Beranda / โรแมนติก / เด็กเสี่ย / บทที่ 11 ข้อความ

Share

บทที่ 11 ข้อความ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-13 10:54:56

       

คนตัวเล็กถูกกระชากออกจากโซฟาเกือบหัวคะมำ โดยร่างสูงที่อยู่ๆ ก็ทนไม่ไหวขึ้นมา เขาต้องการจะพาเธอไปที่พัก ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไม่มาก หากแต่จังหวะนั้นเหนือเมฆผลักประตูเข้ามาซะก่อน และนั่นทำเขาหัวเสียไม่น้อย

“เฮ้ยๆ จะพาน้องเขาไปไหน”

“โรงแรม..”

อีกมือที่ว่างดันคนยืนขวางประตูให้ถอยห่าง ทว่ากลับต้องฉุนอีกครั้งเมื่อถูกเขายื้อแขนเอาไว้ และไม่มีทีท่าจะว่าจะหลบไป แรงนั้นกระชากคนตัวเล็กจังหวะพุ่งไปข้างหน้าแต่ถูกกระชากกลับมาข้างหลังถึงกับเวียนหัว โชคดีที่เขาคว้าทันจังหวะหันไปเห็น และกลัวเธอจะล้มจึงโอบเอวไว้

“ใจเย็นก่อนไอ้เสือ” ทั้งที่รู้ยิ่งเมาเพื่อนของเขาจะยิ่งหัวร้อน การไปขวางทางกันแบบนั้นมีแต่เสี่ยงจะเสียชีวิต หากแต่จำเป็นต้องทำเพราะความเป็นห่วง ดูท่าเพื่อนเขาเองก็เมาไม่เบา ถึงได้ขาดสติลากเด็กออกจากร้านอย่างประเจิดประเจ้อแบบนี้ “ใจเย็นแล้วฟังกูก่อน มึงจะลากน้องเขาไปแบบนี้ไม่ได้ มึงดูสภาพน้องเขาด้วย กล้องวงจรปิดเต็มไปหมด อยากโดนข่าวดราม่ารึไง เรามันนักธุรกิจดังนะโว้ย”

คราวนี้เขานิ่ง ประหนึ่งกำลังฉุกคิดตามคำเตือนเพื่อน หันมองคนตัวเล็ก ที่ขนาดทรงตัวยืนยังต้องใช้การบังคับจากเขาเลย และเมื่อเห็นด้วยร่างสูงจึงพ่นลมหายใจคลายอ้อมแขนนั้นออกทันที แน่นอนผลที่ได้คือเธอลงไปนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น

“อ่าวเฮ้ย” โชคดีที่เหนือเมฆคว้าแขนเรียวไว้ ไม่อย่างนั้นหงายหลังขึ้นมามีสลบกันบ้างแหละ “ไอ้คี นึกจะปล่อยน้องเขาก็ปล่อยอย่างนี้เลยหรือวะ”

ร่างสูงเท้าเอวสอบอย่างหงุดหงิด เขาไม่ได้ฟังคำตำหนิของเพื่อนเลยสักนิด แต่กำลังควบคุมอารมณ์กระสันที่กำลังพลุกพล่าน และอยู่ๆ ถูกสั่งระงับเก็บเข้าที่เดิมกลางคัน พลางชั่งน้ำหนักระหว่างภาพพจน์เทพบุตรที่สร้างไว้กับความต้องการที่มีมากจนเกินไปจะเลือกอย่างไหนดี ไม่นานภาพก็ฉายในหัว เป็นภาพสมมุติที่เขาสร้างขึ้น หากมีข่าวแบบนี้หลุดออกมาจากกล้องวงจรปิดตัวใดตัวหนึ่ง หรือกล้องจากผู้พบเห็นที่รู้จักเขา แต่เขาไม่รู้จักจริง ผลของการเป็นคนของตระกูลซึ่งอยู่ในที่สว่างจริง จะเป็นอย่างไร จะใหญ่ถึงขั้นกระทบงานของเขาไหม แต่เมื่อเหลือบไปเห็นสภาพของเธอที่กำลังเมามายไม่ได้สติ ถึงกับหงุดหงิดขึ้นมาอีกเท่าตัว เดาว่าไม่โดนข้อกล่าวหาฉุดพีอาร์ออกจากผับ ก็โดนข้อหาพรากผู้เยาว์นั่นแหละ เพราะใบหน้าและสรีระของเธอมันดูเด็กจริงๆ เป็นมัธยมตะมุตะมิ ทั้งแต่ที่จริงเธออยู่ ปี 3 แล้ว

แค่คิดก็เห็นถึงหายนะแล้ว ที่อย่างไรก็ไม่คุ้ม เมื่อเทียบกับความเสียหายที่จะได้มา

ความเป็นจริงที่ว่า พะแพงไม่ได้สำคัญขนาดนั้น!

