธอคิดว่าตัวเองพร้อมแล้วที่จะบอกชอบเขา บอกว่าเธอชอบเขามาตั้งแต่วันนั้น แต่กลายเป็นว่าชายหนุ่มไม่เปิดโอกาสให้เลย จนเธอต้องเลือกวิธีนี้ จากนั้นร่างบางก็ล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนเพลีย พร้อมกับที่มือสวยที่กอดผ้าผืนนั้นไว้แนบอกหญิงสาวตื่นขึ้นมาในเช้าของวันใหม่ ร่างบางหลังจากที่ได้นอนยาวแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย จากนั้นก็อาบน้ำเพื่อเตรียมตัวที่จะไปเรียนสาวสวยทั้งสามคนที่เดินมาด้วยกันนั้นเรียกสายตาของทุกคนในบริเวณนั้นให้หันมองได้ไม่อยาก ด้วยเพราะทั้งสามที่นอกจากฐานะทางบ้านที่ดีแล้ว หน้าตาก็สวยไม่แพ้กัน อีกทั้งเนื่องจาก เรียนคณะบริหารฯ ด้วยทำให้การแต่งตัวมาเรียนนั้นเป็นชุดเฉพาะของทางคณะที่ช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพของพวกเธอให้ยิ่งสวยและดูดีขึ้นไปอีกด้วยทั้งสามคนเข้าเรียนเหมือนเช่นทุกวัน และก็มีหนุ่มหล่อที่ตามจีบข้าวฟ่างอยู่ ก็เข้ามาทักเหมือนเช่นทุกวัน“ข้าว
ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อนสาวน้อยที่กำลังหอบหนังสือในมืออย่างพะรุงพะรัง ในช่วงตอนเย็นของวันหลังจากที่เรียนพิเศษเสร็จแล้วก็กำลังจะเดินออกมารอรถจากที่บ้านมารับเหมือนดังเช่นทุกวันกริ๊งงงงแล้วเสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กนั้นก็ดังขึ้นมา ข้าวฟ่างจึงหยิบมาดูแล้วก็พบว่าเป็นแม่ของเธอที่โทรเข้ามา‘ค่ะแม่’ สาวน้อยกดรับ แล้วก็พูดสายกลับไปอย่างเสียงหวานและน่าฟัง[ข้าวลูก หนูเรียนเสร็จยัง] เสียงผู้เป็นแม่จากปลายสายถาม‘เสร็จแล้ว ข้าวรอแม่อยู่ที่เดิมค่ะ’ สาวน้อยบอก‘งั้นหนูรอสักพักนะ ตอนนี้รถติดมากเลย แม่น่าจะไปช้า’ เสียงร้อนรนตอบมา เมื่อวันนี้การจราจรนั้นดูหนาแน่นกว่าทุกวัน ที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าจะมีอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่เห็นทางสถานีวิทยุที่ฟังประจำจะแจ้งข่าวอะไร‘อ่อ ได้ค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงเลย เดี๋ยวข้าวเดินเล่นรอได้ค่ะ’ หญิงสาวบอก จากนั้นก็วางสายไป จากนั้นก็เดินไปตลาดที่อยู่บริเวณโซนด้านหน้าของห้างดังสาวน้อยเดินเล่นซื้อของอยู่สักพัก แล้วก็เผลอไปชนเข้ากับอุปกรณ์ประดับร้าน ล้มกระจายอยู่ที่พื้นตุ๊บ‘อุ๊ยย ข้าวขอโทษค่ะ’ เสียงใสร้องออกมาด้วยความตกใจ จากนั้นก็ยกมือขึ้นไหว้เพื่อขอโทษในควา
หลังที่แยกตัวกับสวย คนของคาร์ก็ได้ขับรถมาเธอมาส่งยังจุดแรกที่รับเธอไป เมื่อข้าวฟ่างหลังจากที่ลงจากรถแล้ว ก็เดินขึ้นไปที่ห้องพักของตัวเอง แต่พอเธอเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบว่า เพื่อนรักทั้งสองนั่งรอเธออยู่ในห้อง“ข้าว!!/ข้าว” และทันทีที่หญิงสาวเปิดประตูห้องเสียงเรียกพร้อมกันด้วยความดีใจก็ดังขึ้น พร้อมก
“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวรับโทรศัพท์นั้นแล้วก็พูดสายกลับไป“สวัสดีครับ ผมกริชเลขาคุณคาร์นะครับ” เสียงทุ้มจากปลายสายบอกมา“ค่ะ”“คุณข้าวฟ่างตื่นแล้วใช่ไหมครับ” กริชถาม“ค่ะ”“ครับ งั้นอีกครึ่ง ชม. เตรียมตัวไว้เลยนะครับจะมีบอดี้การ์ดพาคุณมาที่ชั้น 40 ครับ”“ไปทำไมคะ” ร่างบางถามออกมาด้วยความสงสัย“คุณจะต้อง
“หนูตกลง” ข้าวฟ่างบอกออกไป ในเมื่อโอกาสนี้มาถึงแล้ว เธอก็จะขอเก็บเกี่ยวความโชคดีที่ได้อยู่กับชายคนที่เธอรักออกไปให้นานกว่านี้หน่อย ถึงแม้ว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไงเธอก็พร้อมยอมรับมัน“หึ ดีมากเด็กน้อย งั้นเรามาทำความรู้จักกันให้ดีกว่านี้กันไหม” คาร์พูดออกมา จากนั้นก็ดึงร่างบางให้ลุกขึ้นนั่งลงที่ตักแกร
“สัดเอ๊ย!! บริสุทธิ์เหรอว่ะ” คาร์สบถออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อหญิงสาวที่ดูเหมือนจะมีประสบการณ์ตรงหน้ากลับบริสุทธิ์ขึ้นมาซะงั้น โดยที่ร่างกายส่วนนั้นของเขามันรู้ได้เลยทันที เพราะว่าเขาพึ่งจะทำให้มันขาดไปงั้นที่ผ่านมาคือการแสดงเหรอ ถึงว่าแสดงได้ดีมาก“ฮือออ จะ เจ็บ” ไอ้รักที่เหมือนโดนความเจ็บเล่นงานอย่