“สาไปไหน”

“กลับแล้ว มันงอนมึง อยู่ๆ ก็เมินกันทั้งที่เป็นวันเกิดของมัน”

ร่างสูงพยักหน้าไม่ได้สนใจเท่าไหร่หนัก ยังคงหรี่ตามองพะแพงที่นอนหลับคอพับอย่างนึกเสียดาย ซึ่งที่สามารถยืนได้อยู่นี้ก็เพราะมีเหนือเมฆคอยช่วยพยุง พลันความคุกรุ่นก็เพิ่มพูนขึ้นมาอีก หลังย้อนกลับไปนึกถึงตอนถูกเธอยั่ว ไม่คิดว่าจะทอดทิ้งกันได้ มันผิดแผนทั้งหมด ถ้ารู้ว่าคออ่อนแบบนี้ให้ดื่มแก้วเดียวก็ดีอยู่หรอก ผิดที่เขาเองประเมินเธอสูงเกินไป

ร่างบางตรงหน้าไม่รู้ประสีประสาเลยสักนิด ไม่ช่ำชองแม้กระทั่งเรื่องจูบ สมแล้วที่อยู่แต่ในห้องครัว ไม่ออกมา

เขาเสยผมอย่างลวกๆ พลันถอนหายใจพรืด จังหวะหันไปหาเพื่อนสนิท

“ถ้างั้น ฝากด้วยละกัน”

“อ้าวเฮ้ยไอ้คี”

แล้วเดินออกไปซะเฉยๆ ทิ้งเธอเอาไว้กับเพื่อนของเขา

ช่วงสายของอีกวัน พะแพงตื่นเพราะความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่เย็นมากจนเกินไป ไม่เหมาะกับร่างเสื้อผ้าน้อยชิ้นหลังความร้อนในเลือดจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ซึ่งก่อนหน้าหากไม่ใช้อุณหภูมินี้เหงื่อคงท่วมเต็ม ทว่าหมดลงไปแล้วกลับมาเป็นปกติ อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งไว้ด้วยใครคนหนึ่งในตอนนั้น จึงทำให้เธอหนาวเหน็บในตอนนี้

แน่นอนว่าเธอจะต้องสะดุ้ง และเบิกตาโพลง เมื่อภาพที่เห็นนาทีแรกเป็นเพดานที่ไหนก็ไม่รู้ พลันตั้งสติได้ถึงกับลุกขึ้นมานั่งทั้งตัว เพื่อกวาดตามองไปรอบห้อง ความหรูหราที่กระทบม่านตาทำให้สมองชี้แจงทันทีนี่ไม่ใช่ห้องนอนเธอ ระดับหกดาวขนาดไม่มีปัญญาเช่าแน่ เมื่อเป็นเช่นนั้นกลับไม่ได้ตื่นแค่ใจ แต่เรียกได้ว่าทั้งตัว!

ในขณะที่ตัวเองนั้นมึนงง ก็ยังสาดส่องกวาดตาหาสิ่งมีชีวิตอื่น เมื่อเจอกับความเงียบจึงถอนหายใจโล่งทันที

อันดับแรกมือบางดึงขึ้นมากุมขมับก่อน เนื่องจากดีดตัวเร็วเกินไปหน่อยทำคนตัวเล็กปวดหัว ผลพ่วงจากการดื่มมากไป ต่อมาคือการมองไปรอบๆ อีกครั้ง และพบว่า...

“บรรลัยแล้ว..”

เธอลุกพรวดขึ้นมายืนตรง หากแต่เกือบหัวทิ่มคะมำเพราะสังขารไม่ไหว พลางมองหาโทรศัพท์ แต่กลับพบกับความว่างเปล่า หญิงสาวจึงค่อยๆ นั่งลงเพื่อตั้งสติใหม่อีกครั้งและแน่นอนเมื่อสติเริ่มมาดวงตาก็ขึงกว้าง ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนไหลเรียงกันเข้ามาเป็นฉากๆ จากนั้นก้านนิ้วเรียวถูกยกขึ้นมาทาบริมฝีปากตัวเองเบาๆ

“มะ ไม่จริงมั้ง..”

หน้าของเธอร้อนผ่าว ขณะนึกถึงภาพนั้น ที่มีหน้าของเขาจ่ออยู่ในม่านตา ไม่นานกลายเป็นรสจูบที่แทรกเข้ามาแทนที่ สัมผัสอันเร่าร้อนฉ่าและอ่อนโอนในเวลาเดียวกัน ความเปียกชื้นของน้ำลาย และรสหวานของเหล้าที่ติดอยู่บนปลายลิ้นนั้น ที่ชัดเจนสุดคือกลิ่นน้ำหอม ที่ติดตัวเธอมาด้วย เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ พะแพงถึงกับตัวชาวาบ นั่งไม่ติดอยู่กับที่

และแน่นอนสิ่งนั้นทำให้เธอต้องตั้งคำถามมาอยู่ในห้องนี้ได้ไง คนตัวเล็กก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้ายังอยู่ครบคือชุดเดรสสีแดงของเมื่อคืน จึงถอนหายใจพรืด ออกมาอย่างโล่งอก แต่กระเป๋ากับโทรศัพท์ของเธอไม่อยู่ นั่นก็หมายความว่าเธอจะไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท จึงเดินอ้อมเตียงไปอีกฟาก เพื่อกดโทรศัพท์ลงไปยังแผนกต้อนรับ ทันที รอให้อีกฝ่ายนั้นรับสายอย่างตื่นเต้น และเมื่อปลายสายรับ เธอถึงกับเงียบเป็นใบ้ไปชั่วขณะ

(สวัสดีค่ะ โรงแรม XXX มีอะไรให้ช่วยไหมคะ)

“เอ่อ...”

เธออ้ำอึ้งอยู่พัก เพราะยังเรียบเรียงคำถามที่มีในไม่ได้ จนอีกฝ่ายเป็นฝ่ายช่วยเปิดประเด็นอีกรอบ

(สอบถามเรื่องอะไรคะ)

“อยากทราบว่า เอ่อ..ห้อง 032 น่ะค่ะ คือ”

(ค่ะ คุณพะแพง)

“คะ?”

รอบที่เท่าไหร่ไม่อาจรู้ที่หัวใจเธอเต้นแรง ให้กับเรื่องไม่ได้คาดหมาย ทันทีที่ปลายสายเรียกชื่อคนตัวเล็กก็หลับตาลง ตัดสินใจตั้งคำถามในสิ่งที่ตนอยากรู้โดยไม่คิดที่จะตริตรอง เนื่องจากว่าเธออยากจะหาทางออกไปจากที่นี่

(ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ)

“ทางเราบอกไม่ได้ค่ะ เนื่องจากเจ้าของชื่อที่เปิดห้องให้คุณพะแพง แจ้งเอาไว้”

(อ่า ถ้าอย่างนั้น พอจะรู้ไหมคะว่ากระเป๋าของฉันอยู่ไหน เขาฝากไว้รึเปล่า)

เธอถามไปอย่างนั้นทั้งที่รู้ว่าอันที่จริงมันอยู่ในล็อคเกอร์ที่ทำงาน การถามจึงไม่คิดที่จะเอาคำตอบอะไรมาก แค่จะหาทางกลับก็เท่านั้น เผื่อพนักงานจะช่วยได้ เพราะเธอไม่มีเงินเลย

(ไม่ค่ะ ไม่ได้ฝาก แต่เขาฝากให้ทางโรงแรมเรียกรถให้ค่ะ ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนเราจะไปส่งค่ะ และกำชับให้ทางเรารอคุณโทรมา ไม่ให้โทรไปก่อนค่ะ เพื่อที่จะได้ไม่เป็นการปลุก)

เหมือนจะเป็นคนดี คนตัวเล็กเผลอเบ้ปากขณะฟังปลายสายพูด ทั้งที่เมื่อคืนยังมอมเหล้ากันอยู่เลย

“โอเคค่ะ ถ้าอย่างนั้นช่วยเรียกรถให้ฉันหน่อยนะคะ เดี๋ยวฉันลงไป”

(ได้ค่ะ)

หลังจากวางสาย คนตัวเล็กก็เดินไปจัดแจงตัวเอง แม้ตอนนี้จะยังคงปวดหัวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้มึนงงเท่า กับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้

ทำไมถึงได้จูบกับผู้ชายคนนั้น

แล้วทำไมถึงได้อยู่คนเดียวตามลำพังในโรงแรมระดับหกดาวที่นี่ แถมเขาไม่ได้ทำอะไรเธอเลย

ร้านอาหาร

พะแพงเรียกรถมาลงที่ทำงานของตัวเองเพื่อกลับมาเอามือถือกับกระเป๋า โชคดีที่ยังไม่มีใครมาทำงานเพราะร้านยังไม่เปิด ถึงจะเจอพนักงานคนอื่น แต่ผู้คนเหล่านั้นก็เป็นคนที่เธอไม่สนิท บางคนแทบไม่รู้จัก

เธอเดินเร็วมายังห้องแต่งตัว เพราะไม่อยากเจอใครจึงได้เร่งรีบ และเมื่อเปิดล็อคเกอร์ก็พบว่ามันอยู่ในนั้นจริงๆ หญิงสาวจะยังไม่ได้เปิดดูอะไรในโทรศัพท์ก่อน จนกว่าจะหลุดพ้นออกไปจากที่นี่แล้ว

“อ้าวพะแพง ทำไมมาเร็วนักล่ะ มาเตรียมของกับเชฟน้อยเหรอ”

ขณะที่กำลังก้มหน้าก้มตาเดินอยู่นั้น ใครคนหนึ่งเกิดทักเธอขึ้นมา เท้าเล็กหยุดชะงักหันไปมองก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดหล่อนมีหน้าที่มาส่งผัก ซึ่งนั่นทำให้เธอโล่งใจไม่น้อยเลย

“เปล่าค่ะ แพงมาเอาของเมื่อคืนลืมเอาไว้ ป้าน้อยอยู่เหรอคะ”

ประโยคตอนท้ายคนตัวเล็กยิ้มกว้าง มองตามมือที่ชี้ไปยังโซนในครัวพลางพยักหน้า

“ใช่ เห็นแกเช็คของสดอยู่นะ ป้าไปก่อนล่ะ มีส่งอีกหลายที่เลย”

“ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ”

ทีแรกเธอกะจะเดินเข้าไปหวังบอกลาเชฟน้อย แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่าทำแบบนั้นอาจจะเสี่ยงเจอคนเยอะขึ้น อีกอย่างถ้าเข้าไปแล้วก็ไม่รู้จะต้องพูดอะไร จึงตัดสินใจเดินออกมาทันที ขี่มอเตอร์ไซค์ที่จอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถ ไปยังที่พักตัวเอง

เมื่อถึงที่พักสิ่งแรกที่เธอทำคือทิ้งตัวลงกลางเตียง พร้อมความทรงจำมากมายไหลเวียนกลับมาอีกครั้ง มีทั้งของเมื่อคืนและวันอื่นๆ และพอหมดจนไม่มีอะไรจะให้คิดแล้ว จึงควานหาโทรศัพท์เพื่อที่จะหางานอื่นต่อ วางแผนไว้คร่าวๆ ว่าก่อนมหาลัยเปิดเธอจะต้องหารายได้ ให้ได้อย่างน้อย 30K

ทว่าทันทีที่เปิดโทรศัพท์ เห็นแจ้งเตือนภายในนั้นคาอยู่บนจอกับต้องขมวดคิ้ว ถึงขนาดเปลี่ยนท่านอนของตัวเองใหม่ แจ้งเตือนแรกที่เห็นเป็นของยิ้ม มีทั้งหมดแปดข้อความและสองสายไม่ได้รับ ทว่าแทนที่คนตัวเล็กจะเปิดอ่านกลับเลือกที่จะปัดทิ้งไป ต่อมาคือข้อความของแม็กซึ่งแน่นอนเธอเปิดอย่างไม่ลังเล เมื่ออ่านถึงรู้ว่าเธอไม่ได้โชคร้ายเสมอไป

แม็ก เพื่อนมัธยม : พี่เพลิงกับพี่หลินบอกตารางงานทั้งหมดของเดือนนี้มาแล้วนะ ถ้าแพงสนใจก็ลองดีลดู เดี๋ยวแม็คทิ้งคอนแทคเขาไว้ให้

คนตัวเล็กหลุดยิ้มให้กับสิ่งนั้น ก่อนจะตอบตกลงด้วยความดีใจ

PP: อื้ม ขอบคุณมากนะแม็ก

จากนั้นจึงจะวางโทรศัพท์เตรียมตัวไปอาบน้ำ ทว่ากำลังจะไปไม่ทันได้ลุก บนจอกลับมีแสงสว่างขึ้นมาอีกครั้ง เธอหยิบมันขึ้นมาดูเพราะเป็นแจ้งเตือนผ่านข้อความ SMS ทันทีที่เปิดถึงขนาดต้องขึงตากว้าง เนื่องจากในนั้นมันแจ้งว่า มีการโอนเงินเข้ามายังบัญชีของเธอ ด้วยเงินจำนวนห้าแสนบาท

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 155 บทส่งท้าย

    เสียงทีมงานเดินมากระซิบใกล้ๆ หลังจากนั้นม่านก็ค่อยๆแยกออกจากกัน นาทีที่ได้เห็นแสงสว่างในนาทีนั้น สาดส่องจากหลังม่านเข้ามา พร้อมเสียงดนตรีจากเปียโนที่ดังชัดเจนขึ้น เธอรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังอ่อนแรง แต่ละก้าวที่เดินเหมือนผู้เป็นแม่ของเธอประคองไปซะมากกว่า ช่างเป็นการเดินที่ยากต่อการตวบคุม ไม่ต่างกับเด็กน้อยเพิ่งเดินเป็น “ดูสิ คนหันมายิ้มให้ลูกของแม่เยอะเลย” พุนพินกระซิบบอกลูกสาว เธอกวาดตามองตาม เมื่อเห็นแขกที่ถูกเชิญ ทั้งเพื่อนของตัวเอง ทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จัก ต่างพร้อมใจกันยืนขึ้น และส่งยิ้มให้ เพียงแค่นั้นความประหม่าของเธอก็หายไปทันที ไม่พอเพียงแค่นั้น สิ่งที่ทำให้เธอเกิดความมั่นใจขึ้น และกลับมาเดินอย่างมั่นคงต่อไปได้อีกครั้ง คือร่างสูงไกลๆตรงหน้า เขาอยู่ในชุดสูทสีขาวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับทำให้ดูดีมากขึ้นอีกเท่าตัว ไม่เกินจริงอย่างที่เพื่อนสนิทของเธอสปอยล์ เขากำลังยิ้ม สายตาจับจ้องมายังเธอเพียงคนเดียว ราวกับรอให้เธอเดินไปถึงด้วยก้าวที่มั่นคงทีละก้าวอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อมาถึงเขาระหว่างทาง เขาจะเป็นฝ่ายพาเธอไปยังอนาคตด้วยตั

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 154 พิธีวิวาห์

    ผ่านไปนานเท่าไหร่เธอเองก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหนื่อยเลยกับการถูกจับทำโน่นทำนี่ราวกับตุ๊กตา กลับกันตลอดเวลาที่ช่างแต่งหน้าพากันล้อมรอบ แปลงโฉมด้วยเครื่องประทินผิวยี่ห้อแพง และคุณภาพดีให้เธอ เธอรู้สึกว่ามีค่าและวาสนามากเรียกได้ว่าวันนี้เป็นความสุขที่ล้นเปี่ยมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองสวยขนาดนี้ ผ่านกระจกบานหรูของโรงแรม“โอมายก็อด..”“บอกแล้ว ว่านางฟ้าต้องประทับร่าง”“มงลงไปเลยจ้า”เสียงปรบพร้อมกับคำเยินยอดังสนั่นห้อง หลังจากเครื่องประดับทั้งหมดที่เตรียมมาได้ถูกจัดวางบนตัวเธอ รวมถึงชุดเจ้าสาวที่สวมอยู่ด้วย ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ อาคีราเสกให้เธอกลายเป็นผู้โชคดีจริงๆแกร็ก!เสียงบานประตูถูกผลักเข้ามาหลังเคาะเป็นจังหวะสามครั้ง ดึงความสนใจของคนในห้องให้หันไปทั้งหมด เมื่อเห็นว่าเป็นแม่ของเจ้าสาว แม่ของเจ้าบ่าว และเพื่อนของเจ้าสาว ทั้งสามคนก็ถอยร่น เป็นการเปิดทางให้ทุกคนเข้ามา แน่นอนว่าทันทีที่ได้เห็น คนมาใหม่ถึงกับตาค้าง“สวยจังเลยลูก” นี่คงเป็นความรู้สึกหัวใจพองโตที่จะต้องจดจำไว้อย่าได้ลืมเชียว ก

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 153 เจ้าสาวแสนสวย

    วันต่อมาเป็นครั้งแรกที่เพื่อนสนิทของเธอมาบ้าน ด้วยโลเคชั่นของเธอที่ส่งไปตั้งแต่เมื่อคืน เพียงแค่ทั้งสามคนเจอกันก็เรียกรอยยิ้มของคนป่วยได้ไม่น้อย ร่างเล็กนามว่าม่อนไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากการพนมมือไหว้เคารพผู้ใหญ่ วางกระเป๋า แล้วเดินเข้าไปหา เธอเลือกนั่งข้างๆ ยื่นมือบางไปทาบทับมือเหี่ยวของแม่เพื่อนสนิทเบาๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ มาจากความรู้สึกล้วนๆ หลังจากสังเกตว่าพุนพินซูบผอมลงไปเยอะ เหมือนคนป่วยจริงๆ จนหล่อนรู้สึกเศร้าขึ้นมาเลย ทันทีที่นึกไปถึงอนาคต วันนั้นที่พะแพงไม่มีแม่คนนี้แล้ว“ป้าพินเป็นไงบ้างคะ”“ก็ทรงตัวอยู่ แต่เวลาปวดขึ้นมาก็ทรมานเหมือนกัน”ร่างสูงที่เห็นแบบนั้น จากท่าเดินที่เร็วตามบุคลิก กลายเป็นเชื่องช้าลงขณะเดินไปนั่งโซฟาตรงกันข้าม มองภาพนั้นด้วยสายตาละห้อย ไร้คำพูดใดๆ ส่วนพะแพงคนเป็นลูกที่เห็นอาการของแม่จนชินตาแล้ว ทำได้เพียงยืนมองอยู่เฉยๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังใช่..เธอยังคงมีความหวังอยู่ หวังว่าแม่ของเธอจะอยู่ถึงตอนเธอรับปริญญา แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากก็ตามทีหนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลังทุกคนพากันพูดคุยหัวเราะต่อกระซิก พร้อมกินขนมที่พุนพินทำไปด้วยความเอร็ดอร่อยตรงโ

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 152 แต่งงานสายฟ้าแลบ

    สองอาทิตย์ต่อมา งานแต่งของพวกเขาถูกแพลนไปไกลแล้ว และเหลืออีกไม่กี่อย่างก็พร้อม อาคีราเลือกที่จะเริ่มไปนอนที่บ้านของตัวเองในคืนพรุ่งนี้ เช้านี้จึงอยากจะพาครอบครัวของฝั่งเจ้าสาวไปทำบุญก่อน ตกตอนเย็นก็ค่อยกลับบ้านตามลำพัง “คนมาทำทานเยอะเหมือนกันนะคะ” ใบหน้าสะสวยยืนหันหน้าไปทางกระแสลม ให้พัดหน้าจนผมปลิวว่อน ตรงข้ามเป็นแม่น้ำค่อนข้างใหญ่มีไว้สำหรับปล่อยปลา ข้างกันคือพุนพินที่หน้าตาถัดไปทางสดใสและอิ่มบุญ หากแต่ด้วยกายหยาบไม่ค่อยเอื้ออำนวยจึงทำอะไรเชื่องช้าไปหมด หล่อนเหมือนคนเหนื่อยตลอดเวลา ทว่าเมื่อถามทุกครั้งกลับส่ายหน้าและตอบว่าไม่เป็นไร ครั้งนี้ก็เช่นกัน “แม่หมดห่วงเรื่องของแพงได้แล้วใช่ไหมลูก” จู่ๆหล่อนก็โพล่งคำถามนี้ขึ้นมา หญิงสาวที่กำลังมองร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำที่ยืนห่างไปพอควร อยู่ในลักษณะท่ายืนเท้าเอวสอบ หันหลังให้กับทุกคน เบื้องหน้าคือแม่น้ำวิวเดียวกันกับเธอ เขากำลังยืนรับลมไม่ต่าง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยปิดเปลือกตาลงปล่อยให้สายลมบางเบาพัดโบก เสมือนกำลังผ่อนคลายพลางหันมาทางผู้เป็นแม่ “แม

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 151 จะอยู่ในทุกช่วงเวลา

    “ครับ ผมจะทำให้เลย ทำทันที และเร็วที่สุด”ก่อนความเงียบจะเข้าปกคลุมทันทีที่พุนพินเอ่ยจบ และค่อยๆเรียกรอยยิ้มของคนทั้งสามออกมาเปื้อนใบหน้า เมื่อคำขอนั้นแท้จริงไม่ได้ยากอะไรเลย กลับกันเป็นอีกเรื่องที่พวกเขากำลังครุ่นคิด และมีอยู่ในหัวอยู่ก่อนแล้ว“แต่งงานกับลูกสาวของน้าในตอนที่น้ายังแข็งแรงอยู่ได้ไหมคะ”“ได้ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมกับแพงคิดอยู่เหมือนกันว่าจะเอายังไง พอเป็นแบบนี้ก็ดีครับ งั้นจบทริปนี้ กลับไปผมจะให้พ่อแม่มาสู่ขอเลยละกัน แพงว่าไง..หนูโอเคไหม”คนถูกถามละสายตาจากมือบางที่แอบบีบเข้าหากันแน่นเพราะความเขิน เงยหน้าขึ้น มองหน้าผู้เป็นแม่สลับกับเขาแล้วยิ้มกว้าง ถึงจะรู้สึกติดเรื่องเรียนอยู่เล็กน้อย เพราะรู้สึกเหมือนจะฉุกละหุกจนเกินไป แต่ถ้านี่คือความต้องการของแม่เธอ หญิงสาวก็ไม่ขัด ดีซะอีก จะได้ไม่ต้องค้างคา เพราะถึงยังไงคนที่เธอคิดจะฝากชีวิตและอยู่ด้วยกันจนวันสุดท้ายก็เป็นเขาอยู่แล้ว“ได้ค่ะ แพงโอเค”“ถ้าอย่างนั้นก็ตามนั้นครับ”“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากที่เอ็นดูและรักยัยแพง”“ครับ ผมยินดี”วันต่อมาด้านของปานดาวเช้านี้หล่อนได้รับข่าวดีที่ทำให้กล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กมัดใหญ่โลดเต้น

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 150 มีอะไรอยากทำไหม

    จุดหมายปลายทางคือบ้านสวนที่อาคีราซื้อทิ้งไว้แถวปริมณฑล เคยเป็นที่ดินเปล่ารกร้างมาก่อน แต่ถูกดัดแปลงให้เป็นบ้านสวนเพื่อการพักผ่อนโดยเฉพาะ แน่นอนว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ย่าของเขาชื่นชอบ แต่ไม่มีเวลาได้มาพักผ่อนเลยสักครั้ง เนื่องจากท่านเสียชีวิตไปซะก่อน เหตุการณ์ครานั้นเป็นสิ่งย้ำเตือนใจเขา หากคิดจะทำอะไรสักอย่างอย่ารอวันที่สาย อาทิเช่นตอนนี้กับว่าที่ภรรยาของเขาคือพะแพงและแม่ของเธอ ที่ไม่อยากให้เวลาเดินไปข้างหน้าอย่างสูญเปล่าแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เขาจึงจัดทริปนี้ขึ้นมา เพื่อให้แม่ของเธอได้สูดอากาศที่มาจากธรรมชาติจริงๆบ้าง อีกนัยยะ ไม่อยากให้อุดอู้อยู่แต่กับบ้าน ถึงมันจะใหญ่มากก็เถอะ“ซื้อไว้นานแล้วเหรอคะ”เสียงหวานกังวานหันมาถามทันทีที่เดินลงมาจากรถ โดยมีปุณและพยาบาลดูแลพุนพินอีกคนช่วยกันยกของ รวมถึงเขาและเธอที่ช่วยกันละไม้คนละมือ ไม่ได้เดินตัวเปล่าลงมา“ครับ หลายปีแล้ว ครั้งนี้ครั้งที่สามที่พี่มา”พะแพงเพิ่งสังเกตเห็นคนสวนเดินเข้ามาอย่างนอบน้อมและถ่อมตน ทันทีที่หยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูงก็ยกมือไหว้ หลังจากนั้นเดินไปเปิดประตู แล้วไปช่วยปุณยกของต่อ“คนนี้..”“ลุงพันอยู่เฝ้าที่นี่ตั้งแต่แรก” เขา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status